เมื่อเข้ามาในห้องของตัวเอง น้ำพั้นซ์ก็เดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนที่นอนก่อนจะยกมือขึ้นมากุมแก้มทั้งสองข้างของตัวเอง ปากบางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความเขินอายจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่พอได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง เธอจึงหัดไปมอง แล้วรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาเป็นซีเซีย ก่อนจะเอ่ยถามออกไป
"ไปไหนมาเหรอเซีย"
"ไม่ได้ไปไหนหรอก เราก็อยู่ที่ห้องเรากับอาศินั่นแหละ พอดีอาเตกลับขึ้นห้องมาแล้ว เราก็เลยมานี่น่ะ ให้อาๆได้พักผ่อนกัน วันนี้ขับรถมาทั้งวันคงจะเหนื่อย" ซีเซียเอ่ยตอบและพูดไปเรื่อยในขณะที่เดินไปจัดเตรียมเสื้อผ้าเพื่อลงไปอาบน้ำข้างล่างจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำเลย ก่อนจะเอ่ยถามน้ำพั้นซ์กลับบ้าง
"พั้นซ์จะอาบน้ำเลยไหม ไปอาบก่อนก็ได้นะ"
"ไม่เป็นไร เซียอาบก่อนเลย"
"งั้นเราลงไปอาบน้ำก่อนนะ"
"อือ"
จากนั้นซีเซียก็ลงไปอาบน้ำข้างล่างตามปกติ ส่วนน้ำพั้นซ์ก็กลับมานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนเดิมเพราะยังไม่หายเขินอายจากเหตุการณ์ข้างล่างเมื่อครู่ กระทั่งได้ยินเสียงกรีดร้องของซีเซียดังขึ้น
"กรี๊ด!"
ได้ยินเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็รีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนแล้ววิ่งออกไปนอกห้องทันที ไม่ต่างกับสองหนุ่มใหญ่ที่อยู่อีกห้องก็รีบวิ่งออกมาเช่นกัน น้ำพั้นซ์หันไปมองร่างสูงทั้งสองเล็กน้อย ก่อนจะเลือกไม่สนใจแล้วรีบวิ่งลงไปดูซีเซียข้างล่างทันทีด้วยความเป็นห่วง เตชินท์กับศิลาก็ไม่รอช้ารีบวิ่งตามไปทันทีเช่นกัน
"เซียเป็นอะไร" เมื่อวิ่งมาถึงน้ำพั้นซ์ก็เอ่ยถามออกไปทันที โดยมองซีเซียที่ยืนตัวสั่นอยู่เหมือนกลัวอะไรสักอย่าง เธอจึงเดินเข้าไปกอดปลอบ
"ตะขาบ ตะขาบมันอยู่ใต้อิฐหน้าห้องน้ำอ่ะ"
ซีเซียเอ่ยตอบด้วยท่าทางหวาดกลัวพลางชี้นิ้วไปที่ตะขาบตัวใหญ่ที่โผล่ออกมาใต้อิฐบล๊อกครึ่งตัว น้ำพั้นซ์เห็นเช่นนั้่นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ไม่ต่างอะไรกับสองหนุ่มใหญ่ที่วิ่งตามมา ก็พร้อมใจกันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะทีแรกพวกเขานึกว่าจะเกิดอะไรร้ายแรงกับซีเซียเสียอีก
"โธ่เซีย แค่ตะขาบตัวเดียวเอง ร้องอย่างกับโจรขึ้นบ้าน หลบไปเลย เดี๋ยวแม่จัดการเอง"
พูดจบน้ำพั้นซ์ก็ดันซีเซียให้หลบไปด้านหลัง ศิลาจึงเดินเข้าไปโอบกอดเมียเด็กของตัวเองทันที จากนั้่นน้ำพั้นซ์ก็เดินไปหยิบไม้กวาดกับที่โกยขยะที่พิงไว้กับเสาบ้าน ก่อนจะเดินไปหาตะขาบตัวดังกล่าว ทว่าไม่ทันที่น้ำพั้นซ์จะได้จัดการตะขาบตัวนั้น เสียงทุ้มก็เอ่ยห้ามเอาไว้เสียก่อน
"เดี๋ยวครับ นั่นหนูพั้นซ์จะจับตะขาบเองเหรอครับ"
"ใช่ค่ะ ทำไมเหรอคะ"
"หนูพั้นซ์ไม่กลัวเหรอครับ เดี๋ยวมันกัดเอานะ"
"ไม่กลัวค่ะก็แค่ตะขาบ อย่าไปจับโดนตัวมันมันก็ไม่กัดหรอกค่ะ" พูดจบน้ำพั้นซ์ก็ใช้ด้ามไม้กวาดเขี่ยตัวตะขาบออกจากใต้อิฐ โดยใช้ที่โกยขยะลองรับตัวตะขาบเอาไว้ พอจับตะขาบใส่ที่โกยได้แล้ว น้ำพั้นซ์ก็เดินไปทางสวนหลังบ้านเพื่อเอาตะขาบไปทิ้งไกลๆ เตชินท์ที่มองอยู่ไม่ละสายตาก็รีบตามคนตัวเล็กไปทันที
"แค่นี้ก็เรียบร้อย ไปให้ไกลๆเลยนะอย่ากลับมาอีก คราวหลังถ้ามาให้เห็นอีกจะตีให้แบนเลย" เมื่อพูดกับตะขาบจบ น้ำพั้นซ์ก็หันหลังกลับเตรียมจะเดินกลับบ้าน ทว่า...
"เฮ้ย! โธ่อาเต มาเงียบๆหนูตกใจหมดเลยค่ะ" น้ำพั้นซ์ยกมือทาบอกดวงความโล่งอก เพราะอีกคนตามมาเงียบๆ ไม่ให้ซุ่มให้เสียงทำเธอตกใจแทบฉี่เล็ด
"หนูนี่มันน่าจริงๆเลยนะ"
"น่าอะไรคะ?"
"ก็น่าตียังไงล่ะ ตะขาบตัวใหญ่ขนาดนั้นถ้าเกิดโดนมันกัดขึ้นมาจะทำยังไง แล้วนี่เดินเข้ามาในสวนมืดๆแบบนี้ไม่กลัวพวกงูหรือสัตว์มีพิษบ้างหรือไง เคยกลัวอะไรบ้างไหมฮะ!" ด้วยความที่เป็นห่วงคนตัวเล็กมาก เตชินท์จึงเผลอดุใส่เธอไปโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว แต่ในเมื่อเผลอดุไปแล้วก็ไม่รู้จะทำยังไง จะให้โอ๋ก็คงไม่ได้ เพราะสิ่งที่เธอทำมันอันตรายต่อตัวเธอเอง แค่ดุมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ
ด้านน้ำพั้นซ์ตกใจไม่น้อยที่คนตัวโตดุ เธอมองเขาตาปริบๆด้วยความรู้สึกสับสน เธอไม่ได้กลัว แต่แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ดูเหมือนจะโกรธเธอจริงจังขนาดนี้ และในเมื่อไม่เข้าใจ จึงเลือกเอ่ยถามออกไปตรงๆ
"อาเตโกรธหนูเหรอคะ"
"อาไม่ได้โกรธ แต่อาแค่เป็นห่วง กลับเข้าบ้านได้แล้วครับเดี๋ยวอาอุ้ม" พูดจบเตชินท์ก็เตรียมจะอุ้มคนตัวเล็กเพราะไม่อยากให้เธอเดินฝ่าความมืดอีก อย่างน้อยเขาอุ้มเธอไว้จะได้ปลอดภัยจากพวกสัตว์เลื้อยคลานที่มีพิษ ทว่าไม่ทันทีเขาจะได้อุ้มเธอ เจ้าตัวก็ถอยออกห่าง เห็นเช่นนั้นเขาจึงเอ่ยดุออกไปอีกครั้ง
"อย่าดื้อกับอา ถ้าดื้อจะจับจูบปากตรงนี้เลยเอาไหม" ไม่วายขู่เด็กไปอีก แล้วรีบช้อนอุ้มคนตัวเล็กขึ้นในท่าอุ้มกระเตงเด็กหันหน้าเข้าหากัน แล้วพาเธอเดินกลับบ้านไปทันที
ด้านน้ำพั้นซ์ที่กำลังช๊อคกับคำขู่ของเขาเมื่อครู่ ตอนนี้ก็ยังไม่หายช๊อคเลย เธอทำอะไรไม่ถูก ยอมปล่อยให้เขาอุ้มกลับบ้านแต่โดยดี เธอหันใบหน้าไปอีกทางเพราะไม่กล้าสู้หน้าเขาตรงๆด้วยความเขินอาย ใจดวงน้อยสั่นระรัวแทบจะกระโจนออกมานอกอก จนกลัวว่าอีกคนจะได้ยินเสียงหัวใจของเธอที่มันเต้นแรงผิดจังหวะไปหมด
ด้านเตชินท์ลอบกระตุกยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดูคนตัวเล็กที่ไม่ยอมมองหน้าเขาเลย แต่ก็ยอมให้เขาอุ้มแต่โดยดี ทำให้เขาพอใจเป็นอย่างมากที่เธอยอมเชื่อฟังแบบนี้
เมื่อเดินมาถึงใต้ถุนบ้าน น้ำพั้นซ์ก็เห็นศิลายืนรอซีเซียอาบน้ำอยู่หน้าห้องน้ำโดยมองมาที่เธอกับคนตัวโต เห็นเช่นนั้นเธอจึงรีบก้มหน้างุดเข้าหาอกแกร่งทันทีด้วยความเขินอาย ผิดกับเตชินท์ที่พอเห็นเพื่อนมองมา เขาก็ยักคิ้วให้เพื่อนอย่างเจ้าเล่ห์ ด้านศิลาก็ยักคิ้วส่งกลับให้เพื่อนทันทีอย่างรู้ๆกัน
"ปล่อยหนูลงตรงนี้แหละค่ะ เดี๋ยวหนูเดินขึ้นบ้านเอง" น้ำพั้นซ์เอ่ยบอกทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่ในอกแกร่ง
เตชินท์ไม่ฟัง เขายังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ จนเสียงหวานต้องเอ่ยประท้วงออกมาอีกครั้ง
"อาเตปล่อยหนูได้แล้วค่ะ คนอื่นเห็นหมดแล้ว เดี๋ยวเค้าจะเข้าใจผิดเอานะคะ"
"คนอื่นที่ไหนครับ อาเห็นแต่ไอศิเพื่อนอา และถ้ามันจะเข้าใจผิดหรือคิดอะไรยังไงก็ช่างมัน อาไม่สนใจอยู่แล้ว" ขณะที่ปากเอ่ยพูด สองขาแกร่งก็เดินขึ้นบันไดบ้านเรื่อยๆไม่ได้เร่งรีบอะไร
"อาเตไม่สนแต่หนูสนค่ะ ปล่อยหนูเถอะนะคะ หนูขอร้องล่ะ" ทั้งที่จะขัดขืนก็ได้ แต่น้ำพั้นซ์กลับเลือกที่จะขอร้องเขาแทน โดยไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงยอมให้เขาถึงเนื้อถึงตัวได้ขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งเจอกันจะๆวันนี้แท้ๆ
เมื่อได้ยินเสียงหวานเอ่ยขอร้องน้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้อยู่รอมร่อ ใจแกร่งก็อ่อนยวบทันที พอเดินขึ้นมาบนบ้าน เตชินท์จึงยอมปล่อยเธอลง
และทันทีที่สองเท้าเล็กแตะถึงพื้นไม้สัก น้ำพั้นซ์ก็ไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าห้องนอนของตัวเองไปอย่างไว โดยไม่คิดจะหันกลับมามองคนข้างหลังเลย
เตชินท์ที่มองตามอย่างไม่ละสายตาก็ได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างคนมีความสุข จากนั้นก็เดินไปยังห้องถัดไป แต่ก็ไม่วายหยุดยืนมองประตูห้องของคนตัวเล็กอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าห้องตัวเองไป
ด้านซีเซียที่อาบน้ำใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยก็กลับขึ้นมาบนบ้าน โดยมีศิลาเดินตามไม่ห่าง ในขณะที่คนเป็นตากับยายกลับจากวัดพอดี พอเดินมาถึงห้องก็ต่างแยกย้ายเข้าห้องของตัวเอง ด้านซีเซียเมื่อเข้ามาในห้องก็เห็นว่าน้ำพั้นซ์นอนแล้ว แต่นอนหันหลังให้ เธอเลยไม่รู้ว่าน้ำพั้นซ์หลับไปแล้วหรือแค่นอนเล่นเฉยๆ จึงลองเอ่ยถามออกไป
"พั้นซ์หลับแล้วเหรอ"
ด้านน้ำพั้นซ์ที่ยังไม่หลับ เพราะเอาแต่คิดฟุ้งซ่านว้าวุ่นใจถึงอีกคน พอได้ยินซีเซียเอ่ยถาม เธอจึงหันไปตอบซีเซีย
"ยัง มีไรเหรอ"
"เปล่าหรอก ลองเรียกดูเฉยๆว่าหลับหรือยัง แล้วนี่ไม่อาบน้ำเหรอเห็นนอนแล้ว" ซีเซียเอ่ยถามพลางเดินไปนั่งบนเตียงนอนอีกฝั่งที่ว่างอยู่
"ไม่อ่ะ ดึกแล้วอากาศมันเย็น ขี้เกียจอาบแล้ว" น้ำพั้นซ์เอ่ยอ้างไปอย่างนั้น ทั้งที่ความเป็นจริงเธอกลัวจะออกไปเจออีกคนข้างนอก จึงเลือกที่จะไม่อาบน้ำ ยอมนอนเหนียวตัวอยู่อย่างนี้
"ถ้างั้นเราปิดไฟเลยนะ"
"อือปิดเลย"
สิ้นคำตอบของน้ำพั้นซ์ ซีเซียก็เอื้อมมือไปปิดไฟตรงหัวเตียงทันที ก่อนจะล้มตัวลงนอนพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงเอว หลับตาลงไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปด้วยความเหนื่อยล้าเพราะนั่งรถมาทั้งวันกว่าจะมาถึงใต้ ส่วนน้ำพั้นซ์ที่นอนพลิกไปพลิกมา เพราะเอาแต่คิดถึงอีกคนจนนอนไม่หลับ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ฝืนข่มตาให้หลับ จนเวลาล่วงเลยมาจนเกือบเที่ยงคืนกว่าที่เธอจะหลับสนิทลงได้
ด้านเตชินท์ก็ไม่ต่างกัน เขาเอาแต่คิดถึงใบหน้าน่ารักของคนตัวเล็ก จนกระทั่งตอนนี้ปาไปเที่ยงคืนกว่าแล้วแต่เขาก็ยังนอนไม่หลับเลย แต่เพราะความเหนื่อยล้าจากการขับรถนั่งรถมาตลอดทั้งวัน จึงทำให้เขาสามารถหลับสนิทลงได้ในเวลาต่อมา...
เมื่อเข้ามาในห้องของตัวเอง น้ำพั้นซ์ก็เดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนที่นอนก่อนจะยกมือขึ้นมากุมแก้มทั้งสองข้างของตัวเอง ปากบางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความเขินอายจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่พอได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง เธอจึงหัดไปมอง แล้วรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาเป็นซีเซีย ก่อนจะเอ่ยถามออกไป"ไปไหนมาเหรอเซีย""ไม่ได้ไปไหนหรอก เราก็อยู่ที่ห้องเรากับอาศินั่นแหละ พอดีอาเตกลับขึ้นห้องมาแล้ว เราก็เลยมานี่น่ะ ให้อาๆได้พักผ่อนกัน วันนี้ขับรถมาทั้งวันคงจะเหนื่อย" ซีเซียเอ่ยตอบและพูดไปเรื่อยในขณะที่เดินไปจัดเตรียมเสื้อผ้าเพื่อลงไปอาบน้ำข้างล่างจะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำเลย ก่อนจะเอ่ยถามน้ำพั้นซ์กลับบ้าง"พั้นซ์จะอาบน้ำเลยไหม ไปอาบก่อนก็ได้นะ""ไม่เป็นไร เซียอาบก่อนเลย""งั้นเราลงไปอาบน้ำก่อนนะ""อือ"จากนั้นซีเซียก็ลงไปอาบน้ำข้างล่างตามปกติ ส่วนน้ำพั้นซ์ก็กลับมานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนเดิมเพราะยังไม่หายเขินอายจากเหตุการณ์ข้างล่างเมื่อครู่ กระทั่งได้ยินเสียงกรีดร้องของซีเซียดังขึ้น"กรี๊ด!"ได้ยินเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็รีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนแล้ววิ่งออกไปนอกห้องทันที ไม่ต่างกับส
จากนั้นดิวก็เดินกลับไปขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไปจากเรือนไม้สัก โดยมีน้ำพั้นซ์มองตามจนสุดสายตาด้วยความเป็นห่วง จนกระทั่งได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น เธอจึงหันกลับมามองเจ้าของเสียง"เป็นห่วงแฟนที่โดนอาว่าเหรอ ถึงได้มองตามขนาดนั้น" เตชินท์อดไม่ได้ที่จะพูดประชดประชันคนตัวเล็ก เพราะท่าทีของเธอที่ดูเป็นห่วงเป็นใยอีกฝ่ายทำให้เขาหงุดหงิดในใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้"พี่ดิวไม่ใช่แฟนหนูค่ะ แค่พี่ชายที่รู้จักกันเท่านั้น"ทว่าคำตอบของคนตัวเล็ก ทำให้เตชินท์หันใบหน้าหลบไปอีกทางแล้วลอบกระตุกยิ้มด้วยความพอใจ จากนั้นก็หันกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม ก่อนจะทำทีพูดประชดออกไปอีกครั้ง"เหรอครับ อาก็นึกว่าแฟนเห็นนั่งตัวติดกันเชียว""พวกเราโตมาด้วยกันค่ะ เลยสนิทกันมาก""ถึงจะสนิทกันมากแค่ไหน แต่หนูพั้นซ์ก็เป็นผู้หญิง ไม่ควรจะใกล้ชิดผู้ชายขนาดนั้น อาหวง" เตชินท์ตั้งใจที่จะพูดคำว่าหวงออกมาชัดเจน จ้องมองคนตัวเล็กไม่วางตา"หวง อ๋อ คงจะหมายถึงเป็นห่วงใช่ไหมคะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงหนู คราวหลังหนูจะระวังให้มากกว่านี้ค่ะ" คราแรกก็ตกใจกับคำว่าหวงของคนตัวโต แต่พอคิดได้ว่าเขาอาจจะหมายถึงเป็นห่วงเธอแ
~~~~~ทว่าอยู่ๆเสียงรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขับเข้ามาทางประตูรั้วหน้าบ้าน ทำให้ทั้งสองที่นั่งกินข้าวกันอยู่หันไปมองยังรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวทันที เมื่อเห็นว่าเป็นใครน้ำพั้นซ์ก็ยิ้มออกมาตามปกติ ผิดกับอีกคนที่รู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลยเมื่อเห็นดิว เด็กหนุ่มในหมู่บ้านที่มาติดพันคนตัวเล็กของเขา แต่ภายนอกก็ยังคงนิ่ง ไม่ได้แสดงท่าทีความไม่พอใจใดๆออกมา...ดิวเป็นเด็กหนุ่มในหมู่บ้านและยังเป็นลูกกุหลีหรือลูกจ้างตัดยางในสวนของตาบุญ ดิวอายุมากกว่าน้ำพั้นซ์สองปี และชอบน้ำพั้นซ์ข้างเดียวมานานแล้ว โดยที่น้ำพั้นซ์เองก็รู้ว่าดิวคิดยังไงกับเธอ แต่เพราะเธอรู้จักดิวมาตั้งแต่เล็กๆและโตมาด้วยกันเล่นมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เธอจึงคิดกับดิวได้แค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งข้อนี้ดิวก็รู้ดี แต่เพราะเขารักน้ำพั้นซ์ด้วยใจจริง ไม่ได้หวังอะไรตอบแทน เขาจึงไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย อยู่ในฐานะไหนก็ได้ที่น้ำพั้นซ์อยากให้อยู่ ขอแค่ได้เป็นฝ่ายดูแลน้ำพั้นซ์เขาก็มีความสุขแล้ว..."มีอะไรพี่ดิว ทำไมมาซะค่ำเลย"เป็นน้ำพั้นซ์ที่เอ่ยพูดขึ้นมาก่อน ในขณะที่ดิวกำลังเอาขาตั้งรถลงแล้วเดินมาหาน้ำพั้นซ์ ก่อนจะนั่งลงข้างๆเธอ ทำเอาเตชินท์กัดฟ
เมื่อน้ำพั้นซ์ขับรถพ้นประตูรั้วบ้านเข้ามาก็ขับมุ่งตรงต่อไปยังโรงจอดรถข้างรั้วทันที พอเห็นว่าตากับยายยังไม่กลับจากวัดเพราะไม่เห็นรถกระบะของตาจอดอยู่ที่โรงจอดรถ ปากบางก็ระบายยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก โดยไม่ทันสังเกตเห็นคนตัวโตที่นั่งอยู่ใต้ถุนบ้านตรงโต๊ะไม้สักที่มองมาทางเธอ พอจอดรถเรียบร้อยน้ำพั้นซ์ก็เตรียมจะเดินไปยังใต้ถุนบ้านเพื่อกินข้าวเย็น ทว่าเมื่อหันไปเห็นคนตัวโตนั่งอยู่ใต้ถุนบ้านโดยมองมาที่เธอ สองเท้าเล็กก็หยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะเดินตรงไปหาเขาด้วยอาการประหม่าเล็กน้อย แล้วเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงติดขัด"เอ่อ อาเตมานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวคะ แล้วเซียล่ะคะ""น้องเซียอยู่บนบ้านครับ" เอ่ยตอบคนตัวเล็กจบ ปากหนาก็ยกยิ้มบางๆให้เธอ ทำเอาใจดวงน้อยสั่นระรัวกับรอยยิ้มของเขา ก่อนเสียงหวานจะเอ่ยถามเขาไปอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าของตัวเอง"แล้วกินข้าวกันหรือยังคะ" "น้องเซียกับไอศิกินแล้วครับ เหลือแค่อาที่ยังไม่ได้กิน""อ่าว ทำไมล่ะคะ หรือว่าอาเตยังไม่หิว" "หิวครับ แต่อารอกินเป็นเพื่อนหนูพั้นซ์"ได้ยินเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็ถึงกับชะงักไปอีกครั้งกับคำพูดของคนตัวโต แม้จะรู้สึกดีที่เขารอกินข้าวพ
ด้านน้ำพั้นซ์ขับรถมาถึงบ้านไข่ดำ ไม่ทันจะได้จอดรถสนิทเธอก็เอ่ยถามหาไข่ดำกับป้าแดงแม่ของไข่ดำที่นั่งกินข้าวอยู่หน้าบ้าน"ป้าแดงไอไข่ดำอยู่ไหมจ๊ะ""อยู่หลังบ้าน ไปแลตะ" (อยู่หลังบ้าน ไปดูสิ)ได้ยินเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็รีบเอาขาตั้งรถลง พอจอดรถเสร็จเธอก็รีบเดินไปหาไข่ดำหลังบ้านตามที่ป้าแดงบอกทันทีด้านไข่ดำที่นั่งชื่นชมปลากัดหลายตัวที่อยู่ในขวดแก้วใสๆหรือขวดเหล้าหงส์และขวดโซดา พอหันไปเห็นน้ำพั้นซ์ที่เดินมุ่งตรงมาทางตัวเอง ไข่ดำก็เอ่ยทักออกไปทันที"อ่าวพี่พั้นซ์ มาแลไอเงินเนาะ" (อ่าวพี่พั้นซ์ มาดูไอเงินเหรอ)"อือ ว่าจะมาดูตั้งแต่เช้าแล้วแหละ แต่เมื่อวานต้องมีใครไปบอกตาแน่ว่าพี่แอบไปเล่นปลากันที่บ้านพี่แสน พี่เลยโดนตาจับขังไว้ในห้องตั้งแต่เมื่อวาน นี่ตาก็เพิ่งปล่อยออกมาเนี่ยแหละ โคตรเซ็งเลย อย่าให้รู้นะว่าใครที่มันปากบอนไปบอกตา แม่จะไปจับแหกปากถึงบ้านเลยคอยดู" น้ำพั้นซ์พูดด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียด ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เพราะไม่รู้ว่าคนที่เอาเรื่องของเธอไปฟ้องตาเป็นใคร แต่ก็คงจะไม่พ้นพวกป้าข้างบ้านอีกเหมือนเดิม แค่ไม่รู้ตัวบุคคลแน่ชัดเท่านั้น เพราะพวกที่ชอบทำตัวเป็นป้าข้างบ้านมันมีเยอะเหลือเกิน"โหด
ด้านน้ำพั้นซ์เดินไปเดินมาอยู่ภายในห้องนอนของตัวเองอย่างร้อนใจ เพราะก่อนหน้านี้ซีเซียได้ส่งข้อความบอกเธอว่ามาถึงที่นี่แล้ว เธอจึงตั้งหน้าตั้งตารอว่าเมื่อไหร่ซีเซียจะมาช่วยเธอให้เป็นอิสระจากการถูกขังไว้ในห้องแบบนี้เสียที ทว่าพอได้ยินเสียงกึกกักๆคล้ายว่ากลอนประตูไม้หน้าห้องกำลังถูกเปิดออกจากคนข้างนอก น้ำพั้นซ์ก็ยิ้มออกมาได้จนแก้มแทบปริ และไม่รอช้าสองขาเรียวเล็กเดินกรูไปยังประตูห้องทันที และเมื่อประตูไม้คู่บานเล็กถูกผลักเข้ามาจากคนด้านนอก ก็ทำให้สองสาวสบตากันพร้อมเอ่ยเรียกชื่อกันและกันทันที"เซีย/พั้นซ์"หมับ!เห็นเช่นนั้นน้ำพั้นซ์ก็ก้าวขาออกจากห้องแล้วกอดหมับคนที่มีศักดิ์เป็นพี่สาวทันทีด้วยความดีใจ ด้านซีเซียก็กอดตอบทันทีเช่นเดียวกัน ไม่นานสองสาวก็ผละกอดออกจากกัน แล้วเป็นน้ำพั้นซ์ที่เอ่ยพูดขึ้นก่อน"ขอบใจนะเซียที่มาช่วยเรา""ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เอง"ด้านสองหนุ่มใหญ่ที่ยืนมองอยู่ด้านหลังของซีเซีย ไม่ได้อยู่ในสายตาของน้ำพั้นซ์เลย เพราะมัวแต่ดีใจที่ซีเซียมาช่วย น้ำพั้นซ์จึงให้ความสำคัญแค่ซีเซียที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเท่านั้น กระทั่งซีเซียเอ่ยพูดขึ้น"อาศิกับอาเตก็มาด้วยนะ มัวแต่ดีใจอยู่นั่นแ