~~~~~
ทว่าอยู่ๆเสียงรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขับเข้ามาทางประตูรั้วหน้าบ้าน ทำให้ทั้งสองที่นั่งกินข้าวกันอยู่หันไปมองยังรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวทันที เมื่อเห็นว่าเป็นใครน้ำพั้นซ์ก็ยิ้มออกมาตามปกติ ผิดกับอีกคนที่รู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลยเมื่อเห็นดิว เด็กหนุ่มในหมู่บ้านที่มาติดพันคนตัวเล็กของเขา แต่ภายนอกก็ยังคงนิ่ง ไม่ได้แสดงท่าทีความไม่พอใจใดๆออกมา
...ดิวเป็นเด็กหนุ่มในหมู่บ้านและยังเป็นลูกกุหลีหรือลูกจ้างตัดยางในสวนของตาบุญ ดิวอายุมากกว่าน้ำพั้นซ์สองปี และชอบน้ำพั้นซ์ข้างเดียวมานานแล้ว โดยที่น้ำพั้นซ์เองก็รู้ว่าดิวคิดยังไงกับเธอ แต่เพราะเธอรู้จักดิวมาตั้งแต่เล็กๆและโตมาด้วยกันเล่นมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เธอจึงคิดกับดิวได้แค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งข้อนี้ดิวก็รู้ดี แต่เพราะเขารักน้ำพั้นซ์ด้วยใจจริง ไม่ได้หวังอะไรตอบแทน เขาจึงไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย อยู่ในฐานะไหนก็ได้ที่น้ำพั้นซ์อยากให้อยู่ ขอแค่ได้เป็นฝ่ายดูแลน้ำพั้นซ์เขาก็มีความสุขแล้ว...
"มีอะไรพี่ดิว ทำไมมาซะค่ำเลย"
เป็นน้ำพั้นซ์ที่เอ่ยพูดขึ้นมาก่อน ในขณะที่ดิวกำลังเอาขาตั้งรถลงแล้วเดินมาหาน้ำพั้นซ์ ก่อนจะนั่งลงข้างๆเธอ ทำเอาเตชินท์กัดฟันกรอดจนสันกรามขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับคนตัวเล็กของเขา ซึ่งแน่นอนว่าเตชินท์รู้จักดิวดี เพราะไม่มีเรื่องไหนที่เกี่ยวกับน้ำพั้นซ์แล้วเขาไม่รู้ แม้กระทั่งคนรอบตัวหรือคนที่เธอสนิทด้วยทุกคน เขารู้จักหมด
"พี่ได้ไหลมา กะเลยทำผัดเผ็ดไหลมาให้" (พี่ได้ปลาไหลมา ก็เลยทำผัดเผ็ดปลาไหลมาให้) ดิวพูดพร้อมกับชูกล่องผัดเผ็ดปลาไหลที่ถือติดมือมาด้วยให้น้ำพั้นซ์ดู ก่อนจะเปิดฝากล่องออกแล้ววางกล่องผัดเผ็ดปลาไหลไว้ตรงหน้าน้ำพั้นซ์
"หืม! หอมจัง น่ากินมากเลยพี่ดิว มาถูกจังหวะเลยนะ พั้นซ์กำลังกินข้าวอยู่พอดี" น้ำพั้นซ์หันไปพูดกับดิวทันทีที่จมูกได้กลิ่นหอมๆของแกงผัดเผ็ดปลาไหลตรงหน้า ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตรงนี้ไม่ได้มีแค่เธอกับดิว เธอจึงหันไปมองคนตัวโตที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเอ่ยแนะนำให้สองหนุ่มต่างวัยได้รู้จักกัน
"อาเตคะ นี่พี่ดิวเป็นลูกจ้างสวนยางของตาค่ะ พี่ดิวนี่อาเต เป็นอาของเซีย"
ดิวได้ยินเช่นนั้นจึงยกมือไหว้เตชินท์ทันทีอย่างเป็นมารยาท
"หวัดดีครับ" (สวัสดีครับ)
ด้านเตชินท์ไม่ได้พูดอะไร เขาแค่ยกมือรับไหว้อีกฝ่ายนิ่งๆ ถ้าไม่ติดว่าคนตัวเล็กนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย เขาไม่คิดจะรับไหว้ด้วยซ้ำ
"พี่ดิวกินข้าวมายัง ถ้ายังอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ"
คำพูดของคนตัวเล็กทำเอาเตชินท์ถึงกับมองดิวด้วยใบหน้าเข็มดุ จนดิวรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองเขาอยู่จึงหันไปมอง พอเห็นเตชินท์จ้องมองมาด้วยสายตาเขม้นคล้ายจะไม่พอใจ ดิวก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง แต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจ ก่อนจะหันกลับมาแล้วเอ่ยตอบน้ำพั้นซ์ด้วยใบหน้ายิ้มๆ
"พั้นซ์กินตะ พี่กินมาแล้ว" (พั้นซ์กินเลย พี่กินมาแล้ว)
ได้ยินเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็ไม่ได้เล้าหลืออะไรต่อ เธอแค่พยักหน้าให้ดิวด้วยใบหน้ายิ้มๆก่อนจะหันไปกินข้าวของตัวเองต่อ แต่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยถามอีกคน
"อาเตกินผัดเผ็ดปลาไหลไหมคะ อร่อยนะ แต่อาจจะเผ็ดหน่อยค่ะ" น้ำพั้นซ์ถามพลางถือวิสาสะตักผัดเผ็ดปลาไหลใส่จานให้คนตัวโต ทว่าเขากลับยกจานหนี เธอจึงชะงักเล็กน้อยก่อนจะดึงมือกลับมา แล้วเอ่ยขอโทษเขาไปด้วยสีหน้าเจื่อนๆ
"หนูขอโทษค่ะ หนูลืมไปว่าคนกรุงคงไม่กินอะไรพวกนี้"
"ไม่ใช่นะครับ อากินได้ ตักมาให้อาสิครับอาจะกิน" เตชินท์รีบพูดออกไปพร้อมกับยื่นจานข้าวของตัวเองไปตรงหน้าคนตัวเล็กทันทีเพื่อไม่ให้เธอเข้าใจเขาผิด ที่เขายกจานหนีไม่ใช่ว่าเขารังเกียจหรือไม่กินผัดเผ็ดปลาไหล แต่เพราะผัดเผ็ดปลาไหลเป็นของดิว เขาจึงไม่อยากแตะต้อง แต่เพื่อคนตัวเล็กเขาจึงยอมกินให้ แม้ว่านี่จะเป็นการกินผัดเผ็ดปลาไหลครั้งแรกของเขาก็ตาม
"ได้ค่ะ"
น้ำพั้นซ์รีบตักผัดเผ็ดปลาไหลในกล่องใส่จานข้าวให้คนตัวโตทันที ขณะที่ปากบางยิ้มไม่หุบจนลักยิ้มขึ้นบนแก้มทั้งสองข้าง ทำเอาสองหนุ่มต่างวัยที่มองเธออยู่ ยิ้มตามเธออย่างเอ็นดู ทว่าเมื่อเตชินท์เห็นดิวเอาแต่นั่งยิ้มโดยมองคนตัวเล็กของเขาอยู่ตลอด เขาก็เอ่ยพูดออกไปทันทีอย่างสุดจะทน
"ไม่คิดจะกลับบ้านไปนอนหรือไง มานั่งอยู่บ้านผู้หญิงนานๆในเวลานี้ผู้หญิงเค้าจะเสียหายเอาได้ หรืออยากให้หนูพั้นซ์เป็นขี้ปากชาวบ้าน"
ขณะที่พูด ดวงตาคู่คมก็จ้องมองดิวไม่วางตาด้วยท่าทีนิ่งๆ ดูน่าเกรงขาม จนทำให้ดิวรู้สึกแปลกๆเข้าไปใหญ่ ดิวไม่ได้กลัว แต่แค่รู้สึกว่าสายตาที่อีกฝ่ายมองมามันไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ก่อนจะเอ่ยพูดออกไปด้วยท่าทีนอบน้อมเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่
"ผมขอโทษครับ หนหลังผมจะวังให้มากหวานี้ครับ" (ผมขอโทษครับ คราวหลังผมจะระวังให้มากกว่านี้ครับ)
"อืม"
เตชินท์เอ่ยแค่นั้นเพียงคำเดียวสั้นๆ ซึ่งเขาก็พอจะฟังภาษาถิ่นออกอยู่บ้าง แม้จะไม่เข้าใจในบางคำไปบ้างก็เถอะ จากนั้นเขาก็กินข้าวต่อ ทำเหมือนไม่สนใจอะไร ทว่าในใจกลับรู้สึกสะใจไม่น้อยที่ได้ตอกหน้าอีกฝ่ายไป
"พั้นซ์พี่หลบก่อนนะ" (พั้นซ์พี่กลับก่อนนะ)
ดิวหันมาเอ่ยลา น้ำพั้นซ์จึงพยักหน้าให้ แม้เธอจะรู้สึกสงสารและเห็นใจดิวที่โดนคนตัวโตดุ แต่เธอก็ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะเธอพอจะเข้าใจว่าที่คนตัวโตพูดแบบนั้นเป็นเพราะเขาหวังดี
เมื่อเข้ามาในห้องของตัวเอง น้ำพั้นซ์ก็เดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนที่นอนก่อนจะยกมือขึ้นมากุมแก้มทั้งสองข้างของตัวเอง ปากบางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความเขินอายจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่พอได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง เธอจึงหัดไปมอง แล้วรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาเป็นซีเซีย ก่อนจะเอ่ยถามออกไป"ไปไหนมาเหรอเซีย""ไม่ได้ไปไหนหรอก เราก็อยู่ที่ห้องเรากับอาศินั่นแหละ พอดีอาเตกลับขึ้นห้องมาแล้ว เราก็เลยมานี่น่ะ ให้อาๆได้พักผ่อนกัน วันนี้ขับรถมาทั้งวันคงจะเหนื่อย" ซีเซียเอ่ยตอบและพูดไปเรื่อยในขณะที่เดินไปจัดเตรียมเสื้อผ้าเพื่อลงไปอาบน้ำข้างล่างจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำเลย ก่อนจะเอ่ยถามน้ำพั้นซ์กลับบ้าง"พั้นซ์จะอาบน้ำเลยไหม ไปอาบก่อนก็ได้นะ""ไม่เป็นไร เซียอาบก่อนเลย""งั้นเราลงไปอาบน้ำก่อนนะ""อือ"จากนั้นซีเซียก็ลงไปอาบน้ำข้างล่างตามปกติ ส่วนน้ำพั้นซ์ก็กลับมานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนเดิมเพราะยังไม่หายเขินอายจากเหตุการณ์ข้างล่างเมื่อครู่ กระทั่งได้ยินเสียงกรีดร้องของซีเซียดังขึ้น"กรี๊ด!"ได้ยินเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็รีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนแล้ววิ่งออกไปนอกห้องทันที ไม่ต่างกับส
จากนั้นดิวก็เดินกลับไปขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไปจากเรือนไม้สัก โดยมีน้ำพั้นซ์มองตามจนสุดสายตาด้วยความเป็นห่วง จนกระทั่งได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น เธอจึงหันกลับมามองเจ้าของเสียง"เป็นห่วงแฟนที่โดนอาว่าเหรอ ถึงได้มองตามขนาดนั้น" เตชินท์อดไม่ได้ที่จะพูดประชดประชันคนตัวเล็ก เพราะท่าทีของเธอที่ดูเป็นห่วงเป็นใยอีกฝ่ายทำให้เขาหงุดหงิดในใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้"พี่ดิวไม่ใช่แฟนหนูค่ะ แค่พี่ชายที่รู้จักกันเท่านั้น"ทว่าคำตอบของคนตัวเล็ก ทำให้เตชินท์หันใบหน้าหลบไปอีกทางแล้วลอบกระตุกยิ้มด้วยความพอใจ จากนั้นก็หันกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม ก่อนจะทำทีพูดประชดออกไปอีกครั้ง"เหรอครับ อาก็นึกว่าแฟนเห็นนั่งตัวติดกันเชียว""พวกเราโตมาด้วยกันค่ะ เลยสนิทกันมาก""ถึงจะสนิทกันมากแค่ไหน แต่หนูพั้นซ์ก็เป็นผู้หญิง ไม่ควรจะใกล้ชิดผู้ชายขนาดนั้น อาหวง" เตชินท์ตั้งใจที่จะพูดคำว่าหวงออกมาชัดเจน จ้องมองคนตัวเล็กไม่วางตา"หวง อ๋อ คงจะหมายถึงเป็นห่วงใช่ไหมคะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงหนู คราวหลังหนูจะระวังให้มากกว่านี้ค่ะ" คราแรกก็ตกใจกับคำว่าหวงของคนตัวโต แต่พอคิดได้ว่าเขาอาจจะหมายถึงเป็นห่วงเธอแ
~~~~~ทว่าอยู่ๆเสียงรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขับเข้ามาทางประตูรั้วหน้าบ้าน ทำให้ทั้งสองที่นั่งกินข้าวกันอยู่หันไปมองยังรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวทันที เมื่อเห็นว่าเป็นใครน้ำพั้นซ์ก็ยิ้มออกมาตามปกติ ผิดกับอีกคนที่รู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลยเมื่อเห็นดิว เด็กหนุ่มในหมู่บ้านที่มาติดพันคนตัวเล็กของเขา แต่ภายนอกก็ยังคงนิ่ง ไม่ได้แสดงท่าทีความไม่พอใจใดๆออกมา...ดิวเป็นเด็กหนุ่มในหมู่บ้านและยังเป็นลูกกุหลีหรือลูกจ้างตัดยางในสวนของตาบุญ ดิวอายุมากกว่าน้ำพั้นซ์สองปี และชอบน้ำพั้นซ์ข้างเดียวมานานแล้ว โดยที่น้ำพั้นซ์เองก็รู้ว่าดิวคิดยังไงกับเธอ แต่เพราะเธอรู้จักดิวมาตั้งแต่เล็กๆและโตมาด้วยกันเล่นมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เธอจึงคิดกับดิวได้แค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งข้อนี้ดิวก็รู้ดี แต่เพราะเขารักน้ำพั้นซ์ด้วยใจจริง ไม่ได้หวังอะไรตอบแทน เขาจึงไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย อยู่ในฐานะไหนก็ได้ที่น้ำพั้นซ์อยากให้อยู่ ขอแค่ได้เป็นฝ่ายดูแลน้ำพั้นซ์เขาก็มีความสุขแล้ว..."มีอะไรพี่ดิว ทำไมมาซะค่ำเลย"เป็นน้ำพั้นซ์ที่เอ่ยพูดขึ้นมาก่อน ในขณะที่ดิวกำลังเอาขาตั้งรถลงแล้วเดินมาหาน้ำพั้นซ์ ก่อนจะนั่งลงข้างๆเธอ ทำเอาเตชินท์กัดฟ
เมื่อน้ำพั้นซ์ขับรถพ้นประตูรั้วบ้านเข้ามาก็ขับมุ่งตรงต่อไปยังโรงจอดรถข้างรั้วทันที พอเห็นว่าตากับยายยังไม่กลับจากวัดเพราะไม่เห็นรถกระบะของตาจอดอยู่ที่โรงจอดรถ ปากบางก็ระบายยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก โดยไม่ทันสังเกตเห็นคนตัวโตที่นั่งอยู่ใต้ถุนบ้านตรงโต๊ะไม้สักที่มองมาทางเธอ พอจอดรถเรียบร้อยน้ำพั้นซ์ก็เตรียมจะเดินไปยังใต้ถุนบ้านเพื่อกินข้าวเย็น ทว่าเมื่อหันไปเห็นคนตัวโตนั่งอยู่ใต้ถุนบ้านโดยมองมาที่เธอ สองเท้าเล็กก็หยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะเดินตรงไปหาเขาด้วยอาการประหม่าเล็กน้อย แล้วเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงติดขัด"เอ่อ อาเตมานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวคะ แล้วเซียล่ะคะ""น้องเซียอยู่บนบ้านครับ" เอ่ยตอบคนตัวเล็กจบ ปากหนาก็ยกยิ้มบางๆให้เธอ ทำเอาใจดวงน้อยสั่นระรัวกับรอยยิ้มของเขา ก่อนเสียงหวานจะเอ่ยถามเขาไปอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าของตัวเอง"แล้วกินข้าวกันหรือยังคะ" "น้องเซียกับไอศิกินแล้วครับ เหลือแค่อาที่ยังไม่ได้กิน""อ่าว ทำไมล่ะคะ หรือว่าอาเตยังไม่หิว" "หิวครับ แต่อารอกินเป็นเพื่อนหนูพั้นซ์"ได้ยินเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็ถึงกับชะงักไปอีกครั้งกับคำพูดของคนตัวโต แม้จะรู้สึกดีที่เขารอกินข้าวพ
ด้านน้ำพั้นซ์ขับรถมาถึงบ้านไข่ดำ ไม่ทันจะได้จอดรถสนิทเธอก็เอ่ยถามหาไข่ดำกับป้าแดงแม่ของไข่ดำที่นั่งกินข้าวอยู่หน้าบ้าน"ป้าแดงไอไข่ดำอยู่ไหมจ๊ะ""อยู่หลังบ้าน ไปแลตะ" (อยู่หลังบ้าน ไปดูสิ)ได้ยินเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็รีบเอาขาตั้งรถลง พอจอดรถเสร็จเธอก็รีบเดินไปหาไข่ดำหลังบ้านตามที่ป้าแดงบอกทันทีด้านไข่ดำที่นั่งชื่นชมปลากัดหลายตัวที่อยู่ในขวดแก้วใสๆหรือขวดเหล้าหงส์และขวดโซดา พอหันไปเห็นน้ำพั้นซ์ที่เดินมุ่งตรงมาทางตัวเอง ไข่ดำก็เอ่ยทักออกไปทันที"อ่าวพี่พั้นซ์ มาแลไอเงินเนาะ" (อ่าวพี่พั้นซ์ มาดูไอเงินเหรอ)"อือ ว่าจะมาดูตั้งแต่เช้าแล้วแหละ แต่เมื่อวานต้องมีใครไปบอกตาแน่ว่าพี่แอบไปเล่นปลากันที่บ้านพี่แสน พี่เลยโดนตาจับขังไว้ในห้องตั้งแต่เมื่อวาน นี่ตาก็เพิ่งปล่อยออกมาเนี่ยแหละ โคตรเซ็งเลย อย่าให้รู้นะว่าใครที่มันปากบอนไปบอกตา แม่จะไปจับแหกปากถึงบ้านเลยคอยดู" น้ำพั้นซ์พูดด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียด ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เพราะไม่รู้ว่าคนที่เอาเรื่องของเธอไปฟ้องตาเป็นใคร แต่ก็คงจะไม่พ้นพวกป้าข้างบ้านอีกเหมือนเดิม แค่ไม่รู้ตัวบุคคลแน่ชัดเท่านั้น เพราะพวกที่ชอบทำตัวเป็นป้าข้างบ้านมันมีเยอะเหลือเกิน"โหด
ด้านน้ำพั้นซ์เดินไปเดินมาอยู่ภายในห้องนอนของตัวเองอย่างร้อนใจ เพราะก่อนหน้านี้ซีเซียได้ส่งข้อความบอกเธอว่ามาถึงที่นี่แล้ว เธอจึงตั้งหน้าตั้งตารอว่าเมื่อไหร่ซีเซียจะมาช่วยเธอให้เป็นอิสระจากการถูกขังไว้ในห้องแบบนี้เสียที ทว่าพอได้ยินเสียงกึกกักๆคล้ายว่ากลอนประตูไม้หน้าห้องกำลังถูกเปิดออกจากคนข้างนอก น้ำพั้นซ์ก็ยิ้มออกมาได้จนแก้มแทบปริ และไม่รอช้าสองขาเรียวเล็กเดินกรูไปยังประตูห้องทันที และเมื่อประตูไม้คู่บานเล็กถูกผลักเข้ามาจากคนด้านนอก ก็ทำให้สองสาวสบตากันพร้อมเอ่ยเรียกชื่อกันและกันทันที"เซีย/พั้นซ์"หมับ!เห็นเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็ก้าวขาออกจากห้องแล้วกอดหมับคนที่มีศักดิ์เป็นพี่สาวทันทีด้วยความดีใจ ด้านซีเซียก็กอดตอบทันทีเช่นเดียวกัน ไม่นานสองสาวก็ผละกอดออกจากกัน แล้วเป็นน้ำพั้นซ์ที่เอ่ยพูดขึ้นก่อน"ขอบใจนะเซียที่มาช่วยเรา""ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เอง"ด้านสองหนุ่มใหญ่ที่ยืนมองอยู่ด้านหลังของซีเซีย ไม่ได้อยู่ในสายตาของน้ำพั้นซ์เลย เพราะมัวแต่ดีใจที่ซีเซียมาช่วย น้ำพั้นซ์จึงให้ความสำคัญแค่ซีเซียที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเท่านั้น กระทั่งซีเซียเอ่ยพูดขึ้น"อาศิกับอาเตก็มาด้วยนะ มัวแต่ดีใจอยู่นั่นแ