จากนั้นดิวก็เดินกลับไปขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไปจากเรือนไม้สัก โดยมีน้ำพั้นซ์มองตามจนสุดสายตาด้วยความเป็นห่วง จนกระทั่งได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น เธอจึงหันกลับมามองเจ้าของเสียง
"เป็นห่วงแฟนที่โดนอาว่าเหรอ ถึงได้มองตามขนาดนั้น" เตชินท์อดไม่ได้ที่จะพูดประชดประชันคนตัวเล็ก เพราะท่าทีของเธอที่ดูเป็นห่วงเป็นใยอีกฝ่ายทำให้เขาหงุดหงิดในใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
"พี่ดิวไม่ใช่แฟนหนูค่ะ แค่พี่ชายที่รู้จักกันเท่านั้น"
ทว่าคำตอบของคนตัวเล็ก ทำให้เตชินท์หันใบหน้าหลบไปอีกทางแล้วลอบกระตุกยิ้มด้วยความพอใจ จากนั้นก็หันกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม ก่อนจะทำทีพูดประชดออกไปอีกครั้ง
"เหรอครับ อาก็นึกว่าแฟนเห็นนั่งตัวติดกันเชียว"
"พวกเราโตมาด้วยกันค่ะ เลยสนิทกันมาก"
"ถึงจะสนิทกันมากแค่ไหน แต่หนูพั้นซ์ก็เป็นผู้หญิง ไม่ควรจะใกล้ชิดผู้ชายขนาดนั้น อาหวง" เตชินท์ตั้งใจที่จะพูดคำว่าหวงออกมาชัดเจน จ้องมองคนตัวเล็กไม่วางตา
"หวง อ๋อ คงจะหมายถึงเป็นห่วงใช่ไหมคะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงหนู คราวหลังหนูจะระวังให้มากกว่านี้ค่ะ" คราแรกก็ตกใจกับคำว่าหวงของคนตัวโต แต่พอคิดได้ว่าเขาอาจจะหมายถึงเป็นห่วงเธอแบบลูกแบบหลานก็รู้สึกเบาใจ
"อาห่วงอยู่แล้วครับ แต่เมื่อกี้อาบอกว่า อา หวง" เตชินท์พูดเน้นย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่ต่างจากใบหน้า ทีแรกเขาว่าจะค่อยเป็นค่อยไป แต่พอเห็นผู้ชายคนอื่นมายุ่งกับคนตัวเล็กของเขาต่อหน้าต่อตาแบบนี้ เขาจึงทนกับความหึงหวงไม่ไหว ถ้าจะให้ค่อยเป็นค่อยไปเขากลัวว่าคนตัวเล็กอาจจะหวั่นไหวให้กับชายหนุ่มคนอื่นเสียก่อน
"อะ อาเต พูดอะไรคะ"
น้ำพั้นซ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ทั้งที่เข้าใจดีแต่ก็ยังจะถาม แก้มสาวเห่อร้อนแดงก่ำขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จนเตชินท์เห็นแล้วก็นึกเอ็นดู อยากจะยื่นมือไปบีบแก้มป่องๆที่แดงอยู่แล้วให้มันแดงขึ้นอีก แต่ก็ไม่อยากทำรุ่มร่ามกับเธอตอนนี้
"ที่ถามนี่ แน่ใจนะครับว่าไม่เข้าใจที่อาพูด" เขาถามเชิงหยอกเย้า เพราะอดไม่ได้ที่จะแกล้ง
"ไม่เข้าใจค่ะ อาเตอิ่มยังคะหนูจะได้เก็บจาน" น้ำพั้นซ์ตอบออกไปทันที ก่อนจะเอ่ยถามเปลี่ยนเรื่องเพราะอยากหนีไปจากสถานการณ์ตอนนี้เหลือเกิน เธอก้มหน้างุด เม็มปากเข้าหากันแน่น ใจดวงน้อยสั่นระรัวเต้นผิดจังหวะไปหมด ตอนนี้เธอไม่กล้าเงยหน้าสบตากับคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เธอไม่เข้าใจตัวเองเลย ว่าทำไมต้องเสียอาการเมื่ออยู่กับเขา ทั้งที่ปกติเธอเป็นคนพูดจาฉะฉาน ช่างพูดช่างจา ต่อปากต่อคำเก่ง เรียกว่าเก่งไปเสียทุกเรื่อง แต่พออยู่กับคนตรงหน้าคนนี้ เธอก็ไม่ต่างอะไรกับลูกแมวน้อยเชื่องๆเลย
ด้านเตชินท์ถึงกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หยุดเมื่อเห็นท่าทีของคนตัวเล็ก ไหนจะแก้มแดงๆของเธออีก มันช่างน่ารักน่าเอ็นดูไปเสียหมด แต่เพราะไม่อยากทำให้เธออึดอัด เขาจึงเลือกที่จะเอ่ยตอบออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เก็บจานเลยก็ได้ครับอาอิ่มแล้ว"
"ค่ะ"
จากนั้นน้ำพั้นซ์ก็รีบเก็บจานใส่ถาด โดยไม่ยอมมองหน้าคนตัวโตเลย เมื่อเก็บจานเสร็จก็เดินเอาจานไปล้างตรงซิงค์ล้างจานในครัว โดยมีคนตัวโตมองตามการกระทำของเธออยู่ตลอดเวลาอย่างคนหลงใหล ราวกับต้องมนต์ให้เขาหยุดสายตาไว้แค่ที่เธอ
...ซึ่งครัวจะอยู่ใต้ถุนบ้านและเป็นครัวที่กั้นไม้เรียบจากพื้นขึ้นมาหนึ่งเมตร ฝากั้นห้องครัวใช้ไม้สักกั้นเว้นระยะเป็นร่องๆจึงทำให้คนข้างนอกมองเห็นคนข้างในได้ เป็นครัวกึ่งเปิดโล่ง ถัดมาก็จะเป็นห้องน้ำห้องเดียวที่ใช้ร่วมกัน มองเลยไปด้านหลังบ้านก็จะมีลูกหนำหรือกระท่อมหลังเล็กๆที่ตาบุญสร้างไว้นอนเล่นพักผ่อนยามนอนกลางวัน หรือตั้งวงกินเหล้าคนเดียว แบบชิลๆรับบรรยากาศธรรมชาติ รอบๆกระท่อมรายล้อมไปด้วยต้นผลไม้หลายชนิดที่ตาบุญปลูกไว้กิน มีทั้งต้นมะม่วงเบา มะม่วงมัน เงาะ ลำใย ละมุด มังคุด ลองกอง และผลไม้อีกหลายชนิดที่ตาบุญได้ปลูกไว้ในพื้นที่สวนหลังบ้านยาวไปถึงท้ายสวน...
เมื่อล้างจานเสร็จ น้ำพั้นซ์ก็เดินออกมาจากในครัว พอเห็นคนตัวโตยังนั่งอยู่ที่เดิม เธอก็ชะงักเล็กน้อยเพราะยังรู้สึกประหม่าอยู่ไม่หาย ก่อนจะเอ่ยถามเขาไปด้วยน้ำเสียงติดขัดเช่นเดิม
"อะ อาเตไม่ขึ้นบ้านเหรอคะ ทำไมยังนั่งอยู่อีก"
"อารอขึ้นบ้านพร้อมหนูพั้นซ์ครับ"
ได้ยินเช่นนั้นดวงตากลมโตก็กระพริบถี่ๆ กลอกตาไปมาไม่กล้าสู้สายตาคนตรงหน้าด้วยความเขินอาย ใจดวงน้อยสั่นระรัวราวกลองชุด แก้มสาวแดงก่ำราวลูกตำลึงสุก จนเตชินท์ที่มองอยู่ไม่ละสายตา ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความเอ็นดูเด็กน้อยตรงหน้าที่คล้ายกำลังเขินเขาอยู่ ยิ่งเห็นเธอเขินก็ยิ่งอยากแกล้ง ว่าแล้วก็ไม่รอช้า ลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้สักแล้วเดินเข้าไปหาคนตัวเล็ก ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ดวงหน้าเล็ก แล้วเลื่อนมือหนาขึ้นมาบีบแก้มป่องๆทั้งสองข้างเบาๆอย่างอดหมั่นเขี้ยวไม่ได้
น้ำพั้นซ์สะดุ้งทันทีกับการกระทำของคนตัวโตตรงหน้า ดวงตากลมโตสบกับดวงตาคู่คมอย่างกล้าๆกลัวๆ สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาที่กำลังบีบแก้มของเธอทั้งสองข้าง ทำให้เธอรู้สึกร้อนรุ่มในร่างแปลกๆคล้ายคนจะเป็นไข้ แต่เธอไม่ได้ปัดมือหนาออกจากแก้มของตัวเองแต่อย่างใด ปล่อยให้เขาบีบแก้มของเธออยู่อย่างนั้น โดยที่เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัวขนาดนี้ ทั้งที่เกิดมายี่สิบสองปียังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนได้ทำแบบนี้กับเธอเลย แม้กระทั่งดิวที่ว่าสนิทมากแล้ว เธอก็ไม่เคยปล่อยตัวกับดิวแบบนี้เลย อย่างมากก็แค่ลูบหัวแบบเอ็นดูตามประสาพี่ชายน้องสาว
"น่ารักจัง"
เสียงทุ้มเอ่ยออกมาลอยๆราวกับคนตกอยู่ในภวังค์ ทำเอาน้ำพั้นซ์ยิ่งเขินอายเข้าไปใหญ่ ทว่ามันก็ทำให้เธอได้สติในเวลาเดียวกัน เธอจึงเอ่ยพูดกับเขาไป
"นะ หนูขอตัวขึ้นบ้านก่อนนะคะ" เธอพูดพลางเบี่ยงใบหน้าออกจากมือหนา แล้วรีบเดินขึ้นบ้านไปทันที
เตชินท์มองตามหลังไวๆของคนตัวเล็กอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินขึ้นบ้านตามเธอไป โดยที่ปากหนายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หยุด รู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจไปหมดที่เห็นคนตัวเล็กมีท่าทีเขินเขา แถมเธอไม่มีท่าทีผลักใสหรือปฏิเสธสัมผัสของเขาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งทำให้เขารู้สึกมีความสุขมากอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อเข้ามาในห้องของตัวเอง น้ำพั้นซ์ก็เดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนที่นอนก่อนจะยกมือขึ้นมากุมแก้มทั้งสองข้างของตัวเอง ปากบางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความเขินอายจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่พอได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง เธอจึงหัดไปมอง แล้วรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาเป็นซีเซีย ก่อนจะเอ่ยถามออกไป"ไปไหนมาเหรอเซีย""ไม่ได้ไปไหนหรอก เราก็อยู่ที่ห้องเรากับอาศินั่นแหละ พอดีอาเตกลับขึ้นห้องมาแล้ว เราก็เลยมานี่น่ะ ให้อาๆได้พักผ่อนกัน วันนี้ขับรถมาทั้งวันคงจะเหนื่อย" ซีเซียเอ่ยตอบและพูดไปเรื่อยในขณะที่เดินไปจัดเตรียมเสื้อผ้าเพื่อลงไปอาบน้ำข้างล่างจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำเลย ก่อนจะเอ่ยถามน้ำพั้นซ์กลับบ้าง"พั้นซ์จะอาบน้ำเลยไหม ไปอาบก่อนก็ได้นะ""ไม่เป็นไร เซียอาบก่อนเลย""งั้นเราลงไปอาบน้ำก่อนนะ""อือ"จากนั้นซีเซียก็ลงไปอาบน้ำข้างล่างตามปกติ ส่วนน้ำพั้นซ์ก็กลับมานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนเดิมเพราะยังไม่หายเขินอายจากเหตุการณ์ข้างล่างเมื่อครู่ กระทั่งได้ยินเสียงกรีดร้องของซีเซียดังขึ้น"กรี๊ด!"ได้ยินเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็รีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนแล้ววิ่งออกไปนอกห้องทันที ไม่ต่างกับส
จากนั้นดิวก็เดินกลับไปขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไปจากเรือนไม้สัก โดยมีน้ำพั้นซ์มองตามจนสุดสายตาด้วยความเป็นห่วง จนกระทั่งได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น เธอจึงหันกลับมามองเจ้าของเสียง"เป็นห่วงแฟนที่โดนอาว่าเหรอ ถึงได้มองตามขนาดนั้น" เตชินท์อดไม่ได้ที่จะพูดประชดประชันคนตัวเล็ก เพราะท่าทีของเธอที่ดูเป็นห่วงเป็นใยอีกฝ่ายทำให้เขาหงุดหงิดในใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้"พี่ดิวไม่ใช่แฟนหนูค่ะ แค่พี่ชายที่รู้จักกันเท่านั้น"ทว่าคำตอบของคนตัวเล็ก ทำให้เตชินท์หันใบหน้าหลบไปอีกทางแล้วลอบกระตุกยิ้มด้วยความพอใจ จากนั้นก็หันกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม ก่อนจะทำทีพูดประชดออกไปอีกครั้ง"เหรอครับ อาก็นึกว่าแฟนเห็นนั่งตัวติดกันเชียว""พวกเราโตมาด้วยกันค่ะ เลยสนิทกันมาก""ถึงจะสนิทกันมากแค่ไหน แต่หนูพั้นซ์ก็เป็นผู้หญิง ไม่ควรจะใกล้ชิดผู้ชายขนาดนั้น อาหวง" เตชินท์ตั้งใจที่จะพูดคำว่าหวงออกมาชัดเจน จ้องมองคนตัวเล็กไม่วางตา"หวง อ๋อ คงจะหมายถึงเป็นห่วงใช่ไหมคะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงหนู คราวหลังหนูจะระวังให้มากกว่านี้ค่ะ" คราแรกก็ตกใจกับคำว่าหวงของคนตัวโต แต่พอคิดได้ว่าเขาอาจจะหมายถึงเป็นห่วงเธอแ
~~~~~ทว่าอยู่ๆเสียงรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขับเข้ามาทางประตูรั้วหน้าบ้าน ทำให้ทั้งสองที่นั่งกินข้าวกันอยู่หันไปมองยังรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวทันที เมื่อเห็นว่าเป็นใครน้ำพั้นซ์ก็ยิ้มออกมาตามปกติ ผิดกับอีกคนที่รู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลยเมื่อเห็นดิว เด็กหนุ่มในหมู่บ้านที่มาติดพันคนตัวเล็กของเขา แต่ภายนอกก็ยังคงนิ่ง ไม่ได้แสดงท่าทีความไม่พอใจใดๆออกมา...ดิวเป็นเด็กหนุ่มในหมู่บ้านและยังเป็นลูกกุหลีหรือลูกจ้างตัดยางในสวนของตาบุญ ดิวอายุมากกว่าน้ำพั้นซ์สองปี และชอบน้ำพั้นซ์ข้างเดียวมานานแล้ว โดยที่น้ำพั้นซ์เองก็รู้ว่าดิวคิดยังไงกับเธอ แต่เพราะเธอรู้จักดิวมาตั้งแต่เล็กๆและโตมาด้วยกันเล่นมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เธอจึงคิดกับดิวได้แค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งข้อนี้ดิวก็รู้ดี แต่เพราะเขารักน้ำพั้นซ์ด้วยใจจริง ไม่ได้หวังอะไรตอบแทน เขาจึงไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย อยู่ในฐานะไหนก็ได้ที่น้ำพั้นซ์อยากให้อยู่ ขอแค่ได้เป็นฝ่ายดูแลน้ำพั้นซ์เขาก็มีความสุขแล้ว..."มีอะไรพี่ดิว ทำไมมาซะค่ำเลย"เป็นน้ำพั้นซ์ที่เอ่ยพูดขึ้นมาก่อน ในขณะที่ดิวกำลังเอาขาตั้งรถลงแล้วเดินมาหาน้ำพั้นซ์ ก่อนจะนั่งลงข้างๆเธอ ทำเอาเตชินท์กัดฟ
เมื่อน้ำพั้นซ์ขับรถพ้นประตูรั้วบ้านเข้ามาก็ขับมุ่งตรงต่อไปยังโรงจอดรถข้างรั้วทันที พอเห็นว่าตากับยายยังไม่กลับจากวัดเพราะไม่เห็นรถกระบะของตาจอดอยู่ที่โรงจอดรถ ปากบางก็ระบายยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก โดยไม่ทันสังเกตเห็นคนตัวโตที่นั่งอยู่ใต้ถุนบ้านตรงโต๊ะไม้สักที่มองมาทางเธอ พอจอดรถเรียบร้อยน้ำพั้นซ์ก็เตรียมจะเดินไปยังใต้ถุนบ้านเพื่อกินข้าวเย็น ทว่าเมื่อหันไปเห็นคนตัวโตนั่งอยู่ใต้ถุนบ้านโดยมองมาที่เธอ สองเท้าเล็กก็หยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะเดินตรงไปหาเขาด้วยอาการประหม่าเล็กน้อย แล้วเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงติดขัด"เอ่อ อาเตมานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวคะ แล้วเซียล่ะคะ""น้องเซียอยู่บนบ้านครับ" เอ่ยตอบคนตัวเล็กจบ ปากหนาก็ยกยิ้มบางๆให้เธอ ทำเอาใจดวงน้อยสั่นระรัวกับรอยยิ้มของเขา ก่อนเสียงหวานจะเอ่ยถามเขาไปอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าของตัวเอง"แล้วกินข้าวกันหรือยังคะ" "น้องเซียกับไอศิกินแล้วครับ เหลือแค่อาที่ยังไม่ได้กิน""อ่าว ทำไมล่ะคะ หรือว่าอาเตยังไม่หิว" "หิวครับ แต่อารอกินเป็นเพื่อนหนูพั้นซ์"ได้ยินเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็ถึงกับชะงักไปอีกครั้งกับคำพูดของคนตัวโต แม้จะรู้สึกดีที่เขารอกินข้าวพ
ด้านน้ำพั้นซ์ขับรถมาถึงบ้านไข่ดำ ไม่ทันจะได้จอดรถสนิทเธอก็เอ่ยถามหาไข่ดำกับป้าแดงแม่ของไข่ดำที่นั่งกินข้าวอยู่หน้าบ้าน"ป้าแดงไอไข่ดำอยู่ไหมจ๊ะ""อยู่หลังบ้าน ไปแลตะ" (อยู่หลังบ้าน ไปดูสิ)ได้ยินเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็รีบเอาขาตั้งรถลง พอจอดรถเสร็จเธอก็รีบเดินไปหาไข่ดำหลังบ้านตามที่ป้าแดงบอกทันทีด้านไข่ดำที่นั่งชื่นชมปลากัดหลายตัวที่อยู่ในขวดแก้วใสๆหรือขวดเหล้าหงส์และขวดโซดา พอหันไปเห็นน้ำพั้นซ์ที่เดินมุ่งตรงมาทางตัวเอง ไข่ดำก็เอ่ยทักออกไปทันที"อ่าวพี่พั้นซ์ มาแลไอเงินเนาะ" (อ่าวพี่พั้นซ์ มาดูไอเงินเหรอ)"อือ ว่าจะมาดูตั้งแต่เช้าแล้วแหละ แต่เมื่อวานต้องมีใครไปบอกตาแน่ว่าพี่แอบไปเล่นปลากันที่บ้านพี่แสน พี่เลยโดนตาจับขังไว้ในห้องตั้งแต่เมื่อวาน นี่ตาก็เพิ่งปล่อยออกมาเนี่ยแหละ โคตรเซ็งเลย อย่าให้รู้นะว่าใครที่มันปากบอนไปบอกตา แม่จะไปจับแหกปากถึงบ้านเลยคอยดู" น้ำพั้นซ์พูดด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียด ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เพราะไม่รู้ว่าคนที่เอาเรื่องของเธอไปฟ้องตาเป็นใคร แต่ก็คงจะไม่พ้นพวกป้าข้างบ้านอีกเหมือนเดิม แค่ไม่รู้ตัวบุคคลแน่ชัดเท่านั้น เพราะพวกที่ชอบทำตัวเป็นป้าข้างบ้านมันมีเยอะเหลือเกิน"โหด
ด้านน้ำพั้นซ์เดินไปเดินมาอยู่ภายในห้องนอนของตัวเองอย่างร้อนใจ เพราะก่อนหน้านี้ซีเซียได้ส่งข้อความบอกเธอว่ามาถึงที่นี่แล้ว เธอจึงตั้งหน้าตั้งตารอว่าเมื่อไหร่ซีเซียจะมาช่วยเธอให้เป็นอิสระจากการถูกขังไว้ในห้องแบบนี้เสียที ทว่าพอได้ยินเสียงกึกกักๆคล้ายว่ากลอนประตูไม้หน้าห้องกำลังถูกเปิดออกจากคนข้างนอก น้ำพั้นซ์ก็ยิ้มออกมาได้จนแก้มแทบปริ และไม่รอช้าสองขาเรียวเล็กเดินกรูไปยังประตูห้องทันที และเมื่อประตูไม้คู่บานเล็กถูกผลักเข้ามาจากคนด้านนอก ก็ทำให้สองสาวสบตากันพร้อมเอ่ยเรียกชื่อกันและกันทันที"เซีย/พั้นซ์"หมับ!เห็นเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็ก้าวขาออกจากห้องแล้วกอดหมับคนที่มีศักดิ์เป็นพี่สาวทันทีด้วยความดีใจ ด้านซีเซียก็กอดตอบทันทีเช่นเดียวกัน ไม่นานสองสาวก็ผละกอดออกจากกัน แล้วเป็นน้ำพั้นซ์ที่เอ่ยพูดขึ้นก่อน"ขอบใจนะเซียที่มาช่วยเรา""ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เอง"ด้านสองหนุ่มใหญ่ที่ยืนมองอยู่ด้านหลังของซีเซีย ไม่ได้อยู่ในสายตาของน้ำพั้นซ์เลย เพราะมัวแต่ดีใจที่ซีเซียมาช่วย น้ำพั้นซ์จึงให้ความสำคัญแค่ซีเซียที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเท่านั้น กระทั่งซีเซียเอ่ยพูดขึ้น"อาศิกับอาเตก็มาด้วยนะ มัวแต่ดีใจอยู่นั่นแ