LOGIN“ซีรีส์จบแล้วครับน้องมายด์... อาว่าหนูไปนอนที่ห้องดีกว่านะครับ นอนดึกมากเดี๋ยวแก่เร็วไม่รู้ด้วยนะ” พีรชารีบปรับเสียงให้เป็นปกติพลางเอ่ยเร่ง
“อื้อ... มายด์ง่วงสุดๆ เลยค่ะอาพีร์ ถ้าลุกไปตอนนี้มายด์ต้องตื่นแน่ๆ เลย ขอหลับตรงนี้แป๊บนะคะ” พูดจบเธอก็พลิกตัวตะแคงหันหลังให้ ดึงผ้าห่มรวบตึงไปทั้งผืน แถมยังคว้าหมอนข้างใบโปรดของเขาไปกอดไว้อย่างถือสิทธิ์
“มายด์รู้ว่าอาพีร์ไม่มีหมอนข้างแล้วจะนอนไม่หลับ... แต่มายด์ก็ติดหมอนข้างเหมือนกัน” เธอพึมพำชิดหมอน
“หลับได้แล้วยัยตัวแสบของอา... ถ้ายังกวนแบบนี้ พรุ่งนี้อาไม่พาไปดูหนัง แถมจะงดหมูกระทะด้วยนะ” เมื่อเห็นว่าไล่ไม่ไปแน่แล้ว คุณหมอหนุ่มจึงจำใจยอมให้หลานสาวร่วมเตียงอย่างเลี่ยงไม่ได้
“มายด์แค่สงสารคนบางคนที่นอนไม่หลับเฉยๆ หรอกค่ะ...” มาริสาพลิกตัวกลับมาสบตาเขา แววตาซุกซนนั้นดูเย้ายวนใจในความมืด
“เอาอย่างนี้สิคะ... อาพีร์กอดมายด์แทนหมอนข้างก็ได้”
ยังไม่ทันที่พีรชาจะทันได้ปฏิเสธ มาริสาก็เอื้อมมือไปคว้ามือหนามากอดกระชับไว้กับตัวเธอ อ้อมกอดที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาและหลานอีกต่อไป ทำให้ค่ำคืนที่แสนธรรมดากลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างที่พีรชาเองก็ยากจะต้านทาน
เสียงละเมอที่สั่นเครือและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยในความมืด ทำให้หัวใจของพีรชากระตุกวูบ ความรู้สึกห่วงใยโถมทับจนความกังวลเรื่องความเหมาะสมมลายสิ้น เขาตัดสินใจสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน รวบเอาร่างบอบบางที่กำลังสั่นเทาเข้ามาแนบอกกว้าง ลูบแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม
กลิ่นหอมกรุ่นจากผิวกายเนียนละเอียด กลิ่นแป้งเด็กสะอาดสะอ้านผสมผสานกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ ลอยมากระทบจมูกโด่งคมสัน มันเป็นความหอมที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างมหัศจรรย์ ทว่าในขณะเดียวกัน มันกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายหนุ่มให้เตลิดไปไกลจนยากจะรั้งดึง
เสียงละเมอแผ่วเบาเลือนหายไป แต่ร่างเล็กกลับเบียดกายเข้าหาความอบอุ่นมากขึ้น อกอวบอิ่มที่เกินวัยบดเบียดแน่นกับแผงอกกำยำจนพีรชาใจสั่นรัว เขาได้แต่ตั้งคำถามในใจว่าเหตุใดเด็กสาวตรงหน้าถึงได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและอวบอัดจนน่าใจหายได้ถึงเพียงนี้ ใบหน้าจิ้มลิ้มซุกเข้าหาซอกคอหนา ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้คุณหมอหนุ่มต้องขบกรามแน่นเพื่อสะกดอารมณ์พลุ่งพล่าน
“อาพีร์... อย่าทิ้งมายด์ไปนะคะ มายด์ไม่เหลือใครแล้วจริงๆ” น้ำเสียงพร่าสั่นนั้นบีบคั้นหัวใจคนฟัง พีรชาก้มลงกระซิบตอบชิดใบหูเล็กด้วยเสียงที่สั่นพร่าไม่แพ้กัน
“อาไม่ทิ้งน้องมายด์ไปไหนแน่นอนครับ อาจะอยู่ตรงนี้... ตลอดไป”
“สัญญานะคะ...” เธอกระซิบกลับ แขนเรียวสอดกอดเอวหนาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าไออุ่นนี้จะเลือนหาย
อุณหภูมิในกายของพีรชาพุ่งสูงจนแทบทะลุปรอท เขาตัดสินใจถอดเสื้อกล้ามตัวบางทิ้งไป เหลือเพียงแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแกร่ง และเมื่อผิวเนื้อสัมผัสผิวเนื้อ ความอดทนที่เคยมีก็พังทลายลง
“อา... อาจะทนไม่ไหวแล้วน้องมายด์”
“กอดมายด์แน่นๆ สิคะคุณอา...” มาริสาปรือตาขึ้นมอง แววตาของเธอฉ่ำปรือและเต็มไปด้วยความโหยหา
“ถ้าอาไม่ได้ทำแค่กอดล่ะ... น้องมายด์จะโกรธอามั้ย” มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามส่วนเว้าโค้งอย่างย่ามใจ
“ไม่โกรธหรอกค่ะ... มายด์อยากให้อาพีร์มีความสุขบ้าง”
คำตอบรับนั้นเหมือนเชื้อไฟที่ราดลงบนกองเพลิง พีรชาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นก่อนจะเลื่อนต่ำลงมายังบัวงามคู่สวย เขาใช้ลิ้นร้อนผ่าวปรนเปรอจนเด็กสาวครางกระเส่า มือเล็กเอื้อมลงไปสัมผัสกับความแข็งขึงที่ดันทะลุผ้าเนื้อบางออกมา
“ของคุณอา... แข็งแล้ว ให้มายด์ช่วยนะคะ”
“น้องมายด์! หนู... ทำเป็นเหรอครับ” พีรชาอุทานด้วยความตกใจแกมสยิว
“คลิปมีเยอะแยะค่ะ... ไม่เห็นจะยากเลย” มาริสายิ้มยั่ว ก่อนจะมุดลงไปใต้ผ้าห่ม มือเรียวเล็กทำหน้าที่ชักนำความยิ่งใหญ่ของอาหนุ่มออกมาสู่โลกภายนอก
“อ่า... อื้มมม!” พีรชาครางลั่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นและเปียกชื้นที่ครอบงำแก่นกายของเขา
“น้องมายด์... ดูดเก่งจังครับ... อาจะทนไม่ไหวแล้ว”
คุณหมอหนุ่มแอ่นกายรับสัมผัสจากปากเล็กที่ปรนเปรออย่างเดียงสาแต่ทว่าเร่าร้อน ความเสียวซ่านแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ด้วยสติที่ยังหลงเหลือ เขาไม่อาจหักหาญน้ำใจสอดใส่เข้าไปในตัวหลานสาวในตอนนี้ได้ พีรชาจึงเลือกที่จะพลิกกายลงมาอยู่ระหว่างขาเรียวขาว แยกเรียวขาของเธอออกกว้างก่อนจะซุกใบหน้าลงกับร่องสวาทที่ฉ่ำแฉะ
“อ๊า! อาพีร์... อย่าค่ะ...” ลิ้นสากระรัววนอยู่บนจุดอ่อนไหว ปรนเปรอเด็กสาวด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่า มาริสาบิดกายเร่าด้วยความสยิวหฤหรรษ์ที่ไม่เคยพบเจอ มือเล็กขยุ้มเส้นผมของคุณอาเพื่อระบายความเสียวซ่าน จนในที่สุดร่างบางก็กระตุกเกร็งและปลดปล่อยน้ำหวานออกมาอาบชโลมใบหน้าของคุณหมอหนุ่ม พร้อมๆ กับที่เขาใช้มือเร่งจังหวะให้ตัวเองจนเข้าสู่เส้นชัยตามไปติดๆ
ทั้งคู่หอบหายใจรินรดกันท่ามกลางความเงียบสงัด พีรชาดึงร่างที่อ่อนระทวยของหลานสาวขึ้นมาสวมกอดไว้แน่น รสสัมผัสที่ข้ามเส้นในคืนนี้... กลายเป็นพันธนาการลับที่ผูกมัดเขากับเธอไว้ด้วยกันตลอดกาล
ภายในห้องนอนที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟหัวเตียงที่ฉาบไล้เงาร่างของคนสองคนซึ่งกำลังเกี่ยวกระหวัดกันอย่างแนบชิด พีรชาโน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของมาริสาอย่างหลงใหล กลิ่นกายสาวที่ผสานกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ตราตรึงใจเขาจนสัญชาตญาณดิบในกายตื่นตัวทุกครั้งที่ได้สัมผัส“ดีใจไหมครับ... ที่พรุ่งนี้จะได้ไปหาคุณย่าที่สวิตเซอร์แลนด์กับอา” เสียงทุ้มต่ำที่พร่ามัวเอ่ยชิดใบหูเล็กอย่างหยอกเย้า“ดีใจที่สุดเลยค่ะ...” มาริสาตอบเสียงสั่นพร่า ร่างกายสาวสั่นสะท้านเมื่อฝ่ามือร้อนระอุของคุณหมอหนุ่มเริ่มซุกซน ลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งใต้ชุดนอนผ้าซาตินเนื้อบางเบาที่แทบจะปิดบังความปรารถนาของเขาไว้ไม่ได้ “คุณอาขา... อื้ออ อย่าเพิ่งสิคะ คุยกันก่อน”เธอพยายามประท้วงอย่างอ่อนแรง แต่ทรวงอกอวบอิ่มกลับแอ่นรับสัมผัสจากปลายนิ้วเรียวยาวอย่างทรยศความรู้สึก“ก็คุยมาสิครับ แต่อาขอชิมตรงนี้ก่อนได้ไหม... แค่นิดเดียวเองนะ อาจะขาดใจตายอยู่แล้วคนดี”“จะทำให้มายด์สมยอมให้ได้เลยใช่ไหมคะ”ในขณะที่พายุอารมณ์เริ่มก่อตัว มาริสาก็นึกขึ้นได้ถึงเรื่องสำคัญ เธอขยับกายออกเล็กน้อยพลางสบตาเขาด้วยความกังวล “คุณอาคะ... เมื่อวานมา
ณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังนิตรา ก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องพักแพทย์ด้วยท่วงท่าราวกับนางสิงห์ที่กำลังออกล่าเหยื่อ เสียงส้นเข็มกระทบพื้นดัง กึก กึก บ่งบอกถึงอารมณ์ที่คุกรุ่น เธอไม่สนใจสายตาตื่นตระหนกของเหล่าพยาบาลหรือมารยาทใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อก้าวมาถึงกลางห้อง หญิงสาวก็แผดเสียงประกาศก้องจนเพดานแทบสะเทือน“หมอพีรชาอยู่ไหน!!!!!!”สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องราวกับจะเผาทุกอย่างให้เป็นจุล จน หมอตรีวุฒิ เพื่อนสนิทจอมกวนของพีรชาที่กำลังเอนหลังพักผ่อนอยู่ ต้องรีบผุดลุกขึ้นมาสกัดกั้น เพราะเกรงว่าความบ้าคลั่งของสาวสวยตรงหน้าจะทำให้แพทย์ท่านอื่นขวัญผวาไปเสียก่อน“ไอ้หมอพีรชา... เอ๊ย! คุณหมอพีรชาน่าจะติดเคสทำคลอดอยู่นะครับคุณคนสวย” ตรีวุฒิคลี่ยิ้มหวานที่ดูเจ้าเล่ห์ไม่ต่างจากเพื่อนรัก ก่อนจะตอบอย่างใจเย็นพลางยกมือกอดอก“ห้องไหน!” นิตราตวัดเสียงถามสวนกลับทันควันจนหน้าสวยๆ เริ่มหักงอ“หมอทำคลอดเขาก็ต้องอยู่ห้องคลอดสิคร้าบ... ถามแปลกนะคุณเนี่ย” ตรีวุฒิยักไหล่ ยิ่งเห็นอีกลูกไฟลุกโชนเขาก็ยิ่งนึกสนุก“แล้วห้องคลอดมันอยู่ส่วนไหนของโรงพยาบาลกันเล่า! บอกมาเดี๋ยวนี้นะ!”“โอ๊ยยย! ผมบอกไม่ได้หรอกครับ ความลับทางราชการ” ตร
รุ่งเช้าวันอาทิตย์ ก่อนที่จะถึงเวลาส่งมาริสากลับเข้าหอพัก พีรชาตัดสินใจพาสาวน้อยแวะกลับไปที่คฤหาสน์อีกครั้งด้วยหวังจะถามความจริงจากปากของมารดา แต่ภายในบ้านกลับเงียบเหงา ไร้เงาของคุณหญิงมารศรี จะมีก็เพียงป้าสมใจ หญิงรับใช้เก่าแก่ที่อยู่คู่คฤหาสน์หลังนี้มาตั้งแต่วัยสาว“คุณท่านไม่อยู่หรอกค่ะคุณพีร์ มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงชราเอ่ยถามด้วยความเมตตา“คุณแม่ไปไหนครับป้าสมใจ” พีรชาถามเสียงเครียด“ท่านไปพักผ่อนที่เมืองนอกค่ะ เมื่อเช้านี้ท่านให้เจ้าราเชนไปส่งที่สนามบิน” ป้าสมใจเอ่ยพลางลอบสังเกตสีหน้าของพีรชาที่เธอรักเหมือนลูก พลางระลึกถึงคำสั่งเสียก่อนไปของคุณหญิงมารศรีที่กำชับเอาไว้ แต่ยังไม่ทันที่หญิงชราจะได้พูดอะไร พีรชาก็เอ่ยถามขึ้นมาเสียก่อน“ป้าสมใจครับ... ผมอยากรู้เรื่องผู้หญิงที่ชื่อศรีสุดา” หญิงชราถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยความจริงที่ถูกทับถมไว้ใต้พรมมานานแสนนาน “คุณพีร์เป็นลูกของคุณศรีสุดาจริงๆ ค่ะ ตามที่ระบุในสูติบัตรนั่นแหละ”“แล้วคุณศรีสุดาเป็นอะไรกับคุณย่าคะ” มาริสาแทรกถามด้วยความอยากรู้“คุณศรีสุดาเธอเป็นน้องสาวแท้ๆ ของคุณหญิงมารศรีค่ะ... ป้าอยู่บ้านหลังนี้มานาน ป้
บ่ายวันเสาร์ที่บรรยากาศรอบคฤหาสน์หลังโตดูอึมครึมกว่าปกติ คุณมารศรีกลับมาพักฟื้นที่บ้านตามกำหนดการ พีรชาเลือกใช้เวลานี้พามาริสาเดินทางกลับมาเผชิญหน้ากับความจริง เขาบีบมือนุ่มของคนข้างกายเบาๆ เพื่อส่งผ่านกำลังใจ ก่อนจะจูงมือกันเดินเข้าไปในห้องทำงานที่มารดานั่งพิจารณาเอกสารอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย“คุณแม่ครับ... ผมกับน้องมายด์มีเรื่องสำคัญจะมาสารภาพครับ” หญิงชราขยับแว่นสายตาพลางเงยหน้าขึ้นมอง ทันทีที่เห็นมือของทั้งสองเกาะกุมกันแน่น แววตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและฉายแววเย้ยหยันออกมาทันที“เรื่องอะไรล่ะ!” เสียงที่เปล่งออกมานั้นสั่นพร่าด้วยความกรุ่นโกรธ“เราสองคนรักกันครับคุณแม่” พีรชาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง เพราะเตรียมใจมาอย่างดีแล้ว “และเราสองคนตกลงกันว่า... ทันทีที่น้องมายด์เรียนจบ เราจะแต่งกันครับ”“ไหนแกพูดอีกทีสิตาพีร์!!” คุณมารศรีลุกขึ้นยืนช้าๆ ราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง“ผมรักน้องมายด์ครับคุณแม่ เรื่องแต่งงานกับลูกสาวเสี่ยมงคล ผมคงทำตามที่คุณแม่ต้องการไม่ได้จริงๆ ผมขอโทษครับ” พีรชายกมือขึ้นไหว้ขอขมาพร้อม ๆ กับมาริสา“แล้วแกจะให้ฉันเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! ฉันรับปากทางโน้นไปแล้ว แ
“โธ่... ฉันก็แค่เสียดายแทนแก เป็นฉันหน่อยไม่ได้ พ่อจะจัดให้ทั้งคืนเลย!” ตรีวุฒิหัวเราะร่าพลางทำท่าเลียริมฝีปากแกล้งเพื่อน พีรชารีบเก็บของใส่กระเป๋าเพราะฟ้าฝนข้างนอกเริ่มตั้งเค้าทะมึน“ถ้าแกอยากได้นัก ฉันจะได้ยกประเคนให้!” พีรชาแหวใส่“เฮ้ยๆ ใจเย็นสิเพื่อน ฉันแค่ล้อเล่นให้แกคลายเครียด” ตรีวุฒิรีบเปลี่ยนโหมดมาเป็นจริงจัง “แต่แกเถอะ จะรับมือกับแม่สาวงามคนนั้นยังไง”“ก็ยังไม่รู้เลย” “งั้นฉันมีอะไรจะบอก... จริงๆ แล้วช่วงนี้แกควรหลอกให้เธอตายใจไปก่อน แต่ที่สำคัญกว่านั้นนะ... ฉันแอบได้ยินมาว่า แม่แกไม่ได้ป่วยหนักจริงๆ หรอกว่ะ” พีรชาชะงักกึก หันมาจ้องหน้าเพื่อนเขม็ง “แกพูดว่าอะไรนะ”“เบาๆ สิวะ!” ตรีวุฒิมองซ้ายมองขวา “ฉันได้ยินอาจารย์หมอที่รักษาแม่แกคุยกับผู้บริหารมาอีกที ถึงว่าล่ะรอบนี้แม่แกถึงไม่ยอมให้ฉันเป็นคนรักษา แต่กลับเจาะจงไปหาอาจารย์หมอท่านนั้นแทน”“แล้วทำไมแกไม่รีบบอกฉัน!”“ก็ตอนแรกฉันไม่แน่ใจ จนวันนี้ฉันไปแอบดูผลการรักษาในเวชระเบียนมา... ชัดเลยว่ะ ผลตรวจทุกอย่างปกติ แม่แกแค่แกล้งอ่อนแรงเรียกร้องความสนใจ” พีรชากำหมัดแน่น “ถ้าอย่างนั้น... แม่ก็หลอกให้ฉันยอมแต่งงานงั้นเหรอวะ”“ก็
หากขืนเธอยอมตรวจแล้วให้เครื่องนั่นบีบหน้าอกของเธอขึ้นมาจริงๆ เต้านมคู่งามที่เธอเพียรไปทำมาคงได้แตกละเอียดเป็นแน่ สิ่งที่เธอปรารถนาไม่ใช่การวินิจฉัยโรค แต่คือการให้เขาสัมผัสเรือนร่างของเธอแล้วหลงใหลมันต่างหาก“ตกลงนิตราต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก กับตรวจมะเร็งเต้านมใช้มั้ย” พีรชาเอ่ยถามพลางถอนหายใจยาวอย่างยอมจำนนต่อลูกตื๊อ และคำขู่ที่เธอยกมาอ้าง“พูดง่ายๆ แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย เอาเลยค่ะ นิตราพร้อมแล้ว” นิตรายิ้มกริ่ม พีรชาจึงเริ่มขั้นตอนการเก็บเนื้อเยื่อปากมดลูกด้วยไม้พายขนาดเล็ก“อื้อ... เสียวจังเลยค่ะ... อื้มมม! ลึกๆ สิคะพี่พีร์ขา...”“นิตราครับ! เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนไหม” พีรชาชะงักด้วยความตกใจกับเสียงครางระงม เขาซึ้งแก่ใจว่าเธอตั้งใจอ่อย แต่ในฐานะหมอก็ต้องถามตามมารยาท“ไม่เจ็บเลยค่ะ... แต่มันเสียว... สอดเข้ามาลึกๆ เลยสิคะพี่พีร์... อื้อออ”พีรชาเร่งมือตรวจอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อจะจบสถานการณ์อันชวนปวดหัวนี้ แต่เมื่อตรวจช่วงล่างเสร็จ นิตราก็รุกคืบให้เขาตรวจเต้านมต่อทันทีตามที่ตกลงกันเอาไว้ ในจังหวะที่มือหนาสอดเข้าไปภายใต้เสื้อคลุมเพื่อคลำหาความผิดปกติ หญิงสาวกลับล็อกข้อมือเข







