Beranda / วัยรุ่น / เด็กของรามิล / บทที่ 5 เป็นแค่อดีต

Share

บทที่ 5 เป็นแค่อดีต

last update Tanggal publikasi: 2025-08-05 08:16:35

                หลังจากนั้นฉันก็กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ แต่ที่เปลี่ยนไปก็คือ พี่มิลคอยมารับมาส่งฉันในทุก ๆ เช้าและเย็น ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครแต่พี่เขาก็หมั่นมาดูแลฉันอย่างสม่ำเสมอ

                พี่มิลบอกว่าหากเขาได้ทำงานอย่างเต็มตัวเมื่อไหร่ เขาจะบอกเรื่องนี้กับพ่อเขาแล้วมาดูแลฉันกับลูกได้อย่างเต็มที่ ฉันเองก็ยังไม่พร้อมที่จะบอกเรื่องนี้กับใครแม้แต่เพื่อนสนิทของฉันเองก็ตาม ไม่ใช่ว่าฉันไม่ไว้ใจเพื่อนของฉันหรอกนะ แต่แค่ฉันไม่รู้จะเริ่มเล่าอย่างไรดี

                นี่ก็เป็นเวลาเกือบเดือนแล้วที่พี่มิลคอยมารับมาส่งฉัน จนฉันรู้สึกเหมือนพี่เขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉันไปแล้ว

               “พี่ได้ยินมาว่านมอันนี้เหมาะกับคนท้องนะ เราเอาไปด้วยดีไหม” พี่มิลว่าก่อนจะหยิบนมกล่องออกมาจากชั้นวางของในซูเปอร์มาเก็ต

              “แต่เดือนนี้พี่ซื้อให้ฉันกินจนเกือบฉันกินไม่ทันแล้วนะ” ฉันว่าปนหัวเราะ

             “กินไปเถอะ จะได้แข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูกไง” พี่มิลว่าก่อนจะวางนมกล่องใส่ในรถเข็น เราสองคนเดินเลือกของในซูเปอร์มาเก็ตกันสองคน เวลาที่ฉันอยู่กับพี่มิลแค่สองคน ฉันเหมือนเห็นด้านของพี่เขาที่ฉันไม่เคยเห็น พวกเราใช้เวลาอยู่ด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน จนลืมไปว่าพวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ความรู้สึกแปลก ๆ ผุดขึ้นอยู่ในใจของฉัน จนฉันรู้สึกว่าพวกเราไม่ได้ฝืนทนอยู่เพื่อลูก แต่เราเป็นครอบครัวเดียวกันจริง ๆ

             “พี่มิลทำอะไรคะ” ฉันเดินกลับมาหารุ่นพี่หนุ่มที่ยืนมองโซนเสื้อผ้าเด็กด้วยสายตาละห้อย

             “พี่ซื้อได้ไหม”

             “ลูกยังไม่เกิดเลยพี่จะรีบทำไมคะ” ฉันหัวเราะร่วนก่อนชายหนุ่มจะหันมามองฉันพลางส่งสายตาออดอ้อน

             “เผลอแป๊บเดียวเดี๋ยวลูกก็ใส่ได้แล้ว มันน่ารักอ่า” หัวใจฉันเผลอเต้นผิดจังหวะจนต้องหันไปมองทางอื่นเพราะทนสายตาออดอ้อนของชายหนุ่มไม่ไหว

             “พี่มน” ฉันหันขวับไปมองคนที่เรียกฉันด้วยน้ำเสียงแข็งขัน

             “มิกซ์” น้องชายฉันมองมาที่เราทั้งสองด้วยดวงตาแข็งกร้าว

             “พวกพี่หมายความว่าไง เรื่องลูกเหรอ” ฉันกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกก่อนที่ฉันจะหันมามองทางพี่มิลที่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย มิกซ์ยืนจ้องมองพี่มิลตาเขม็งอย่างกับจะเข้ามากระชากคอเสื้อถ้าไม่มีฉันยืนคั่นกลางไว้ซะก่อน ให้ตายสิ

             “พี่มิลคะ นี่น้องชายหนูเองค่ะชื่อมิกซ์ เป็นน้องชายคนละพ่อ” ระหว่างทางที่ขึ้นรถพี่มิลมาลงที่คอนโดฯ จนเดินขึ้นมาบนห้อง ทั้งสองก็คงยังจ้องมองกันตาเขม็งอย่างกับมีสายฟ้าฟาดกันไปมาทางสายตาอย่างไรอย่างนั้น

             “มิกซ์ ส่วนนี่พี่มิล เป็น...” ฉันหันหน้ามามองทางหนุ่มรุ่นพี่ไม่รู้ว่าควรจะแนะนำในฐานะอะไรดี

             “เป็นพ่อของลูกในท้องมน” พี่มิลชิงตัดพูดขึ้นมาเสียก่อน

             “นี่พี่ทำพี่สาวผมท้องเหรอ” มิกซ์ลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงนอนหวังจะเข้ามากระชากคอเสื้อของพี่มิลดีที่ฉันรีบเข้าไปห้ามไว้เสียก่อน พี่มิลรีบลุกขึ้นมาแล้วดันมิกซ์ให้ออกห่างจากฉันจนเกิดเหตุการณ์ชุลมุน

             “หยุดนะ เดี๋ยวสะเทือนเด็กในท้อง” พี่มิลเอาแขนมากันตัวฉันไว้จนมิกซ์มองตาค้างด้วยความตกตะลึง พี่มิลก้มลงมาถามฉันด้วยน้ำเสียงอ่อน “เธอเป็นอะไรหรือเปล่า”

             ฉันส่ายหน้าตอบเมื่อเห็นว่ารุ่นพี่หนุ่มมีสีหน้าที่จริงจังก่อนจะช้อนสายตาหันไปมองน้องชายฉันอย่างคาดโทษ

            “พี่เป็นแฟนกับพี่สาวผมเหรอ” มิกซ์ยอมถอยหลังแล้วกลับไปนั่งดี ๆ

            “จะว่างั้นก็ไม่ใช่อะมิกซ์ พวกเราแค่พลาดอะ” น้องชายฉันช้อนสายตาขึ้นไปมองพี่มิลอย่างไม่เกรงกลัว

            “แล้วผมจะมั่นใจได้ยังไงว่าพี่จะดูแลพี่สาวผมได้”

            “พี่โตแล้ว พี่พูดคำไหนคำนั้นแน่นอน”

            “ผมจะคอยจับตาดูพี่ให้ดีเลย” มิกซ์ยกแขนขึ้นมากอดอก

            “พอเลย ๆ พอเลยทั้งคู่อะ” ฉันรีบเข้ามาขวางระหว่างทั้งสองเอาไว้ “เรามาทานข้าวกันเถอะค่ะ มิกซ์ทานด้วยกันนะ”

            “อยู่แล้วครับ ผมจะได้จับตามองพี่ให้ดีเลยพี่มิล”

             ฉันเดินออกมาหาพี่มิลที่ยืนเหม่อมองออกไปนอกระเบียงห้องอย่างเลื่อนลอย

             “ยังไม่ง่วงเหรอคะ” วันนี้พี่มิลขอนอนด้วยเพราะไม่อยากกลับบ้าน ตอนแรกฉันก็รู้สึกแปลก ๆ ที่มีผู้ชายคนอื่นมานอนในห้องแต่ก็เริ่มชินขึ้นมาบ้างแล้ว อย่างที่บอกไปว่าฉันชินเวลาที่มีพี่มิลอยู่ด้วยแล้ว รวมทั้งไอ้น้องชายตัวแสบที่นอนเฝ้าฉันอยู่บนพื้นข้างเตียงนั้นด้วย

            “พี่ยังไม่ง่วงอะ ไม่ชินที่น้องเธอมานอนด้วย” ฉันหัวเราะออกมาเมื่อเห็นแววตาไม่พอใจของพี่มิล

            “ฉันก็ไม่ชินเหมือนกัน เดือนนี้ฉันเองก็ปรับตัวเยอะเหมือนกันนะคะ” พี่มิลขมวดคิ้วแล้วหันมามองหน้าฉัน

            “พี่ว่าจะถามเธอนานแล้ว ทำไมกับธิดาเธอแทนตัวเองว่าหนูคะหนูขา แล้วทำไมกับพี่ถึงเป็นฉันล่ะ แบบนี้มันดูห่างเหินไปนะทั้งที่เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” ใบหน้าของฉันเห่อร้อนขึ้นมาภายใต้ความมืด

            “ก็พี่ธิดาเป็นพี่ที่ฉันทั้งรักและเคารพนี่คะ” พี่มิลโน้มใบหน้าลงมาหาฉันเสียจนฉันเบิกตากว้างเมื่อใบหน้าของเราทั้งสองเข้ามาใกล้กันเสียจนหัวใจมันเต้นระรัวผิดปกติ

            “แล้วพี่ไม่ใช่รุ่นพี่ที่เธอเคารพและรักบ้างเหรอ” ฉันกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะรีบดันอกของร่างสูงให้ออกห่างเพราะทำตัวไปถูก

            “มันยังไม่ชินนี่คะ ขอเวลาฉันก่อนก็แล้วกัน” พี่มิลหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหันออกไปมองแสงไฟในเมืองหลวงที่ไม่เคยดับสนิทลงเลยสักคืน

            “เวลาเธอเขินก็น่ารักเหมือนกันนะ”

            “พี่มิล” ฉันขึ้นเสียงใส่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง

วันนี้พี่มิลส่งข้อความมาบอกฉันว่าติดประชุมเรื่องการประเมินของพี่เขา ฉันตื่นเต้นแทนอย่างบอกไม่ถูก เพราะถ้าพี่เขาประเมินผ่านนั่นก็หมายความว่าพวกเราจะได้เป็นครอบครัวกันจริง ๆ แล้ว

แล้วทำไมฉันต้องดีใจด้วยเนี่ย

ฉันเลยต้องเดินทางกลับคอนโดฯ เอง ถึงแม้ปกติมันจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉัน แต่พอมีคนคอยมาส่งบ่อย ๆ ก็กลายเป็นว่าฉันไม่ชินกับการกลับบ้านคนเดียวซะแล้วสิ

แต่วันนี้มันแปลกไปน่ะสิ พอฉันมาถึงห้องฉันก็รู้สึกปวดหน่วง ๆ ที่ท้องน้อยขึ้นมาแปลก ๆ จนต้องค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่งบเตียงนอนแล้วใช้มือมากุมท้องของตัวเองไว้

มันไม่ควรจะมีอาการแบบนี้ตอนท้องสิ หรือว่ามันเกิดเรื่องไม่ดีอะไรกับลูก

พอคิดได้อย่างนั้นสิ่งแรกที่ฉันนึกถึงคือโรงพยาบาล ฉันรีบเด้งตัวขึ้นมาก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อบนที่นอนของฉันมีคราบเลือดติดอยู่ที่

ผ้าปูที่นอนหลังจากที่ฉันลุกขึ้นมา

ลมหายใจของฉันถี่กระชั้นด้วยความแตกตื่น ฉันรีบคว้าโทรศัพท์มือถือเพื่อที่จะโทร.หาพี่มิลทันทีแต่พอนึกได้ว่าพี่มิลติดประชุมฉันก็รีบเปลี่ยนเป็นเบอร์ล่าสุดที่เมมไว้ในมือถือ

มิกซ์ (น้องชาย)

มิกซ์รีบพาฉันมาโรงพยาบาลทั้งที่สวมใส่ชุดนักเรียน ในตอนนั้น

ฉันเองรู้สึกเป็นกังวลอย่างบอกไม่ถูกตอนที่พยาบาลซักไซ้ประวัติเรื่องการตั้งครรภ์ ฉันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดวิตก แต่ผลตรวจทำให้ฉันช็อกยิ่งกว่า

“หมอไม่ตรวจพบการตั้งครรภ์ของคนไข้นะคะ” คำพูดของคุณหมอเหมือนมีสายฟ้าฟาดกลางร่างของฉันจนเนื้อตัวชาไปหมด

“เป็นไปไม่ได้ค่ะคุณหมอ ตอนนั้นที่ตรวจครรภ์มันขึ้นสองขีดนะ แถมหนูยังมีอาการอาเจียนเวียนหัว ประจำเดือนหนูก็ไม่มา” ฉันพูดเสียงสั่น

“อาการตกเลือดที่คนไข้เข้าใจนี่เป็นประจำเดือนของคนไข้เองนะคะ ส่วนอาการคลื่นไส้อาเจียนหรือประจำเดือนมาไม่ตรงก็อาจจะเกิดจากหลายปัจจัย เช่นความเครียดสะสมก็ได้ค่ะ แล้วก็การตรวจครรภ์บางครั้งผลก็ไม่ได้ออกมาตรงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ อาจเป็นผลลวงที่มีสารปนเปื้อนในปัสสาวะจากการทานยาบางตัวก็ได้ค่ะ เช่นพวกกลุ่มยาแก้แพ้ก็อาจทำให้เกิดผลลวงได้”

ในหัวของฉันมันว่างเปล่าไปหมดจนฉันเอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้

ด้วยความสิ้นหวัง มิกซ์รีบเข้ามาประคองฉันแล้วพาฉันเดินออกมาจากห้องตรวจ

“ไม่ท้องก็ดีแล้วนี่พี่มน ทำไมพี่ทำหน้าเหมือนโลกจะถล่มอย่างนี้อะ” ฉันเงยหน้าขึ้นมามองน้องชาย นั่นสิ ทำไมกันนะ

“มน เกิดอะไรขึ้นอะ เธอส่งข้อความมาบอกพี่ว่าอยู่โรงพยาบาล พี่ตกใจแทบแย่” พี่มิลเดินเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่น ใบหน้าหล่อมีเหงื่อเต็มขมับ ยิ่งฉันเห็นหน้าของรุ่นพี่หนุ่มฉันก็รู้สึกเจ็บในใจอย่างบอกไม่ถูก

“พี่มิลคะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

ฉันพาพี่มิลเดินเข้ามาในบันไดฉุกเฉิน แล้วหันหลังให้ร่างสูง

“มน บอกพี่มาเถอะ เกิดอะไรขึ้น” ฉันพยายามคุมน้ำเสียงสั่นเครือของตัวเองไว้

“ไม่มีลูกแล้วค่ะพี่มิล”

“หมายความว่ายังไงอะมน” พี่มิลรีบเข้ามาจับที่แขนของฉันเบา ๆ แล้วจับให้ฉันหันมาคุยกันดี ๆ ในตอนนั้นเองน้ำตาของฉันมันก็ไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“พวกเราไม่ได้มีลูกด้วยกันตั้งแต่แรก ฉันไม่ได้ท้องค่ะ” ฉันพูดด้วยเสียงสั่นเครือระคนกับสะอื้นไห้ออกมา เรียวขาของฉันมันไร้เรี่ยวแรงเสียจนจะทรุดลงไปนั่งบนพื้น แต่ก็ยังใช้แขนค้ำกับผนังเอาไว้ พี่มิลก็คงจะรู้สึกช็อกไปเช่นกันถึงได้ปล่อยมือออกจากฉันแล้วถอยหลังจนชิดกับผนังอย่างอ่อนแรง

“มัน... หมายความว่ายังไงอะมน” พี่มิลยังคงถามด้วยไม่อาจเชื่อความจริง

“ผลตรวจมันเป็นผลลวงค่ะ ฉันไม่ได้ท้องจริง ๆ” ชายหนุ่มก้มหน้าลงแล้วยกมือขึ้นมาปิดหน้า ยิ่งพี่มิลแสดงออกมาว่าผิดหวังมากเท่าไรในใจฉันมันก็รู้สึกเจ็บมากเท่านั้น

“เธอพูดจริงเหรอ” พี่มิลเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉัน ดวงตาคมแดงก่ำน้ำตาคลออย่างน่าสงสาร

“ฉันขอโทษที่ทำให้พี่เสียเวลานะคะ แต่ต่อจากนี้ถ้าไม่มีลูกแล้วพวกเราก็ไม่มีอะไรยุ่งเกี่ยวกันอีกแล้ว” ฉันยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาบนแก้มเนียนของตัวเอง “จากนี้พวกเรา... ไม่ต้องเจอกันอีกแล้วนะคะ”

“มน” ฉันรีบเดินออกไปจากทางบันไดหนีไฟโดยไม่หันกลับมามองพี่มิลอีก ฉันตัดสินใจบล็อกการติดต่อของพี่มิลทุกช่องทางหลังจากนั้น เพื่อตัดพี่มิลให้ออกไปจากชีวิตอย่างที่มันควรจะเป็น แต่ทำไมในหัวใจมันไม่เคยทำได้สักที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เด็กของรามิล   ตอนพิเศษ 2 ครอบครัว

    หลังจากที่ฉันรู้ตัวว่าตัวเองท้องพี่มิลก็ไม่ปล่อยให้ฉันได้ทำงานหนักอีกเลย แถมยังตามใจสุด ๆ ฉันอยากได้อะไร พี่มิลก็จะซื้อให้โดยที่ไม่ต้องขอเลยสักนิด อยากกินอะไรก็ได้กิน จนตอนนี้ฉันมีน้ำมีนวลขึ้นเป็นกอง ไม่เป็นไรลูกคลอดก็คงจะกลับมาเฟิร์มเอง นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ใกล้ถึงวันกำหนดคลอดเต็มที ฉันกับพี่มิลตื่นเต้นเอามาก ๆ ฉันไปอัลตราซาวนด์มา ลูกแข็งแรงมาก แถมยังเป็นเพศชายสมใจอยากอีกต่างหาก “พี่มิลคะ พี่อยากตั้งชื่อลูกว่าอะไรเหรอ” ฉันเอ่ยถามระหว่างที่พี่เขากำลังนั่งลูบท้องของฉันอยู่อย่างอ่อนโยน “พี่อยากให้ลูกชื่อมิ่งขวัญ” พี่มิลพูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ทำไมถึงชื่อมิ่งขวัญเหรอคะ” ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “มิ่งขวัญแปลว่าผู้เป็นที่รัก เพราะลูกเกิดจากความรักของเราสองคน และพี่ก็อยากให้ลูกเป็นที่รักของคนอื่น ๆ” ชายหนุ่มโน้มตัวลงมานอนข้าง ๆ กันก่อนจะสวมกอดฉันเอาไว้ “โตมาจะเป็นพวกมากรักเหมือนพ่อไหมเนี่ย” ฉันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหลับตาลงในอ้อมกอดของคนรัก “แต่เป็นชื่อที่เพราะมากจริง ๆ นะคะ” ในคืนนั้นฉันรู้สึกไม่สบายตั

  • เด็กของรามิล   ตอนพิเศษ 1 ชีวิตสมรส

    หลังจากที่พวกเราแต่งงานกัน เวลาก็ล่วงมาถึงสองปีแล้ว พวกเรายังคงใช้ชีวิตหวานชื่นอย่างที่คู่รักหลังแต่งงานทั่วไปควรจะเป็น เวลาว่างก็พากันไปเที่ยวเล่น เติมความหวานในชีวิตให้แก่กันและกัน จนพวกเราได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะมีลูก ฉันอยากมีลูกมาก ๆ ไม่ต่างจากพี่มิลหรอก ฉันอยากมีลูกชายมาก ส่วนพี่มิลบอกว่าจะลูกสาวหรือลูกชายอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น พวกเราเริ่มปรึกษาหมอเรื่องการมีลูก ซื้อหนังสือมาอ่าน เข้าคอร์ส อบรมมากมายเพื่อเตรียมพร้อม และแน่นอนว่าพี่มิลค่อนข้างจะตื่นเต้นจนฉันรู้ตัวอีกทีพี่เขาก็ซื้อบ้านใหม่เพื่อเตรียมห้องให้เจ้าตัวเล็กถึงสองคน ฉันว่าฉันตื่นเต้นมากแล้วนะ แต่พี่มิลตื่นเต้นมากกว่าฉันซะอีก “พ่อกับแม่อยากมีหลานชายหรือหลานสาวคะ” ฉันเอ่ยถามทั้งแม่และลุงภูมิที่กำลังนั่งนับเงินหลังจากที่ร้านปิด ตอนนี้ฉันเรียกลุงภูมิว่าพ่อได้อย่างสนิทใจแล้ว เพราะลุงภูมินั้นรับฉันเป็นลูกบุญธรรมแบบถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนนามสกุลฉันก็เปลี่ยนมาใช้ของพี่มิลหลังจากที่แต่งงานกัน ไม่ต้องพูดถึงพ่อแท้ ๆ ตั้งแต่ที่ฉันมาอยู่กับแม่ก็ขาด

  • เด็กของรามิล   บทที่ 25 The End

    หลังจากการฝึกงานอันแสนหนักหนาสิ้นสุดลง ฉันก็หมกตัวอยู่กับการทำโพรเจกต์จบจนตัวเองไม่ได้หลับไม่ได้นอน รวมทั้งไม่ได้เจอพี่มิลด้วย พี่มิลน่ารักกับฉันอยู่เสมอ คอยเอาใจใส่แม้ในวันที่ฉันจะยุ่งปางตายก็ตามจนในที่สุดฉันก็เรียนจบได้โดยสวัสดิภาพ ตอนนี้เลยมานอนแนบตักของพี่มิลเพื่อให้คลายเหนื่อยซะหน่อย “เรียนจบแล้ว แต่งงานกันเลยดีไหมคะ” พี่มิลเอ่ยถามพลางลูบหัวของฉันไปพลาง “พี่มิลไม่อยากใช้ชีวิตดูก่อนเหรอคะ พวกเราไปเที่ยวกันเยอะ ๆ พอมีลูกคงจะเหนื่อยน่าดู แล้วก็พวกเราจะได้เตรียมพร้อมเพื่อเป็นพ่อเป็นแม่ที่ดีไงคะ” ฉันพูดทั้งที่ยังหลับตาพริ้มอยู่บนตักของคนพี่ “พี่ก็ว่างั้นแหละ ทำไงได้มีเมียเด็กก็ต้องตามใจ” ฉันฉีกยิ้มกว้างก่อนจะเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง “ว่านอนสอนง่ายมากค่ะพี่มิล” เพื่อเป็นรางวัลฉันเลยโน้มใบหน้าเข้าไปหอมแก้มขาวของคนพี่ฟอดหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อจะลุกไปหาอะไรมากิน “วันงานปริญญาของเธอ พี่อาจจะไปไม่ได้นะ” มือที่กำลังจะเอื้อมไปเปิดตู้เย็นถึงกับชะงักทันที วันสำคัญทั้งที่แต่กลับไม่ว่างงั้นเหรอ อยากจะงอนน

  • เด็กของรามิล   บทที่ 24 เลี้ยงส่ง

    “ในที่สุดพวกเราก็ได้มาเลี้ยงส่งให้พวกน้อง ๆ ฝึกงานสักที อ้าว ชน” พวกเราทั้งสี่คนชนแก้วกันบนโต๊ะในร้านของรุ่นพี่ในคณะที่กลุ่มของพี่มิลรู้จักมักคุ้นเลยมักจะพามาสังสรรค์บ่อย ๆ “อันที่จริงก็ไม่อยากให้น้องมนไปเลย พอไปแล้วคงจะเหงาแย่” รุ่นพี่คนหนึ่งทำหน้ามู่ทู่ราวระคนกับเศร้าสร้อย “อย่าเศร้าสิคะ หนูจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ นะ” ฉันว่าด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มก่อนจะยกเครื่องดื่มขึ้นดื่ม แน่นอนว่าฉันก็ยังดื่มน้ำหวานอยู่ดี คราวนี้พี่มิลคุมเองทุกแก้วไม่มีสารปนเปื้อนแน่นอน “เออน้องมน ตอนที่เราไปทะเลกันพี่ไม่ค่อยเห็นน้องมนเลย หายไปไหนมาเหรอคะ” แก้วเครื่องดื่มในมือฉันเริ่มสั่นคลอนเพราะใจสั่นที่กระตุกวูบ ฉันเงยหน้าขึ้นมาพลางฝืนยิ้มให้ปกติที่สุด “คือว่า... อ๋อ ๆ มนมีเพื่อนอยู่แถวนั้นพอดีเลยไปหาเพื่อนน่ะค่ะ” ฉันพูดแถไปอย่างนั้นทั้งที่ฉันก็เอาแต่กกตัวอยู่กับพี่มิลในห้องพักนั่นแหละ “ไม่เนียนนะคะลูกสาว” กลายเป็นว่าพวกรุ่นพี่ดันจับพิรุธได้พลางส่งสายตาจับผิดมาทางฉันกันยกใหญ่ “แอบคบกับคนในบริษัทก็บอกค่ะ พวกพี่จะไม่บอกใครสัญญา” ฉันกลืนน้ำลายเอื้อกให

  • เด็กของรามิล   บทที่ 23 แกะของขวัญ NC

    หลังจากที่ทานอาหารเสร็จเรียบร้อย พี่รดากับพ่อก็ขอตัวเพื่อจะกลับบ้าน ส่วนฉันกับพี่มิลก็กลับมาที่คอนโดฯ ของพี่มิลเหตุผลเพราะพี่มิลรอของขวัญวันเกิดจากฉันอยู่ ระหว่างทางกลับบ้านฉันรู้สึกเสียวสันหลังวาบชอบกลยามที่สายตาของคนพี่จ้องมองมา อย่างคาดหวังเยอะได้ไหมใจคอมันไม่ดี พอมาถึงห้องฉันก็บอกให้พี่มิลรอฉันอยู่ที่ห้องนั่งเล่นก่อนแล้วขอจัดแจงอะไรสักพัก ฉันรีบมุ่งตรงมาที่ห้องน้ำก่อนที่จะเปิดน้ำในอ่างแช่น้ำอันใหญ่ในห้องน้ำของพี่มิล หลังจากนั้นก็โรยกลีบกุหลายแล้วจุดเทียนเพิ่มบรรยากาศเสียหน่อย “พี่มิลคะพร้อมแล้วค่ะ” ฉันออกมายืนรอหน้าห้องน้ำด้วยชุดคลุมอาบน้ำยิ่งทำให้ชายหนุ่มดวงตาวาววับยิ่งขึ้นไปอีก “จะเล่นอะไรคะเนี่ย” พี่มิลย่างเท้าเดินเข้ามาใกล้ด้วยดวงตาเจ้าเล่ห์รอยยิ้มบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังชอบใจ “บอกไปก็ไม่เซอร์ไพรส์สิคะ” ฉันว่าก่อนจะดันให้ร่างสูงเข้าไปในห้องน้ำที่ปิดไฟมือสนิทมีเพียงแสงสว่างรำไรจากแท่งเทียนหอมที่ถูกวางไว้แต่ละจุดในห้องน้ำเพื่อสร้างบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติก เสียงประตูถูกปิดลงก่อนที่ฉันจะเดินเข้าไปเปิดตู้เย็นแล้วหยิ

  • เด็กของรามิล   บทที่ 22 ของขวัญวันเกิด

    วันนี้เป็นวันธรรมดาวันหนึ่งที่ฉันมาทำงานอย่างเช่นปกติ เพียงอีกแค่สามวันเท่านั้นที่ฉันจะฝึกงานจบเสียที มิกซ์กลัวว่าฉันจะโดนคุณวิรชาตามราวีอีก เจ้าตัวแสบเลยจะมารับในตอนเย็น ฉันเลยเดินลงมาเพื่อที่จะมองหาน้องชายของตัวเองจะได้กลับบ้านพร้อมกัน “มน” ฉันหันหน้าไปมองตามเสียงเรียกก่อนจะเผยรอยยิ้มเมื่อเห็นพี่รดาเดินเข้ามาหา “พี่รดา หายเจ็บแล้วเหรอคะ” ฉันเดินเข้าไปหารุ่นพี่สาวที่กำลังจะเดินสวนทางฉันขึ้นไปยังบริษัท “อื้อ หายแล้ว อันที่จริงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย พี่มิลอะเวอร์” หญิงสาวหัวเราะร่วน “พี่รดาหายเจ็บแล้วหนูก็สบายใจ มิกซ์เป็นห่วงพี่มากนะคะ” พี่รดานิ่งเงียบไปก่อนจะเผยยิ้มขึ้นมาถึงแม้ว่ามันจะดูฝืนไปสักหน่อย “พี่ต้องขอโทษแทนแม่พี่อีกครั้งนะ” หญิงสาวเอื้อมมือมากุมมือของฉันเอาไว้พลางเอ่ยคำขอโทษออกมาด้วยใจจริง “หนูยอมหายโกรธเพราะพี่นะคะ” พี่รดายกยิ้มอย่างโล่งใจ “พรุ่งนี้วันเกิดพี่มิล คุณพ่อพี่อยากเจอเธอนะ” ฉันถึงกับรีบหันขวับไปสบตากับพี่รดาด้วยความตกตะลึง “อะไรนะคะ พ่อพี่มิลอย

  • เด็กของรามิล   บทที่ 18 กฎข้อที่สาม NC

    พาร์ตรามิล ผมนึกย้อนกลับไปในอดีตเมื่อราว ๆ สองปีที่แล้ว ในตอนนั้นผมแทบจะตั้งตัวไม่ทันเรื่องลูก รวมทั้งเรื่องมนด้วย ผมกลับมาที่คอนโดฯ ของตัวเองแล้วยืนมองอยู่หน้าห้องเด็กเล็กที่ผมตั้งใจออกแบบ ตอนนี้มันกำลังอยู่ในขั้นตอนทาสีใหม่ ผมทอดสายตามองมันด้วยความว่างเปล่

  • เด็กของรามิล   ตอนที่ 3 รสของอดีต

    นี่ก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้วจากคืนนั้น ฉันกับพี่รามิลไม่ได้ติดต่ออะไรกันอีกและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขในช่วงวันปิดเทอมของตัวเอง ฉันไม่อยากกลับไปที่บ้านเพราะต้องกลับไปเจอพ่อกับเด็กเลี้ยงของตัวเอง แม่ใหม่ที่อายุไม่ต่างจากฉันเท่าไร มื้อเย็นของวันนี้ฉันตั้งใจที่จะลงมาหาข้าวกิน

  • เด็กของรามิล   ตอนที่ 2 อดีตแสนเร่าร้อน

    “ที่จริงเธอก็สวยเหมือนกันนะเนี่ย” ถ้อยคำที่ฉันได้ยินจากปากชายหนุ่มมาครึ่งค่อนชีวิต แต่ทำไมพออยู่ในสถานการณ์แบบนี้ใจมันถึงได้เต้นแรงอย่างบอกไม่ถูกกันนะ สายตาค่อย ๆ เคลื่อนต่ำลงมายังริมฝีปากหนาของคนบนร่าง ไม่รู้ทำไมร่างกายฉันมันถึงได้ร้อนรุ่มอย่างนี้ “อย่ามองกันอย่างนั้นสิ ความอดทนพี่ก็ม

  • เด็กของรามิล   ตอนที่ 1 ปฐมบท

    ในเช้าแสนสดใสของนักศึกษาฝึกประสบการณ์จะมีอะไรไปมากกว่าการได้นั่งจิบกาแฟก่อนมาทำงานอีก เฮ้อ อากาศในตอนเช้า นั่งมองพระอาทิตย์ขึ้นจากระเบียงคอนโดฯ มันจะมีอะไรดีไปกว่าการได้นอนเต็มอิ่มทั้งคืน “พี่มน ยาสีฟันหมด” น้องชายตัวดีชะโงกหน้าออกมาเรียกชื่อฉัน ใช่ ฉันเอง มน หรือกชมน นักศ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status