Masuk"คุณแม่จะบอกผมได้หรือยังครับว่าที่ผมต้องออกไปทานข้าวกับคุณรสสุคนธ์เพื่ออะไรกันแน่"
เสียงทุ้มไม่สบอารมณ์ดังทั่วห้องคอนโดขนาดใหญ่พร้อมกับมือหนาที่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลงมาสามเม็ดเพื่อคลายความร้อนไปด้วย มาร์วินยกมือขึ้นเท้าเอวรอฟังเหตุผลของคนในสายดันลิ้นดุนกระพุ้งแก้มแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ที่เขาไปทานข้าวกับแม่เขาวันนี้ก็เพราะอยากรู้ว่าเพราะอะไรทำไมเขาต้องไป ซึ่งแม่เขาบอกว่าจะบอกเหตุผลให้หลังจากเขาไปทานอาหารด้วยแล้วเท่านั้น
ตอนแรกเขาไม่คิดว่ายัยเด็ดแก่แดดนั่นจะไปด้วย คิดว่าจะมีเพียงแค่เขา น้องชาย แม่ตัวเองและรสสุคนธ์แต่ที่ไหนได้ แค่นึกถึงยังรำคาญเลย
'หนูฮันนี่อยากเจอลูกมาตลอดเลยนะ แม่แค่อยากให้ลูก...'
"มันใช้เป็นเหตุผลไม่ได้นะครับ คุณแม่ก็รู้ว่าผม... ไม่ชอบหน้าเด็กคนนั้น" ถอนหายใจเสียงหนักหมุนตัวเดินมาทิ้งตัวลงบนโซฟาแล้วยกเท้าขึ้นวางบนโต๊ะเล็กด้านหน้า
'มาร์วิน เราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะ แม่คิดว่าลูกจะเข้าใจแล้วเสียอีกทำไมยังเป็นแบบนี้อีกล่ะ'
"ผมไม่ได้ชอบเด็กนั่นและจะไม่ทำตามความต้องการของคุณพ่อกับคุณแม่แน่"
'มาร์วิน...'
"แค่นี้นะครับพรุ่งนี้ผมมีประชุมเช้า"
มาร์วินกดตัดสายบุพการีทันทีหลังพูดจบ ยกแขนพาดไปตามพนักพิงหลังแล้วหลับตาลงช้าๆ ในขณะเดียวกันคำพูดที่บุพการีเคยพูดกับเขาเมื่อหลายปีก่อนก็วนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง คำพูดที่ไม่ว่าจะนึกถึงตอนไหนก็พานทำให้เกิดอารมณ์เสียและยิ่งไม่ชอบหน้าเด็กนั่นเข้าไปใหญ่ มันเป็นเรื่องที่ควรจะยกเลิกไปแล้วไม่ใช่เหรอวะ! นี่มัน พ.ศ. ไหนแล้วยังจะ... มีเรื่องแบบนี้อยู่อีก
แปดปีก่อน
"แม่อยากให้ลูกเจอคนคนหนึ่ง"
"ใครครับ"
มาร์วินในวัยสิบเจ็ดปีเงยหน้าขึ้นจากจานอาหารด้านหน้าตัวเองขึ้นมองยังเจ้าของคำพูดซึ่งก็คือแม่ของเขาเอง ดวงตาคมเลื่อนสายตายังคนเป็นพ่อที่นั่งอยู่ข้างกันด้วยความสงสัยเมื่อแม่เขานั้นหันมองยังท่านเหมือนมีเรื่องจะพูดแต่ก็เงียบไป
"ใครครับ" เสียงทุ้มแตกหนุ่มเต็มที่เอ่ยถามด้วยความสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง วางช้อนส้อมในมือตัวเองลงบนจานข้าวด้านหน้าแล้วก็นิ่งรอบุพการีได้พูดต่อ
"คนที่แม่อยากให้ลูกหมั้นด้วย"
"คุณมน เรื่องนี้ควรรอให้ลูกโตกว่านี้ก่อนแล้วค่อยพูดจะดีกว่า ตอนนี้ให้ลูกจดจ่ออยู่กับการเรียนก่อน เราคุยกันแล้ว"
"จะบอกตอนไหนมันก็เหมือนกันนั่นแหละค่ะคุณ อีกอย่างบอกตอนนี้ลูกจะได้ทำความรู้จักกับน้องด้วยจะได้เรียนรู้กันเร็วขึ้นดีกว่ามารู้ตอนที่โตแล้ว ตอนนั้นจะไม่น่าตกใจกว่าเหรอคะ"
"...." อนาวินได้แต่ส่ายหัวให้กับความใจร้อนของภรรยา รู้ว่าอยากได้ลูกสาวเขามาเป็นลูกสะใภ้มากแค่ไหน แต่มันก็ควรจะรอเวลาก่อน ค่อยๆ ให้พบเจอกันเรียนรู้กันแต่นี้ปุ๊บปั๊บบอกว่าอยากให้เจอคนที่อยากให้หมั้นด้วยแบบนี้เลยมันจะทำให้ลูกชายเธอต่อต้านเอาเปล่าๆ
มาร์วินมองหน้าพ่อกับแม่สลับกันไปมาด้วยความไม่เข้าใจในความคิดของท่าน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาได้แต่นิ่งแล้วรอฟังเงียบๆ ต่อ
"เย็นนี้กลับมาเร็วหน่อยนะน้องจะมาทานข้าวที่บ้านเรา...."
"ผมมีซ้อมครับ อีกอาทิตย์จะแข่งแล้ว"
"แม่ขอแค่วันเดียวมาร์วิน"
"การแข่งมันสำคัญกับผมมากคุณแม่ก็รู้"
ดวงตาคมจับจ้องยังใบหน้าสวยของแม่ตัวเองนิ่งด้วยความจริงจัง ท่านรู้ว่าการแข่งบาสเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตตอนนี้ของเขาแล้วอยู่ๆ จะให้เขาทิ้งการซ้อมมาเจอกับ... ใครก็ไม่รู้เพียงแค่คำว่าอยากให้หมั้นด้วยแค่นั้นเหรอ
ร่างสูงในชุดนักเรียนมอปลายหยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วยกมือพนมขึ้นไหว้พ่อกับแม่ตามปกติก่อนจะหันหมุนตัวเดินออกจากห้องอาหารออกมาเงียบๆ เขาไม่ต่อต้านอย่างชัดเจนแต่ก็ไม่ได้ตกลงยอมรับคำพูดของท่านด้วยเช่นกัน
เท้าหนักเดินออกมาหน้าบ้านเพื่อขับไปรถโรงเรียนตามปกติทุกวัน แต่วันนี้มันกลับแปลกไปกว่าทุกวันเพราะมีแขกมาเยือนแต่เช้าโดยปกติแล้วไม่ค่อยจะมีแขกมาเวลาเช้าขนาดนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ
"ขอบคุณค่ะ" เสียงหวานใสของเด็กผู้หญิงในชุดนักเรียนมอต้นของโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างขอบคุณคนขับรถของเธอที่เปิดประตูให้แล้วลงจากรถลงมา
ใบหน้าหวานรูปไข่ ริมฝีปากเล็กสีชมพูอ่อนรูปกระจับ สองแก้มแดงระเรื่อเป็นธรรมชาติมันทำให้เธอดูน่ามองสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเขาแล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากไปกว่าคนอื่นเลยสักนิด
"สวัสดีค่ะหนูมาหาคุณอามนค่ะ"
"...."
"พี่ชื่ออะไรเหรอคะหล่อจังเลย"
เด็กแก่แดด เจอกันยังไม่ถึงนาทีก็มาชมว่าเขาหล่อแล้วทำตัวไม่สมวัยเลยจริงๆ
มาร์วินถอนหายใจเบาๆ เดินผ่านหน้าเด็กผู้หญิงตัวเล็กสูงเพียงบ่าเพื่อจะได้ขึ้นรถไปโรงเรียน แต่เด็กนี่กลับคว้าแขนเขาไว้แล้วรีบวิ่งมาดักหน้าพร้อมกับเอ่ยคำที่ทำเอาเขาต้องหัวร้อนขึ้นมาเสียดื้อๆ
"หนูพูดกับพี่อยู่นะคะทำไมไม่ตอบหนูล่ะ แบบนี้คุณแม่สอนว่าไร้มารยาทค่ะ เป็นเด็กไม่มีมารยาทเลย"
"เธอบอกว่าฉันไม่มีมารยาทงั้นเหรอ นี่เธอกำลังสอนฉันงั้นเหรอ"
"หนูเปล่าสอนค่ะ แต่คุณแม่สอน" ใบหน้าใสซื่อนั่นมันช่าง... กวนประสาทฉิบ!
เด็กหนุ่มสะบัดมือเล็กออกจากแขนตัวเองแล้วจ้องใบหน้าเล็กนั่นนิ่งด้วยความไม่สบอารมณ์ ยิ่งเธอทำหน้าใสซื่อไร้เดียงสาความโมโหก็ยิ่งทวีทำอกร้อนไปหมด
"เด็กแก่แดด!" เค้นเสียงลอดไรฟันเดินผ่านหน้าคนตัวเล็กมาขึ้นรถของตัวเองโดยที่ไม่หันมองยังคนด้านหลังที่ยังคงส่งเสียงเรียกตัวเองอีก
สตาร์ทรถแล้วกระชากตัวออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว ทำคนตัวเล็กต้องถอยหลังสองสามก้าวด้วยความตกใจกับความเร็วของรถที่วิ่งผ่านหน้าไป ลมแรงพัดเอากระโปรงนักเรียนของเธอสะบัดพลิ้วตามจนต้องย่อตัวลงจับมันไว้ไม่ให้ลอยขึ้นสูงเหมือนที่แม่เคยสอนไว้
นับจากวันนั้นเขาถึงได้รู้ว่าเด็กแก่แดดที่กล้ามาสอนเขาเป็นคนคนเดียวกับคนที่แม่เขาบอกว่าอยากให้หมั้นด้วย เด็กนั่นเลยกลายเป็นเด็กเพียงคนเดียวที่เขาเริ่มมีอคติด้วย ทั้งที่โดยตัวเขาแล้วไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนโดยเฉพาะผู้หญิงเขาจะให้เกียรติตลอดแต่สำหรับเด็กนั่น... มันไม่ได้จริงๆ
ครืน~ครืน
เสียงเรียกเข้าดึงสติมาร์วินออกจากภวังค์ความคิด ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูรายชื่อเจ้าของสายที่โทรเข้ามาไปด้วย ก่อนที่หัวคิ้วหนาจะขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความสงสัยเพราะเบอร์ที่โทรเข้ามามันไม่ขึ้นแสดงชื่อแถมยังเป็นเบอร์แปลกที่ไม่เคยเห็นอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็กดรับสายนั้นเพราะคิดว่าอาจเป็นเรื่องงานก็เป็นได้
"สวัสดีครับมาร์วินคุยสายอยู่ครับ"
'พี่มาร์วินเหรอคะ หนูฮันนี่นะคะ'
ยัยเด็กแก่แดด? รู้เบอร์เขาได้ไง
"เอาเบอร์ฉันมาจากไหน"
'พี่มาร์ตินให้ค่ะ อุ๊บ! มะ... ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่พี่มาร์ติน'
"...."
'ไม่ใช่จริงๆ นะคะ...'
นิ้วเรียวกดตัดสายทันทีโดยไม่รอให้คนปลายสายได้พูดจนจบประโยค ไม่รอช้าก็กดบล็อกเบอร์ที่เพิ่งโทรเข้ามาอย่างไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ใครว่าเขาอยากสานต่อความสัมพันธ์ที่แม่พยายามยัดเยียดให้กัน โดยเฉพาะถ้าเป็นเด็กนี่เขาไม่มีทางที่จะทำมันเด็ดขาด
แต่ก่อนจะทำอะไรเขาคงต้องจัดการกับคนที่เอาเบอร์ส่วนตัวของเขาให้เด็กนั่นเสียก่อน ไอ้น้องเวร!
"พี่มาร์วินเสร็จยังคะหนูต้องไปเรียนแล้วนะ"ฮันนี่เอียงตัวตะโกนเรียกคนตัวโตในห้องนอนที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จเพราะมัวแต่อยากทำกิจ(กาม)กรรมยามเช้าอยู่นั่น กว่าจะเสร็จก็ปาไปเกือบเที่ยงแล้วดวงตากลมสวยหลุบลงมองลูกสาวตัวน้อยในอ้อมแขนที่กำลังแหงนหน้ามองเธอตาใส ปากเล็กๆ ก็ทำหน้าที่ดูดนมจากเต้าสวยไปด้วย ส่วนมือป้อมน้อยๆ จับนิ้วหัวแม่เท้าไว้ราวกับกำลังถามว่าพ่อกับแม่เป็นอะไรกันมากป่าว เอะอะเสียงดังกันตั้งแต่เช้าแล้วมันไม่เกินจริงเลยสักนิด ในตอนที่เธอกับพ่อของลูกกำลังทำรักสวีทกันอยู่บนเตียงกว้าง เด็กน้อยวัยเจ็ดเดือนเศษนามว่าปั้นแป้งก็ตื่นขึ้นมาแอบมองผู้ให้กำเนิดแล้ว คิดแล้วยังอายลูกไม่หายเลย"วันนี้ปั้นแป้งน้อยไปนอนเล่นกับคุณพ่อนะคะ เดี๋ยวคุณแม่เรียนเสร็จแล้วจะรีบไปหานะคะ""อือ~"เสียงเล็กครางรับในลำคอคลี่ริมฝีปากเปื้อนนมสีขาวขุ่นของแม่ยิ้มน้อยๆ ราวกับรู้เรื่อง ทำให้คนมองอดจะยิ้มตามไม่ได้ตามจริงหากจะให้พาปั้นแป้งไปอยู่กับคุณปู่คุณย่าหรือคุณตาคุณยายก็ได้แต่เพราะคุณพ่อคนหล่อของปั้นแป้งน้อยกลับไม่ยอม ให้เหตุผลว่าอยากอยู่กับลูก ห่างลูกไม่ได้ แต่ตอนไปทำงานก็ไม่ได้สอยน้องไปด้วยหรอกนะให้พี่เลี้ยงอยู่ห้อ
*** เย็นๆ เดี๋ยวมีตอนพิเศษมาฝากนะคะ..."ยัยฮันนี่!""ห๊ะ?"ผักหวานและเตยหอมรีบเดินเข้ามาดึงเพื่อนเข้ามุมหลบสายตาของแฟนเพื่อนทันทีหลังจากนั่งรอมาตั้งแต่เช้าแล้วเพื่อนพวกเธอเพิ่งโผล่ลงมาพร้อมกับแฟน เห็นสองคนจับมือกันเดินกะหนุงกะหนิงก็ตงิดใจแล้วเลยต้องลากเพื่อนมาเค้นถามสักหน่อย"สรุปยังไงกันแน่ แผนเมื่อคืนเป็นไง""คือ...""อ้ำๆ อึ้งๆ ทำไม แล้วแกได้บอกแฟนแกไปหรือยังว่าวันพฤหัสจะไม่อยู่ด้วยอ่ะ""ผักหวาน เตยหอมฉันคิดดีแล้ว"คิดดีอะไรของมันอีก ชักจะแปลกๆ แล้วนะ ไม่ใช่ว่าพวกเธอไม่อยากให้เพื่อนดีกับแฟนหรอกนะ แต่เพราะพวกเธอเคยเห็นทุกช่วงเวลาตอนที่เพื่อนเจ็บ เศร้ามาแล้วเลยอยากเอาคืนบ้าง พวกเธอเลี้ยงมันมาอย่างดีตามใจทุกอย่างแล้วอยู่ๆ ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาทำร้ายให้มันเจ็บช้ำน้ำใจพวกเธอก็เจ็บเหมือนกัน"ฉันยอมให้อภัยพี่มาร์วินแล้ว ยอมหายโกรธแล้วด้วย""ง่ายๆ แบบนั้นเลยเหรอแล้วแผนพวกฉันล่ะ" เตยหอมเอียงคอถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เมื่อวานเย็นยังช่วยกันวางแผนอยู่เลยตอนนี้กลับมาบอกว่ายอมให้อภัยแล้ว แค่ข้ามคืนเดียวเนี่ยนะ"ขอโทษ แต่ฉันพูดไปแล้ว""บอกพี่เขาไปแล้วเหรอว่าอภัยให้แล้วอ่ะ""อืม"สองแฝดประสานเสีย
'อย่าลืมที่สอนไปล่ะ'ฮันนี่อ่านข้อความที่เพื่อนส่งเข้ามาให้แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรายตามองตรงไปยังประตูห้องน้ำภายในห้องพักที่มีคนตัวโตอยู่ด้านใน เท้าเล็กหย่อนลงจากเตียงปลดสายมัดเอวเสื้อคลุมออกก่อนจะตามด้วยเสื้อคลุมสีขาวตัวใหญ่ เธอวางมันลงบนพื้นแล้วกลับขึ้นไปบนเตียงจัดท่านอนเพื่อให้ดูเซ็กซี่ตามที่เพื่อนรักสอนมา วางมือเท้าคางหนึ่งข้างหันไปทางห้องน้ำรอเวลาที่คนด้านในจะออกมาเสียงเท้าหนักย่ำเข้ามาใกล้แล้วประตูบานใหญ่ก็เปิดออกปรากฏร่างสูงแกร่งของมาร์วินที่มีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวสอบลวกๆ เปิดโชว์อกแกร่งเต่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งเป็นลอนน่าสัมผัส ผิวขาวสุขภาพดีทำให้ดวงตากลมเผลอจ้องมองรูปร่างเขาด้วยใบหน้าแดงซ่านหลงลืมสิ่งที่จะทำไปชั่วขณะเช่นเดียวกับมาร์วินที่ชะงักเท้าสองข้างหน้าห้องน้ำ จดจ้องยังเรือนร่างสวยเย้ายวนในชุดนอนเซ็กซี่สีม่วงอ่อน ใบหน้าหวานสวยแต้มด้วยสีแดงเรื่อธรรมชาติมันยิ่งกระตุ้นเลือดร้อนในกายหนุ่มให้โลดแล่นจนต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอเท้าหนาเดินเข้ามาหาร่างเล็กบนเตียงช้าๆ ราวกับถูกต้องมนต์สะกดให้เดินเข้าหาโดยไม่รู้ตัว หย่อนสะโพกหนาลงบนขอบเตียงมือหนาเลื่อนลูบไล้สีข้างบางแล้วกล
"พาเมียมาเที่ยวแต่ตัวเองกลับมาขลุกตัวอยู่แต่ในห้องทำงานหมายความว่าไงวะ" กวินยกแก้วกาแฟขึ้นจิบเอนสะโพกพิงขอบโต๊ะทำงานหลุบตามองเจ้าของห้องที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โดยมีนิวตันนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟากลางห้องปรายตาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของห้องอย่างรอฟังคำตอบด้วยนิ้วเรียวกดเลื่อนไถไอจีเล่นรอฟังคำตอบของเพื่อนโดยระหว่างนั้นก็แบ่งความสนใจมายังหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือตัวเองไปด้วยเช่นกัน"ฮันนี่โกรธกูอยู่ กูต้องยอมตามใจน้องหนึ่งอาทิตย์เพื่อแลกกับที่น้องจะยอมหายโกรธ" เสียงทุ้มเอ่ยลอดริมฝีปากโดยที่สายตายังคงจับจ้องยังเอกสารงานตรงหน้านิ่ง"โกรธมึง? มึงไปทำอะไรให้น้องมันโกรธอีกวะ""พีชจูบกูแล้วฮันนี่มาเห็นพอดี""เย็ดเข้! จริงดิวะ ฉากเด็ดเลยนะนั่น" คำพูดทีเล่นทีจริงของเพื่อนรักทำมาร์วินละสายตาออกจากเอกสารเหลือบขึ้นมองหน้ามันแทน ใบหน้าคมคายเรียบนิ่งเริ่มหงุดหงิดกับเสียงมันขึ้นมาแล้ว"กูไม่ได้ตั้งใจ ไม่รู้ด้วยว่าพีชจะทำแบบนั้น""คราวซวยมึงไง""ไอ้กวินถ้ามึงว่างมากก็เอาเอกสารไปดูไป งานยังมีอีกเยอะที่รอให้มึงทำอย่าเอาแต่ทำตัวว่างงานแบบนี้""กูแค่มานั่งจิบกาแฟเดี๋ยวก็ไปแล้ว พูดแทงใจดำหน่อยเอาเรื่องง
"เฮ้อ~ สดชื่นจังเลย นานเลยที่ไม่ได้สูดกลิ่นอายทะเลแบบนี้"เตยหอมเหยียดแขนสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มด้วยความสดชื่นตามที่เอื้อนเอ่ย ตามมาด้วยผักหวานที่เดินมายืนข้างกันสูดหายใจเอากลิ่นอายทะเลเข้าเต็มปอดอีกคน"คิดถึงตอนมัธยมน้อ เรามาทะเลบ่อยมากอ่ะ""นั่นดิ"ฮันนี่มองสองแฝดที่กำลังยืนรับลมกลิ่นอายทะเลยามสายของวันยิ้มๆ แล้วเดินเข้ามาสมทบตามหลังหลังจากแวะซื้อน้ำมะพร้าวร้านใกล้ๆ ดื่มแล้ว เท้าเล็กเดินมาหยุดยืนข้างผักหวานเงยหน้าขึ้นสูดหายใจเข้าลึกๆ หลับตาพริ้มไปด้วย ก่อนจะยกลูกมะพร้าวอ่อนในมือขึ้นดูดน้ำมะพร้าวแสนหวานธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายชุดเดรสยาวกรอมเท้าผ้าชีฟองสีฟ้าอ่อนสลับขาวถูกคลื่นลมทะเลตีจนสะบัดพลิ้วไปด้านหลัง ต้องมืออีกข้างขึ้นมาจับหมวกปีกกว้างบนหัวเอาไว้กันปลิวหนี"ยัยฮันนี่แกเตรียมตัวที่จะเอาคืนผู้แกแล้วใช่ไหม ไม่ใช่ว่าพอถึงเวลาเอาจริงแล้วมาทำไม่กล้านะ บอกไว้ก่อนว่าแผนพวกฉันมันอาจทำให้แกมีปัญหาได้เพราะฉะนั้นแกต้องใจแข็งเข้าใจไหม"ร่างเล็กหันมองหน้าเพื่อนที่ยังคงเงยหน้ารับลมทะเลพร้อมกับดูดน้ำมะพร้าวในมือไปด้วย เธอพยักหน้าเบาๆ แม้เพื่อนจะไม่ได้หันมามองตัวเองก็ตามก่อนจะกรอ
มาร์วินเข้ามาดูงานในบริษัทเพียงแค่ช่วงเวลาบ่ายสั้นๆ หลังจากพาคนตัวเล็กไปทานอาหารเสร็จแล้ว เธอยอมรับมื้ออาหารแทนการขอโทษของเขาแต่ยังคงไม่ยอมพูดด้วย แม้เขาจะหว่านล้อมถามอะไรไปก็ยังคงเงียบตลอดจนทั้งสองกลับมายังคอนโดเธอก็ยังคงเอาแต่เงียบใส่เขาไม่พูดจาด้วยดวงตาคมจับจ้องร่างเล็กที่กำลังนอนดูซีรีส์อยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้องโดยไม่สนใจเขาเลยสักนิดพลางพ่นลมหายใจออกปากเบาๆ ยกแก้วน้ำเย็นในมือขึ้นกระดกดื่มจนหมดแก้ว แล้วดันตัวขึ้นจากเคาน์เตอร์บาร์เดินเข้ามาหาคนตัวเล็ก พร้อมกับหย่อนตัวลงบนโซฟาปลายเท้าเล็ก"ดูอะไรอยู่ครับ หิวหรือยังอยากทานอะไรไหมเดี๋ยวพี่ทำให้""..." ดวงตากลมละออกจากหน้าจอมือถือไปยังใบหน้าคมคายเปื้อนรอยยิ้มเพียงเล็กน้อยก่อนจะดึงสายตากลับราวกับกำลังหงุดหงิดรำคาญ ร่างเล็กพลิกตัวนอนตะแคงข้างเข้าหาพนักพิงไม่สนใจเจ้าของเสียงอีก"ลูกพ่อหิวหรือยังครับ ไหนลองถามคุณแม่สิครับว่าหิวหรือเปล่า" มือหนายื่นวางลงบนหน้าท้องแบนราบลูบไล้วนเป็นวงกลมไปมาเบาๆ โน้มกระซิบใกล้ๆ โดยก็ช้อนสายตามองคุณแม่ของลูกไปด้วย"...""หนูหิวแล้วเหรอ แล้วคุณแม่ล่ะครับหิวหรือยังเอ่ย""..."ฮันนี่พลิกตัวกลับนอนหงายถอนหายใจด้วย







