INICIAR SESIÓNเขาเป็นคุณหมอหนุ่มที่หลงรักเด็กสาวข้างบ้านสุดหัวใจ +++ “อาหมอขา” เด็กน้อยปีนขึ้นไปนั่งบนตักอุ่นๆ ของอาหมอผู้แสนใจดี “ขา...” เขื่อนรับคำเสียงหวานไม่ต่างกัน เขาหอมแก้มเด็กน้อยมาหยาฟอดใหญ่ “โตขึ้นหนูจะเป็นเจ้าสาวของอาหมอค่ะ” “จริงเหรอครับ” เขื่อนเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม “จริงค่ะ” “สัญญาแล้วนะครับ อาจะถือว่านี่เป็นคำสัญญาของหยา” +++ “หยาหนาวค่ะอาหมอ” เธอลูบไล้แผงอกกว้างของเขา “เดี๋ยวอาห่มผ้าให้” เขาบอกเสียงนุ่มอย่างเอ็นดู “ไม่ได้หนาวแบบนั้น อาหมอน่ะ...” เธอทำเสียงกระเง้ากระงอด “เดี๋ยวเสียงดังครับ ดึกแล้ว” เขาเกรงว่าข้างห้องจะได้ยิน “ทำเบาๆ ค่ะ อยากให้อาหมอกอดหยาแน่นๆ หยาหนาวจริงๆ นะ” เธอซุกตัวเข้าไปหาเขาดึงมากอดแนบอก “ถ้าหนาวขนาดนี้เดี๋ยวอาจะกอดแน่นๆ เลยนะครับ”
Ver másเด็กหญิงมาหยา หัสวีมองเพื่อนร่วมห้องนามว่า ดาริน เลิศตระกูลกำลังโดนเพื่อนร่วมชั้นรังแกก็รีบเข้าไปช่วยในทันที
“นายเขตต์แกล้งเพื่อนอีกแล้วนะ ไอ้อ้วนหมูตอนนิสัยไม่ดี” มาหยาเข้าไปขวางเอาไว้ ในขณะที่ดารินหลบไปอยู่ทางด้านหลัง ดารินเป็นเพื่อนใหม่ของทุกคนรวมถึงมาหยาด้วยเพราะเพิ่งย้ายมาเรียนที่โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ในชั้นอนุบาลสาม
“ถอยไปยายหน้าซาลาเปา โอ๊ย!” มาหยาไม่ชอบให้ใครเรียกว่าหน้าซาลาเปา หมัดน้อยๆ ต่อยเข้าที่ใบหน้าของเด็กชายเขตต์ เทพพัชรโยธินเต็มๆ จนเลือดกำเดาไหล
“เลือด! เลือด! ครูครับยายหน้าซาลาเปาต่อยผมเลือดไหล ฮือๆๆ” เขตต์วิ่งไปฟ้องครูประจำชั้นเมื่อเห็นเลือด
“ตายแล้วมาหยาหนูต่อยเพื่อนทำไมลูก เลือดไหลเต็มเลย คุณครูพี่ส้มรีบมาช่วยปฐมพยาบาลน้องเขตต์ก่อนค่ะ” คุณครูนงลักษณ์ตกใจ รีบให้เด็กชายตัวน้อยเงยหน้าขึ้น รีบให้ครูพี่เลี้ยงใช้น้ำแข็งประคบที่หน้าผากเพื่อให้เลือดกำเดาหยุดไหล
“ไอ้หมูตอนเขตต์แกล้งเพื่อนใหม่ค่ะคุณครู” มาหยาพูดจาฉะฉานไม่กลัวครูดุ ด้วยว่าเขตต์ชอบแกล้งเพื่อนในห้อง
“จริงเหรอครับ น้องเขตต์แกล้งเพื่อนเหรอลูก” คุณครูนงลักษณ์เป็นคนยุติธรรมและรักเด็ก ไม่ทำโทษเด็กสุ่มสี่สุ่มห้า เธอรีบเอ่ยถามทันทีหลังจากที่เลือดกำเดาของเขตต์หลุดไหลแล้ว
“ผมเปล่านะครับ” เขตต์ตอบปฏิเสธแต่ไม่กล้ามองหน้าครู
“ไอ้หมูตอนแกล้งดารินค่ะคุณครู ไอ้หมอนี่เป็นผู้ร้ายปากแข็ง แกล้งเปิดกระโปรงแล้วดึงกางเกงในของดารินออกมาด้วย ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย” มาหยาเท้าสะเอวด่าเขตต์จนอีกฝ่ายเถียงไม่ออก
“เราเป็นผู้ชายไปแกล้งผู้หญิงแบบนั้นได้ยังไงครับ ขอโทษดารินเดี๋ยวนี้เลยนะ” ครูนงลักษณ์หันไปดุเด็กชาย เขตต์หน้าจ๋อย มาหยาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ พอคุณครูหันมาก็ยืนนิ่งด้วยท่าทีอย่างเรียบร้อย
“ขอโทษก็ได้” เด็กชายตัวอ้วนพูดอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ดารินที่หลบอยู่ด้านหลังของเพื่อนใหม่ขยับใบหน้าออกมาดูเล็กน้อยก่อนจะหลบไปอีก
“ไม่ต้องไปกลัวไอ้หมูตอนหรอกริน ชิชะชอบแกล้งผู้หญิง วันหลังถ้าแกล้งกันอีกจะเอากระโปรงครอบหัวให้เลย ไม่เชื่อคอยดูไปสิ แต่ถ้ายังไม่หยุดอีกได้เตะก้านคอแน่ๆ” มาหยากอดอกแยกเขี้ยวใส่เขตต์
“ตายแล้วมาหยา หนูเป็นผู้หญิงนะลูก ทำแบบนั้นมันไม่งาม” ครูนงลักษณ์ยกมือขึ้นทาบอก
“คุณพ่อบอกว่าถ้าโดนแกล้งให้เตะก้านคอไปเลยค่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นคุณพ่อจะรับผิดชอบเอง”
“ตายแล้วอกอีแป้นจะแตก”
“เป็นผู้หญิงแล้วทำไมคะครู จะปล่อยให้เด็กผู้ชายมารังแกฝ่ายเดียวเหรอ คุณพ่อสอนว่าผู้หญิงกับผู้ชายสิทธิเท่าเทียมกันค่ะ”
“แต่หนูทำรุนแรงกับเพื่อนนะคะ ยังไงก็ต้องขอโทษ” คุณครูนงลักษณ์ตัดสิน ไม่มีการทุบตีทำร้ายเด็ก เพราะเด็กยังเป็นแค่เด็กอนุบาลตัวเล็กๆ ถ้าทำผิดก็จะให้เด็กๆ ขอโทษกันแล้วเลิกแล้วต่อกัน เด็กๆ ทะเลาะกันไม่กี่วันก็ดีกันกลับมาเล่นกันใหม่ เขตต์กับมาหยาทะเลาะกันตั้งแต่อนุบาลหนึ่งเพราะครูประจำชั้นเคยมาเล่าให้ฟัง เธอจึงเห็นเป็นเรื่องคุ้นชินและไกล่เกลี่ยนกันได้ ผู้ปกครองของทั้งสองฝั่งก็ค่อนข้างจะมีเหตุผลไม่ใช้แต่อารมณ์จึงไม่หนักใจเท่าใดนัก
เขตต์แลบลิ้นปลิ้นตาใส่บ้าง มาหยาเห็นดังนั้นก็แยกเขี้ยวกลับไป จนโดนคุณครูดุ
“มาหยา ทำกิริยาแบบนั้นไม่น่ารักเลยนะคะ”
“ก็ไอ้อ้วนหมูตอน เอ๊ย! นายเขตต์แลบลิ้นปลิ้นตาใส่หนูก่อน” มาหยาฟ้องคุณครู พอคุณครูหันไปมอง เขตต์ก็หยุดทำเสีย
“ยายหน้าซาลาเปา เอ๊ย! มาหยาใส่ความผมครับ”
“เอาละๆ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก มาหยาต้องขอโทษเขตต์ที่ต่อยเพื่อนจนเลือดกำเดาไหลนะจ๊ะ”
“ขอโทษก็ได้ค่ะ” มาหยาขอโทษอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
“วันนี้ผู้ปกครองมารับ ครูจะต้องแจ้งเรื่องนี้กับผู้ปกครองของพวกเรา โดยเฉพาะเขตต์ เราเป็นผู้ชายต้องให้เกียรติผู้หญิงนะรู้ไหม เล่นไปถลกกระโปรงดึงกางเกงในผู้หญิงแบบนั้นมันไม่ดี” เขตต์หน้าสลดลงทันทีที่โดนครูดุ
ในเย็นวันนั้นเขื่อนไปรับหลานชายที่โรงเรียนอนุบาลและได้รู้ว่าหลานชายไปแกล้งเพื่อนร่วมห้อง เขารีบเอ่ยขอโทษขอโพยเด็กหญิงดารินเป็นการใหญ่
“อาเขื่อนครับ ผมโดนยายหน้าซาลาเปาต่อยด้วยครับ” เขตต์รีบฟ้องคุณอาหนุ่ม
“โดนต่อยเหรอ” เขานึกว่าหลานชายโดนเด็กผู้ชายในห้องเรียนต่อยเสียอีก ยังคิดว่ามันเกินไปที่เด็กตัวเล็กๆ แบบนี้ จะทำร้ายร่างกายกันจนเลือดตกยางออก
“น้องเขตต์ไปแกล้งดารินก่อนน่ะค่ะ เลยโดนมาหยาต่อยหน้าเข้าให้” คุณครูนงลักษณ์ดึงมาหยามายืนอยู่ใกล้ๆ เขื่อนถึงกับกะพริบตาปริบๆ ที่หลานชายโดนเด็กหญิงตัวน้อยข้างบ้านต่อยเอาแบบนี้ บ้านของเขากับมาหยานั้นมีรั้วบ้านติดกันเพราะอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน บิดามารดาของเธอเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของเขา บ้านหลังนี้เดิมทีเป็นของบิดามารดาที่ยกให้เขามาพักอาศัยขณะที่เรียนหมอในมหาวิทยาลัยชั้นนำของภาคใต้ ในขณะที่ท่านย้ายไปอยู่ภาคเหนือกับพี่ชายคนรอง ส่วนเขตต์นั้นเป็นลูกชายของพี่ชายคนโตที่เสียชีวิตไปพร้อมกับพี่สะใภ้ของเขาเมื่อหลานปีก่อน ทิ้งหลานชายเอาไว้ให้ครอบครัวดูแล และเขตต์ก็ติดเขามากจึงพามาอยู่ด้วยกัน ทุกวันเขาจึงต้องมารับส่งหลานชายตัวน้อยที่โรงเรียน
“หยาต่อยหลานอาเหรอครับ” เขื่อนเอ่ยถาม เขากะพริบตามองเด็กน้อยแก้มใส ปากแดง น่ารัก ถักเปียกสองข้าง อยู่ในชุดอนุบาลด้วยความเอ็นดูเหลือล้น
“ไอ้หมูตอนชอบแกล้งเปิดกระโปรงเด็กผู้หญิงในห้องค่ะ ถ้าวันหลังทำอีก หยาจะเอากระโปรงครอบหัวเลยคอยดู ไม่มีใครสั่งสอนหรือไงกันนะ” เขื่อนสะดุ้ง รู้สึกคล้ายจะโดนเด็กด่า
“อาขอโทษด้วยนะครับ ต่อไปจะไม่ให้หลานของอาแกล้งใครอีกแล้ว” เขื่อนนั่งลงตรงหน้าของเด็กหญิงมาหยา เขาเผยยิ้มเมื่อเห็นความเฉลียวฉลาดกล้าหาญของเธอที่ปกป้องเพื่อนโดยไม่เกรงกลัวใคร เขาเห็นเธอมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย จึงรู้ดีว่าเธอน่ะซนน่าดู บิดามารดาเลี้ยงแบบตามใจและให้ความรักเต็มเปี่ยมเธอเลยไม่เกรงกลัวใคร แต่ถ้าสิ่งไหนผิดหรือไม่ดีบิดามารดาของเธอก็ไม่ได้ตามใจไปเสียทุกเรื่อง
“อ้าวเขื่อนมารับหลานเหรอจ๊ะ” รติรสเอ่ยทักทายเขื่อน ทำให้มาหยารีบวิ่งไปหามารดาในทันที
“คุณแม่ขาวันนี้นายหมูตอนอ้วนเหมือนลูกบอลแกล้งรินด้วยค่ะ” มาหยารีบฟ้อง
“เราไม่ได้ชื่อนายอ้วน เราชื่อเขตต์” เด็กชายแยกเขี้ยวใส่ทันที
“เราก็ไม่ได้ชื่อยายซาลาเปาเราชื่อมาหยา” มาหยาแยกเขี้ยวกลับ
“เอาละเด็กๆ อย่าทะเลาะกันเลยจ้ะ เอาเป็นว่าเย็นนี้แม่จะทำอาหารอร่อยๆ ให้กินดีไหม แล้วก็คืนดีกันซะนะจ๊ะ อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงทะเลาะกันไม่ดีนะ”
“ใช่ครับ ทะเลาะกันไม่ดี ดูสิเลือดตกยางออกเลย” เขื่อนเห็นด้วย
“ใครเลือดตกยางออกกันจ๊ะ”
“หนูหยาน่ะสิคะ ต่อยน้องเขตต์จนเลือดกำเดาไหล” คุณครูเป็นคนเล่า
“ตายแล้ว! ทำไมหนูทำรุนแรงกับเพื่อนแบบนั้นล่ะจ๊ะ”
“ก็นายหมูตอน เอ๊ย! นายเขตต์ชอบแกล้งเพื่อนในห้องค่ะ ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา”
“อย่าว่าเพื่อนแบบนั้นสิหยา นี่ขอโทษกันหรือยัง”
“ขอโทษแล้วค่ะ ขอโทษที่ต่อยน่ะค่ะ” บุตรสาวตอบแบบนั้นก็ทำให้พงศ์อินทร์ถึงกับอมยิ้ม
“ดีแล้ว ถ้าผิดก็ต้องขอโทษนั่นเป็นสิ่งที่หนูควรทำ เดี๋ยวเขื่อนพาเขตต์มากินข้าวเย็นที่บ้านนะจ๊ะ วันนี้พี่ทำกับข้าวเอาไว้เยอะเลย เราจะได้คุยกัน” รติรสรีบเอ่ยชวน เด็กทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดา เธอเป็นพ่อแม่ไม่ควรไปทะเลาะด้วย
“ขอบคุณครับพี่รส” เขื่อนขอบคุณในน้ำใจของอีกฝ่าย ก่อนจะพาหลานชายขึ้นรถ
“ดารินกลับบ้านยังไงเหรอ” มาหยาเอ่ยถามเพื่อนใหม่ที่เธอถูกชะตาด้วยเป็นที่สุด ดารินนั้นไม่มีแม่มีแต่พ่อที่ไม่ค่อยเห็นหน้าค่าตานัก
“รถโรงเรียนจ้ะ” ดารินรีบบอกเพื่อนใหม่อย่างกระตือรือร้น เธอยกมือไหว้บิดามารดาของมาหยาและอาของเขตต์อย่างฝากเนื้อฝากตัว สร้างความเอ็นดูแก่ผู้ใหญ่เป็นอันมาก
“บ้านรินอยู่ใกล้ๆ กับเรา ชวนรินไปกินข้าวที่บ้านด้วยได้ไหมคะคุณพ่อคุณแม่” มาหยารีบเอ่ยขอบิดามารดา
“ต้องไปขออนุญาตพ่อของรินก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าลูกของเขาหายไป” รติรสคิดว่าจะทำอะไรต้องบอกต้องกล่าวกันก่อนเพราะดารินไปกลับรถโรงเรียน ถ้ารถไม่ไปส่งที่บ้านเหมือนเช่นทุกวันก็จะทำให้บิดาของดารินเป็นห่วงเอาได้
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนูเกรงใจ”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกจ้ะ บ้านใกล้เรือนเคียงกันก็ต้องมีน้ำใจช่วยเหลือกัน หนูรินเป็นเพื่อนกับหยา หยากลับบ้านไป พูดถึงหนูให้ฟังบ่อยๆ เลยรู้ไหม ถ้ามีการบ้านหรืองานอะไรก็ไปทำที่บ้านน้าได้เลยนะ” รติรสพูดอย่างมีน้ำใจ
“ถ้ามีอะไรบอกเรานะริน อย่าเก็บเอาไว้คนเดียว”“เขตต์คิดว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงไหมคะ” เธอวกกลับมาเรื่องที่คุยค้างกันอยู่“ไม่รู้สิครับ อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีสิ่งมีชีวิตเหมือนๆ กับเราอยู่ที่ดาวดวงอื่นและพวกเขาเหล่านั้นก็อาจจะกำลังค้นหาว่าดาวดวงอื่นมีมนุษย์ต่างดาวอาศัยอยู่ไหม”“มนุษย์บนโลกเวียนว่ายตายเกิน มนุษย์ต่างดาวก็น่าจะเป็นแบบนั้น”“แต่เราไม่เห็นด้วยอย่างหนึ่ง” เขาดึงเธอมานั่งตัก หอมแก้มเธอฟอดใหญ่“ไม่เห็นด้วยเรื่องอะไรคะ” เธอโอบกอดเขาเอาไว้ ซบหน้าที่อกกว้าง“ไม่เห็นด้วยที่มนุษย์โลกอยากจะย้ายไปอยู่ดาวดวงอื่น”“ทำไมล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ลูบไล้แผงอกกว้างของเขาไปมา“เขตต์ว่าโลกน่าอยู่ที่สุดแล้ว ถ้าเรารักษาสิ่งแวดล้อมให้ดี ไม่ทำลายโลก ทำลายธรรมชาติก็ไม่เห็นจำเป็นต้องย้ายไปอยู่ดาวเคราะห์ดวงอื่น เราควรรักษาสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเอาไว้ แทนที่จะไปไขว่คว้าหาสิ่งอื่นมาทดแทน”“ก็จริงนะคะ” เธอเห็นด้วยกับเขาเมื่อได้ฟังเหตุผลข้อนี้“บางทีสิ่งที่เรามีอยู่มันก็ดีอยู่แล้ว แต่เรามักจะแสวงหาสิ่งอื่นที่คิดว่าดีกว่า ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ดีกว่าที่เรามีอ
“เหนื่อยไหมริน” เขตต์เอ่ยถาม“เหนื่อยมากค่ะ แต่เป็นงานแต่งงานที่สนุกมากๆ รินกับหยาเคยฝันว่าอยากได้งานแต่งงานแบบนี้มานานแล้วค่ะ และอยากแต่งงานพร้อมกันด้วย”“มีความสุขก็ดีแล้ว เราไม่ขออะไรมาก แค่ขอให้รินมีความสุขก็พอ”“ขอบคุณมากนะคะ” ดารินยิ้มให้เจ้าบ่าวของเธอ“ไปอาบน้ำกันเถอะ” เขตต์ตวัดอุ้มร่างน้อยไปอาบน้ำด้วยกัน สิ่งที่ทั้งสองต้องการในเวลานี้คืออาบน้ำอุ่นๆ นอนเตียงนุ่มๆ และหลับไปพร้อมกันในอ้อมแขนของกันและกันทั้งสองคู่ตื่นเช้ามาทำบุญตักบาตร และพาครอบครัวไปทำบุญเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ด้อยโอกาสและเด็กกำพร้าที่สถานสงเคราะห์ ก่อนที่ทั้งสองคู่จะไปฮันนีมูนด้วยกันตามแพลนที่คิดกันเอาไว้ก่อนแต่งงานสถานที่ฮันนีมูนที่สองสาวเลือกคือการไปรับอากาศหนาวทางภาคเหนือซึ่งทริปนี้บิดามารดาของเขื่อนเป็นคนเสนอไอเดียเพราะเที่ยวทะเลกันมาบ่อยแล้ว จึงอยากให้เปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง“คุณพ่อกับคุณแม่ของอาหมอคิดได้ไงคะ อากาศหนาวๆ จะได้มีหลานเร็วๆ” มาหยาพูดขำๆ อากาศที่นี่หนาวจริงๆ เธอต้องสวมเสื้อกันหนาว หมวกไหมพรหม และถุงมือถุงเท้าตลอดเวลา อาจเพราะอยู่ทางใต้ไม่มีฤดูหนาวขนาดนี้“คิดว่าอากาศหนาวๆ คงอยากนอนกกเมีย” มาหย
ดารินมองภาพวัยเด็กของเธอที่ถ่ายคู่กับมาหยาแล้วอมยิ้ม ถัดไปเป็นภาพตอนวัยรุ่น ทุกภาพมักมีเพื่อนรักอยู่ด้วยเสมอ ภาพสุดท้ายเป็นภาพรับปริญญาที่มีครอบครัวอยู่เคียงข้าง รอยยิ้มสดใสของมาหยาที่แนบอยู่กับใบหน้าของเธอทำให้ดารินยิ้มทั้งน้ำตา“เด็กขี้แย” มาหยาเช็ดน้ำตาให้เพื่อนรัก“มีความสุขจัง” ดารินปาดน้ำตา จับมือเพื่อนมาบีบเบาๆ“ทีนี้ก็แต่งงานกันได้แล้วนะครับคนดี อารอจนแก่แล้วนะ” เขื่อนพูดขึ้นก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าภรรยา โดยมีเขตต์นั่งอยู่ข้างๆ คุกเข่าอยู่ต่อหน้าดารินเช่นกัน“ลิเกแบบนี้ใครคิดคะ อาหมอหรือนายเขตต์” มาหยาถามขำๆ“เจ้าเขตต์คิดล้วนๆ” เขื่อนพูดขำๆ ก่อนจะเปิดกล่องแหวนแต่งงานออกมา“อ้าว... แหวนหายครับ” มาหยาหัวเราะกับประโยคของสามี“แหวนอยู่นี่ไงคะ อาหมอสวมให้หยาแล้ว” เธอขยับมือด้านซ้ายไปตรงหน้าเขา เขื่อนจุมพิตก่อนจะขอแต่งงานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“แต่งงานกับอานะครับ”“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่อาหมอทำเพื่อหยาขนาดนี้” เธออยากแต่งงานพร้อมกับเพื่อนรัก เขื่อนก็รอ เขารอเธอได้เสมอ และใจเย็นทุกครั้งที่เธอต้องการให้เขารอ“แต่งงานกับผมนะครับริน ต่อแต่นี้ไปสัญญาว่าจะทำตัวให้ดีและดูแลรินให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชา
“แต่งงานกับอาอีกครั้งนะครับ” เขาขอเธอแต่งงานเสียงนุ่ม“ขอแต่งงานกันตอนนี้เลยเหรอคะ นึกว่าจะโรแมนติกกว่านี้” เธอลุกขึ้นมามองเขาทำปากยื่นนิดๆเขื่อนทำท่าเหมือนจับอะไรสักอย่าง เขากำมันเอาไว้แน่นขยับไปมาตรงหน้าเธอ มาหยามองอะไรบางอย่างที่เขากำเอาไว้ในมืออย่างสนใจ“อะไรเหรอคะ” สิ้นประโยคคำถาม เธอก็ต้องตาโตเมื่อเขาคลายมือที่กำเอาไว้ออก“เดี๋ยวนี้อาหมอเล่นมายากลเหรอคะ” เธอมองแหวนเพชรน้ำงามในมือของเขาด้วยรอยยิ้มกว้าง“อารักหยานะครับ” เขาค่อยๆ บรรจงสวมแหวนเพชรน้ำงามที่นิ้วนางข้างซ้าย“คนจะได้รู้ว่าน้องมีผัวแล้ว” เขาดึงมือของเธอมาจุมพิตอย่างแสนรัก“อาหมอน่ะ” เธอหัวเราะเมื่อนึกถึงเมื่อสี่ปีก่อนที่เขาโหลดเพลงนี้เป็นเพลงสำหรับสายเรียกเข้าของเธอ ตอนนั้นจำได้ว่าพิสุทธิ์มาจีบเธอ จนเขื่อนหึง แต่ปรับความเข้าใจและเปิดอกคุยกันว่าเธอไม่เคยคิดนอกใจเขา เรื่องพิสุทธิ์จึงไม่ได้เป็นปัญหาระหว่างชีวิตคู่ของเขากับเธออีก“แต่งงานกับอาได้ไหม... ได้ไหม... คำถามจากใจ จากผู้ชายคนนี้ นามสกุลที่พ่อให้ไว้อยากใช้กับหยา” เขาขอเธอแต่งงานโดยร้องเป็นเพลง มาหยาหลุดขำปนซึ้งออกมา ก่อนจะพยักหน้า“หยาเคยรับปากว่าจะแต่งานตอนเรียนจบ