Masuk“แต่ป้ารสบอกว่าหยาไม่ยอมกินยา ไม่เหมือนเรา กี่เม็ดๆ เราก็กินหมด เรากินยาง่ายนะจะบอกให้” เขตต์อวดอ้าง
“ไอ้หมูตอนขี้โม้” มาหยาว่าให้ ย่นจมูกใส่เพื่อน
“ถ้าตัวเองไม่หายเรากับรินจะไปเที่ยวสวนสนุกกับอาเขื่อนกันแค่สามคน” เขตต์ยกนิ้วขึ้น ทำเอามาหยาตาโต
“เราจะไปด้วย”
“งั้นก็ต้องกินข้าวแล้วก็กินยา จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน” เขื่อนพูดขึ้น
“ก็ได้ค่ะ” มาหยาอ้าปากรับข้าวต้มที่เขื่อนป้อนให้อย่างไม่อิดออดเพราะกลัวไม่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แล้วก็เขื่อน
“ปกติเราไม่ให้อาหมอป้อนข้าวสาวที่ไหนหรอกนะ แต่สำหรับเธอ เราให้เป็นพิเศษ” เขตต์เห็นว่าเพื่อนป่วยเลยยินยอม คนขี้หวงก็ห่วงเพื่อน กลัวจะป่วยหนักไปกว่านี้แล้วอดไปเที่ยวด้วยกัน
ดารินคอยเช็ดปากและรินน้ำให้เพื่อนด้วยท่าทีกระตือรือร้น รติรสเห็นแล้วอดพูดกับสามีไม่ได้
“ยายรินดูรักลูกสาวเราจังเลยนะคะ นี่ถ้าเป็นพี่น้องกันคงดีไม่น้อย คุณภพเองก็เถอะ พอฝากฝังได้ก็ฝากไม่หยุด ไม่รู้จักถึงความเกรงใจกันบ้างเลย”
“เอาน่า ยายรินน่าสงสาร อย่าคิดมากน่าคุณ”
“รสไม่ได้คิดมากนะคะ ยินดีและเต็มใจดูแลดารินเหมือนลูกอีกคน แต่สงสารที่แกมีพ่อแบบคุณภพ เจ้าชู้ก็ที่หนึ่ง นี่ถ้าไม่มีเราจะทำยังไงคะ ทิ้งลูกเอาไว้ไม่ค่อยดูแล ให้แต่เงินทอง เด็กไม่ได้ต้องการแค่เงินหรอกนะคะ ความรักความอบอุ่นในครอบครัวสำคัญที่สุด” รติรสตำหนิบิดาของดารินเพราะนึกไม่ชอบใจมานานแล้ว
“ผมเข้าใจคุณนะ สงสารดารินเหมือนกัน”
“สงสารนี่แหละค่ะเลยไม่อยากทิ้งขว้างเห็นว่าอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน” ดารินมักจะเกรงใจ ยิ่งเธอกับสามีดีเท่าไหร่ก็ยิ่งเกรงใจ นั่นทำให้รติรสสงสาร ดารินเข้าไปอีก ดีที่มาเจอเธอกับสามีแล้วก็มีเพื่อนอย่างมาหยากับเขตต์ ถ้าไปเจอคนไม่ดี ดารินอาจจะโดนหลอกได้
มาหยากินข้าวต้มจนหมดชามในเวลาอันรวดเร็ว นั่งคุยกับเพื่อนรักทั้งสองและเขื่อนอีกครู่ใหญ่ก็เผลอหลับไปเพราะฤทธิ์ยา เขื่อนจึงพาดารินและเขตต์กลับบ้าน หลังจากนั้นอาการของมาหยาก็ดีวันดีคืนจากการดูแลของบิดามารดา รวมถึงเพื่อนรักทั้งสองที่หมั่นแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยๆ เอาของกินอร่อยๆ มาให้มาหยากินทุกวัน เขื่อนเองก็แวะเวียนมาตรวจดูอาการของเด็กน้อยทุกวันจนเธอกลับมาวิ่งเล่นได้ดังเดิม
เขื่อนพาเด็กๆ ไปเที่ยวสวนสนุกและไปเล่นน้ำที่สวนน้ำตามที่สัญญาเอาไว้ เสียงเด็กๆ หัวเราะคิกคักตีน้ำเล่นกันอย่างสนุกสนานขณะที่ว่ายน้ำไปมาอยู่ในสวนน้ำ เด็กๆ สอดตัวเข้าไปในห่วงยางลูกเป็ดเล่นกันอย่างมีความสุข เขื่อนว่ายน้ำอยู่ใกล้ๆ คอยดูแลความปลอดภัยให้เด็กๆ
“อาหมอขา... รับหยาด้วย” มาหยายกมือขึ้นข้างตัวเพื่อให้เขื่อนอุ้ม ตอนนี้เขื่อนต้องสลับกันพาเด็กๆ เล่นสไลด์เดอร์ แจ่มที่ตามมาด้วยคอยดูเด็กๆ อยู่อีกด้าน
เขื่อนกอดเด็กน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน มาหยากรีดร้องขณะที่ร่างสไลด์ลงไปตามร่องน้ำ ก่อนจะกระโจนลงไปในน้ำ เธอมีชูชีพและห่วงยางอันน้อยอีกหนึ่งอันรัดเอวเอาไว้ แต่มาหยา ดารินและเขตต์ว่ายน้ำเป็นตั้งแต่เด็กเพราะเขื่อนสอนให้เด็กๆ ว่ายน้ำเป็นจะได้ไม่จมน้ำ
“อาเขื่อนผมอยากเล่นด้วย” เขตต์ยกแขนขึ้นอ้อนให้ผู้เป็นอาพาไปเล่นสไลด์เดอร์ด้วย ความสุขของเด็กๆ เกิดขึ้นในทุกๆ วัน สำหรับดารินแล้วการมีเพื่อนคือความสุขที่สุดในชีวิตของเธอ ทำให้เธอไม่เคยรู้สึกเหงาเลย บิดาไม่ค่อยมีเวลาให้ แต่เธอมีบิดามารดาของมาหยาคอยเติมเต็มคำว่าครอบครัวให้ มีอาเขื่อนคอยถามไถ่เรื่องต่างๆ คอยให้คำปรึกษาไม่เคยปล่อยให้เธอต้องอยู่อย่างเดียวดาย
พอเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่สาม เขตต์ก็ย้ายไปอยู่กับปู่ย่าที่ภาคเหนือเพราะได้ข่าวว่าวารุณีย้ายไปเรียนที่โน่นด้วย เขาแอบชอบวารุณีมานาน พยายามทำทุกอย่างให้เธอหันมาสนใจแต่เธอก็ไม่เคยสนใจเขาเลย
“โชคดีนะเขตต์ ปิดเทอมอย่าลืมกลับมาเยี่ยมเรากับรินนะ” มาหยายืนส่งเขตต์ที่หน้าบ้าน เด็กหนุ่มวัยสิบห้ายิ้มกว้างให้เพื่อนรักทั้งสองก่อนจะโผเข้ากอดมาหยาและดาริน
“ยังไม่สัญญานะว่าจะลงมาปักษ์ใต้ได้ไหม แต่สัญญาว่าจะโทร. หาพวกเธอสองคนเสมอ” เขตต์ให้คำมั่นสัญญา หลังจากเขตต์เดินทางไปอยู่ภาคเหนือกับปู่ย่าก็ติดต่อมาหาเพื่อนรักทั้งสองอยู่ตลอด จนเรียนจบมัธยศึกษาปีที่หกและแจ้งข่าวดีว่าสอบติดคณะแพทย์ศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังของสงขลา จะย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิดกับเขื่อนที่นี่ สร้างความดีใจให้สองสาวเป็นอันมาก และสองสาวก็มีข่าวดีเช่นกัน เพราะสอบติดคณะพยาบาลศาสตร์ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเขตต์
เขื่อนนั่งสนทนาอยู่กับเพื่อนบ้านทั้งสองด้วยรอยยิ้ม รติรสกับพงศ์อินทร์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่บุตรสาวคนเดียวสอบติดคณะพยาบาลศาสตร์ ด้วยความที่รักบุตรสาวเป็นอันมาก จึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่บุตรสาวสอบติดในคณะที่ตัวเองสนใจจะเรียนมาตั้งแต่เด็กๆ
มาหยาเจริญวัยเป็นสาวน้อยวัยสิบแปดที่สวยหวานน่ารักและเรียนเก่ง เป็นที่รักของบิดามารดาและเพื่อนๆ จากเด็กน้อยจอมแสบไม่กลัวใครในวันนั้นกำลังจะเข้ารั้วมหาวิทยาลัยกลายเป็นนักศึกษาพยาบาลที่หนุ่มๆ แย่งกันขายขนมจีบไม่เว้นวาง
“นี่ก็ดีใจใหญ่ที่สอบพยาบาลได้ นัดกับหนูรินและเพื่อนๆ เอาไว้ว่าจะไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันก่อนปิดเทอม” คุณรติรสพูดแล้วยิ้มไม่หุบ มองบุตรสาวที่สะพายเป้ลงมาจากบ้านแล้วหันมาคุยกับเพื่อนบ้านต่อ
“ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยต้องฝากเขื่อนด้วยนะจ๊ะ ถือว่าดูแลเหมือนลูกหลาน” ท่านฝากฝังเพราะเขื่อนเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลในมหาวิทยาลัยที่มาหยาเรียนอยู่ อีกอย่างอาจจะต้องให้เขื่อนช่วยติวหนังสือให้เหมือนสมัยก่อน
“ครับพี่” เขื่อนรับคำด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“คุณพ่อขา คุณแม่ขา หนูไปก่อนนะคะ” มาหยาเอ่ยบอกบิดามารดาเสียงใส
“แล้วเราไปยังไง ยายรินมาแล้วหรือ” รติรสเอ่ยถาม
“มาแล้วค่ะ โน่นไงค่ะ อาหมอหนูหยาลานะคะ” เธอยกมือไหว้เขื่อนด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เขื่อนเป็นคุณหมอวัยสามสิบเจ็ดปีที่หล่อเหลาสะอาดสะอ้าน แถมยังนิสัยดีอีกด้วย สาวๆ แย่งกันขายขนมจีบแต่เขื่อนก็ไม่เคยมีแฟนมาก่อน จนบางคนหาว่าเขาเป็นเกย์
มาหยายิ้มหวานให้อาหมอหนุ่มข้างบ้าน เธอหลงรักเขามานานแล้วถึงได้มุ่งมั่นที่จะสอบพยาบาลให้ได้เพราะอยากจะอยู่ใกล้ๆ เขา อยากเป็นพยาบาลที่ทำงานกับเขา เห็นหน้าเขาทุกวัน
“ครับ” เขื่อนรับคำเสียงนุ่ม มองเด็กสาวด้วยสายตาอ่อนโยน
“อย่าลืมที่สัญญากันเอาไว้นะคะ” มาหยาตั้งใจพูดกับเขื่อนโดยเฉพาะ
“สัญญาอะไรกันเอาไว้เหรอ” พงศ์อินทร์เอ่ยถามบุตรสาวคนเดียว
“สัญญากันเอาไว้ว่าถ้าหนูสอบติด อาหมอจะให้รางวัลน่ะค่ะ”
“เรานี่ก็กวนอาหมอ” รติรสว่าให้
“ไม่กวนหรอกครับ” จริงๆ สิ่งที่เขาสัญญากับเธอก็ไม่มีอะไรมากมาย เธออยากไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเขา แต่เพราะไม่อยากให้บิดามารดารู้ เธอเลยอ้างว่าจะไปกับดารินแทน อาจเพราะความไม่เหมาะสมเลยไม่กล้าบอกไปตรงๆ แม้เขาจะเอ็นดูเธอมาตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้เธอโตเป็นสาวแล้ว จะไปไหนมาไหนก็ต้องระมัดระวังไม่เหมือนแต่ก่อน
ดังนั้นหลังจากมาหยาออกไปแล้ว เขาก็คงต้องกลับไปแพ็กกระเป๋าเดินทางและตามไปรับเธอที่หน้าปากซอย ด้วยว่านัดกันเอาไว้ที่นั่น
“เขื่อนก็ต้องไปทำธุระต่างจังหวัดใช่ไหมเห็นว่าจะไปอบรม ไปเถอะพี่ไม่กวนแล้ว แค่จะฝากฝังยายหนูตอนไปเรียนเท่านั้นเอง”
“ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” เขื่อนเอ่ยขอตัวกับพงศ์อินทร์และรติรส ทั้งสองพยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้ม ก่อนเดินไปส่งบุตรสาวขึ้นรถดารินหน้าบ้าน
“เดินทางดีๆ นะ แล้วไปกันกี่คนล่ะหนูริน” รติรสเอ่ยถามดาริน
“ไปกันหลายคนค่ะคุณแม่ รินมารับหยาก่อนเป็นคนแรก” ดารินโกหกคำโต แต่เพื่อช่วยเพื่อนให้สมหวัง หากพูดไปตรงๆ ว่ามาหยาอยากไปเที่ยวกับเขื่อนสองต่อสอง บิดามารดาของมาหยาต้องไม่ยอมแน่ๆ เพราะมันไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่ชายหนุ่มกับหญิงสาวจะไปไหนมาไหนด้วยกันแถมยังไม่ใช่อาหลานกันจริงๆ แม้เขื่อนจะมีหน้าที่การงานที่ดี รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ ก็ตามที
“ถ้ามีอะไรบอกเรานะริน อย่าเก็บเอาไว้คนเดียว”“เขตต์คิดว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงไหมคะ” เธอวกกลับมาเรื่องที่คุยค้างกันอยู่“ไม่รู้สิครับ อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีสิ่งมีชีวิตเหมือนๆ กับเราอยู่ที่ดาวดวงอื่นและพวกเขาเหล่านั้นก็อาจจะกำลังค้นหาว่าดาวดวงอื่นมีมนุษย์ต่างดาวอาศัยอยู่ไหม”“มนุษย์บนโลกเวียนว่ายตายเกิน มนุษย์ต่างดาวก็น่าจะเป็นแบบนั้น”“แต่เราไม่เห็นด้วยอย่างหนึ่ง” เขาดึงเธอมานั่งตัก หอมแก้มเธอฟอดใหญ่“ไม่เห็นด้วยเรื่องอะไรคะ” เธอโอบกอดเขาเอาไว้ ซบหน้าที่อกกว้าง“ไม่เห็นด้วยที่มนุษย์โลกอยากจะย้ายไปอยู่ดาวดวงอื่น”“ทำไมล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ลูบไล้แผงอกกว้างของเขาไปมา“เขตต์ว่าโลกน่าอยู่ที่สุดแล้ว ถ้าเรารักษาสิ่งแวดล้อมให้ดี ไม่ทำลายโลก ทำลายธรรมชาติก็ไม่เห็นจำเป็นต้องย้ายไปอยู่ดาวเคราะห์ดวงอื่น เราควรรักษาสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเอาไว้ แทนที่จะไปไขว่คว้าหาสิ่งอื่นมาทดแทน”“ก็จริงนะคะ” เธอเห็นด้วยกับเขาเมื่อได้ฟังเหตุผลข้อนี้“บางทีสิ่งที่เรามีอยู่มันก็ดีอยู่แล้ว แต่เรามักจะแสวงหาสิ่งอื่นที่คิดว่าดีกว่า ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ดีกว่าที่เรามีอ
“เหนื่อยไหมริน” เขตต์เอ่ยถาม“เหนื่อยมากค่ะ แต่เป็นงานแต่งงานที่สนุกมากๆ รินกับหยาเคยฝันว่าอยากได้งานแต่งงานแบบนี้มานานแล้วค่ะ และอยากแต่งงานพร้อมกันด้วย”“มีความสุขก็ดีแล้ว เราไม่ขออะไรมาก แค่ขอให้รินมีความสุขก็พอ”“ขอบคุณมากนะคะ” ดารินยิ้มให้เจ้าบ่าวของเธอ“ไปอาบน้ำกันเถอะ” เขตต์ตวัดอุ้มร่างน้อยไปอาบน้ำด้วยกัน สิ่งที่ทั้งสองต้องการในเวลานี้คืออาบน้ำอุ่นๆ นอนเตียงนุ่มๆ และหลับไปพร้อมกันในอ้อมแขนของกันและกันทั้งสองคู่ตื่นเช้ามาทำบุญตักบาตร และพาครอบครัวไปทำบุญเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ด้อยโอกาสและเด็กกำพร้าที่สถานสงเคราะห์ ก่อนที่ทั้งสองคู่จะไปฮันนีมูนด้วยกันตามแพลนที่คิดกันเอาไว้ก่อนแต่งงานสถานที่ฮันนีมูนที่สองสาวเลือกคือการไปรับอากาศหนาวทางภาคเหนือซึ่งทริปนี้บิดามารดาของเขื่อนเป็นคนเสนอไอเดียเพราะเที่ยวทะเลกันมาบ่อยแล้ว จึงอยากให้เปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง“คุณพ่อกับคุณแม่ของอาหมอคิดได้ไงคะ อากาศหนาวๆ จะได้มีหลานเร็วๆ” มาหยาพูดขำๆ อากาศที่นี่หนาวจริงๆ เธอต้องสวมเสื้อกันหนาว หมวกไหมพรหม และถุงมือถุงเท้าตลอดเวลา อาจเพราะอยู่ทางใต้ไม่มีฤดูหนาวขนาดนี้“คิดว่าอากาศหนาวๆ คงอยากนอนกกเมีย” มาหย
ดารินมองภาพวัยเด็กของเธอที่ถ่ายคู่กับมาหยาแล้วอมยิ้ม ถัดไปเป็นภาพตอนวัยรุ่น ทุกภาพมักมีเพื่อนรักอยู่ด้วยเสมอ ภาพสุดท้ายเป็นภาพรับปริญญาที่มีครอบครัวอยู่เคียงข้าง รอยยิ้มสดใสของมาหยาที่แนบอยู่กับใบหน้าของเธอทำให้ดารินยิ้มทั้งน้ำตา“เด็กขี้แย” มาหยาเช็ดน้ำตาให้เพื่อนรัก“มีความสุขจัง” ดารินปาดน้ำตา จับมือเพื่อนมาบีบเบาๆ“ทีนี้ก็แต่งงานกันได้แล้วนะครับคนดี อารอจนแก่แล้วนะ” เขื่อนพูดขึ้นก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าภรรยา โดยมีเขตต์นั่งอยู่ข้างๆ คุกเข่าอยู่ต่อหน้าดารินเช่นกัน“ลิเกแบบนี้ใครคิดคะ อาหมอหรือนายเขตต์” มาหยาถามขำๆ“เจ้าเขตต์คิดล้วนๆ” เขื่อนพูดขำๆ ก่อนจะเปิดกล่องแหวนแต่งงานออกมา“อ้าว... แหวนหายครับ” มาหยาหัวเราะกับประโยคของสามี“แหวนอยู่นี่ไงคะ อาหมอสวมให้หยาแล้ว” เธอขยับมือด้านซ้ายไปตรงหน้าเขา เขื่อนจุมพิตก่อนจะขอแต่งงานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“แต่งงานกับอานะครับ”“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่อาหมอทำเพื่อหยาขนาดนี้” เธออยากแต่งงานพร้อมกับเพื่อนรัก เขื่อนก็รอ เขารอเธอได้เสมอ และใจเย็นทุกครั้งที่เธอต้องการให้เขารอ“แต่งงานกับผมนะครับริน ต่อแต่นี้ไปสัญญาว่าจะทำตัวให้ดีและดูแลรินให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชา
“แต่งงานกับอาอีกครั้งนะครับ” เขาขอเธอแต่งงานเสียงนุ่ม“ขอแต่งงานกันตอนนี้เลยเหรอคะ นึกว่าจะโรแมนติกกว่านี้” เธอลุกขึ้นมามองเขาทำปากยื่นนิดๆเขื่อนทำท่าเหมือนจับอะไรสักอย่าง เขากำมันเอาไว้แน่นขยับไปมาตรงหน้าเธอ มาหยามองอะไรบางอย่างที่เขากำเอาไว้ในมืออย่างสนใจ“อะไรเหรอคะ” สิ้นประโยคคำถาม เธอก็ต้องตาโตเมื่อเขาคลายมือที่กำเอาไว้ออก“เดี๋ยวนี้อาหมอเล่นมายากลเหรอคะ” เธอมองแหวนเพชรน้ำงามในมือของเขาด้วยรอยยิ้มกว้าง“อารักหยานะครับ” เขาค่อยๆ บรรจงสวมแหวนเพชรน้ำงามที่นิ้วนางข้างซ้าย“คนจะได้รู้ว่าน้องมีผัวแล้ว” เขาดึงมือของเธอมาจุมพิตอย่างแสนรัก“อาหมอน่ะ” เธอหัวเราะเมื่อนึกถึงเมื่อสี่ปีก่อนที่เขาโหลดเพลงนี้เป็นเพลงสำหรับสายเรียกเข้าของเธอ ตอนนั้นจำได้ว่าพิสุทธิ์มาจีบเธอ จนเขื่อนหึง แต่ปรับความเข้าใจและเปิดอกคุยกันว่าเธอไม่เคยคิดนอกใจเขา เรื่องพิสุทธิ์จึงไม่ได้เป็นปัญหาระหว่างชีวิตคู่ของเขากับเธออีก“แต่งงานกับอาได้ไหม... ได้ไหม... คำถามจากใจ จากผู้ชายคนนี้ นามสกุลที่พ่อให้ไว้อยากใช้กับหยา” เขาขอเธอแต่งงานโดยร้องเป็นเพลง มาหยาหลุดขำปนซึ้งออกมา ก่อนจะพยักหน้า“หยาเคยรับปากว่าจะแต่งานตอนเรียนจบ
“เอาปิ่นโตมาฝากครับ” เขื่อนนั่งลงตรงหน้าของภรรยา มาหยายิ้มเขิน เพื่อนๆ เลยเอ่ยขอตัวไปสั่งอาหารมารับประทานกันบ้าง“วันนี้ไม่ให้นายเขตต์มาเหรอคะ มาเองเชียว” ถามไปยิ้มไปไม่ยอมหุบ“อยากมาเองตั้งนานแล้ว นี่ถ้าไม่ใช่นายเขตต์ ไม่ให้หนุ่มคนไหนเอาข้าวมาให้เมียกินหรอก”“หยาทำให้อาหมอลำบากหรือเปล่าคะ”“ลำบากเรื่องอะไรครับ”“ก็ตลอดสี่ปีมานี้หยาให้เรื่องของเราเป็นความลับ อาหมอก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ”“ไม่หรอก สนุกดี”“แน่ะ! พูดแบบนี้ก็ได้ด้วย”“อยากให้เมียมีความสุข เมียว่ายังไงก็ว่าตามนั้น” หลังจากเปิดตัวเขาก็หมั่นแวะเวียนมารับประทานอาหารกับเธอทุกวัน ปิ่นโตน่ารักๆ ที่เขื่อนทำมาให้ภรรยาทำเอาสาวๆ หลายคนมองแล้วอมยิ้ม“ฮั่นแน่! เดี๋ยวนี้ผมหมดความหมายแล้วสินะ” เขตต์นั่งลงใกล้ๆ กับอาหนุ่ม“หมดความหมายอะไรของนาย”“ผมก็หมดหน้าที่ส่งปิ่นโตให้อาสะใภ้แล้วน่ะสิครับ”“พูดไปโน่น”“พิอยากเจออาหมอครับ” เขตต์พูดขึ้น“มีอะไรหรือเปล่า”“เขาอยากขอบคุณอาหมอครับที่ไม่เอาเรื่องเขา”ถามว่าเรื่องนี้เขาสงสารใคร เขาสงสารทั้งสามคน พิชชานั้นไม่ได้รักเทพรัตน์ ทั้งสองโดนจับคลุมถุงชนถึงได้ต้องหมั้นหมายกัน เทพรัตน์นั้นรักพิชชา กลายเป็นร
เขาพาเธอไปนอนบนเตียงกว้าง ก่อนจะนอนลงแนบข้าง“ของขาดเหรอคะ” เธอเอ่ยถามเสียงกระเส่า หัวเราะกับสีหน้างุนงงของเขา“อ้อ... เดี๋ยวนี้ใช้ศัพท์แสงจนอางง ดีที่คิดออก”“ยังดีนะคะที่คิดออก” เธอหลุบตามองกระดุมเสื้อนอนของเขา ยื่นมือไปเล่นกับกระดุมเสื้อของเขาแล้วช้อนสายตาขึ้นมอง“มีเมียเด็ก ถ้าไม่รู้เรื่องวัยรุ่นบ้าง อายคนอื่นแย่”“หยายี่สิบกว่าแล้วนะคะ ไม่เด็กแล้ว”“แต่เด็กกว่าอาเกือบยี่สิบปี” เธอจุ๊บปากเขาเบาๆ เหมือนที่ชอบทำ“อาหมอหน้าเด็ก ไม่เห็นแก่เลย ถ้าไม่บอกว่าสี่สิบกว่าแล้วหยาไม่เชื่อหรอกค่ะ แบบนี้นี่เองที่เขาเรียกว่ากินเด็กเป็นอมตะ” เธอหัวเราะเบาๆ เขาก็ทำตาปริบๆ ก่อนจะทำท่ามันเขี้ยวจกพุงของเธอเล่น“คิกๆ จั๊กจี้ค่ะอาหมอ อาหมอกินเด็กเพื่อโกงอายุตัวเอง ฮ่าๆๆ อาหมออยากหน้าเด็ก คิกๆ” เธอยังยั่วเขา หัวเราะร่วนเมื่อโดนเขาแกล้งกลับ“ไหนบอกจะให้รางวัลอาที่ทำตัวน่ารักจนได้ออกจากโรงพยาบาลไง” เขาทวงคำมั่นสัญญา“คืนนี้จะให้รางวัลคนของขาดค่ะ” เธอล้วงมือเข้าไปในกางเกงนอนของเขา เขื่อนร้องครางเสียงแหบพร่า มันตื่นตัวอย่างรวดเร็วเพราะโหยหาสัมผัสของเธอมานานนับเดือน“เหมือนโดนแกล้งให้นอนโรงพยาบาลตั้งนาน โอ้..
มาหยากับดารินได้แยกกันอยู่คนละวอร์ดตามการแบ่งของอาจารย์ ทั้งสองจึงต้องแยกกันไปอยู่กับเพื่อนๆ กลุ่มใหม่ แต่เวลาทั้งสองก็คุยกันตลอด เป็นการส่งข้อความทางไลน์หากันด้วยความคิดถึง วันไหนมีเวลาว่างพร้อมกันก็จะพากันไปรับประทานอาหารด้วยกันโดยไปกับเพื่อนๆ ในห้องเรียนเดียวกัน ถือว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่
“เป็นอะไรจ๊ะริน ใจลอยเชียว”“เปล่าจ้ะ” ดารินยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนรัก“มีอะไรบอกเราได้นะ เหมือนไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า”“เปล่าจ้ะ รินแค่คิดอะไรเพลินๆ ไปเท่านั้นเอง เราเอากระเช้าไปเยี่ยมด้วยดีไหม” ดารินรีบเบี่ยงประเด็น“ก็ดีนะ” มาหยาเห็นด้วย สองสาวเดินเข้าไปยังศูนย์อาหารก็กลายเป็นจุดสนใจของนักศึกษาหลายค
“ร้อนไหมครับ อยากอาบน้ำไหม” เขากระซิบถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เธอหยุดหัวเราะมองเขาแล้วหน้าแดง“อาหมอหื่นเหรอคะ” เธอขยับมือไปลูบไล้เป้ากางเกงของเขาเบาๆ“นิดหน่อย อาอยากเอาหยาจัง” เขาบอกตรงๆ แตะริมฝีปากไปกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอเพื่อดูดกินเม็ดเหงื่อเล็กๆ ที่ผุดพรายขึ้นมาจากผิวผุดผ่อง“หยาก็อยากโดนอาหมอเอ
“ก็แค่นั้น ที่เหลือเดี๋ยวหยาช่วยเอง มีอะไรปรึกษาหยาได้เลย” มาหยาดึงแขนเพื่อนให้เดินไปหาสองหนุ่ม อาหลานทั้งสองกำลังนั่งสนทนากันอยู่อย่างออกรส“อาเขื่อนชวนไปเที่ยวทะเลสุดสัปดาห์นี้ครับ” เขตต์หันไปบอกดารินคล้ายชวน เขากลัวเธอไม่ไปด้วยกัน“จ้ะ รินตกลงกับหยาไปแล้ว เขตต์ก็ไปด้วยใช่ไหม” ดารินถามอย่างลุ้นๆ







