LOGINชื่อของเธอคือแหวนดอกไม้ ใครช่างตั้งให้กันนะ?
“พี่น่ะโล่งใจมากเลย นึกว่าจะต้องเปิดดิก หรือว่าใช้ภาษามือเสียแล้ว ไว้กลับถึงบ้านแล้วตกลงกันแล้วนะ ว่าเราจะไปคุยกันตามลำพัง”
เธอหัวเราะเสียงสดใส ขณะที่ชวนผมคุย ดูจะหายเครียดไปเลยเมื่อรู้ว่าทั้งผมและพ่อ พูดภาษาไทยได้ คุณบุษบาถึงกับอมยิ้ม กับท่าทางนั้นของลูกสาวของเธอ แล้วเอ่ยเย้าๆ อย่างล้อเลียน ขณะที่เรานั่งรถกลับมาบ้านด้วยกัน
“กลัวน้ำลายบูดหรือยังไงล่ะ ยัยแหวน”
“แม่ล่ะก็”
ไอ้ตาเลเซอร์
แต่สายตาเลเซอร์ของผมไม่ยักกะทำให้คนที่นั่งข้างหลังผมตอนนี้จะสนใจอะไร เธอชวนผมคุยจ้อทันทีที่รู้ว่าผมพูดไทยได้ ไอ้ผมก็สงวนท่าทียิ้มอย่างเดียวบ้าง แต่เป็นยิ้มแบบพยายามแสร้งให้เป็นยิ้มตามมารยาท ตาดุเข้าไว้ ถึงเธอจะมาเป็นพี่สาว? แล้วไงอะ ผมไม่เคยมีพี่สาว แล้วหล่อนเป็นใครก็ไม่รู้ รู้จักกันได้แค่กี่นาทีกันเชียว จะมาชวนคุยอะไรนักหนาให้น่ารำคาญกัน
ครับ...ตอนแรกก็คิดแบบนั้นล่ะ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเลยแหะ กับสายตาแบบนั้น กับรอยยิ้มแบบนั้น ในที่สุด เหมือนผมจะแพ้ต่อแสงเฮ้ากวงที่สาดส่องมาจากรอยยิ้มและสายตาที่เปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ เสริมออฟชั่นแถมด้วยเสน่ห์อันแรงกล้า ผมก็เผลอหัวเราะไปกับเธอจนได้ หัวเราะจนพ่อหันมามองผมแล้วเลิกคิ้ว
ผมเคยทำแบบนี้ที่ไหนกัน
เสียฟอร์มเป็นบ้า
ล่ะคุยกันตามลำพัง ใครจะคุยกันตามลำพังกับพี่ล่ะคร้าบ พูดเองเออเองทั้งนั้น ไอ้ที่ว่าหล่อนจะคุยกับผมสองต่อสองนั่น ก็คือ...หล่อนกระซิบกับผมว่าเราจะลองทำเซอร์ไพรส์งานแต่งให้พ่อกับแม่ของเรากันไหม?
ภาษาไทยผมต้องเรียกหล่อนว่าอะไรนะ ผู้หญิงอายุมากกว่า แถมมาทำจุ้นจ้านวุ่นวาย นู่นนี่ งั้นงี้ อ้อ...เจ๊ เอ่อ...ใช่ ใครเค้าจะไปตกลงกะเจ๊กันล่ะ
ขออุทานเป็นภาษาอีสานล่ะกัน
ฮ่วย!
เจ้าหล่อนทำตามปากว่า คือลากผมไปในสวนทันทีที่กลับไปถึง ‘บ้าน’ ของครอบครัวใหม่ของเรา ผมเพิ่งวางกระเป๋าเดินทางไว้ด้วยซ้ำ คุณบุษบาหัวเราะกับท่าทางของพวกเรา ขณะที่พ่อของผมมองตามอย่างเป็นห่วง ผมไม่ใช่ปอบหรอกพ่อ ไม่ได้จะคิดไปจกไส้พี่สาวคนใหม่กินหรอกน่า
ถ้าจะให้จกอย่างอื่นจะดีเสียกว่า ฮี่ๆ
นั่นพี่สาวมึงนะไอ้แทน
สามัญสำนึกส่วนดีเตือนผมหยิกๆ ก็แล้วไงล่ะวะครับ ผมก็เพิ่งรู้ว่าเธอเป็นพี่สาวนี่หว่า แล้วไงใครแคร์?
“เดี๋ยวๆ จะพาผมไปไหน”
ผมตอนแรกก็ยอมปล่อยให้เธอลาก เพราะถ้าผมต้านแรงเธอไว้เธอก็คงไม่มีแรงจะพาผมมาได้ไกลถึงนี่หรอกครับ อ้อ...ลืมเล่าไป ครอบครัวใหม่ของผมมีบ้านอยู่ในสวนครับ สวนต้นอะไรสักอย่าง ผมยังไม่ได้เจาะลึกว่ามันมีอะไรบ้าง แต่บ้านเป็นบ้านไม้สองชั้น พื้นที่กว้างขวางเลยทีเดียว พ่อคงจะสนุกล่ะงานนี้ หึ หึ หึ
เธอปล่อยมือจากแขนผม แล้วเงยหน้าขึ้นมองผม พลางยิ้มตาวิบวับให้ผม รอยยิ้มที่ทำให้ผมจะยิ้มตาม อีกล่ะ...
“ผมไม่ได้ตกลงด้วยนะ”
ผมออกตัวก่อน แต่แหวนดอกไม้ก็ไม่ได้ฟังอะไรล่ะ ไม่ฟังสักนิดว่าผมอยากจะทำไหมอะ เฮ้! ฟังกันบ้าง มายิ้มหวานใส่ผมอีกล่ะ แถมด้วยยังพูดแจ้วๆ ไม่ได้สนใจสักนิดว่าผมจะเอาด้วยไหม
“งานแต่งงานของพ่อแม่เรา จะจัดที่นี่ พี่เลยคิดว่าเราน่าจะมาทำอะไรน่ารักๆ ให้พวกท่านกันดีไหม เนื่องในโอกาส ที่เรามาเป็นครอบครัวกันยังไงล่ะ แทน พี่ว่าเรามาเล่นละครกันไหม?”
“หะ!” ผมถึงกับคิ้วขมวด เจ้าหล่อนชวนผมทำบ้าอะไรนั่น
“พ่อกับแม่เราเจอกันแบบน่ารักมากๆ”
เจ้าหล่อนยังคงเพ้อต่อ เอ้า...ฟังก็ได้วะ เออ...ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อของผมเจอะเจอกับคุณบุษบาได้ยังไงกัน ลืมถาม ไม่ได้สนใจ เพราะพ่อของผมมีอาการปิ๊งปั๊งออกจะบ่อยไปน่ะครับ หนนี้โผล่มาประกาศว่าจะแต่งงานจริงจัง ก็ตกใจอยู่ ไม่ใช่ผมคนเดียวล่ะที่ตกใจ ป้าเอ็มนี่ถึงกับตกเก้าอี้กันเลยทีเดียว คนอ้วนร้อยกิโลกว่าตกเก้าอี้ หัวเกือบฟาด สะโพกคราด งานใหญ่วุ่นวายกันเลยวันที่พ่อมาประกาศจะแต่งงาน นั่นล่ะครับ ใครจะไปคิดได้ว่าจะต้องถามถึงตำนานรักนั่น
“เจอกันยังกับนิยายแน่ะ เนาะแทน”
ผมยักไหล่ มองซ้ายมองขวาหาที่นั่ง สงสารที่เจ้าหล่อนต้องแหงนหน้าคุยกับผม แล้วก็เมื่อยด้วย ผมเห็นตอไม้ที่ตัดไว้ แล้วก็นั่งมันง่ายๆ ตรงนั้นล่ะ
“จะว่าไปพ่อก็ปิ๊งกับสาวเป็นประจำนั่นล่ะ” ผมว่า แหวนดอกไม้ย่นจมูกน้อยๆ พร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย เอ้า! ทำไมเห็นด้วย
“จริงๆ ก็ตอนที่เจอแม่พี่ พ่อของแทนน่ะ จีบผู้หญิงอยู่ตั้งสองคน แถมควงมาจากเมืองนอกด้วยอีกคนแน่ะ”
“โห...ขนาดนี้เลย...” ผมเผลออุทาน “แบบนี้คุณก็ยังอยากจะให้แม่ของคุณมายุ่งกับพ่อของผมอย่างนั้นหรือครับ”
“ก็พ่อเจสันเค้ารักแม่พี่จริงๆ นี่นา” เธอหัวเราะจนตาหยี
“ลึกๆ แล้วพ่อเจสันเป็นคนน่ารักจะตายไป ที่มีสาวเยอะๆ คงเพราะเหงามั้ง ก็พ่อเล่าว่าพ่อต้องไปทำงานนั่นนี่เรื่อยๆ จนไม่มีเวลาเลย มาที่นี่ก็หลบมาพักร้อน แต่กลายเป็นพักร้อนยาวเลย”
“อืม...ไหนคุณลองเล่าสิว่า เรื่องของพวกเค้าเป็นยังไง”
ผมชักจะอยากรู้แล้วล่ะครับ ว่าทำไมแม่ตัวเล็กนี่ ถึงได้คิดจริงๆ ว่าพ่อผมน่ะ รักแม่ของหล่อนมาก
“อืม...”
เธอทรุดลงนั่งแปะมันตรงข้างผมนั่นล่ะครับ ทำไมตัวเล็กแบบนี้กันนะ น่าจับมากอดแรงๆ สักที ผมคิดขณะที่มองหล่อน เห็นแค่ผม ขนตากับปลายจมูกจากมุมที่ผมมองอยู่นี่ กลิ่นหอมๆ สดชื่นระเหยมาจากตัวเธอ เหมือนกลิ่นดอกไม้ผสมกัน ผมนึกไม่ออกว่ากลิ่นอะไรบ้างแอบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ด้วยซ้ำตอนเธอมานั่งใกล้ๆ แม่ตัวเล็กนี่ตัวหอมดีจริงๆ
“บ้านเราขายผลไม้ นี่คือสวนส้มโอ” เธอชี้ให้ผมดูต้นไม้รอบๆ อ้อ...ส้มโอ อะไรคือส้มโอ? เออ...ผมไม่รู้จักหรอก ลูกมันสีเขียวๆ ใหญ่ๆ จะรสชาติแบบไหนกันนะ
“แล้วก็มีมะม่วง” เธอชี้มือไปด้านใน
“ตรงโน้น เดี๋ยวไว้พี่จะพาไปดู ตรงนู้น...” เธอชี้มือไปอีกทาง ผมก็มองตามไปมา ใจก็คิดสนุกไปด้วยกับการเดินสำรวจพื้นที่ สวนแบบนี้ผมไม่เคยเห็นนี่ครับ
“มีบ่อปลาด้วยล่ะ ไว้ไปตกปลากัน”
“ไหนจะเล่าเรื่องความรักของเจสันกับคุณบุษ”
“อุ๊ย!” เธอเงยหน้าขึ้นมามองผมแล้วยิ้มตาวิบวับ แม่เจ้าประคุณ ยิ้มทีไรใจผมก็เต้นแปลกๆ ทุกที “พี่ขอโทษ โม้เพลิน คือพ่อของแทนมาซื้อผลไม้ แล้วก็มาเกือบทุกวัน เลิกจีบคนอื่น มาจีบแม่พี่แทน แม่ก็บ่นทุกวันว่ารำคาญ แต่พี่รู้นะ ว่าแม่น่ะก็แอบๆ มองพ่อเจสันล่ะ พ่อของแทนหล่อจะตายไป แถมเป็นดาราดังใช่ไหมล่ะ ธรรมดาคนแบบนั้นมาจีบ ใครไม่ปลื้มก็แปลก แม่ก็ปลื้มนิดๆ ล่ะ แต่ก็บอกกับพี่ว่า ไม่มีทางจะสนใจอีตาคนนี้หรอก มาแล้วก็ไป พอถ่ายทำเสร็จก็คงจะหายไปล่ะ พ่อเจสันก็หายไปจริงๆ นะ พอแม่ไม่เล่นด้วย แล้วก็ถ่ายทำเสร็จพอดี แต่แล้ว...พวกเราสองแม่ลูกเกือบๆ จะลืมพ่อเจสันไปล่ะ แกก็โผล่มา มานี่ยังกับพระเอกมิวสิคเลย คือมาวันฝนตกพอดี๊ พอดี มากดออดหน้าบ้าน พ่อไม่รู้ว่าออดเสีย ยืนกดแล้วก็รอ ยืนถือดอกไม้รอแม่พี่ที่หน้าบ้าน ฝนก็ตกแบบฝนไล่ช้างน่ะ...แทนรู้จักฝนไล่ช้างหรือเปล่า?”
ฝนไล่ช้าง
พี่มะลิไม่เคยสอนด้วยสิครับคำนี้ แต่มันฟังๆ ดูแล้วท่าจะเม็ดโหดน่ากลัว ช้างเลยวิ่งหนี ผมนั่งหน้านิ่ง พยายามจะไม่ยิ้มตามเธอ ก็ยังเก๊กไว้ก่อนล่ะครับ คนเพิ่งจะรู้จักกัน ผมไม่ใช่คนเฟรนลี่นะ
“ทั้งสองคนก็เริ่มรักกัน ตอนแรกแม่ไม่กล้าเปิดใจหรอกนะ เพราะว่าแม่ไม่เคยเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนไหนอีกเลย ตั้งแต่พ่อแท้ๆ ของพี่เสียไปน่ะ จนมาถึงพ่อเจสัน เค้าแสดงความจริงใจว่าชอบแม่มาก ยอมเลิกงานแสดง แล้วก็มาตั้งใจว่าจะสร้างครอบครัวกับพวกเรา ก็เพื่อแม่ แล้วพอแม่รู้เรื่องแทนน่ะ แม่ก็จะไม่แต่งงานกับพ่อนะ เพราะว่าสงสารที่แทนต้องอยู่คนเดียว แล้วแม่ก็บอกว่า แทนน่ะคือตัวแทนที่บอกว่าพ่อเจสันเหลวไหลขนาดไหน พ่อก็เลยพิสูจน์ยังไงกันล่ะ ด้วยการพาแทนมาอยู่ร่วมเป็นครอบครัวกับพวกเรา”
เธอเอื้อมมือมาจับมือผมไปกุมไว้ มือเธอนิดเดียวล่ะครับแล้วก็นุ่มมาก เธอกุมมือผมไม่มิดหรอก แต่อาการที่เธอทำ มันทำให้ผมรู้สึก
อบอุ่น...แปลกๆ
“เราเป็นครอบครัวกันแล้วนะ พี่น่ะเคยเป็นแต่ลูกคนเดียว อยากมีน้องชายมาให้ดูแลมานานมากแล้ว มาเป็นน้องชายพี่นะแทน”
“คะ...ครับ”
อ้าว...ผมเผลอตอบรับไปได้อย่างไรกันครับ?
ฟังดูงี่เง่า แต่ผมก็...
“ครับ”
“น่ารักจัง น้องชาย” เธอยิ้มวิบวับส่งให้ผมอีกแล้ว
ฮ่วย...ทำไมใจผมต้องเต้นขนาดนั้นด้วย
“แต่งงานกันนะพี่แหวน” มันคือคำทักทายแรกของผมในตอนเช้าเมื่อเจอเธอ แหวนดอกไม้ทำตาโต พลางกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะอุทานออกมาอย่างงๆ“หะ”“หะ เหออะไรเล่า” ผมจับมือเธอมากุมไว้ แล้วก็รูดแหวนที่นิ้วก้อยของตัวเอง สวมเข้าหมับที่นิ้วนางด้านซ้ายของเธอ จะบอกว่าผมรู้ขนาดครับ ก็เคยลองเอาแหวนที่นิ้วนี้ของเธอมาสวมดู มันสวมได้พอดีกับนิ้วก้อยของผม เรียบร้อย ผมจับแหวนดอกไม้ของผมล็อกแล้ว หนีไปไหนไม่ได้แล้ว หึ หึ หึ“อะไรของแทน”เธอขำครับ แล้วก็หน้าแดงไปด้วย พยายามดึงมือจากมือผม แต่เรื่องอะไรผมจะปล่อย ผมจับมือเธอไว้ แล้วมองตาเธอด้วยสายตาที่มุ่งมั่นจริงจังสุดๆ แล้วในชีวิตล่ะ“ผมบอกว่ารักแล้ว พี่แหวนก็เกี่ยงนั่นนี่โน่น กลัวนั่นนี่ ผมก็เลยนอนคิดทั้งคืน เราแต่งงานกันเลยดีกว่า พี่แหวนจะได้เลิกกลัว ดีไหม”“แล้วถ้าแทนเป็นอย่างที่พี่กลัว ใครจะรับผิดชอบ”เธอคงจะแกล้งพูดนั่นแหละครับ แนะๆ กลั้นยิ้มไม่อยู่ล่ะสิ ปลื้มล่ะสิ ผมรู้นะว่าเธอชอบทับทิมสีแดง ผมอุตส่าห์ไปแอบทำไว้ กะจะให้เธอในวันเกิด แต่เอาเป็นแหวนหมั้นเสียเลย“ผมไม่มีทางเป็นแบบนั้น เอาอย่างนี้ ถ้าเกิดว่าผมทิ้งพี่แหวน หรือทำตัวไม่ดีกับพี่แหวน ผมอนุญาตให้พี่แ
ตั้งแต่กลับมาวันนั้น...สิ่งที่ผมมุ่งมั่นตั้งใจไว้เฮ้อ...มันก็พังไปเบาๆ น่ะครับ เพราะการเริ่มต้นค่อนข้างวุ่นวายพอสมควรกับร้านของเรา เราปิดร้านไปนานพอสมควร เรื่องผลไม้อีก อ้อ..ทับถมไปต่อเนื่องด้วยปัญหาภายในของบริษัทของผม จึงทำให้ผมต้องรีบบินกลับไปหาสองเพื่อนซี้เพื่อทำการแก้ปัญหา และยังถูกให้อยู่ต่ออีกนิดหนึ่ง เพราะแม่ของบ็อบเสียชีวิต ผมจึงต้องอยู่ช่วยเหลือเพื่อนรักทางจิตใจ ระหว่างนั้นผมก็ไม่ได้ทิ้งแหวนดอกไม้ให้อยู่คนเดียว ต้องขอบคุณอินเตอร์เน็ตที่ทำให้ผมติดต่อเธอได้ตลอดเวลาแม้จะอยู่ห่างไกลกันคนล่ะซีกโลกก่อนมาผมจ้างไอ้คม ครับ จะมีใครล่ะที่จะเป็นหูเป็นตา เป็นมือเป็นเท้าให้ผมอย่างดีได้เท่าเพื่อนรักคนไทยคนนี้อีก ให้ช่วยเหลือดูแลแหวนดอกไม้ มันรับคำอย่างเต็มใจเลยล่ะครับ แล้วมันก็ยังขนญาติลูกพี่ลูกน้อง มาช่วยงานในร้านอีกสองคน มันบอกว่าจะได้ผนึกกำลังกัน แนะ...คนอื่นไว้ใจไม่ได้ผมต้องห่างจากเธอมาเกือบสองเดือนแล้วล่ะครับ ผมกะว่ามะรืนนี้จะบินกลับเมืองไทย บอกเธอไว้แล้วด้วยว่าจะขนอะไรไปฝากบ้าง ดูเหมือนเธอจะเหม่อๆ แปลกๆ พิกลระยะหลังนี่ เอ...แต่เดี๋ยวผมก็รู้ครับว่าทำไมผมคิดเล่นๆ ว่าถ้าระบบร้าน
เราตกลงมาเที่ยวเหนือกันครับ ขับรถมากันเรื่อยๆ ค่ำไหนก็นอนนั่น ดูสถานที่ชิลๆ น่าเที่ยวจากคู่มือท่องเที่ยวบ้าง เฟซบุ๊กบ้าง ก็สนุกดีนะครับ เราเที่ยวกันจริงจังสามจังหวัด คือลำปาง แพร่ และน่าน ผมมีความสุขที่ได้เห็นเธอเริ่มยิ้มกว้าง ยิ้มวิบวับบ่อยขึ้น เราชิมอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ มีบางอย่างที่ผมชอบมาก คือไส้อั่ว กับน้ำพริกอ่อง ชอบขนาดขอสูตรจากร้านที่ไปนั่งกินกันเลยล่ะครับ แถมเขาก็ใจดีไม่หวง ชวนผมทำด้วยซ้ำ อาจจะเพราะคุกกี้สูตรของย่า ที่แหวนดอกไม้เอาติดตัวมาแล้วให้ป้าแกชิมก็เป็นได้ จึงเกิดการแลกสูตรลับกันเกิดขึ้น มีความสุขกันไปทั้งสองฝ่ายเลยทีเดียวเรากะว่าทัวร์นี้จะจบลงที่จังหวัดน่านครับ แล้วเราจะกลับไปที่นครปฐม เริ่มเปิดร้าน ขายผลไม้ของพวกเราเสียที คืนนี้เรานอนโฮมสเตย์ครับ เจ้าของบ้านพาเราไปทำกิจกรรมมาทั้งวันอย่างสนุกสนาน ตบท้ายด้วยอาหารพื้นเมือง ที่ผมกินไปร้องโอมายก็อดไปด้วยความเผ็ดอย่างน้ำพริกน้ำปู จนเจ้าของบ้านหัวเราะผม มีผักแปลกๆ ให้กินแกล้มกับน้ำพริก ผมเพิ่งรู้ว่ายอดมะม่วงสีออกน้ำตาลอ่อนๆ นี่มันกินได้! อเมซิ่งมาก อร่อยสุดๆ เมื่อเอากินกับลาบหมู ไก่มะแข่น อันหลังนี่เด็ดจริงๆ รสชาต
จะให้ผมเล่าถึงเรื่องไอ้แบงค์น่ะหรือครับ ขยับเข้ามาใกล้ๆ สิครับ ใกล้อีกนิด...ขอผมระงับอารมณ์นิดหนึ่งน่ะครับเอาล่ะ...พร้อม...ไอ้คมเล่าว่า ที่มหาวิทยาลัยที่ไอ้แบงค์สอน เรื่องที่ไอ้แบงค์รับปรับเกรดนักศึกษา จากทั้งตัว ทั้งเงิน เหอๆ เป็นเรื่องจริงน่ะสิครับ แล้วเรื่องก็แดงโร่ ตอนที่มีนิสิตคนหนึ่ง ปรับเกรดกับมันทุกเทอมจนท้อง...แล้วมันก็ให้เค้าไปทำแท้ง ความแตกตรงที่ว่านิสิตคนนั้นตกเลือด และพ่อแม่เค้าไม่ยอม จะเอาเรื่องมัน ก็สมควรล่ะไอ้เลว! ต่อหน้าทำเป็นคนดีนักนี่ เขาเรียกร้องค่าเสียหายจากมันเป็นจำนวนเงินก้อนโต ถึงล้านบาทครับแล้วเงินก้อนโตที่ว่าน่ะ มันเสือกมาหลอกเอาจากแหวนดอกไม้นี่สิเรื่องปิดไม่มิด ตรงนิสิตคนนั้นที่ตอนแรกนึกว่ามันจะรักเค้าจริง แต่พอรู้ว่ามันมีแฟนออกหน้าออกตาคือแหวนดอกไม้ และเที่ยวปรับเกรดไปทั่ว นั่นแหละครับ นางจึงเอาทุกอย่างมาแฉเรื่องนี้ลือลั่นสนั่นมาก เกือบๆ จะได้ลงเป็นเนตไอดอลกัน แต่พ่อแม่ของนิสิตสาวหน้าบาง จับลูกสาวล้างน้ำใส่ตะกร้า ใช่ไหม? ผมจำไม่ค่อยได้กับคำเปรียบเปรยแบบนี้ หรือใส่ตะกร้าล้างน้ำอะไรสักอย่างนี่ล่ะ เลยมีข่าวกันแค่ในมหาวิทยาลัย หลุดๆ ออกมาเป็นท
หลังงานทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ผมกับแหวนดอกไม้ไปส่งย่าและป้าเอ็มที่สนามบินเสร็จเรียบร้อย เคลียร์เรื่องทุกอย่าง เช่นค่าใช้จ่ายงานของพ่อและแม่เรา พ่อของผมมีพินัยกรรมด้วยครับผมเพิ่งรู้ และพินัยกรรมของพ่อทำให้ย่าและป้าเอ็มถึงกับยิ้มไปตามๆ กันพ่อให้อสังหาริมทรัพย์กับย่า และ ป้าเอ็ม รวมถึงเงินรองรังจำนวนหนึ่ง ผมก็ได้เงินและหุ้นของพ่อ คุณบุษก็ได้สิทธิ์ในหุ้นและเงินของพ่ออีกส่วนหนึ่ง ซึ่งมันก็ตกเป็นของแหวนดอกไม้ไปโดยปริยายเพราะเธอเสียชีวิตลงแล้ว ส่วนของคุณบุษ...ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะน่ารักขนาดมีทำประกันชีวิตไว้โดยมีผมเป็นผู้รับผลประโยชน์ ในกรมธรรม์ฉบับหนึ่ง เหมือนเธอจะรู้ชะตากรรมล่วงหน้าของตนเองหรือเปล่าหนอ...ผมอดคิดในใจไม่ได้ เพราะที่เธอยกให้ผมนั้นคือประกันชีวิตที่เพิ่งจะส่งเบี้ยประกันได้ไม่ถึงปีจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ เรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ผมก็ต้องจัดการเรื่องต่อไปล่ะครับนั่นก็คือเรื่องของบุคคลที่ทุกคนต่างฝากฝังเธอไว้กับผม แหวนดอกไม้เธอดูอ่อนแอและบอบบางในสายตาใครต่อใคร ญาติๆ ของเธอ แม้กระทั่งญาติของผม ก็บอกให้ผมอย่าทิ้งเธอ ให้อยู่เป็นเพื่อนเธอจนกว่าเธอจะตั้งหลักทำใจได้ การสูญเสียแ
สองปีผ่านไปครับ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้กลับไปหาครอบครัวอย่างที่ตั้งใจไว้ เฮ้อ...รักแรกของผม รักที่แท้จริงและจริงจังตอนอายุสิบแปด ไฉนมันถึงฝังลึกยาวนานนักก็ไม่รู้สิครับผมมาอยู่ที่แอลเอ กับบ็อบ และโทมัส สองเพื่อนซี้คู่หูทำเกมของผม เราเปิดบริษัทครับตอนนี้ บริหารงานกันเป็นเรื่องเป็นราวตามแบบของเรา ถือได้ว่าเป็นนิวเจนที่ประสบผลสำเร็จกันตั้งแต่อายุยังน้อย ความสำเร็จทำให้พวกเราเหลิงกันนิดๆ แต่ไม่ถึงขั้นจะเตลิดอะไรกันมาก ผม...อาจจะเพราะเป็นคนมีปมที่มีพ่อเป็นคนดัง เลยค่อนข้างจะปิดตัวเอง ใช้ชีวิตแบบอาร์ตๆ ประหลาดๆ (มีคนว่าแบบนั้นนะ) ผมซื้ออพาร์ทเม้นท์ขนาดกลาง เลี้ยงสัตว์เลี้ยงคือปลาทองคู่หนึ่ง ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เดตบ้างอะไรบ้างตามประสาหนุ่มโสด ยังไม่คิดจะจริงจังกับใคร...ก็ใจมันยังไม่ปิ๊งนี่ครับ ผมยังไม่ลืม...เธอคนนั้นได้สักทีบ็อบเองก็มีครอบครัวที่ต้องดูแล เงินที่ได้มาถึงขั้นระดับเศรษฐีย่อยๆ ของเขาส่วนหนึ่งกลายเป็นค่ารักษาน้องสาวคนเดียวที่ป่วยหนัก แบมบูน้องสาวของเขาเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง แม่ของเขาเป็นโรคซึมเศร้า ยายเป็นโรคอัลไซเมอร์ ส่วนพ่อของเขานั้น...อย่าไปพูดถึงดีกว่านะครับ เป็น







