Share

2

last update publish date: 2026-06-24 22:42:29

หลังจากงานแต่งงานสุดสวีทของพ่อกับแม่ผ่านไปห้าเดือน....

​“แทน แทนจ๋า มากินข้าวกัน”

​ผมเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ที่หมกมุ่นกับมันมาตลอดทั้งวัน ถอดแว่นออกพลางนวดดั้งจมูกเบาๆ เสียงนั้นทำให้ท้องของผมร้องขึ้นมาเบาๆ เหมือนจะประท้วงว่าเกินเวลาอาหารกลางวันแล้ว ผมยังอ้อยอิ่งไม่ลุกขึ้นจากเบาะที่นั่งอยู่ บิดซ้าย บิดขวาไล่ความเมื่อยขบ เสียงใสๆ นั้นเรียกขึ้นมาอีกหน ผมก็ยังไม่ได้ตอบเธอ ผมพอจะรู้ครับว่าทำนิ่งแบบนี้ไม่ตอบโต้ไป ทางนั้นจะทำอะไร

​ผมแกล้งล้มตัวลงนอนแล้วหลับตา...

​เสียงเดินตึงๆ ดังขึ้น พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้นเหมือนเจ้าตัวกำลังใกล้เข้ามา ผมแกล้งหรี่ตาดู เห็นข้อเท้าขาวๆ พร้อมกับเท้าเล็กมายืนตรงใกล้กับตรงที่ผมนอน พร้อมกับเสียงหวานใสดังขึ้น

​“นอนอีกแล้ว นอนอยู่ได้ นอนอะไรนักหนานะ ไปกินข้าว พี่ทำกับข้าวไว้แล้ว ว้าย!”

ประโยคหลังเธอร้องกรี๊ดลั่นอย่างตกใจ เมื่อผมที่ทำนอนนิ่งอยู่ คว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าของเธอ เล่นเอาเธอเกือบเสียหลักล้มก้นกระแทก ผมลุกขึ้นนั่งพร้อมกับอมยิ้ม มองดูเธอค้อนผมอย่างเอ็นดู

​“ตาบ้า แกล้งแบบนี้เกิดพี่ล้มลงไปจะทำยังไงล่ะยะ”

​“ถ้าพี่แหวนล้มหัวฟาดไป ตายผมก็จะทำศพให้ ถ้าไม่ตายผมก็จะเลี้ยงดูตลอดชีวิตเลย”

เจ้าหล่อนทำตาโต แล้วนั่นล่ะครับ เธอปรี่ไปที่ไม้กวาดที่วางแอบๆ อยู่ใกล้ประตู ผมที่มองอาการของเธออยู่แล้วลุกพรวดขึ้นก่อนจะชิงวิ่งหนีนำไปก่อน

​“ตาน้องบ้า แช่งพี่รึยังไง ต้องตีๆ กลับมาเดี๋ยวนี้นะ กลับมา”

​“เรื่องอะไรล่ะ พี่แหวนอยากทำโทษผม ก็วิ่งให้ทันสิ ฮาๆๆๆ”

ท่าทางของคนตัวเล็ก ที่ขาสั้นกว่าผมหลายเท่า พยายามวิ่งแบกไม้กวาดมาไล่ตีผม มันตลกจริงๆ นะครับ ผมวิ่งไปก็หัวเราะไป เจ้าหล่อนเหมือนอะไรนะ แต่งตัวแบบนั้น เธอใส่ชุดเดรสยาวกระโปรงสองชั้นสีโอโรสลายดอกไม้เล็กๆ สวมผ้ากันเปื้อนที่มีระบายฟูแบบน่ารักเชียว แถมเอาผ้าโพกผมไว้อีกต่างหาก ผมยาวของเธอเป็นหลอดเล็กๆ น่ารัก ยามเธอวิ่งมันกระเด้งดึ๋งตามตัวไปด้วย

​เหมือนอาราเล่

​ครับ...น่ารักเหมือนการ์ตูนเรื่องนั้นเอาจริงๆ พอวิ่งไม่ทันเข้า แหวนดอกไม้ก็หยุดไล่ผม แล้วนั่งแปะลงกับพื้นเอาดื้อๆ พลางโยนไม้กวาดไว้ข้างตัว ผมก็เหมือนจะป้องกันตัวไว้ก่อน ด้วยการยืนกอดอกอยู่ไกลๆ เธอ แล้วยักคิ้วส่งให้เธอ

​“พอแล้ว พี่เหนื่อย ยอมแพ้”

​“อีกนิดน่ะพี่แหวน จะได้รีดไขมันออกอีกสักกิโลสองกิโล ไขมันเยอะนะเราน่ะ เวลาวิ่งมากๆ จะได้ละลายออก”

ผมแกล้งว่าหยอกเกินจริง เธอแลบลิ้นหลอกผม แล้วก้มลงมองตัวเอง สายตาผมก็พลอยมองตามไปด้วย ผมมองไล่ไปตามหน้าเล็กๆ จิ้มลิ้มนั่น บ่าไหล่ ต่ำไป...บางส่วนก็ฟ้องว่าเธอไม่ได้เด็กเหมือนหน้าตา นั่นก็คือ...หน้าอกขนาดเกินตัว เอวคอดบาง และสะโพกกลมกลึงนั่น ถึงเธอจะตัวเล็กแต่หุ่นสมส่วน เธอเป็นคนเตี้ย ที่ไม่ได้ขาสั้นอย่างที่ผมเคยปรามาสคนตัวเล็กๆ ไว้ว่าคงจะขาสั้น แต่แหวนดอกไม้ไม่ได้ขาสั้นเลยสักนิด มันเรียวยาวสมส่วน

​น่าลูบ...

​อะแฮ่ม!!

​“อ้วนเหรอ” เธอย่นจมูกน้อยๆ ผมเลยได้ทีแล้วแกล้งทำหน้าตาเคร่ง พร้อมกับพูดเสียงจริงจัง

​“อ้วนสิพี่ อ้วนมากด้วย ไม่สังเกตหรือไงว่าเอวกระโปรงคับๆ นะเดี๋ยวนี้”

​“ไม่คับสิ” เธอว่า แล้วขมวดคิ้ว พร้อมกับเอามือจับเอวตัวเอง

“หรือว่าอ้วน?”

​“ไหน” ผมเดินตรงมานั่งใกล้เธอ แล้วจับเอวเล็กนั่น มันนิดเดียวจริงๆ ครับ เธอร้องกรี๊ดอย่างตกใจ ส่วนผมหัวเราะชอบใจ

​“ตาบ้า!”

​“บ้าจี้หรือยังไงพี่แหวน หึๆ ไม่อ้วนหรอก ผมล้อเล่นล่ะ ตัวนิดเดียวยังกับมด มีอย่างเดียวล่ะที่โตๆ” ผมอมยิ้ม แล้วยักคิ้ว แล้วเหล่ตาลงมองตรงส่วนที่นูนเด่นของเธอ แหวนดอกไม้หน้าแดงแจ๊ดเลยล่ะครับ มือทำท่าจะคว้าไม้กวาดอีกรอบ ดีที่ผมรีบห้ามไว้ก่อน

​“อย่านะพี่แหวน อะไรกันน่ะ?”

​“ก็...จะว่าอะไรพี่โตล่ะ อีตาบ้า อีตาลามก ไอ้น้องชายบ้า”

​“โอย...ผมจะบอกว่าที่โตๆ น่ะ ตาพี่แหวนต่างหาก คนอะไรกันตาโตเป็นนกฮูก ฮ นกฮูกตาโต โตหลาย โตคักๆ”

​“ฝรั่งบ้าอะไร มาโตคักๆ”

เธอหัวเราะกิ๊กเลยล่ะครับเมื่อได้ยินผมพูดภาษาของบ้านพี่มะลิ เคล็ดลับที่จะทำให้พี่สาวของผม และคุณแม่คนใหม่ของผมหัวเราะกันลั่นบ้านก็คือภาษาไทยอีสานนี่ล่ะครับ

​“ฝรั่งนี่ล่ะครับ”

ผมยิ้ม มาอยู่เมืองไทยนานวันเข้า ได้เรียนรู้อะไรมากหลายอย่าง โดยเฉพาะภาษา ผมชอบภาษาไทยจริงๆ น่ะครับ มันมีคำแสลง มันพลิกแพลงไปมาได้ ภาษาที่เหมือนโน้ตดนตรี มีเสียงสูงๆ ต่ำๆ คำซ้ำ คำผวน ไอ้อันหลังนี้ ผมมาสนุกกับมันอย่างมาก แล้วก็เพิ่งรู้ว่า คนไทยก็ทะลึ่งทะเล้นไม่แพ้ชาติใดในโลกเหมือนกัน นั่นก็เพราะเพื่อนของผมที่เป็นคนไทยนี่ล่ะครับ

​ผมมีเพื่อน?

​ครับผมมีเพื่อน จากคนที่ค่อนข้างจะปิดตัวเอง แอนตี้สังคมนิดๆ อาจจะเพราะอาชีพและความดังของพ่อ แต่ที่นี่สภาพแวดล้อมที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักพ่อผมนัก ที่รู้จักก็เป็นกลุ่มๆ ไป บางคนก็คิดแค่ว่าพ่อผมหน้าคล้ายเท่านั้น มันไม่ได้สร้างความกดดันอะไรให้กับผมเหมือนตอนอยู่ที่อเมริกา ย่านที่ผมอยู่ตอนนี้ มันเรียกได้ว่า สดชื่น สดใสดีจริงๆ มันอยู่ในเมืองชนบท ห่างจากตัวเมืองพอสมควร บ้านของเราอยู่ในสวน ส้มโอ มะม่วง และมะพร้าวน้ำหอม คุณบุษเปิดร้านขายผลไม้และขนมเบเกอรี่ในตัวเมืองที่เดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึง พ่อของผมตอนนี้รับหน้าที่เป็นมาสคอสประจำร้าน ไม่สิ…มิสเตอร์เจสันพ่อของผมไปเรียนทำอาหารมานะครับนั่น เพื่อเอาใจภรรยาใหม่โดยเฉพาะ แล้วก็เป็นเชฟสิครับ ที่ร้านเริ่มดังเพราะมีคนรู้จักพ่อผมเอาไปโพสต์ลงโซเชียล ว่าดาราดังมาแต่งงานและมาทำอาหารขายที่จังหวัดนครปฐมนี่ โอ้โห...ร้านเราก็แทบจะแตก ทุกคนทำงานมือเป็นระวิง เหนื่อยกันเพราะพ่อคนเดียว เพราะพ่อแท้ๆ

​แล้วตอนนี้พ่อกับคุณบุษก็พากันปิดร้านเอาเสียดื้อๆ เพราะพ่อของผมอ้างว่าเหนื่อยนัก จะต้องไปเคลียร์งานเก่าที่รับไว้แล้วปฏิเสธไม่ได้ พ่อจ้างคุณบุษให้หยุดร้าน แล้วไปเที่ยวด้วยกัน เอ่อ...นี่ล่ะครับพ่อของผม

​เราก็เลยปิดร้านครับ ทำสองคนไม่ไหวจริงๆ เฮ้อ...กงเกมที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำ อดสิครับ ต้องมาช่วยขายผลไม้ ขายขนม ขายกับข้าวแทน ผมสุดท้ายที่ต้องเป็นเชฟตัวจริงแทนพ่อ พยายามอย่างหนักที่จะไม่ค่อยให้ลูกค้าได้เห็นหน้า ไม่อย่างนั้นก็คงจะดังมากขึ้นไปอีก กระแสหนุ่มหล่อนี่มันช่างน่ากลัวเสียจริงๆ ผมนึกถึงคำของแบลร์ กิล นักทำสารคดี ที่เวลาเห็นตัวอะไรก็ช่าง ฮีมักจะบรรยายเสียงทุ้มนุ่มว่า โอ้...สาวน้อย นั่นล่ะครับสาวๆ ทั้งหลายก็มองพ่อเป็นแบบนั้น และขืนผมโผล่ไปอีกคน พวกเจ้าหล่อนก็คงจะมองหน้าผมแล้วพูดว่า

​โอ้...สาวน้อย

​เอาผมไปรุมปู้ยี่ปู้ยำทางโซเชียลแน่ๆ ฮืออออออออ

​ไม่ได้หลงตัวเองเท่าไหร่หรอกนะครับ แต่ผมก็...หน้าตาดีพอตัว มีคนชมว่าหล่อกว่าพ่อเสียอีก แต่...จะอะไรกับความหล่อล่ะครับ มันก็แค่ใช้ล่อหลอกสาวๆ ได้ในบางหน ใช้ทำมาหากิน? ได้บ้าง...มั้ง (อันนี้ยังไม่เคยลอง) ผมไม่ได้ภูมิใจกับมันสักเท่าไหร่ เพราะมันรังแต่จะสร้างปัญหาให้ผมมากกว่า

​ผมไม่ใช่พ่อนะครับที่จะหว่านเสน่ห์ไปเรื่อย

​“มัวแต่ชวนพี่เล่น ไปกินข้าวกันดีกว่า หิวแล้ว”

​“ทำอะไรกินน่ะพี่แหวน”

​“พี่ทำเป็นอยู่สักกี่อย่างกัน” เธอยิ้มตาวิบวับ...เอาอีกล่ะ...ยิ้มที่ชวนให้ผมยิ้มตาม

​“ไข่เจียว น้ำปลาพริกยินดีนำเสนอเลย”

​“จริงๆ มาบอกให้ผมไปทำก็ได้นะ หรือไม่พี่แหวนก็ต้มบะหมี่เอาก็ได้ ผมชักจะเบื่อแล้วไอ้ไข่เจียวนี่”

ผมทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกับเธอ มีไข่เจียวหมูสับส่งกลิ่นหอมน่ากินอยู่บนโต๊ะ เป็นเมนูเพียงอย่างเดียวที่เธอทำแล้วภูมิใจว่ามันอร่อย แหวนดอกไม้ถอนใจเฮือกใหญ่ แล้วบ่นเสียงงุ้งงิ้งเหมือนแมว

​“ก็พี่ไม่ได้ทำกับข้าวเก่งเหมือนแม่ เหมือนพ่อ เหมือนแทนนี่นา ทำเป็นแต่แบบนี้ แค่นี้อะ แต่ก็ทำให้ด้วยใจนะ อยากจะดูแลน้องชายคนเดียวของพี่นี่นา เห็นว่าแทนมัวแต่ยุ่งกับคอมคงจะทำงาน ใครจะกล้าเรียกแทนให้ทำกับข้าวให้กินล่ะ”

​“เยอะจริงๆ พี่แหวน”

ผมหัวเราะแล้วเอื้อมมือไปขยี้ผมเธอเล่น ถึงเธอจะมีศักดิ์เป็นพี่สาวก็เหอะครับ แต่ดูขนาดตัว ดูนิสัยบางอย่าง ผมน่ะยังโตกว่าเธอเสียอีก

​“อย่าเล่นหัว คนไทยเค้าถือ” เธอว่า พร้อมกับทำตาดุใส่ผม

“ยิ่งมาเล่นหัวพี่ เล่นหัวคนโตกว่า ไม่ดีนะตาแทน”

​“หึๆ แต่พี่แหวนไม่ได้โตกว่าผมเลยนี่นา” ผมว่าแล้วตักข้าวกิน เธอค้อนผมขวับ แล้วทำหน้างอๆ ใส่ผม พลางบ่นอีกแล้ว

​“ก็ใช่สิ พี่มันเตี้ยตัวนิดเดียว เหมือน...หมาลอดรั้ว ฮือๆๆ ไม่เหมาะจะเป็นพี่สาวแทน ฮือๆๆๆ ทำกับข้าวก็ไม่เป็น ทำเป็นแต่ขนมบัวลอยอะ ที่แทนชมว่าอร่อย แง้”

​“อ้าวๆๆๆ พี่แหวน เฮ้ย อะไรล่ะนั่นน่ะ”

ผมถึงกับอ้าปากหวอ ตกใจที่จู่ๆ เธอก็ปล่อยโฮกลางโต๊ะอาหารเสียอย่างนั้น เธอไม่ตอบผมครับ ลุกหนีแล้ววิ่งเข้าห้องไปเลย ผมก็ได้แต่อ้าวสิครับ

​นี่มันอะไรกันหว่า

​ผมไปพูดอะไรไม่ดีหรือเปล่าวะนั่น

​ฮ่วย!

​แหวนดอกไม้หมกตัวอยู่แบบนั้นล่ะครับ ไม่ยอมออกมากินข้าวกินปลา คงจะงอนผมหนัก เฮ้อ...ผมก็เลยใช้แผนล่อแหวนออกจากถ้ำ ด้วยกลิ่นอาหารหอมๆ ของโปรดของเธอ ฝืมือผม พาสต้าครับ เธอชอบมากจะบอกให้ เธอออกมาตอนผมอบขนมปังกระเทียมครับ มองหน้าผมแล้วก็ยิ้มตาวิบวับส่งให้ ทำทีเหมือนไม่เคยโกรธเคืองอะไรกันสักนิด

​“พี่แหวน”

​“หืม...มีอะไรจ๊ะ”

นั่นเธอยิ้มกว้างให้ผมด้วย พร้อมกับเปิดดูของกินไปด้วย เธอร้องว้าวก่อนจะตักพาสต้าเดินออกไปนั่งที่ชานบ้านซึ่งตอนนี้ลมกำลังพัดเย็นเลยล่ะครับ ผมเดินถือตะกร้าขนมปังอบ และสลัดตามเธอออกมา ก่อนจะนั่งแปะลงข้างเธอ แล้วกระแอม

​“พี่แหวน”

​“อร่อยจัง” เธอตอบแล้วยิ้มส่งให้ผม ผมมองเธอแล้วกระแอมอีกรอบ อยากรู้จริงๆ นี่นาว่าเธอโกรธอะไรผมเข้า

​“ตกลงว่าพี่แหวนโกรธอะไรผม”

​“โกรธ? โกรธอะไร”

เจ้าหล่อนทำตาโตแป๋วส่งมา เหมือนจะลืมสนิทเลยว่าตอนกลางวันทำอะไรไวกับผม วอลเอ้าท์เดินหนีผมมาเสียดื้อๆ ร้องไห้โฮใหญ่ใส่ผมอีกต่างหาก

​“นี่ไม่โกรธผมแล้วเหรอ”

​“เรื่องอะไร”

​“แนะยังจะมาถาม ตอนกลางวันร้องไห้ใหญ่โตออกจะขนาดนั้น ผมตกใจหมดตอนพี่แหวนทิ้งช้อนโครมแบบนั้นอะ”

​“แหม...” ดูเหมือนเธอจะหน้าแดงนิดๆ แล้วยิ้มแหย พลางทำตาโต

​“วันเบาๆ น่ะ พี่ก็เลย...เป็นแบบนั้น”

​“อะไรเบา”

ผมบางทีก็ยังงงกับศัพท์แสงภาษาไทยอยู่น่ะครับ เลยทำหน้ามึนๆ ใส่เธอ แหวนดอกไม้แก้มแดงก่ำ แล้วพูดเบาๆ

​“พี่เป็น PMS”

​“หืม?” ครับผมก็ยังคงงงอยู่ดี ไอ้โรคนี้มันโรคอะไรร้ายแรงเหมือนไบโพล่าหรือเปล่านะ เธอถึงทำเป็นเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

​“ไปตรวจไหมพี่แหวน โรคอะไรของพี่นี่ ดูมันน่ากลัวอยู่นะครับ มันเหมือนไบโพล่า หรือซึมเศร้าหรือเปล่า”

​“คือ...มันเป็น...” เธอทำหน้ายู่ยี่ไปหมด ตอนที่พยายามจะอธิบาย สุดท้ายก็ถอนหายใจเฮือก แล้วก็ตบหลังมือผมเบาๆ

​“เอาน่ะ เป็นอันว่า พี่ไม่ตายหรอกกับโรคนี้น่ะ แล้วผู้ชายก็ไม่มีวันเข้าใจด้วยล่ะ แต่แทนอีกหน่อยมีแฟน ก็ศึกษาไว้บ้างก็ดีนะ จะได้รับมือได้ ผู้หญิงน่ะเป็นโรคนี้ทุกคนล่ะ”

​ผมเป็นฝ่ายทำหน้ายู่ยี่บ้างหนนี้ นี่มันโรคระบาดในผู้หญิงหรือยังไงกัน PMS นี่ ผมจะต้องเฝ้าระวังอาการของเธออย่างใกล้ชิดเสียแล้วล่ะครับ แล้วคืนนั้น หลังจากที่พักมือจากงาน ผมก็รู้แล้วล่ะว่าแหวนดอกไม้เป็นโรคอะไร

​อ้อ...

​อ๋อ...

​โอเคเลยครับผม

​อีกวันต่อมาเธอลงมาทานข้าวช้า ผมรับหน้าที่เป็นพ่อครัวไป เพราะไม่อยากกินแต่ไข่เจียว หน้าตาเธอดูเพลียๆ พิกล แล้วก็นอนพักตลอดบ่าย ผมไปหาข้อมูลว่าคนที่เป็นวันเบาๆ ใช่ครับ ทำไมผู้หญิงจะต้องอายด้วยกับการที่จะบอกว่า เอ่อ...ประจำเดือนฉันมานะ มันก็เรื่องปรกติของเพศไม่ใช่เหรอ แล้วอายอะไรกัน

​เธอคงจะปวดท้อง กระเป๋าน้ำร้อนช่วยได้ ผมลองค้นๆ ในห้องของผมดูจำได้ว่าเคยใช้ประคบน่อง เมื่อตอนที่ไปเล่นบอลกับไอ้คมเพื่อนของผมพัฒนาการของเด็กวัยสิบแปดของผมเลยนะครับนี่ ที่มีเพื่อนภายในระยะเวลาอันรวดเร็วขนาดนี้ ผมจัดการไปเคาะห้องเธอเมื่อตอนเที่ยง เธอบอกผมพร้อมกับหน้าเซียวๆ ว่าไม่หิว แต่ผมก็หาซื้อก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ ไปให้เธอ พร้อมกระเป๋าน้ำร้อน เสิร์ฟถึงห้องกันเลยครับ

​“อะไรน่ะ” เธอขมวดคิ้วเมื่อผมส่งกระเป๋าน้ำร้อนให้ ผมยักไหล่

​“ผู้ช่วยในวันเบาๆ ไงพี่แหวน วันนี้ผมจะทำงานบ้านให้ก็แล้วกัน พี่แหวนจะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมาก้มๆ เงยๆ ผมจะไปเตะบอลกับไอ้คมแล้วก็แวะซื้อไก่ทอดมาฝากก็แล้วกันตอนเย็น จะได้ไม่ต้องทำอะไรให้วุ่นวาย”

​“แทน” เธอยิ้มให้กับผม ยิ้มวิบวับทั้งๆ ที่หน้าซีดนั่นล่ะครับ จนอย่างนี้ก็ยังน่ารัก

​“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก” ผมว่า แหวนดอกไม้หัวเราะแหะๆ

​“พี่ไม่ได้จะขอบคุณ พี่จะฝากแทนซื้อของให้หน่อย พี่ไปไหนไม่รอดจริงๆ”

​“ซื้ออะไร?”

ผมเลิกคิ้ว เธอหน้าแดงก่ำ แล้วเอ่ยอุบอิบ พร้อมกับยื่นเงินส่งให้ผม ผมถอนใจเฮือกใหญ่ แล้วรับเงินจากเธอ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกจริงๆ ที่ผมทำอะไรให้ถึงขนาดนี้

​เย็นวันนั้น หลังจากที่เสร็จจากเตะบอลแล้ว ผมกับไอ้คมก็พากันเดินเตร่หาของกินกัน เมืองไทยนี่ดีงามที่สุดก็คือเรื่องนี้ล่ะครับ ผมชอบจริงๆ ที่อเมริกาไม่ใช่ว่าคุณคิดจะหิวอะไรตอนไหนแล้วจะได้กินนะครับ เพราะมันไม่ได้มีอะไรที่จะมาขายยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบที่นี่ ผมอยากจะกินผลไม้ตอนตีสอง เชื่อเถอะ อยู่เมืองไทย ผมต้องได้กินแน่นอน ในร้านสะดวกซื้อที่ชื่อว่าเซเว่น คือสิ่งมหัศจรรย์อันดับต้นๆ ของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ มันมีทุกอย่างในนั้นครับ ทุกอย่างจริงๆ กางเกงใน ของใช้ ของกิน โดยเฉพาะของกิน ผมรักเมืองไทยที่สุดจะบอกให้

​“เดี๋ยวแวะเซเว่นก่อน”

ผมว่า ไอ้คมที่ตอนแรกขำแทบตายกับความตื่นเต้นเซเว่นของผม ตอนนี้ชักจะชินแล้วครับ เวลาผมร่ำร้องจะเข้าไปในนั้น ผมบอกเหตุผลกับหมอนี่ว่า มันมีอะไรมากมายในร้านแค่นั้น สารพัดจริงๆ เบอเกอรี่สด ไปจนถึงข้าว ไปจนถึงอาหารสุขภาพ

​“จะซื้ออะไรวะ หิวอะไรอีกพ่อคุณ”

​“ผ้าอนามัย”

ผมตอบหน้าตาเฉย ก็จะอายทำไมล่ะครับ เรื่องธรรมชาติ เรื่องโคตรปรกติ แต่ไอ้คมทำตาโต หน้าแดงก่ำเลยล่ะ มันกระซิบถามผม

​“ซื้อให้ใคร?”

​“พี่สาวกูไง”

ตอนนี้ภาษาไทยผมพัฒนาขึ้นสุดๆ ล่ะครับ ส่วนหนึ่งก็เพราะไอ้คมนี่ล่ะ เล่านิดก็แล้วกันครับ ผมรู้จักหมอนี่ก็เพราะเซเว่นนี่แหละครับ ผมยืนทำตาโตอยู่ตรงเชลล์ของกิน ก็มันมีสารพัดจริงๆ หมอก็มาสะกิด ทักผมว่าอยู่บ้านตรงกันข้ามใช่ไหม แล้วก็ชวนผมไปเตะบอล ง่ายแสนง่าย ผมก็ตามไปอย่างใจง่าย ไม่รู้ทำไม อะไรดลใจ แล้วก็กลายเป็นเพื่อนกันไปเสียอย่างนั้น ตั้งแต่วันนั้น เรียกได้ว่าตั้งแต่เกิดมา หมอนี่เป็นผู้ชายที่ผมเผลอใจง่ายเป็นเพื่อนด้วยในเวลาอันรวดเร็วที่สุดแล้ว

​“อ้อ...พี่แหวนสิ มึงนี่ใจดีว่ะไอ้แทน กล้าซื้อของแบบนี้ให้ผู้หญิงด้วยอะ”

​“มันแปลกประหลาดตรงไหนกัน ก็แค่ผ้าอนามัย” ผมว่า แล้วขมวดคิ้ว ขณะที่ไอ้คมหัวเราะ

​“แปลกสิ คือ...ถ้าเป็นกู กูไม่ซื้อ กูอาย ของแม่กู กูยังไม่กล้าซื้อให้เลย มึงใจกล้าดี เทพๆ กูนับถือ”

​เออ มันก็มานับถืออะไรกันแปลกๆ จริงๆ ว่ะ มนุษย์...

​ผมแอบสั่นหัว ฟังไอ้คมพูดเรื่อยเจื้อยเล่านั่นนี่ไป มีหมอนี่เป็นเพื่อน ก็...แปลกๆ ดีนะครับ ไอ้คมเป็นคนพูดมาก มีแนวคิดแปลกๆ ซึ่งมันส่วนใหญ่อาจจะเป็นแนวคิดหรือค่านิยมของผู้ชายประเทศนี้หรือเปล่าผมก็ไม่รู้เหมือนกัน อย่างเรื่องทัศนคติเรื่องผู้หญิง เรื่องการใช้ชีวิต การเรียน การยอมรับนับถือกันแบบผู้ชาย ใช้ของแบรนเนม อืม...ก็...มันก็ต้องปรับตัวไปอีกสักพักนั่นแหละครับ ถึงจะชิน

​ผ้าอนามัย...

​มันกลายเป็นโจทย์ยากเมื่อผมไปยืนตรงนั้นแล้วอ่าน...แล้วเลือก...ตายห่าล่ะ ผมจะเลือกอะไร ยังไงแบบไหนไปให้เธอกันล่ะนี่ ทำไมเรื่องวันนั้นของผู้หญิงมันช่างดูมากมายเยอะแยะ จะต้องยาวขนาดไหน กี่เซนติเมตรหว่า จะต้องหนา? หรือจะต้องบาง จะต้องหอมไหม จะต้องเย็นไหม

ตายห่า...ผมอุทานในใจ หน้ายุ่งไปหมดเมื่อไปยืนที่เชลล์วางของ ไอ้คมชิ่งไปทางอื่นเพราะอาย มันจะอายไปทำไมครับนั่น ก็มันไม่ใช่คนเป็นประจำเดือนสักหน่อย

​จะทำยังไงดีล่ะหว่า ควรจะโทรถามพี่แหวนไหม?

​ผมตัดสินใจโทรถามดีกว่าล่ะครับ ทางนั้นถึงกับหัวเราะกิ๊ก เมื่อรู้ว่าผมโทรมาถามทำไม เธอบอกยี่ห้อมา บอกสีของห่อมา บอกว่าขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกแต่แรก ทำให้ผมต้องวุ่นวายคิดแทน

​ได้ของแล้ว ผมก็จ่ายเงิน ระหว่างทางที่เดินกลับไอ้คมแวะทักกับผู้ชายคนหนึ่ง ที่จอดรถที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ก่อนจะถึงบ้านผม

​“พี่แบงค์ กลับมาแล้วเหรอพี่”

​“อ้าวคม” ผู้ชายคนนั้นทักตอบเพื่อนผม แล้วยิ้มเลยมาให้ผม ผมยิ้มนิดๆ ตอบเขา มาอยู่สยามเมืองยิ้มนี่ ผมก็สไมล์ง่ายขึ้นในระดับหนึ่งล่ะครับ

​“มาเมื่อวานล่ะ จะกลับมาอยู่บ้านเราแล้ว”

​“โห...เจ๋งไปเลยพี่”

​“มานี่สิ พี่มีของมาฝากคมด้วย”

เขากวักมือเรียกไอ้คม ที่ชิ่งจากผมวิ่งไปหาอีกฝ่ายอย่างว่องไว ไม่ยักจะแวะแนะนำให้ผมรู้จักกับพี่แบงค์ของมันเลยสักนิด

​แต่ผมก็ไม่ได้อยากจะรู้จักอะไรหรอกครับ

​แต่อีกสองวันถัดมา ผมก็ได้รู้จักผู้ชายคนนั้นจนได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เด็กมันร้าย ผู้ชายสายรุก   13

    “แต่งงานกันนะพี่แหวน” มันคือคำทักทายแรกของผมในตอนเช้าเมื่อเจอเธอ แหวนดอกไม้ทำตาโต พลางกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะอุทานออกมาอย่างงๆ​“หะ”​“หะ เหออะไรเล่า” ผมจับมือเธอมากุมไว้ แล้วก็รูดแหวนที่นิ้วก้อยของตัวเอง สวมเข้าหมับที่นิ้วนางด้านซ้ายของเธอ จะบอกว่าผมรู้ขนาดครับ ก็เคยลองเอาแหวนที่นิ้วนี้ของเธอมาสวมดู มันสวมได้พอดีกับนิ้วก้อยของผม เรียบร้อย ผมจับแหวนดอกไม้ของผมล็อกแล้ว หนีไปไหนไม่ได้แล้ว หึ หึ หึ​“อะไรของแทน”เธอขำครับ แล้วก็หน้าแดงไปด้วย พยายามดึงมือจากมือผม แต่เรื่องอะไรผมจะปล่อย ผมจับมือเธอไว้ แล้วมองตาเธอด้วยสายตาที่มุ่งมั่นจริงจังสุดๆ แล้วในชีวิตล่ะ​“ผมบอกว่ารักแล้ว พี่แหวนก็เกี่ยงนั่นนี่โน่น กลัวนั่นนี่ ผมก็เลยนอนคิดทั้งคืน เราแต่งงานกันเลยดีกว่า พี่แหวนจะได้เลิกกลัว ดีไหม”​“แล้วถ้าแทนเป็นอย่างที่พี่กลัว ใครจะรับผิดชอบ”เธอคงจะแกล้งพูดนั่นแหละครับ แนะๆ กลั้นยิ้มไม่อยู่ล่ะสิ ปลื้มล่ะสิ ผมรู้นะว่าเธอชอบทับทิมสีแดง ผมอุตส่าห์ไปแอบทำไว้ กะจะให้เธอในวันเกิด แต่เอาเป็นแหวนหมั้นเสียเลย​“ผมไม่มีทางเป็นแบบนั้น เอาอย่างนี้ ถ้าเกิดว่าผมทิ้งพี่แหวน หรือทำตัวไม่ดีกับพี่แหวน ผมอนุญาตให้พี่แ

  • เด็กมันร้าย ผู้ชายสายรุก   12

    ตั้งแต่กลับมาวันนั้น...สิ่งที่ผมมุ่งมั่นตั้งใจไว้​เฮ้อ...​มันก็พังไปเบาๆ น่ะครับ เพราะการเริ่มต้นค่อนข้างวุ่นวายพอสมควรกับร้านของเรา เราปิดร้านไปนานพอสมควร เรื่องผลไม้อีก อ้อ..ทับถมไปต่อเนื่องด้วยปัญหาภายในของบริษัทของผม จึงทำให้ผมต้องรีบบินกลับไปหาสองเพื่อนซี้เพื่อทำการแก้ปัญหา และยังถูกให้อยู่ต่ออีกนิดหนึ่ง เพราะแม่ของบ็อบเสียชีวิต ผมจึงต้องอยู่ช่วยเหลือเพื่อนรักทางจิตใจ ระหว่างนั้นผมก็ไม่ได้ทิ้งแหวนดอกไม้ให้อยู่คนเดียว ต้องขอบคุณอินเตอร์เน็ตที่ทำให้ผมติดต่อเธอได้ตลอดเวลาแม้จะอยู่ห่างไกลกันคนล่ะซีกโลก​ก่อนมาผมจ้างไอ้คม ครับ จะมีใครล่ะที่จะเป็นหูเป็นตา เป็นมือเป็นเท้าให้ผมอย่างดีได้เท่าเพื่อนรักคนไทยคนนี้อีก ให้ช่วยเหลือดูแลแหวนดอกไม้ มันรับคำอย่างเต็มใจเลยล่ะครับ แล้วมันก็ยังขนญาติลูกพี่ลูกน้อง มาช่วยงานในร้านอีกสองคน มันบอกว่าจะได้ผนึกกำลังกัน แนะ...คนอื่นไว้ใจไม่ได้​ผมต้องห่างจากเธอมาเกือบสองเดือนแล้วล่ะครับ ผมกะว่ามะรืนนี้จะบินกลับเมืองไทย บอกเธอไว้แล้วด้วยว่าจะขนอะไรไปฝากบ้าง ดูเหมือนเธอจะเหม่อๆ แปลกๆ พิกลระยะหลังนี่ เอ...แต่เดี๋ยวผมก็รู้ครับว่าทำไมผมคิดเล่นๆ ว่าถ้าระบบร้าน

  • เด็กมันร้าย ผู้ชายสายรุก   11

    เราตกลงมาเที่ยวเหนือกันครับ ขับรถมากันเรื่อยๆ ค่ำไหนก็นอนนั่น ดูสถานที่ชิลๆ น่าเที่ยวจากคู่มือท่องเที่ยวบ้าง เฟซบุ๊กบ้าง ก็สนุกดีนะครับ เราเที่ยวกันจริงจังสามจังหวัด คือลำปาง แพร่ และน่าน ผมมีความสุขที่ได้เห็นเธอเริ่มยิ้มกว้าง ยิ้มวิบวับบ่อยขึ้น เราชิมอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ มีบางอย่างที่ผมชอบมาก คือไส้อั่ว กับน้ำพริกอ่อง ชอบขนาดขอสูตรจากร้านที่ไปนั่งกินกันเลยล่ะครับ แถมเขาก็ใจดีไม่หวง ชวนผมทำด้วยซ้ำ อาจจะเพราะคุกกี้สูตรของย่า ที่แหวนดอกไม้เอาติดตัวมาแล้วให้ป้าแกชิมก็เป็นได้ จึงเกิดการแลกสูตรลับกันเกิดขึ้น มีความสุขกันไปทั้งสองฝ่ายเลยทีเดียว​เรากะว่าทัวร์นี้จะจบลงที่จังหวัดน่านครับ แล้วเราจะกลับไปที่นครปฐม เริ่มเปิดร้าน ขายผลไม้ของพวกเราเสียที คืนนี้เรานอนโฮมสเตย์ครับ เจ้าของบ้านพาเราไปทำกิจกรรมมาทั้งวันอย่างสนุกสนาน ตบท้ายด้วยอาหารพื้นเมือง ที่ผมกินไปร้องโอมายก็อดไปด้วยความเผ็ดอย่างน้ำพริกน้ำปู จนเจ้าของบ้านหัวเราะผม มีผักแปลกๆ ให้กินแกล้มกับน้ำพริก ผมเพิ่งรู้ว่ายอดมะม่วงสีออกน้ำตาลอ่อนๆ นี่มันกินได้! อเมซิ่งมาก อร่อยสุดๆ เมื่อเอากินกับลาบหมู ไก่มะแข่น อันหลังนี่เด็ดจริงๆ รสชาต

  • เด็กมันร้าย ผู้ชายสายรุก   10

    จะให้ผมเล่าถึงเรื่องไอ้แบงค์น่ะหรือครับ ​ขยับเข้ามาใกล้ๆ สิครับ ​ใกล้อีกนิด...​ขอผมระงับอารมณ์นิดหนึ่งน่ะครับ​เอาล่ะ...​พร้อม...​ไอ้คมเล่าว่า ที่มหาวิทยาลัยที่ไอ้แบงค์สอน เรื่องที่ไอ้แบงค์รับปรับเกรดนักศึกษา จากทั้งตัว ทั้งเงิน เหอๆ เป็นเรื่องจริงน่ะสิครับ แล้วเรื่องก็แดงโร่ ตอนที่มีนิสิตคนหนึ่ง ปรับเกรดกับมันทุกเทอมจนท้อง...แล้วมันก็ให้เค้าไปทำแท้ง ความแตกตรงที่ว่านิสิตคนนั้นตกเลือด และพ่อแม่เค้าไม่ยอม จะเอาเรื่องมัน ก็สมควรล่ะไอ้เลว! ต่อหน้าทำเป็นคนดีนักนี่ เขาเรียกร้องค่าเสียหายจากมันเป็นจำนวนเงินก้อนโต ถึงล้านบาทครับ​แล้วเงินก้อนโตที่ว่าน่ะ ​มันเสือกมาหลอกเอาจากแหวนดอกไม้นี่สิ​เรื่องปิดไม่มิด ตรงนิสิตคนนั้นที่ตอนแรกนึกว่ามันจะรักเค้าจริง แต่พอรู้ว่ามันมีแฟนออกหน้าออกตาคือแหวนดอกไม้ และเที่ยวปรับเกรดไปทั่ว นั่นแหละครับ นางจึงเอาทุกอย่างมาแฉเรื่องนี้ลือลั่นสนั่นมาก เกือบๆ จะได้ลงเป็นเนตไอดอลกัน แต่พ่อแม่ของนิสิตสาวหน้าบาง จับลูกสาวล้างน้ำใส่ตะกร้า ใช่ไหม? ผมจำไม่ค่อยได้กับคำเปรียบเปรยแบบนี้ หรือใส่ตะกร้าล้างน้ำอะไรสักอย่างนี่ล่ะ เลยมีข่าวกันแค่ในมหาวิทยาลัย หลุดๆ ออกมาเป็นท

  • เด็กมันร้าย ผู้ชายสายรุก   9

    หลังงานทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ผมกับแหวนดอกไม้ไปส่งย่าและป้าเอ็มที่สนามบินเสร็จเรียบร้อย เคลียร์เรื่องทุกอย่าง เช่นค่าใช้จ่ายงานของพ่อและแม่เรา พ่อของผมมีพินัยกรรมด้วยครับผมเพิ่งรู้ และพินัยกรรมของพ่อทำให้ย่าและป้าเอ็มถึงกับยิ้มไปตามๆ กัน​พ่อให้อสังหาริมทรัพย์กับย่า และ ป้าเอ็ม รวมถึงเงินรองรังจำนวนหนึ่ง ผมก็ได้เงินและหุ้นของพ่อ คุณบุษก็ได้สิทธิ์ในหุ้นและเงินของพ่ออีกส่วนหนึ่ง ซึ่งมันก็ตกเป็นของแหวนดอกไม้ไปโดยปริยายเพราะเธอเสียชีวิตลงแล้ว ส่วนของคุณบุษ...ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะน่ารักขนาดมีทำประกันชีวิตไว้โดยมีผมเป็นผู้รับผลประโยชน์ ในกรมธรรม์ฉบับหนึ่ง เหมือนเธอจะรู้ชะตากรรมล่วงหน้าของตนเองหรือเปล่าหนอ...ผมอดคิดในใจไม่ได้ เพราะที่เธอยกให้ผมนั้นคือประกันชีวิตที่เพิ่งจะส่งเบี้ยประกันได้ไม่ถึงปี​จัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ เรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ผมก็ต้องจัดการเรื่องต่อไปล่ะครับ​นั่นก็คือ​เรื่องของบุคคลที่ทุกคนต่างฝากฝังเธอไว้กับผม ​แหวนดอกไม้​เธอดูอ่อนแอและบอบบางในสายตาใครต่อใคร ญาติๆ ของเธอ แม้กระทั่งญาติของผม ก็บอกให้ผมอย่าทิ้งเธอ ให้อยู่เป็นเพื่อนเธอจนกว่าเธอจะตั้งหลักทำใจได้ การสูญเสียแ

  • เด็กมันร้าย ผู้ชายสายรุก   8

    สองปีผ่านไปครับ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้กลับไปหาครอบครัวอย่างที่ตั้งใจไว้ เฮ้อ...รักแรกของผม รักที่แท้จริงและจริงจังตอนอายุสิบแปด ไฉนมันถึงฝังลึกยาวนานนักก็ไม่รู้สิครับ​ผมมาอยู่ที่แอลเอ กับบ็อบ และโทมัส สองเพื่อนซี้คู่หูทำเกมของผม เราเปิดบริษัทครับตอนนี้ บริหารงานกันเป็นเรื่องเป็นราวตามแบบของเรา ถือได้ว่าเป็นนิวเจนที่ประสบผลสำเร็จกันตั้งแต่อายุยังน้อย ความสำเร็จทำให้พวกเราเหลิงกันนิดๆ แต่ไม่ถึงขั้นจะเตลิดอะไรกันมาก ผม...อาจจะเพราะเป็นคนมีปมที่มีพ่อเป็นคนดัง เลยค่อนข้างจะปิดตัวเอง ใช้ชีวิตแบบอาร์ตๆ ประหลาดๆ (มีคนว่าแบบนั้นนะ) ผมซื้ออพาร์ทเม้นท์ขนาดกลาง เลี้ยงสัตว์เลี้ยงคือปลาทองคู่หนึ่ง ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เดตบ้างอะไรบ้างตามประสาหนุ่มโสด ยังไม่คิดจะจริงจังกับใคร...ก็ใจมันยังไม่ปิ๊งนี่ครับ ผมยังไม่ลืม...เธอคนนั้นได้สักที​บ็อบเองก็มีครอบครัวที่ต้องดูแล เงินที่ได้มาถึงขั้นระดับเศรษฐีย่อยๆ ของเขาส่วนหนึ่งกลายเป็นค่ารักษาน้องสาวคนเดียวที่ป่วยหนัก แบมบูน้องสาวของเขาเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง แม่ของเขาเป็นโรคซึมเศร้า ยายเป็นโรคอัลไซเมอร์ ส่วนพ่อของเขานั้น...อย่าไปพูดถึงดีกว่านะครับ เป็น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status