LOGINก่อนออกจากห้องคีตะยืนสำรวจตัวเองอีกครั้งอยู่หน้ากระจก มองเงาสะท้อนของตัวเองในชุดใหม่ที่ผิดไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง เสื้อเชิ้ตสีโอรสที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ถูกปล่อยชายหลวมเล็กน้อยแต่ยังคงเข้ารูปพอดีตัว
เนื้อผ้าบางเบาแนบไปกับผิวเผยให้เห็นแผ่นอกเล็กๆที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย อันเกิดจากการนวดจนมันตั้งเต้า ขึ้นมาเป็นทรงกระเปาะเล็กๆจนเม็ดยอดอกดันเสื้อขึ้นมานิดๆ เพราะไม่มีเสื้อกล้ามหรืออะไรสวมทับอยู่ด้านใน
“สงสัยต้องไปหาบาร์สปอร์ตมาใส่แล้ว ถึงจะเล็ก… แต่ก็มี”
คีตะหัวเราะให้ตัวเองเบาๆ ภูมิใจหน่อยๆกับหน้าอกเล็กๆที่นูนขึ้นมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ดวงตาสีเข้มกวาดมองตัวเองต่อตั้งแต่หัวจดเท้า กางเกงสเลคสีดำเข้ารูปพอดีตัว ขับให้เรียวขายิ่งดูสมส่วน รองเท้าหนังขัดมันสะท้อนแสงไฟอย่างเงาวับ ผมที่เคยชี้ยุ่งถูกรวบเซ็ตให้เข้าทรงดูเนี้ยบขึ้น
ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยสีฉูดฉาด ตอนนี้มีเพียงลิปมันทาบางๆบนริมฝีปากสวย พอให้ดูสุขภาพดี แค่ยกยิ้มมุมปากก็พอจะขยี้หัวใจคนมองได้แล้ว
คีตะกระตุกยิ้มกับตัวเองพลางถอนหายใจเบาๆ ดึงสาบเสื้อเชิ้ตเข้าชิดขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะบ่นกับตัวเอง
“ให้ตายสิ... แบบนี้มันดูโป๊ไปไหมวะ”
จู่ๆก็รู้สึกไม่มั่นใจ คีตะไม่ใช่คนขี้อาย แต่เขาตั้งใจแล้วว่า ลุคโชว์ไปเรื่อย อ่อยไปเรื่อย เขาจะเลิกแล้ว เขามีเป้าหมายแล้ว และเขาไม่ต้องการพลาดจากเป้าหมายที่สำคัญนั่น
แม้จะบ่นแบบนั้น แต่คีตะก็ไม่ได้ติดกระดุมเพิ่ม เด็กหนุ่มปล่อยอกเล็กที่นูนเป็นไปตามธรรมชาติไว้อย่างนั้น
ยังไงซะคืนนี้คีตะไม่ได้แต่งตัวให้ตัวเองดูดีเพื่อล่อผู้ชาย แต่คีตะแต่งแบบนี้ เพื่อต้องการประกาศให้พวกมันรู้ว่า...
เขาไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่หมาและไม่ใช่หมากของพวกมันอีกต่อไปแล้ว!
ร่างเพรียวเอื้อมหยิบสร้อยข้อมือเงินมาสวม ดวงตารียาวฉายแววอันตรายเล็กน้อย ขณะคว้าโทรศัพท์มือถือก่อนจะหมุนตัวออกจากห้อง
เกมส์ เริ่มต้นขึ้น!
เสียงเพลงจังหวะหนักกระแทกโสตประสาท ผู้คนมากมายในร้านกำลังดื่ม กอดกันแนบชิด ร่างกายเต้นโยกไปตามเสียงเบสที่สั่นสะเทือนทั่วพื้นร้าน แสงไฟหลากสีสะท้อนกับแก้วเครื่องดื่ม และพื้นไม้ขัดมันเปล่งประกายเงาวับ
คีตะก้าวเข้ามาในร้าน แต่วันนี้ เขาไม่ใช่ คีตะ คนเดิมที่พวกมันเคยรู้จักอีกต่อไป
เสื้อเชิ้ตสีโอรสเรียบๆ ปล่อยกระดุมเพียงเม็ดบน ไม่มีเนินอกมาล่อลวง มีเพียงแผ่นอกทรงกระเปาะเล็กๆอย่างธรรมชาติ กางเกงสเลคขายาวสีดำพอดีตัว ไม่สั้นโชว์ต้นขาเหมือนที่เคยใส่
พอคีตะก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะที่ สามหมา นั่งอยู่ การสนทนาของพวกมันชะงักลงทันที
ทุกสายตาหันขวับมามองคีตะเหมือนถูกกดปุ่มหยุดเวลา
แซมมี่ ไอ้โอม ไอ้ฟิวส์ พากันตาค้างเหมือนเห็นผี
“เชี่ย! มึงเป็นใคร!? เอาลูกสาวกูคืนมาเดี๋ยวนี้!? แซมมี่เป็นคนแรกที่กรี๊ดออกมา ตาเบิกกว้าง เหมือนเจอหายนะระดับโลก
ไอ้โอมที่กำลังดื่มเหล้า ถึงกับชะงักกลางอากาศ หันมองคีตะจากหัวจรดเท้า แล้วทำหน้าเหมือนเพิ่งเจอเรื่องช็อกที่สุดในชีวิต
ไอ้ฟิวส์ที่นั่งไขว่ห้างข้างๆ เบะปากแล้วถามเสียงใสๆ
“คีตะ... มึงเพิ่งตื่นเหรอ มึงลืมใส่นมมา?”
“อืม เธอกำลังทำอะไรอยู่?”เสียงทุ้มของธัชภพกระซิบชิดข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ กระทบกับต้นคอสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดคีตะยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่ยังคงมองออกไปยังท้องทะเลที่ไกลสุดสายตา“ที่นี่อากาศดีมากเลยครับ… เหมาะแก่การฝึกวิชา”“ฝึกวิชา?” ธัชภพเลิกคิ้ว ก่อนจะกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง เมื่อได้ยินเสียงคีตะอธิบายเพิ่มให้“ผมกำลังรวบรวมพลังฟ้าดินอยู่”ธัชภพที่ยืนกอดซ้อนอยู่ด้านหลัง หัวเราะเบาๆจนหัวไหล่กว้างสั่นไหว ขณะลูบหน้าท้องของเด็กหนุ่มที่มีเนื้อน้อยๆนุ่มมือ“เธอชอบดูหนังจีนด้วยเหรอ?”“อาจจะติดเลยก็ได้ครับ ผมชอบดูแนวมาเฟีย เลยหลงคิดไปว่าตัวเองจะยิ่งใหญ่แบบนั้น”คำพูดที่หลุดออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบสนิททันที ธัชภพชะงักไปเล็กน้อย แววตาคมกริบมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา แกล้งพูดเหมือนกำลังจะสอบสวนว่า“มีอะไรจะสารภาพไหม?” เสียงของธัชภพต่ำลงเล็กน้อย “หรือว่าต้องการทนายต่อสู้ในชั้นศาล?”เพียงเสี้ยววินาทีที่เด็กแสบหันกลับมา ธัชภพเห็นบางอย่างในดวงตาของคีตะ… ดวงตาที่ไร้แสงราวกับตายด้าน เหมือนกับเคยได้ยินประโยคนี้มานับพันครั้งแต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น ม
“ใช่ คนอย่างไอ้โง่นั่นน่ะ ไม่มีทางเปลี่ยนตัวเองได้หรอก โง่แล้วยังอวดฉาด อยากเป็นผู้นำกลุ่ม เดี๋ยวพอมันมา อ้อนนิดอ้อนหน่อย ก็ยอมกลับมา เป็นโล่ให้พวกเราแล้ว เชื่อสิ พวกรักเพื่อนแบบโง่ๆน่ะ มันทิ้งเพื่อนได้ไม่จริงหรอก”โอมใช้เสียงเหยียดต่ำ“พวกเราตกลงกันแล้วว่าจะให้มันออกหน้า ยังไงก็ต้องทำให้มันกลับมา”“แต่มันไม่เล่นด้วยแล้วไง มึงจะทำยังไงล่ะไอ้โอม”แซมมี่พูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย เขาอยากเห็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นอีก ถ้าคีตะจะกลายเป็นคนดีก็แปลว่าเขาจะไม่ได้เห็นอีกแล้วน่ะสิ“จะไปยากอะไร กูมีอีกหลายคลิป เดี๋ยวพอมันมา ก็ขู่มันว่าจะปล่อยคลิปหลุดให้แด๊ดมันดู ดูดิ๊ว่ามันจะกล้าหือกล้าอืออะไรไหม?”“ใช่ ดีๆ ก็ต้องให้มันกลับมาให้ได้ แล้วกูจะได้หาโอกาสโฉบแด๊ดของมันมาซุกนมกู” แซมมี่ตาสว่างขึ้นมาทันที“มึงสองคนอย่าลืม ต่อให้ไอ้คีตะ จะทำเป็นเด็กดีแค่ไหน… มันก็หนีความจริงของตัวเองไม่ได้” ไอ้โอมยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ที่มุมปากฟิวส์ ที่นั่งไขว่ห้างอยู่อีกฝั่ง ขยับตัวพิงเก้าอี้ช้าๆ ดวงตาใสซื่อดูไร้พิษสง แต่ถ้าคนที่เคยรู้จักมันดีจะรู้ว่า… นี่แหละ คือตัวอันตรายที่สุดริมฝีปากบางกระตุกยิ้ม ดวงตาฉายแววสนุกสนานกับแผ
โรงอาหาร ของมหาวิทยาลัย ยังคงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและจอแจของนักศึกษาที่มานั่งกินข้าวกันเป็นกลุ่ม เสียงช้อนกระทบจาน เสียงหัวเราะคิกคักของสาวๆ เสียงบ่นของหนุ่มๆ ที่รออาหารคิวแน่นขนัดแต่ถึงอย่างนั้น... ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดโต๊ะที่อยู่ริมสุดของโรงอาหารโต๊ะที่มี “สามหมา” นั่งรวมตัวกันแซมมี่ สาวออแกนิคร่างอรชร ผมยาวสวย แต่งหน้าจัดเต็มเหมือนนางโชว์ นั่งไขว่ห้าง ขยับเล็บปลายแหลมที่เคลือบสีแดงเข้มเคาะโต๊ะเบาๆ จังหวะเคาะนิ่งเรียบเหมือนกำลังกลั้นอารมณ์บางอย่างโอม หนุ่มร่างสูงที่ดูหล่อเนี้ยบ แต่จิตใจเลวทราม นั่งเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มือหมุนโทรศัพท์เล่นไปมา ใบหน้ากรุ้มกริ่มเหมือนกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องสนุกๆฟิวส์ หนุ่มตัวเล็ก หน้าตาใสซื่อ แต่ลิ้นร้ายเหมือนงูพิษ กำลังจิบน้ำจากแก้ว เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วดังกริ๊กๆ สายตาของฟิวส์เหลือบไปมองรอบๆ อย่างระแวดระวังก่อนจะก้มหน้ากระซิบกับพวกตัวเอง“กูยังไม่เชื่อ…” เสียงของฟิวส์เบา แต่เต็มไปด้วยความไม่อยากยอมรับ “ไอ้คีตะ มันกล้าตัดพวกเราจริงๆ?”แซมมี่ ชะงักนิ้วที่กำลังเคาะโต๊ะ ก่อนจะจิกปลายเล็บลงไปกับผิวโต๊ะไม้ ดวงตาที่ถูกกรีดอายไลน์เนอร์เฉี่ยวๆ ฉายแววขุ่นเคือ
“ไม่กิน”“อ้าปากก่อน”“เธอกินเองเถอะ”“งั้น… ถ้าพี่ไม่กินจากส้อมผม” คีตะยักคิ้ว ก่อนจะเอาแซลมอนเข้าปากตัวเองช้าๆ แล้ว…“งั้นพี่ต้องรับจากปากผมแทน”ธัชภพถึงกับชะงัก มองเด็กหนุ่มที่เล่นเกมอันตรายตั้งแต่เช้า“อย่าลองดี”“ลองอะไรเหรอครับ?” คีตะกระพริบตาปริบๆ ทำหน้าใสซื่อ แต่ริมฝีปากยังคงยื่นแซลมอนให้ยั่วเย้าไม่หยุดบ้าจริง… เด็กนี่มันแสบจริงๆธัชภพ ตักข้าวต้มทะเลขึ้นมา แล้วดันไปตรงหน้าคีตะ“กินเยอะๆ”หนุ่มใหญ่ดันช้อนเข้าไปชนกับแซลมอนให้กลับเข้าไปในปากแล้วตามด้วยช้อนข้าวต้มอุ่นๆอีกช้อน คีตะต้องอ้าปากรับให้กว้างขึ้นอีกเพื่อที่จะไม่ให้หกเลอะเทอะ รีบเคี้ยว รีบกลืน จะได้รีบโวยวาย“พี่ธัช! ผมแค่หยอกเล่นเองนะ! ไม่ต้องป้อนข้าวต้มให้ผมคำใหญ่ขนาดนี้ก็ได้!”“ก็เธอเล่นเยอะเกินไป”“แหม…” คีตะหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยิ้มหวาน “งั้นพี่ก็ตักให้ผมอีกสิครับ จะได้กินเยอะๆ อย่างที่พี่ต้องการ”“อืม”ธัชภพ ตักข้าวต้มขึ้นมาอีกคำ แล้วป้อนให้เด็กหนุ่มตรงหน้า“อ้าปาก”“อ้า~”บ้าจริง… น่ารักเกินไปแล้วธัชภพมองเด็กหนุ่มที่เคี้ยวข้าวต้มตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อย เขาไม่เคยคิดเลยว่าแค่พาใครบางคนมากินบุฟเฟ่ต์แบบนี้ จะทำให้เช้าวันนี้เ
!!!ธัชภพส่ายหน้าอย่างปลงๆ เดินตามเด็กเจ้าเล่ห์เข้าไปในห้องเช้านี้ เขาคงต้องพาเด็กนี่ไปเลี้ยงข้าวให้อิ่มท้องก่อน ไม่อย่างนั้น คงไม่ได้เห็นเด็กหนุ่มยิ้มอย่างสดใสแบบนี้อีกแน่ๆ... ★ ...เสียงคลื่นทะเลยังคงซัดเข้าฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลมยามเช้าโชยเข้ามาให้ความรู้สึกสดชื่น ขณะที่ห้องอาหารของโรงแรมหรูระดับห้าดาว เปิดต้อนรับแขกด้วยอาหารเช้าบุฟเฟ่ต์สุดอลังการคีตะยืนมองตาเป็นประกายอยู่หน้าทางเข้า ริมฝีปากบางอ้าค้างเล็กน้อย ขณะสายตากวาดมองไลน์อาหารสุดหรูที่วางเรียงรายบนโต๊ะคลุมผ้าสีขาวยาวเกือบสิบโต๊ะของกินเยอะมาก… เยอะจนเลือกไม่ถูก!!!“อู้ววว… นี่มันสวรรค์ชัดๆ”คีตะ หันไปมองคนที่พาเขามายังสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ดวงตาสวยเรียวยาวฉายแววตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่ ร่างโปร่งขยับเข้าไปใกล้ เอ่ยถามเสียงเบาอย่างกลัวใครจะได้ยินแล้วเห็นพวกเขาเป็นตัวตลก“พี่ธัช… นี่เราได้กินทุกอย่างเลยใช่ไหมครับ?”“อืม”“กินได้ไม่อั้น?”“อืม”“ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม?”“อืม”“งั้น…” คีตะสูดหายใจเข้าเต็มปอด “ผมจะกินให้คุ้มที่สุด!!!”ธัชภพ มองเด็กหนุ่มที่พุ่งตรงไปที่ไลน์อาหารตาเป็นมันน่าเอ็นดูชะมัดพนักงานยัง
แสงแดดยามเช้า ค่อยๆสาดผ่านกระจกบานใหญ่ของพูลวิลล่าระดับ 5 ดาวสุดหรู ท้องฟ้าใสจนแทบไร้เมฆ คลื่นทะเลกระทบฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ สร้างบรรยากาศที่สงบ ผ่อนคลายธัชภพลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาคมปรับโฟกัสไปยังพื้นที่ริมระเบียง…แล้วเขาก็ได้เห็น ภาพที่ทำให้รู้สึกว่าเช้านี้เป็นเช้าที่ดีที่สุดคีตะ…เด็กหนุ่ม ยืนอยู่ริมระเบียง มองออกไปยังผืนน้ำสีคราม ขณะที่กำลังทำกายบริหารด้วยสีหน้าจริงจังเสื้อผ้าที่เด็กหนุ่มสวมทำให้ธัชภพรู้ว่า บริกรนำเสื้อผ้าใหม่ที่ฝากให้ซักรีดเมื่อวานมาส่งแล้วเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่… ถูกสวมใส่อย่างสบายๆ ในร่างกายเล็กๆกำลังพอดีมือ ชายเสื้อยาวคลุมไปถึงเข่า เผยให้เห็นเรียวขาสวยและผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดที่โผล่พ้นออกมาลมทะเลพัดแผ่วเบา ปลายนิ้วของเด็กหนุ่มยกขึ้นจับข้อเท้าตัวเอง ขณะยืนกระต่ายขาเดียว กางแขนออกเพื่อรักษาสมดุลร่างกายสมส่วน ยืดเหยียดได้อย่างพอดีไม่มีเสียสมดุล…และดวงอาทิตย์ยามเช้าก็ทำให้เด็กคนนี้ดูเปล่งประกายจนธัชภพต้องมองตาค้างซีอีโอหนุ่มใหญ่มองภาพตรงหน้าอย่างเพลินตา หากทุกเช้าเขาตื่นขึ้นมาแล้วเจอภาพนี้ ได้เห็นเด็กคนนี้ยืดกาย ทำหน้าจริงจังแบบนี้ มันจะดีแค่ไหนกัน?ธัชภพเค







