ログインพริบตาเดียวเท่านั้น ชายเสื้อก็ถูกตลบขึ้นมาเหนือเต้า แววเนตรของบุรุษผู้สูงศักดิ์กำหนัดเข้มข้นขึ้นทันใด ใช้นิ้วเขี่ยหัวนมสีชมพูหวานเล่นทันที“ย...อย่า อึ่ก...”ร่างบอบบางกระตุกสั่น พวงแก้มแดงระเรื่อและหอบหายใจแรงขณะช้อนสายตามอง ลู่หวังเฉียนครางฮือ คำรามออกมาแผ่วเบาทว่าเครียดจัด ร่างกำยำล่ำสันกระตุกเฮือกเป็นระยะ ลำคอของเธอพลันแห้งผากเมื่อใบหน้าคมเข้มเคลื่อนผ่านเข้ามาใกล้เต้าอวบ ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดลงบนผิวเนื้อ กว่าจะทันรู้ตัวหัวนมงอนงามก็เปียกชุ่มและถูกดูดดึงในอุ้งปากร้อนๆ ไปแล้วเรียบร้อยจ๊วบบ จ๊วบบบบบ“อย่า อย่านะ... อ๊ะ อา...”หลินหลินดิ้นรนสุดกำลัง ทว่าร่างสูงใหญ่ดูดกลืนหัวนมผลิพุ่งไม่ยอมปล่อย ตวัดปลายลิ้นหยอกเย้หัวนมชี้เด่ทั้งสองข้างอย่างอิ่มเอมจ๊วบบ... จ๊วบบ...ร่างกำยำดูดเลียจนสองเต้าหยาดชุ่ม จากนั้นก็ขยับขึ้นคร่อมร่างขาวผ่อง จับหัวลึงค์มาเขี่ยหัวนมสีชมพูหวานถี่ยิบ สลับกันซ้ายขวาจนพวงเต้าสั่นกระเพื่อม หัวนมถูกเสียดสีจนแข็งเป็นไต“อ๊า... อ๊า...”เธอกลั้นเสียงร้อง กระตุกหงึกๆ กลีบสาวน้ำแตกพุ่งเป็นระยะ ถึงจุดสุดยอดซ้ำๆ จนแววตาเหลือกลอย“ถึงแม้ร่างกายเจ้าจะอ่อนไหวขึ้นเพราะพิษกำหนัดขอ
บทที่ 3 ไฟในใจแคว้นต้าหยาง... ตำหนักเหยียนหลง ยามค่ำนับตั้งแต่เทพธิดาถูกลักพาตัวหายไปจากแคว้นต้าหยาง แผ่นดินก็ลุกเป็นเพลิงด้วยโทสะของฮ่องเต้หนุ่ม เหล่าขุนนางต่างหวั่นวิตก ส่งเสียงลมหายใจแผ่วเบากระทบพื้นหินอ่อนในโถงราชตำหนัก เจ้ากรมข่าวกรองน้อมตัวลงคำนับ เหงื่อผุดเต็มหน้าผากแม้เป็นคืนฤดูใบไม้ผลิ“ฝ่าบาท...ขอทรงระงับโทสะพ่ะย่ะค่ะ เราเพียงพบร่องรอยที่น่าสงสัย แต่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าผู้ใดลักพาตัวเทพธิดา...”“เงียบ!” เสียงของหลงเทียนอี้ตวาดลั่นจนขันทีรอบข้างสะดุ้งถอย ชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นพญามังกรสวรรค์ ยามนี้ดวงตาวาววับราวเปลวเพลิงเกรี้ยวกราด“มีข่าวอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่”“พ่ะย่ะค่ะ...มีรายงานว่ามีขบวนแห่ศพเคลื่อนผ่านจุดตรวจชายแดนตอนกลางคืนเมื่อสามวันก่อน...พวกทหารตรวจตรา เปิดโลงเพื่อตรวจสอบ ก็พบศพหญิงสาวคนหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายเทพธิดา แต่นางไร้ลมหายใจ...”เสียงลมหายใจของหลงเทียนอี้หนักขึ้น ฝ่ามือที่กำขอบบัลลังก์จนแน่นนั้นเริ่มสั่น ก่อนแววเนตรจะแปรเป็นแข็งกร้าว“องค์ชายลู่...เจ้ากล้าดีเกินไปแล้ว” ราชบุรุษหนุ่มลุกขึ้นทันที ฉลองพระองค์คลุมไหล่สะบัดตามแรงขยับตัว สายพระเนตรแน่วแน่รา
องค์ชายลู่หัวเราะในลำคอ เบาและหยันตัวเองเล็กน้อย “พิษของข้ากลายเป็นแค่…โรคอย่างนั้นหรือ?”“ท่านถามข้าก่อนเองมิใช่หรือว่า พิษหิมะร้ายมีจุดบกพร่องตรงไหน เมื่อรู้สาเหตุแล้ว ก็สามารถป้องกันได้ง่ายดายมาก” หลินหลินยิ้ม ดวงตาสุกสว่างดั่งแสงเทียนที่ส่องกลางหิมะ แต่แล้วร่างกายสุดจะทานทนพิษกำหนัดได้ไหวจึงทรุดลง หอบหายใจแรงและกระตุกสั่น“โอ๊ะโอ ทำเป็นเก่งเรื่องพิษหิมะร้าย ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังล้างพิษกำหนัดของข้าไม่ได้สินะ” ร่างกำยำกอดอก มุมปากมีรอยยิ้มเย็นยะเยือก ในขณะที่เธอพยายามฝืนต้านทาน แต่ก็มึนงงจนสายตาล่องลอย“เจ้าต้องการถอนพิษกำหนัดสินะ”“อึ่ก... โอย...”“อ้าปากสิคนสวย”“ม..ไม่”“หึๆ เจ้าไม่เข้าใจรึ ยาถอนพิษกำหนัดก็คือน้ำกามของข้า อ้าปากกว้างๆ ดูดเลียน้ำกามของข้า แล้วเจ้าจะหายทรมาน”ร่างกำยำจับมือเธอให้วางลงบนท่อนลึงค์แสนร้อนฉ่า ปล่อยให้เทพธิดาหัดเรียนรู้อย่างเงอะงะ มันใหญ่จนกำไม่มิดและมีเส้นเลือดเต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิต...“อะไรกัน เจ้าหลงเทียนอี้ไม่เคยให้เจ้าใช้ปากดูดน้ำกามหรอกรึ”“ม...ไม่ ไม่เคย”“โฮ่ เช่นนั้นก็ถือว่าข้าชำเราปากเจ้าคนแรกสินะ เป็นเกียรติอย่างยิ่ง เอาล่ะ อ้าปากสิเทพธิดา”เธ
บทที่ 2 พิษกำหนัด เธอถูกกักขังอยู่ภายในตำหนักว่างเปล่า มีเพียงแท่นใหญ่ตั้งอยู่กลางตำหนัก ทุกๆ วันจะมีนางกำนัลนำอาหารและน้ำมาส่งให้โดยไม่เห็นหน้า ทุกสิ่งรอบตัวช่างเย็นเยียบ หม่นหมอง ไม่มีแม้แต่แสงแดดสาดส่องเข้ามาถึงด้านในตำหนักแห่งนี้ แคว้นลู่อยู่ทางเหนือของคาบสมุทร มีพรมแดนติดกับแนวเขาหิมะจิ้งหลง และล้อมรอบด้วยทุ่งน้ำแข็งที่ไร้พืชพันธุ์ใดๆ ขึ้นได้ถาวร ฤดูหนาวของแคว้นลู่ไม่มีวันสิ้นสุด หิมะโปรยปรายตลอดทั้งปี ท้องฟ้ามืดครึ้มราวไม่มีแสงตะวัน ใบไม้ไม่มีฤดูผลิ และพื้นดินแข็งกระด้างจนเกษตรใดๆ เป็นเรื่องเพ้อฝัน ผู้คนแคว้นลู่เติบโตมากับความหนาวเย็น พวกเขาจึงอดทน แข็งกระด้าง และสงบเสงี่ยมกว่าชาวแคว้นอื่นๆ ไม่ยิ้มง่าย ไม่กล่าวคำหวาน แต่จงรักภักดีลึกซึ้ง หากใครได้ความเชื่อใจจากคนลู่...ถือว่าเป็นเกียรติยิ่งใหญ่ ซึ่งในความหนาวเหน็บและไร้ชีวิตนี้เองได้ก่อเกิด "ศาสตร์พิษ" ที่หาคู่เทียมได้ยากในแผ่นดินสิ่งที่ทำให้แคว้นลู่เป็นที่หวาดเกรงที่สุดในแผ่นดินก็คือ “พิษหิมะร้าย” ที่กล่าวกันว่า เมื่อปล่อยออกมาในกองทัพของศัตรู แม้จะไม่มีบาดแผลใด ทว่าในคืนเดียว ทั้งกองทัพจะทยอยล้มลงราวใบไม้โร
“ข้าต้องการพิสูจน์ว่านางสามารถแก้พิษหิมะร้ายที่ข้าปรุงแต่งขึ้นได้จริงเสียก่อน ข้าถึงจะเชื่อ”“เรื่องนี้กระหม่อมพิสูจน์ด้วยตนเองแล้ว ระหว่างทางที่พาเทพธิดามาแคว้นลู่ กระหม่อมพบว่าหมู่บ้านที่เคยต้องพิษหิมะร้าย ผู้คนทยอยหายป่วยจากพิษ”“ข้าจะทดสอบนางเอง ออกไปได้แล้ว”“พ่ะย่ะค่ะ”กลุ่มสายลับชุดดำล่าถอยออกไป องค์ชายลู่หวังเฉียนลูบไล้ร่างบอบบาง ใครได้มองเต้างามชูช่อก็ล้วนเกิดกำหนัดลุกโชน ร่างสูงใหญ่จึงจัดการเลื่อนนิ้วลงไปสำรวจร่องสาวแฉะฉ่ำ ทรงถ่างกลีบสาวแล้วสอดนิ้ว ดันยาเม็ดเล็กๆ เข้าไป ไม่นานนักหลินหลินก็เริ่มกระสับกระส่าย โยกเอวขึ้นลงและเปล่งเสียงร้องครางกระเส่า“อ๊า อ๊า... อึ่ก.. อา... อ๊า..”ความร้อนวูบแผดเผาเรือนร่างหนั่นงาม ยาเริ่มออกฤทธิ์ น้ำหวานก็ยิ่งพรั่งพรูจนแฉะ นิ้วร้อนๆ เสียดสี ค่อยๆ กรีดให้เนื้อสาวแบะอ้าจากนั้นจึงถูเม็ดเสียวอย่างหนักหน่วง รีดเค้นน้ำสวาทแสนหวานจนเยิ้มหน้าขา เธอเริ่มครางกระเส่า ส่ายหน้ากระสับกระส่ายไปมาจนเรือนผมสีดำยาวสวยกระจายเต็มหมอน“อูยย... ซี้ดดด... อา..” ร่างขาวผ่องนอนชันเข่าเปิดอ้า สองเต้าเปลือยเปล่าต้องลมเย็นจนสั่นระริก หัวนมแข็งเสียดชันท้าทายปลายลิ้น แ
เมื่อหลินหลินทะลุมิติมาโผล่กลางสนามรบ ทำให้เธอกลายเป็น "เทพธิดาสวาทแห่งแคว้นต้าหยาง" ผู้คนเล่าลือว่าหากได้ครอบครองนางแล้ว ราชวงศ์จะรุ่งเรือง ฟ้าฝนจะอุดม ปราบศึกใดก็สำเร็จ องค์ชายลู่หวังเฉียน... องค์ชายเลือดเย็น ผู้ได้รับฉายาว่า “อสรพิษแห่งแคว้นลู่” ไม่เคยศรัทธาในสิ่งเหนือธรรมชาติ ทว่ากลับรู้สึกสนุกยิ่งเมื่อเห็นผู้คนตกอยู่ภายใต้มนตร์เสน่ห์ของหญิงคนหนึ่ง พระองค์จึงลักพาตัวเธอ อาบย้อมชโลมด้วยพิษกำหนัด กอดรัดให้เธอครวญคราง บำเรอสวาทเทพธิดาจากสวรรค์ ----------------บทนำ เธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่พลัดหลงขณะท่องเที่ยวราชวังโบราณ ปรากฏกายท่ามกลางสมรภูมิรบ สยบการศึกราบคาบและถูกเรียกขานว่าเทพธิดา ผู้คนเล่าลือว่าหากได้ครอบครองนางแล้ว ราชวงศ์จะรุ่งเรือง ฟ้าฝนจะอุดม ปราบศึกใดก็สำเร็จนับตั้งแต่เทพธิดาหลินหลินเหยียบแผ่นดินต้าหยางด้วยหัวใจจากโลกอื่น นางมิได้เป็นเพียงแค่ปาฏิหาริย์ที่สวรรค์ส่งมา แต่กลายเป็นหัวใจของแผ่นดิน เป็นแสงสว่างของผู้คน และเป็นดวงจันทร์ในดวงเนตรของฮ่องเต้หนุ่มผู้เคยเย็นชา และเพื่อให้เทพธิดาอิ่มเอมและอำนวยพรแด่แคว้นต้าหยาง ฮ่องเต้หลงเทียนอี้บูชานางด้วยรสกำหนัด หลั่







