LOGIN“งั้นหนูไปก่อนนะคะคุณพ่อคุณแม่” มาหยาเอ่ยลา รีบโผเข้ากอดและหอมแก้มบิดามารดาก่อนจะขึ้นรถ เธอโบกมือลา พร้อมยิ้มสดใสส่งไปให้ทุกคน พอรถเคลื่อนออกมาแล้วก็ถอนใจอย่างโล่งอก
“ถ้าคุณพ่อกับคุณแม่รู้ว่ารินโกหกเพื่อช่วยหยา ต้องโดนดุแน่ๆ เลย” ดารินพูดอย่างเป็นกังวล
“ไม่รู้หรอกจ้ะ ทุกอย่างเป็นความลับ”
“อาหมอจะตามมาตอนไหนจ๊ะ”
“สักพักจ้ะ เดี๋ยวก็มา”
“ทำยังกับจะหนีตามกันไปอย่างนั้นแหละ” ดารินพูดขำๆ แต่ก็นั่นแหละ จะบอกไปตรงๆ ก็ไม่ได้ จะพูดว่าเขื่อนกับมาหยามีความสัมพันธ์กันเช่นไรนั้นก็พูดยากเพราะทั้งสองไม่ได้เป็นแฟนกัน มีสถานะนับถือกันแค่อาหลานแต่เพื่อนรักของเธอนี่สิคิดเกินเลยกว่าอาหลานเป็นโยชน์เชียว
ดารินเองก็ไม่แน่ใจว่าเขื่อนคิดเช่นไรเหมือนกัน ท่าทางของเขื่อนเองก็เหมือนไม่ได้คิดกับมาหยาเพียงแค่หลานสาวข้างบ้าน เพราะทั้งใส่ใจดูแลสารพัด แถมยังไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอีก เธอโตมากับมาหยาจึงรู้ดีว่าไม่เคยเห็นเขื่อนจีบผู้หญิงที่ไหน แต่กลับเอาอกเอาใจเพื่อนของเธอจนออกนอกหน้า จะเรียกว่าให้ของขวัญทุกเทศกาลก็ย่อมได้ วันเกิดก็ไม่เคยลืมเซอร์ไพร้ส์เพื่อนของเธอตลอด จะว่าจีบก็ไม่เชิง แต่จะว่าไม่จีบก็ไม่ใช่อีก
“อาหมอมาแล้ว” คนพูดมีท่าทางตื่นเต้นเมื่อเห็นรถคุ้นตาแล่นมาจอดด้านหน้ารถของเพื่อนรัก เขื่อนเปิดประตูรถลงมารับกระเป๋าของมาหยาไปไว้ท้ายรถ
“ฝากหยาด้วยนะคะอาหมอ รินไปแล้วค่ะ” ดารินยิ้มให้อาหมอหนุ่มที่ดูแลเธอมาอย่างดีตั้งแต่เด็กเช่นกัน แต่เธอไม่ได้คิดเกินเลยเหมือนมาหยา นับถือเขื่อนเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งเท่านั้น
“ครับ” เขื่อนรับคำ ดารินโบกมือลาเพื่อนก่อนจะเดินไปขึ้นรถและขับออกไป บิดานั้นตามใจซื้อคอนโดฯ ให้เธอเมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เธอว่าจะหนีไปนอนพักที่นั่นในระหว่างที่มาหยาไปเที่ยวกับเขื่อน
เขื่อนเปิดประตูรถให้เด็กสาวก่อนจะขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ
“หิวหรือเปล่า” เขาเอ่ยถามขณะที่ขยับมาคาดเข็มขัดนิรภัยให้สาวน้อยข้างกาย เธอหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ คนถูกหอมแก้มหน้าแดงขยับหนีไปนั่งตัวตรงประจำที่คนขับเหมือนเดิม เขื่อนไม่เคยชินกับการโดนสาวน้อยหอมแก้มเพราะเขาหวั่นไหวทุกครั้ง ที่ยังไม่มีแฟนก็เพราะหลงรักเด็กข้างบ้านนี่แหละ ยิ่งโตยิ่งหวง ยิ่งรักยิ่งอยากดูแล
“ไม่หิวค่ะ เราจะถึงกันกี่โมงคะอาหมอ” มาหยาเอ่ยถาม อมยิ้มแก้มปริเมื่อเห็นแก้มแดงระเรื่อของคุณหมอหนุ่ม
“ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงแล้วครับ เผื่อเวลาไว้สักสองชั่วโมงสำหรับแวะรับประทานอาหารระหว่างทาง” เขาตอบก่อนจะออกรถ
“ขอบคุณนะคะที่มาเที่ยวด้วยกัน”
“อาเคยสัญญาเอาไว้แล้วว่าจะพามาเที่ยวถ้าหยาสอบติดพยาบาล อาก็ต้องรักษาสัญญาสิ” เขาตอบก่อนจะมุ่งหน้าขับรถออกจากตัวจังหวัด เธอรู้ดีว่าเขื่อนเป็นคนเช่นไร เขาเป็นคนรักษาสัญญา ถ้าสัญญาอะไรกับใครเอาไว้เขาจะทำมันให้ได้ไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็ตามที
“หยารู้ค่ะว่าอาหมอเป็นคนรักษาสัญญา” เธออมยิ้มไปตลอดทาง เขาพาแวะรับประทานอาหารและชมวิวทิวทัศน์ไปด้วย มาหยาสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ มีความสุขกับการได้เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจเป็นอันมาก
ไปถึงรีสอร์ทริมทะเลในช่วงบ่ายเพราะขับรถไม่เร็วนักและแวะไประหว่างทาง มาหยาลงจากรถมาสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดแรงๆ อีกหลายครั้งอย่างมีความสุข
“อากาศดีจังเลยค่ะอาหมอ”
“เดินเล่นไปก่อนนะ เดี๋ยวอาจะเอาสัมภาระไปเก็บ”
“เดี๋ยวหยาช่วยค่ะ” เธอตามเขาเข้าไปในบ้านพัก เสียงคลื่นทะเลทำให้รู้สึกผ่อนคลายไม่น้อย
“ถูกใจไหม” เขาเอ่ยถามเมื่อเข้ามายังบ้านพักเรียบร้อยแล้ว
“ถูกใจมากค่ะ บ้านพักน่าอยู่มากค่ะอาหมอ”
“ตามสบายนะ ห้องพักของหยาอยู่ตรงนี้นะ”
“ค่ะ” เธอนำข้าวของไปเก็บที่ห้อง แต่คิดในใจว่าคืนนี้เธอจะย้ายตัวเองไปนอนห้องเดียวกับเขาและจะเผด็จศึกคุณอาหนุ่มข้างบ้านให้ได้เช่นกัน เธอรอเวลานี้มานานหลายปีแล้ว ตั้งแต่แตกเนื้อสาวก็ตกหลุมรักเขาหมดทั้งหัวใจ มีผู้ชายมาจีบมากมายก็ไม่เคยสนใจ
“ออกไปเดินเล่นกันไหม” เขาเคาะประตูห้องเด็กสาวหลังจากจัดการข้าวของเรียบร้อยแล้ว
“ค่ะ” เธอตามเขาออกมาเดินเล่นเพื่อชมธรรมชาติ มองพระอาทิตย์ตกด้วยกันอย่างมีความสุข
“พระอาทิตย์ตกสวยจัง” มองพระอาทิตย์แล้วทำให้คิดถึงดาริน เธอกับดารินชอบมองพระอาทิตย์ตกด้วยกันบ่อยๆ
“กลับกันเถอะครับ จะได้อาบน้ำหาอะไรกินกัน” เขาจูงมือเธอเดินกลับบ้านอย่างสนิทสนม ยิ้มให้กันอย่างมีความหมาย
“อาบน้ำเสร็จแล้วเดี๋ยวเราออกไปรับประทานอาหารข้างนอกด้วยกันนะ”
“ค่ะ” จริงๆ แล้ว ที่รีสอร์ทมีอาหารบริการให้แขกที่มาพัก แต่ถ้าใครอยากจะขับรถออกไปนั่งรับประทานชิลล์ๆ ตามร้านอาหารที่เปิดให้บริการในยามค่ำคืนก็ตามสะดวก
“อาหมอขา หยาขออาบน้ำด้วยคนสิคะ” ประตูที่เปิดออกมาพร้อมด้วยร่างบอบบางที่นุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวทำเอาเขื่อนถึงกับสะดุ้ง
“เข้ามาทำอะไรครับ” คุณหมอหนุ่มใบหน้าเหลอหลา
“ขออาบน้ำด้วยคนสิคะ” เธอปลดผ้าขนหนูออกจากตัวก่อนจะพาตัวเองลงไปนั่งในอ่างอาบน้ำใบเดียวกันกับเขา เขื่อนมัวแต่ตกตะลึงจึงไม่ทันได้ห้ามปรามอะไร เธอยิ้มหวานให้เขาก่อนจะเริ่มขัดเนื้อขัดตัว
“ทำแบบนี้ไม่ดีนะครับ อาเป็นผู้ชายนะ”
“ตอนเด็กๆ อาหมอก็อาบน้ำกับหยานี่คะ”
“ตอนนั้นหยายังเด็กนี่ครับ” เขาพูดอย่างเอ็นดูระคนหวั่นไหว มองหน้าหวานๆ สบตาคนเด็กขี้อ้อนแล้วใจอ่อนยวบทุกคราไป
เขาระทวยไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจเมื่อโดนเด็กสาวอ้อน และก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก
“หยารู้ค่ะว่าอาหมอเป็นผู้ชาย” เธอขยับเข้าไปใกล้วางมือทาบที่อกกว้างของเขา มันสั่นจนเขื่อนสัมผัสได้
“รู้แล้วยังจะทำแบบนี้ อาไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะครับ” ใจของเขาก็หวั่นไหวกับเด็กสาวอยู่มาก เธอมาแก้ผ้าต่อหน้าแล้วคลุกวงในแบบนี้เขาก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน
“หยาก็ไม่อยากให้อาหมอเป็นพระอิฐพระปูนนี่คะ หยาอยากให้อาหมอมีความรู้สึกมีความรัก จะได้รู้ว่าหยาแอบรักอาหมอมานานแค่ไหนแล้ว” เธอสารภาพมันออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นระริก แก้มสาวแดงปลั่งลามไปถึงใบหู หัวใจของเธอเต้นแรงโครมครามจนแทบจะโลดออกมานอกอก
วันนี้เป็นไงเป็นกัน เธอบอกตัวเองแล้วว่าจะต้องสารภาพรักกับเขาให้ได้
“รู้ไหมว่าพูดอะไรออกมา” เขาตกใจอยู่มากกับประโยคของเธอ ไม่คิดว่าจะโดนเด็กที่แอบรักมาสารภาพรักก่อนแบบนี้ เขื่อนแค่คิดว่ายังไม่ถึงเวลาเท่านั้น
เขารอเธอได้ ระหว่างนี้ก็อยากดูแลเธอให้ดีก่อนเรียนจบ เพื่อจะได้ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง บิดามารดาของเธอจะได้ไม่ตำหนิเขาด้วย ยิ่งสนิทสนมกันมานานเขาก็ยิ่งอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่รักได้ ไม่อยากให้ต้องขุ่นข้องหมองใจกัน การมีมิตรที่ดีถือว่าเป็นของขวัญล้ำค่าสำหรับชีวิต จะทำอะไรเขาจึงคิดหน้าคิดหลัง คิดถึงจิตใจของผู้อื่นก่อนเสมอ สิ่งไหนที่เป็นการหักหาญน้ำใจเขาไม่เคยคิดจะทำมันเด็ดขาด
“รู้สิคะ ความรักของหยามันอัดอั้นอยู่ในอก ตอนนี้หยาโตแล้ว เรียนระดับมหาวิทยาลัยแล้ว บอกรักอาหมอได้แล้วค่ะ” คนที่บอกว่าความรักมันอัดอั้นอยู่ในอกดึงมือใหญ่แสนอบอุ่นของเขามากดทับที่อกด้านซ้าย
“อาแก่แล้วนะ อายุเกือบสี่สิบเข้าไปแล้ว ไม่อายหรือไงที่จะมีแฟนแก่” เขาเอ่ยถาม หยั่งเชิงความคิดของเด็กสาว ทั้งๆ ที่หัวใจเต้นระริกเสียเหลือเกิน
“ไม่เห็นต้องอายเลยนี่คะ คนอื่นจะคิดยังไงก็ช่างแค่อาหมอใจตรงกับหยาก็พอแล้ว” เธอขยับเข้าไปหา ลูบไล้มือน้อยไปกับแผงอกกว้างของเขาก่อนจะซบหน้าเข้าหาอย่างออดอ้อน หน้าท้องที่เต็มไปด้วยซิกซ์แพ็กเพราะเขาชอบออกกำลังกาย รวมถึงเรือนร่างแสนเซ็กซี่แข็งแรงทำให้เธอต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิว เธออยากกินเขาจังเลย กลิ่นหอมจากเรือนกายชายอันสะอาดสะอ้านทำให้ท้องไส้ของเธอปั่นป่วน
เธอเตรียมพร้อมมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ จะยัดเยียดความเป็นเมียให้เขาวันนี้แหละ มาหยาคิดอย่างเขินๆ กับความคิดของตัวเอง ถ้าบิดามารดารู้เข้า ต้องโดนหยิกจนเนื้อเขียวแน่ๆ
“ถ้ามีอะไรบอกเรานะริน อย่าเก็บเอาไว้คนเดียว”“เขตต์คิดว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงไหมคะ” เธอวกกลับมาเรื่องที่คุยค้างกันอยู่“ไม่รู้สิครับ อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีสิ่งมีชีวิตเหมือนๆ กับเราอยู่ที่ดาวดวงอื่นและพวกเขาเหล่านั้นก็อาจจะกำลังค้นหาว่าดาวดวงอื่นมีมนุษย์ต่างดาวอาศัยอยู่ไหม”“มนุษย์บนโลกเวียนว่ายตายเกิน มนุษย์ต่างดาวก็น่าจะเป็นแบบนั้น”“แต่เราไม่เห็นด้วยอย่างหนึ่ง” เขาดึงเธอมานั่งตัก หอมแก้มเธอฟอดใหญ่“ไม่เห็นด้วยเรื่องอะไรคะ” เธอโอบกอดเขาเอาไว้ ซบหน้าที่อกกว้าง“ไม่เห็นด้วยที่มนุษย์โลกอยากจะย้ายไปอยู่ดาวดวงอื่น”“ทำไมล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ลูบไล้แผงอกกว้างของเขาไปมา“เขตต์ว่าโลกน่าอยู่ที่สุดแล้ว ถ้าเรารักษาสิ่งแวดล้อมให้ดี ไม่ทำลายโลก ทำลายธรรมชาติก็ไม่เห็นจำเป็นต้องย้ายไปอยู่ดาวเคราะห์ดวงอื่น เราควรรักษาสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเอาไว้ แทนที่จะไปไขว่คว้าหาสิ่งอื่นมาทดแทน”“ก็จริงนะคะ” เธอเห็นด้วยกับเขาเมื่อได้ฟังเหตุผลข้อนี้“บางทีสิ่งที่เรามีอยู่มันก็ดีอยู่แล้ว แต่เรามักจะแสวงหาสิ่งอื่นที่คิดว่าดีกว่า ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ดีกว่าที่เรามีอ
“เหนื่อยไหมริน” เขตต์เอ่ยถาม“เหนื่อยมากค่ะ แต่เป็นงานแต่งงานที่สนุกมากๆ รินกับหยาเคยฝันว่าอยากได้งานแต่งงานแบบนี้มานานแล้วค่ะ และอยากแต่งงานพร้อมกันด้วย”“มีความสุขก็ดีแล้ว เราไม่ขออะไรมาก แค่ขอให้รินมีความสุขก็พอ”“ขอบคุณมากนะคะ” ดารินยิ้มให้เจ้าบ่าวของเธอ“ไปอาบน้ำกันเถอะ” เขตต์ตวัดอุ้มร่างน้อยไปอาบน้ำด้วยกัน สิ่งที่ทั้งสองต้องการในเวลานี้คืออาบน้ำอุ่นๆ นอนเตียงนุ่มๆ และหลับไปพร้อมกันในอ้อมแขนของกันและกันทั้งสองคู่ตื่นเช้ามาทำบุญตักบาตร และพาครอบครัวไปทำบุญเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ด้อยโอกาสและเด็กกำพร้าที่สถานสงเคราะห์ ก่อนที่ทั้งสองคู่จะไปฮันนีมูนด้วยกันตามแพลนที่คิดกันเอาไว้ก่อนแต่งงานสถานที่ฮันนีมูนที่สองสาวเลือกคือการไปรับอากาศหนาวทางภาคเหนือซึ่งทริปนี้บิดามารดาของเขื่อนเป็นคนเสนอไอเดียเพราะเที่ยวทะเลกันมาบ่อยแล้ว จึงอยากให้เปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง“คุณพ่อกับคุณแม่ของอาหมอคิดได้ไงคะ อากาศหนาวๆ จะได้มีหลานเร็วๆ” มาหยาพูดขำๆ อากาศที่นี่หนาวจริงๆ เธอต้องสวมเสื้อกันหนาว หมวกไหมพรหม และถุงมือถุงเท้าตลอดเวลา อาจเพราะอยู่ทางใต้ไม่มีฤดูหนาวขนาดนี้“คิดว่าอากาศหนาวๆ คงอยากนอนกกเมีย” มาหย
ดารินมองภาพวัยเด็กของเธอที่ถ่ายคู่กับมาหยาแล้วอมยิ้ม ถัดไปเป็นภาพตอนวัยรุ่น ทุกภาพมักมีเพื่อนรักอยู่ด้วยเสมอ ภาพสุดท้ายเป็นภาพรับปริญญาที่มีครอบครัวอยู่เคียงข้าง รอยยิ้มสดใสของมาหยาที่แนบอยู่กับใบหน้าของเธอทำให้ดารินยิ้มทั้งน้ำตา“เด็กขี้แย” มาหยาเช็ดน้ำตาให้เพื่อนรัก“มีความสุขจัง” ดารินปาดน้ำตา จับมือเพื่อนมาบีบเบาๆ“ทีนี้ก็แต่งงานกันได้แล้วนะครับคนดี อารอจนแก่แล้วนะ” เขื่อนพูดขึ้นก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าภรรยา โดยมีเขตต์นั่งอยู่ข้างๆ คุกเข่าอยู่ต่อหน้าดารินเช่นกัน“ลิเกแบบนี้ใครคิดคะ อาหมอหรือนายเขตต์” มาหยาถามขำๆ“เจ้าเขตต์คิดล้วนๆ” เขื่อนพูดขำๆ ก่อนจะเปิดกล่องแหวนแต่งงานออกมา“อ้าว... แหวนหายครับ” มาหยาหัวเราะกับประโยคของสามี“แหวนอยู่นี่ไงคะ อาหมอสวมให้หยาแล้ว” เธอขยับมือด้านซ้ายไปตรงหน้าเขา เขื่อนจุมพิตก่อนจะขอแต่งงานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“แต่งงานกับอานะครับ”“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่อาหมอทำเพื่อหยาขนาดนี้” เธออยากแต่งงานพร้อมกับเพื่อนรัก เขื่อนก็รอ เขารอเธอได้เสมอ และใจเย็นทุกครั้งที่เธอต้องการให้เขารอ“แต่งงานกับผมนะครับริน ต่อแต่นี้ไปสัญญาว่าจะทำตัวให้ดีและดูแลรินให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชา
“แต่งงานกับอาอีกครั้งนะครับ” เขาขอเธอแต่งงานเสียงนุ่ม“ขอแต่งงานกันตอนนี้เลยเหรอคะ นึกว่าจะโรแมนติกกว่านี้” เธอลุกขึ้นมามองเขาทำปากยื่นนิดๆเขื่อนทำท่าเหมือนจับอะไรสักอย่าง เขากำมันเอาไว้แน่นขยับไปมาตรงหน้าเธอ มาหยามองอะไรบางอย่างที่เขากำเอาไว้ในมืออย่างสนใจ“อะไรเหรอคะ” สิ้นประโยคคำถาม เธอก็ต้องตาโตเมื่อเขาคลายมือที่กำเอาไว้ออก“เดี๋ยวนี้อาหมอเล่นมายากลเหรอคะ” เธอมองแหวนเพชรน้ำงามในมือของเขาด้วยรอยยิ้มกว้าง“อารักหยานะครับ” เขาค่อยๆ บรรจงสวมแหวนเพชรน้ำงามที่นิ้วนางข้างซ้าย“คนจะได้รู้ว่าน้องมีผัวแล้ว” เขาดึงมือของเธอมาจุมพิตอย่างแสนรัก“อาหมอน่ะ” เธอหัวเราะเมื่อนึกถึงเมื่อสี่ปีก่อนที่เขาโหลดเพลงนี้เป็นเพลงสำหรับสายเรียกเข้าของเธอ ตอนนั้นจำได้ว่าพิสุทธิ์มาจีบเธอ จนเขื่อนหึง แต่ปรับความเข้าใจและเปิดอกคุยกันว่าเธอไม่เคยคิดนอกใจเขา เรื่องพิสุทธิ์จึงไม่ได้เป็นปัญหาระหว่างชีวิตคู่ของเขากับเธออีก“แต่งงานกับอาได้ไหม... ได้ไหม... คำถามจากใจ จากผู้ชายคนนี้ นามสกุลที่พ่อให้ไว้อยากใช้กับหยา” เขาขอเธอแต่งงานโดยร้องเป็นเพลง มาหยาหลุดขำปนซึ้งออกมา ก่อนจะพยักหน้า“หยาเคยรับปากว่าจะแต่งานตอนเรียนจบ
“เอาปิ่นโตมาฝากครับ” เขื่อนนั่งลงตรงหน้าของภรรยา มาหยายิ้มเขิน เพื่อนๆ เลยเอ่ยขอตัวไปสั่งอาหารมารับประทานกันบ้าง“วันนี้ไม่ให้นายเขตต์มาเหรอคะ มาเองเชียว” ถามไปยิ้มไปไม่ยอมหุบ“อยากมาเองตั้งนานแล้ว นี่ถ้าไม่ใช่นายเขตต์ ไม่ให้หนุ่มคนไหนเอาข้าวมาให้เมียกินหรอก”“หยาทำให้อาหมอลำบากหรือเปล่าคะ”“ลำบากเรื่องอะไรครับ”“ก็ตลอดสี่ปีมานี้หยาให้เรื่องของเราเป็นความลับ อาหมอก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ”“ไม่หรอก สนุกดี”“แน่ะ! พูดแบบนี้ก็ได้ด้วย”“อยากให้เมียมีความสุข เมียว่ายังไงก็ว่าตามนั้น” หลังจากเปิดตัวเขาก็หมั่นแวะเวียนมารับประทานอาหารกับเธอทุกวัน ปิ่นโตน่ารักๆ ที่เขื่อนทำมาให้ภรรยาทำเอาสาวๆ หลายคนมองแล้วอมยิ้ม“ฮั่นแน่! เดี๋ยวนี้ผมหมดความหมายแล้วสินะ” เขตต์นั่งลงใกล้ๆ กับอาหนุ่ม“หมดความหมายอะไรของนาย”“ผมก็หมดหน้าที่ส่งปิ่นโตให้อาสะใภ้แล้วน่ะสิครับ”“พูดไปโน่น”“พิอยากเจออาหมอครับ” เขตต์พูดขึ้น“มีอะไรหรือเปล่า”“เขาอยากขอบคุณอาหมอครับที่ไม่เอาเรื่องเขา”ถามว่าเรื่องนี้เขาสงสารใคร เขาสงสารทั้งสามคน พิชชานั้นไม่ได้รักเทพรัตน์ ทั้งสองโดนจับคลุมถุงชนถึงได้ต้องหมั้นหมายกัน เทพรัตน์นั้นรักพิชชา กลายเป็นร
เขาพาเธอไปนอนบนเตียงกว้าง ก่อนจะนอนลงแนบข้าง“ของขาดเหรอคะ” เธอเอ่ยถามเสียงกระเส่า หัวเราะกับสีหน้างุนงงของเขา“อ้อ... เดี๋ยวนี้ใช้ศัพท์แสงจนอางง ดีที่คิดออก”“ยังดีนะคะที่คิดออก” เธอหลุบตามองกระดุมเสื้อนอนของเขา ยื่นมือไปเล่นกับกระดุมเสื้อของเขาแล้วช้อนสายตาขึ้นมอง“มีเมียเด็ก ถ้าไม่รู้เรื่องวัยรุ่นบ้าง อายคนอื่นแย่”“หยายี่สิบกว่าแล้วนะคะ ไม่เด็กแล้ว”“แต่เด็กกว่าอาเกือบยี่สิบปี” เธอจุ๊บปากเขาเบาๆ เหมือนที่ชอบทำ“อาหมอหน้าเด็ก ไม่เห็นแก่เลย ถ้าไม่บอกว่าสี่สิบกว่าแล้วหยาไม่เชื่อหรอกค่ะ แบบนี้นี่เองที่เขาเรียกว่ากินเด็กเป็นอมตะ” เธอหัวเราะเบาๆ เขาก็ทำตาปริบๆ ก่อนจะทำท่ามันเขี้ยวจกพุงของเธอเล่น“คิกๆ จั๊กจี้ค่ะอาหมอ อาหมอกินเด็กเพื่อโกงอายุตัวเอง ฮ่าๆๆ อาหมออยากหน้าเด็ก คิกๆ” เธอยังยั่วเขา หัวเราะร่วนเมื่อโดนเขาแกล้งกลับ“ไหนบอกจะให้รางวัลอาที่ทำตัวน่ารักจนได้ออกจากโรงพยาบาลไง” เขาทวงคำมั่นสัญญา“คืนนี้จะให้รางวัลคนของขาดค่ะ” เธอล้วงมือเข้าไปในกางเกงนอนของเขา เขื่อนร้องครางเสียงแหบพร่า มันตื่นตัวอย่างรวดเร็วเพราะโหยหาสัมผัสของเธอมานานนับเดือน“เหมือนโดนแกล้งให้นอนโรงพยาบาลตั้งนาน โอ้..
มาหยากับดารินได้แยกกันอยู่คนละวอร์ดตามการแบ่งของอาจารย์ ทั้งสองจึงต้องแยกกันไปอยู่กับเพื่อนๆ กลุ่มใหม่ แต่เวลาทั้งสองก็คุยกันตลอด เป็นการส่งข้อความทางไลน์หากันด้วยความคิดถึง วันไหนมีเวลาว่างพร้อมกันก็จะพากันไปรับประทานอาหารด้วยกันโดยไปกับเพื่อนๆ ในห้องเรียนเดียวกัน ถือว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่
“เป็นอะไรจ๊ะริน ใจลอยเชียว”“เปล่าจ้ะ” ดารินยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนรัก“มีอะไรบอกเราได้นะ เหมือนไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า”“เปล่าจ้ะ รินแค่คิดอะไรเพลินๆ ไปเท่านั้นเอง เราเอากระเช้าไปเยี่ยมด้วยดีไหม” ดารินรีบเบี่ยงประเด็น“ก็ดีนะ” มาหยาเห็นด้วย สองสาวเดินเข้าไปยังศูนย์อาหารก็กลายเป็นจุดสนใจของนักศึกษาหลายค
“ร้อนไหมครับ อยากอาบน้ำไหม” เขากระซิบถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เธอหยุดหัวเราะมองเขาแล้วหน้าแดง“อาหมอหื่นเหรอคะ” เธอขยับมือไปลูบไล้เป้ากางเกงของเขาเบาๆ“นิดหน่อย อาอยากเอาหยาจัง” เขาบอกตรงๆ แตะริมฝีปากไปกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอเพื่อดูดกินเม็ดเหงื่อเล็กๆ ที่ผุดพรายขึ้นมาจากผิวผุดผ่อง“หยาก็อยากโดนอาหมอเอ
“ก็แค่นั้น ที่เหลือเดี๋ยวหยาช่วยเอง มีอะไรปรึกษาหยาได้เลย” มาหยาดึงแขนเพื่อนให้เดินไปหาสองหนุ่ม อาหลานทั้งสองกำลังนั่งสนทนากันอยู่อย่างออกรส“อาเขื่อนชวนไปเที่ยวทะเลสุดสัปดาห์นี้ครับ” เขตต์หันไปบอกดารินคล้ายชวน เขากลัวเธอไม่ไปด้วยกัน“จ้ะ รินตกลงกับหยาไปแล้ว เขตต์ก็ไปด้วยใช่ไหม” ดารินถามอย่างลุ้นๆ







