Share

บทที่ 2 หนังสด NC

last update Tanggal publikasi: 2026-08-13 18:53:23

หลายสัปดาห์ต่อมา

วันฝึกงานวันแรกในชีวิตของฉันก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

ณ บริษัทเอ็นพีซีกรุ๊ป

ฉันเดินเข้ามาภายในตัวอาคารสูงตระหง่านใจกลางเมืองด้วยหัวใจที่เต้นระทึก

โดยมีสองมือบางกุมกระเป๋าเอกสารไว้แน่น ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ แล้วตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์ฝ่ายบุคคลเพื่อรายงานตัวตามนัดหมาย

“น้องผักกาดใช่ไหมคะ? นักศึกษาฝึกงานตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ”

พี่พนักงานสาวสวยเอ่ยถามเสียงหวานพร้อมรอยยิ้มต้อนรับที่เป็นมิตร

“อ๋อ ใช่ค่ะพี่ หนูเองค่ะ”

ฉันรีบตอบรับพยักหน้าหงึกหงักแล้วส่งยิ้มหวานพิมพ์ใจไปให้ทันที พร้อมกับยื่นมือรับเอกสารคู่มือและบัตรประจำตัวนักศึกษาฝึกงานมาจากพี่พนักงานเคาน์เตอร์ HR

“โอเคเรียบร้อยค่ะ งั้นน้องขึ้นไปที่ชั้น 42 ได้เลยนะคะ โต๊ะทำงานของพี่เลขาจะอยู่หน้าห้องท่านประธานเลยค่ะ”

“ได้ค่ะพี่ ขอบคุณมากนะคะ”

ไม่รอช้า ฉันรีบก้าวเท้าฉับ ๆ ตรงไปยังโซนลิฟต์แก้วสำหรับผู้บริหาร แล้วกดปุ่มมุ่งหน้าขึ้นสู่ชั้น 42 ตามที่พี่ HR ได้แจ้งไว้ทันที

ระหว่างทางที่ตัวลิฟต์กำลังเคลื่อนทะยานขึ้นสู่ชั้นบนสุดอย่างรวดเร็ว หัวใจของฉันมันกลับเต้นตึกตัก ตึกตัก รัวเร็วราวกับเสียงกลองรบที่ดังทะลุออกมานอกอก

ในหัวคิดฟุ้งซ่านไปต่าง ๆ นานาด้วยความตื่นเต้นระคนหวั่นใจ ไม่รู้ว่าพี่เหนือหรือท่านประธานคนใหม่ของที่นี่จะยังคงจำเด็กผู้หญิงคนนี้ได้ไหมนะ

แล้วที่สำคัญที่สุดล่ะ ขอให้เขาไม่มีแฟนทีเถอะ สาธุ! ฉันแอบพึมพำภาวนาในใจอย่างคาดหวังในสิ่งลึก ๆ

ทว่า... พอลิตฟ์เปิดออกเสียงเตือนดังขึ้น

ติ๊ง!

ฉันก้าวเท้ามาถึงบริเวณหน้าห้องทำงานสุดหรูของท่านประธาน ความเงียบเชียบกลับปกคลุมไปทั่วบริเวณ

พลางมองไปทางโต๊ะทำงานหน้าห้องก็ว่างเปล่า ไม่เจอเลขาคนสวยประจำตำแหน่งของเขาเจอนั่งอยู่เลยแม้แต่เงาเดียว

“ไปไหนกันหมดนะ...”

ฉันพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยความฉงนสงสัย สายตาสอดส่องมองหาเผื่อว่าจะมีใครเดินผ่านมา

แต่แล้ว สัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นมันกลับทำงานเร็วกว่าสมองสั่งการ ฉันค่อย ๆ ก้าวเท้าเตาะแตะเข้าไปใกล้ประตูบานยักษ์ที่ปิดสนิท แล้วก้มตัวลงเอาหูแนบชิดกับบานประตูไม้สักทองหนาหนักทันทีเพื่อแอบฟังเสียงความเคลื่อนไหวข้างใน

“อ๊ะ!... คุณเหนือคะ ทำไมวันนี้ร้อนแรงจัง อ๊าาา... เข้ามาลึก ๆ เลยค่ะ!”

กึก!

วินาทีนั้น... ราวกับมีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมากลางหัว

หัวใจของฉันหล่นวูบจากอกดิ่งลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม แล้วเหมือนมันจะหลุดโหม่งทะลุพื้นโลกกตกลงไปอีกหนึ่งทีจนชาไปทั้งร่าง

พร้อมกับใบหน้าหวานร้อนผ่าว มือไม้สั่นเทาจนเอกสารในมือแทบจะหลุดร่วงลงพื้น แววตาเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีดจนพูดไม่ออก

‘โอ้โห... วันแรกของการฝึกงานแท้ ๆ ยัยผักกาดเอย! ประโยคแบบนี้ น้ำเสียงกระเส่าแบบนี้ มันชัดเจนแจ่มแจ้งแจ้งตนเลยว่าเขากำลังทำเรื่องอย่างว่ากันอยู่ข้างในห้องทำงานแน่ ๆ!’

ฉันคิดในใจพลางน้ำตาแทบจะไหลออกมาด้วยความผิดหวังระคนเหนื่อยใจ... นี่ฉันต้องมาเจอเสือร้ายในร่างท่านประธานตั้งแต่ข้ามพ้นประตูวันแรกเลยเหรอเนี่ย

“ทำไมพี่เหนือถึงไม่ดีเท่าปะป๊าเลย”

ฉันพึมพำกับตัวเองทั้งน้ำตาคลอเบ้า ในหัวพาลนึกถึงปะป๊าอคิณที่ถึงจะดุและหวงฉันมากแค่ไหน แต่ปะป๊าก็รักและให้เกียรติหม่ามี้เมลดาที่สุด ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสียหรือทำตัวเหลวแหลกแบบนี้เลย

เพียงไม่นานด้วยความที่ยังอยากหลอกตัวเองว่าหูฝาด ฉันจึงตัดสินใจแนบหูลงกับบานประตูอีกครั้ง เผื่อว่าสิ่งที่ได้ยินก่อนหน้านี้จะเป็นแค่การเข้าใจผิด

แต่ทว่า สิ่งที่สะท้อนกลับมามันกลับชัดเจนแจ่มแจ้งจนปฏิเสธไม่ได้

“ตับ ตับ ตับ!”

เสียงเนื้อกระทบกันเป็นจังหวะหนัก ๆ ดังก้องชัดเจน ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยพึมพำอย่างพึงพอใจ

“อาาา~ ยังเด้งดีเหมือนเดิมนะจัสมิน”

“อ๊ะ! คุณเหนือตรงนั้น อ๊ะ เสียวค่ะ”

เสียงหวานของหญิงสาวอีกคนครางกระเส่าตอบรับ

ชัดเจน... ชัดเจนจนไม่รู้จะชัดยังไงแล้ว!

วินาทีนั้นฉันรีบเอามือข้างหนึ่งขึ้นมาอุดปากตัวเองไว้แน่นเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องสะอื้นออกไป แต่ทว่ามืออีกข้างเจ้ากรรมที่กำลังสั่นเทาด้วยความช็อก

มันดันพลาดท่าไปปัดโดนด้ามจับลูกบิดประตูเข้าอย่างจัง และที่ร้ายไปกว่านั้นคือ... ประตูห้องท่านประธานมันยังไม่ได้ล็อก!

ฟึบ! ตุบ!

“กรี๊ดดดดด!”

ใช่ค่ะ... ประตูบานใหญ่เปิดผัวะออกตามแรงเหวี่ยง ส่งผลให้ร่างของฉันเสียหลักล้มแหมะหน้าคว่ำคะมำเข้าไปข้างในห้องทำงานหรูทันที!

และฉากตรงหน้าในระยะสายตาที่ไม่มีอะไรบดบังก็คือ หนังสดฉากรักอันร้อนแรงบนโซฟาตัวยาวชิ้นหรู ทั้งสองคนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่ากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันนัวเนีย จนผู้หญิงที่ชื่อจัสมินเบิกตาโพลงแล้วร้องกรี๊ดลั่นพลางรีบดึงหมอนอิงมาปิดบังร่างกายพัลวัน

ส่วนท่านประธานหรือพี่เหนือของฉันน่ะเหรอ? เขาหันขวับมามองฉันด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด แววตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความตกใจและลนลานอย่างที่สุดในชีวิต

“ผักกาด...!”

ฉันไม่ได้อยู่รอฟังเสียงเรียกนั่นหรอกค่ะ! สมองของฉันสั่งการให้ร่างกายขยับรวดเร็วทลายขีดจำกัด ฉันรีบกุมเอกสารลนลานพยุงตัวลุกขึ้น

แล้ววิ่งหน้าตั้งโกยแนบออกมาจากห้องทำงานนั้นทันที ก่อนจะพาตัวเองมาทรุดนั่งลงที่โต๊ะทำงานผู้ช่วยเลขาด้านนอกเหมือนเดิมด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนจะหลุดออกมา

ตอนนี้ใบหน้าหวานร้อนผ่าวจนแทบไหม้ มือไม้ยังคงสั่นระริกพร้อมกับความรู้สึกผิดที่ดันไปขัดจังหวะและแอบดูเรื่องส่วนตัวของคนอื่น

แต่ที่มากกว่าความรู้สึกผิด... คือความเจ็บจี๊ดที่แล่นริ้วเข้ามากลางอกจนขอบตาอุ่นร้อนขึ้นมา

นี่เหรอรักครั้งแรกที่ฉันแอบลุ้นแอบรอมาหลายสัปดาห์... วันแรกของการฝึกงานยังไม่ทันข้ามพ้นครึ่งวัน ฉันก็อกหักดังเป๊าะซะแล้ว

แถมยังแจ็กพอตแตกได้เห็นหนังสดคาตาเต็ม ๆ สองตาอีก ยัยผักกาดเอ๊ย! ทำไมชีวิตฝึกงานวันแรกของฉันมันถึงได้พังพินาศขนาดนี้เนี่ย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   ตอนพิเศษ 2

    หลังจากผ่านด่านหมั้นหมายมาได้หลายเดือน ในที่สุดระยะเวลาทำใจของปะป๊าอคิณก็สิ้นสุดลง ด้วยการเกลี้ยกล่อมแบบ 24 ชั่วโมงของหม่ามี้เมล จนกำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ และวันนี้ก็ถึงคิวของภารกิจสำคัญ...การลองชุดเจ้าสาวและเจ้าบ่าว ณ ร้านตัดชุดแต่งงานระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง พี่เหนือนั่งเกร็งอยู่บนโซฟาหลุยส์สวมชุดสูทเจ้าบ่าวสีสากลตัดเย็บอย่างประณีต เขายืนส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยอยู่หลายรอบ พลางชะเง้อมองไปทางม่านห้องลองเสื้อของฉันด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ "หล่อใช้ได้นี่เจ้าเหนือ" เสียงปะป๊าอคิณดังขึ้นจากโซฟาข้าง ๆ ปะป๊านั่งจิบกาแฟดำสวมชุดสวมสบาย แต่สายตากลับจ้องมองว่าที่ลูกเขยแบบไม่วางตา "ขอบคุณครับปะป๊า...แต่ผมว่าชุดนี้น่าจะดูทางการไปหน่อยไหมครับ?" พี่เหนือเกาหัวยิ้ม ๆ "ไม่หรอก สมฐานะดี" ปะป๊าวางแก้วกาแฟลง แล้วลูบคางเบาๆ "แต่สำคัญที่สุดคือ... ชุดลูกสาวฉันต่างหาก ฉันกำชับช่างไว้แล้วว่า ห้ามให้เว้าหน้า ห้ามให้แหวกหลัง ห้ามให้สั้นเกินไป และที่สำคัญที่สุด...ห้ามซีทรูเด็ดขาด!" พี่เหนือหลุดขำเบาๆ "ปะป๊าครับ นี่ชุดเจ้าสาวนะครับ ไม่ใช่ชุดแม่ชี" "เจ้าเหนือ แกอยากลองดีกับฉันเหรอ"

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   ตอนพิเศษ 1

    ชีวิตหลังพิธีหมั้นหมายผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย ถ้าไม่นับรวมเรื่องที่ปะป๊าอคิณตั้งกฎเหล็กขึ้นมาสิบแปดข้อสำหรับว่าที่ลูกเขยวันนี้เป็นวันหยุด พี่เหนือขับรถมารับฉันที่บ้านตามปกติเพื่อจะพาไปเดต แต่ยังไม่ทันที่รถจะจอดนิ่งสนิท ร่างสูงโปร่งของคุณพ่อสุดที่รักก็เดินถือสายยางรดน้ำต้นไม้มาหยุดยืนจ้องหน้าประตูรถทันทีพี่เหนือรีบกุลีกุจอลงจากรถ โค้งสวัสดีอย่างนอบน้อมประหนึ่งเจอกรรมการสอบสัมภาษณ์ทุนนักเรียนทุนพระราชทาน"สวัสดีครับปะป๊า วันนี้ผมมารับน้องไป...""ไปไหน?" ปะป๊าอคิณขัดขึ้นทันควัน สายตาคมกริบจ้องสแกนตั้งแต่หัวจรดเท้า "ใส่เสื้อคอกว้างไปไหมเจ้าเหนือ แล้วนั่นจะพาลูกสาวฉันไปไหน กลับกี่โมง?""ไปกินข้าวแล้วก็ดูหนังครับปะป๊า สัญญาว่าจะพาน้องกลับมาส่งก่อนหกโมงเย็นครับ" พี่เหนือยิ้มแห้ง ยืดตัวตรงเป๊ะ ๆ"หกโมงเย็น? แดดร่มลมตกพอดี...ห้าโมงครึ่งก็แล้วกัน เลทไปนาทีเดียวฉันเปลี่ยนลูกกุญแจรั้วบ้านนะ" ปะป๊าพูดเสียงเรียบพลางฉีดน้ำใส่ต้นไม้ แต่สายตาไม่ห่างจากว่าที่ลูกเขยเลยแม้แต่น้อย"พี่อคิณคะ! หยุดขู่ลูกได้แล้วค่ะ" เสียงหม่ามี้เมลดังมาจากในบ้าน พร้อมกับถือจานผลไม้เดินออกมา "เหนือลูก เข้ามากินผลไม้ก

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 62 สู่ขอ บทส่งท้าย

    เช้าต่อมา แสงแดดอบอุ่นของเช้าวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย ราวกับเป็นสัญญาณเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากผ่านพ้นมรสุมลูกใหญ่ หลังจากแพทย์ตรวจเช็กอาการอย่างละเอียดและอนุญาตให้พี่เหนือออกจากโรงพยาบาลได้ เขาก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว พอตกบ่าย ครอบครัวของพี่เหนือก็เดินทางมาถึงบ้านของฉันในสภาพที่เพียบพร้อมไปด้วยขันหมากและผู้ใหญ่ เพื่อทำพิธีสู่ขอฉันจากปะป๊าอคิณและหม่ามี้เมลอย่างเป็นทางการ ตอนนี้บรรยากาศในห้องรับแขกเต็มไปด้วยความชื่นมื่น... ทว่าจะติดก็ตรงที่คุณพ่อตาที่นั่งกอดอก หน้าตึงอยู่ฝั่งตรงข้ามขบวนขันหมากนี่แหละ "พี่อคิณคะ ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยค่ะ ลูกหลานและผู้ใหญ่เขานั่งกันอยู่เต็มห้องเลยนะ" หม่ามี้เมลแอบเอ็ดปะป๊าเบาๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหลังแขนสามีให้ใจเย็นลง "ก็พี่ยังทำใจไม่ได้นี่เมล... ดูเหนือสิ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาแท้ๆ ไข้ยังไม่ทันหายดี ก็รีบหอบขันหมากมาสู่ลูกสาวเราทันทีเลย มันน่าตีนัก" ปะป๊าอคิณบ่นอุบอิบเสียงเบา ทว่าแววตากลับสั่นไหวด้วยความรักและหวงลูกสาวคนเดียวสุดหัวใจ ด้านพี่เหนือที่นั่งอยู่เคียงข้างฉัน ค่อยๆ ขยับตัวลงจากโซฟาลงไปคุกเข่ากับพ

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 61 ว่าจะไปหมั้น

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉันนั่งฟังพี่เหนือสาธยายยาวเหยียดจนตาคู่เดิมเริ่มปรือ ๆ นั่งสัปหงกหัวสั่นหัวคลอนพยักหน้ารับหงึก ๆ ไม่รู้ตั้งกี่รอบ แต่เหตุผลที่พอจับใจความได้...เหตุผลมันก็พอเข้าใจได้อยู่หรอก หายโกรธก็ได้ “ฟังพี่อธิบายจนจะหลับคาอกเลยเหรอ... ยัยตัวแสบดื้อตาใส” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของพี่เหนือดังชิดใบหู ช็ทำเอาอาการง่วงของฉันหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะมารู้ตัวอีกทีข้อมือเรียวสวยก็โดนกระชากเบา ๆ จนร่างบางของฉันถลาร่วงลงไปนอนแหะแมะทับอยู่บนแผงอกกำยำเปลือยเปล่าท่อนบนที่ร้อนฉ่าด้วยพิษไข้ “อ๊ะ! พี่เหนือ ปล่อยหนูเลยนะ คนบ้า...ไหนบอกป่วยไง ทำไมแรงเยอะนักล่ะ!” ฉันดิ้นขลุกขลักอย่างลนลานตื่นตูม แล้วสบตาคู่คมกริบที่จ้องมอง แล้วล็อกตัวฉันเอาไว้แน่น “หนูเข้าใจเหตุผลแล้ว...ก็แสดงว่าหายโกรธพี่แล้วใช่ไหม ปล่อยให้พี่ยืนตากฝนจนเป็นลมตั้งหกวันเต็ม ๆ คืนนี้ต้องโดนเช็กบิลทบต้นทบดอกประชดรักโทษฐานหนีผัวไปอเมริกานะครับ!” “อื้อออ พี่เหนือ! ปล่อยผักกาดก่อนค่ะ นี่มันโรงพยาบาลนะคะ ไม่ได้นะ!” ฉันประท้วงลั่นดิ้นหนีอย่างลนลาน พยายามจะสับขาหลอกดิ้นรนหนีออกจากแผงอกขาว ทว่าลำแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กกลั

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 60 ฟังนะ

    ไม่นานนัก เสียงไซเรนรถฉุกเฉินก็ดังก้องฝ่าสายฝน ก่อนจะพาตัวพี่เหนือมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลด่วนที่สุด ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน ขณะเดียวกันฉันกำลังจะหมุนตัวกลับไปนอนพักผ่อนบนเตียงใหญ่ จู่ ๆ แม่บ้านก็วิ่งหน้าตั้งขึ้นมาเรียกฉัน บอกว่าหม่ามี้เรียกให้ลงไปคุยด่วน พอเดินลงมาข้างล่างบ้านใหญ่ ฉันก็เห็นหม่ามี้พร้อมกันกับปะป๊าอคิณที่นั่งเคียงคู่กันอยู่บนโซฟาหรู วินาทีนั้นแววตาของหม่ามี้ฉายประกายรู้ทันสามีสุด ๆ “ผักกาด มานั่งนี่มาลูก” หม่ามี้เอ่ยเสียงนุ่ม แต่ยังไม่เปิดประเด็น “ค่ะ...” ฉันพยักหน้าหงึก ๆ พลางก้าวขาเรียวเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามของปะป๊ากับหม่ามี้ จากนั้นหม่ามี้ก็หันไปพูดกับปะป๊าอคิณด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ทรงพลัง “เรื่องที่เหนือยืนอยู่หน้าบ้านหลายวันเป็นความคิดของพี่ใช่ไหมคะพี่อคิณ... เมลรู้ทันพี่หมดนะ” ขณะนั้นปะป๊าอคิณเสือร้ายรุ่นใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลถึงกับก้มหน้าหลบสายตาผู้เป็นภรรยาสุดที่รัก หลบแบบนี้แสดงว่าใช่เต็ม ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ และหม่ามี้ก็พูดต่อ “ยืน...เพื่อแลกกับการได้คุยกับลูกสาวเราใช่ไหมคะ” หม่ามี้เอ่ยถามย้ำจี้ใจดำ แถมกอดอกมองตรงไปที่สามีเพื่อเค

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 59 จะเอาไง

    ณ บ้านตระกูลเตโชพัฒน์ เมื่อฉันก้าวขาลงจากรถแล้วรีบเดินฝ่าละอองฝนเข้ามาในบ้าน โดยไม่ยอมหันไปมองเจ้าของร่างสูงที่ยืนตากฝนอยู่ตรงหน้าบ้านเลยสักนิด พอก้าวเข้ามาในห้องโถงกลางบ้านใหญ่ ภาพตรงหน้าก็ทำเอาฉันทำตัวไม่ถูกเพราะปะป๊าอคิณนั่งหน้าขรึมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อยู่บนโซฟาหรู แถมแววตาคมดุจับจ้องมาที่ฉันด้วยความเด็ดเดี่ยว ท่าทางเหมือนเสือรุ่นใหญ่ที่กำลังสะกดกลั้นอารมณ์ ส่วนหม่ามี้ก็มีแม่บ้านคอยประคองพยุงมานั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ กันด้วยสีหน้าท่าทางเป็นกังวล ไม่รอช้าปะป๊าก็เปิดประเด็นขึ้นมา “ผักกาด... ปะป๊ารู้เรื่องหมดแล้วนะ ความจริงจากปากเหนือที่ยืนอยู่หน้าบ้านน่ะ” คำพูดของปะป๊าทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก เบิกตาโพลง และยิ่งเห็นสายตาผิดหวังระคนเป็นห่วงของปะป๊า ความน้อยใจและน้ำตาที่อัดอั้นมาข้ามวันข้ามคืนก็พุ่งริ้วจนขอบตาร้อนผ่าว “ปะป๊า... ผักกาดขอโทษค่ะ” ฉันก้มหน้าลงพึมพำเสียงสั่นระริก ยอมเอ่ยปากขอโทษปะป๊าด้วยความรู้สึกผิด ที่ชิงสุกก่อนห่าม “ปะป๊าไม่โกรธหนูหรอก...แต่ปะป๊าไม่ชอบไอ้คนที่ยืนอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ ยืนมาหกวันละ ไม่ยอมไปไหนสักที!” คำเฉลยของปะป๊า ทำเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status