Share

ล่ามคนใหม่

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-26 11:31:03

           ปุณยวีร์เคาะประตูสามทีเพื่อขออนุญาตก่อนจะผลักมันแล้วก้าวเข้าไปภายใน เสียงจ้อกแจ้กจอแจที่ได้ยินตั้งแต่นาทีแรกเงียบหายแล้วถูกแทนที่ด้วยเสียงที่แสร้งทำเป็นกระซิบกระซาบหากคงตั้งใจให้ได้ยินชัด เป็นต้นว่า ‘บลิ๊งค์ เว่อร์’ ‘โอโม่’ ‘ออร่า’ ‘กลูต้า…’

           คำสุดท้ายผิดย่ะ! ‘ขาว บลิ๊งค์ ออร่าจับขนาดนี้พ่อแม่ฉันให้มา ไม่ได้ฉีดกลูต้าไธโอน‘ ล่ามคนใหม่ต้องข่มใจอย่างหนักไม่ให้ชักสีหน้าด่ากลับคนปากไม่มีหูรูด ประสบการณ์ตกงานเกือบสามเดือนจนถูกแม่บังคับให้กลับไปช่วยงานที่บ้านโดยมีวาระซ่อนเร้นเป็นการคลุมถุงชนยังตามมาหลอกหลอนเธอไม่หาย ถึงแม้จะขัดใจมาก แต่นาทีนี้คนที่เพื่อนตั้งฉายาว่า ‘นางมารร้าย’ จำต้องแอ๊บเป็นผู้หญิงโลกสวยส่งยิ้มสดใสทักทายบรรดาวิศวกรหน้าม่อ ซึ่งผลตอบรับก็นับว่าไม่เลว จากที่เคยปากกล้า หากนาทีนี้ชายหนุ่มทั้งหลายถึงกับสตั๊นท์ไปราวห้าวิ ไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว

          “คุณปุ่น ล่ามคนใหม่ที่วันนี้จะเข้ามีตติ้งแทนทอไหมใช่หรือเปล่าครับ” เสียงเข้มขรึมของผู้ชายที่ดูเหมือนจะอายุมากที่สุดในแผนกดังถามขึ้น

           ปุณยวีร์ยกมือไหว้อีกฝ่ายก่อนจะตอบกลับ “ใช่ค่ะ พอดีพี่ไหมติดมีตติ้งกับจัดซื้อแต่อีกเดี๋ยวคงตามมา พี่แป๋มเลยส่งปุ่นมาแทนก่อน”

           ชายคนเดิมยิ้มพลางพยักหน้ารับ จากนั้นก็มีหญิงสาวหน้าหวานเดินตรงเข้ามาพร้อมกับเปิดยิ้มเป็นมิตร “สวัสดีค่ะคุณปุ่น ชื่อแก้วนะคะ เป็นวิศวกรฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

           “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะคุณแก้ว” ล่ามคนใหม่ตอบกลับ

           “คุณปุ่นมานั่งรอตรงนี้ก่อนก็ได้ค่ะ” วิศวกรสาวเดินนำไปยังชุดโซฟาซึ่งถูกจัดไว้เป็นมุมเล็กๆ ด้านหลังห้อง “คงอีกสักพักล่ะค่ะกว่าซาโต้ซังจะมาถึง  เรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า”

           “รีบตีซี้เชียวนะครับคุณแก้ว” ชายหนุ่มผิวเข้มรูปร่างสูงใหญ่เอ่ยแซวขึ้นมา

           คนตีซี้ทำลอยหน้าลอยตา “ใครว่าแก้วตีซี้ แก้วมาทำหน้าที่พิทักษ์คุณ ปุ่นต่างหาก น่ารักใสๆ อย่างนี้คงจะไม่ชินกับพวกถึกๆ เถื่อนๆ แถมขี้หลีสินะคะ เอาเป็นว่าอย่านอยด์ไปเลยค่ะ นิ่งเข้าไว้แล้วทำหูทวนลม เดี๋ยวสักพักพวกลุงๆ ทั้งหลายก็หมดแรงเลิกแซวไปเอง”

           “ถึกๆ เถื่อนๆ แถมขี้หลีอีกต่างหาก เอาอะไรมาพูดน่ะน้องแก้ว เสียหายกันหมดทั้งแผนกเลยนะนี่” ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดหน้าตาท่าทางบอกว่าเป็นคนอารมณ์ดีทักท้วงขึ้นมาบ้าง

           “ใช่เลยพี่ต้น แล้วยังจะเหมารวมเป็นลุงอีก คนอื่นอาจจะใช่แต่เว้นผมไว้คนเถอะพี่แก้ว ผมเด็กกว่าพี่นะคร้าบ” หนุ่มตี๋อีกคนก็ร่วมวงประท้วงด้วย

           วิศวกรสาวเลิกคิ้ว “อ้าว ใช่เหรอ แต่พี่ว่าหน้าเต้ล้ำหน้าพี่ไปเยอะแล้วนะ”

           “เห็นหน้าสวยๆ ไม่น่าจะใจร้ายเลย” หนุ่มตี๋ตัดพ้อเป็นเสียงเพลง

           สุดท้ายปุณยวีร์จึงได้แต่หัวเราะไปกับการประคารมของหนุ่มสาววิศวกร ไม่ได้ทำความรู้จักกับใครไปมากกว่านั้น เพราะหลังจากเธอมาถึงไม่นานซาโต้ซังก็มาถึงด้วยเช่นกัน แล้วการมีตติ้งที่ห้องประชุมของแผนกวิศวกรรมซึ่งหญิงสาวรับหน้าที่เป็นล่ามเต็มตัวครั้งแรกก็เริ่มต้นขึ้น

           ช่วงแรก ล่ามคนใหม่ทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดีเพราะเนื้อหาที่ซาโต้ซังพูดนั้นเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆ ไปในการทำงาน ยังไม่มีศัพท์เทคนิคยากๆ หลุดออกมา ครั้นพอผู้บริหารชาวญี่ปุ่นเริ่มลงลึกถึงรายละเอียดของการมีตติ้งแล้วพ่นศัพท์เฉพาะทางวิศวกรรมออกมา เธอก็เริ่มไปไม่เป็นแปลติดๆ ขัดๆ สุดท้ายคำแปลที่หลุดออกจากปากจึงมีเพียงคำว่า ‘เอ่อ…’

           ปุณยวีร์กลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอ สี่ปีที่ผ่านมากับการร่วมงานกับสององค์กร เธอไม่เคยประสบพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้เลย ความมั่นใจที่เคยมีอยู่เต็มเปี่ยมหดหายจนแทบไม่มีเหลือ หญิงสาวหันไปมองข้างๆ เห็นซาโต้ซังส่งยิ้มมาให้ อีกฝ่ายเป็นชายวัยกลางคนท่าทางใจดีอย่างที่มณฑกานต์เคยบอกไว้ไม่มีผิด เธอจึงส่งยิ้มขอบคุณแล้วก้มศีรษะขอโทษกลับไป ครั้นพอเหลือบมองสมาชิกที่เข้าร่วมมีตติ้งคนอื่นๆ เกือบทุกคนก็ส่งยิ้มให้กำลังใจเธอแทบทั้งสิ้น ยกเว้นก็แต่บางคนที่ตีสีหน้าคล้ายเบื่อหน่ายรวมอยู่ด้วย

           ใครบางคน… ที่เธอรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนจะคุ้นหน้า หากนึกยังไงก็นึกไม่ออก นายคนนั้นไม่เพียงแต่ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่กันแบบไม่เกรงใจ หากริมฝีปากได้รูปอย่างน่าหมั่นไส้ของเขายังเหยียดยกขึ้นคล้ายจะแสดงอาการดูถูกอีกต่างหาก

            ‘ฮึ่ย! นายเป็นใคร กล้าดียังไงถึงทำหน้าแบบนี้ใส่ฉัน!’ คนอารมณ์ร้อนนึกอยากจะลุกขึ้นพับแขนเสื้อแล้วท้าต่อยขึ้นมาทันที แต่ในเมื่อมันทำได้แค่ในความคิด คิ้วเรียวที่ตกแต่งมาอย่างดีจึงร่นเข้าหากันเช่นเดียวกับริมฝีปากบาง  สีชมพูสดที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ‘อ๊ายยย! ฉันจะทำยังไงดี!’ ได้แต่กรีดร้องถามตัวเองในใจ

           “ถ้าฟังไม่เข้าใจตรงไหนถามเป็นภาษาอังกฤษก็ได้ครับ ซาโต้ซังแกถนัดภาษาอังกฤษเหมือนกัน แล้วก็แปลทับศัพท์ภาษาอังกฤษบ้างก็ได้” น้ำเสียงทุ้มนุ่มของใครคนหนึ่ง… ดังขึ้นมา ปุณยวีร์รู้สึกราวกับว่าได้ยินเสียงจากสวรรค์ซึ่งช่วยชี้นำทางให้แก่ล่ามฝึกหัดเช่นเธอ

           ...TBC...

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   บทส่งท้าย

    ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงไป แล้วริมฝีปากได้รูปก็ประทับลงบนริมฝีปากอิ่มสีชมพูจัด แรกเริ่มด้วยความนุ่มนวลค่อยๆ แทะเล็มหยอกเอินแค่ภายนอก ก่อนจะใช้ชั้นเชิงดูดดื่มลึกซึ้ง และรุกล้ำเข้าไปควานหาความหวานจากภายใน... แม้ความตั้งใจแรกเริ่มของชินพัตต์เพียงแค่จะจูบลงโทษคนใจร้ายนิดๆ หน่อยๆ พอให้รู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจ หากพอได้รับจูบตอบ ที่ถึงแม้จะยังเงอะงะไม่ค่อยเป็นงาน แต่ก็ทำเอาเขาคลั่งบวกกับกลิ่นหอมกรุ่นนุ่มละมุนของกายสาวจึงทำเอาชายหนุ่มยั้งอารมณ์ไว้ไม่อยู่ สอดฝ่ามือใหญ่เข้าใต้ชายเสื้อแล้วเริ่มสำรวจไปทั่ว... คนที่หลงวนอยู่ในภวังค์พิศวาสชะงักเมื่อรู้สึกถึงฝ่ามืออุ่นจัดที่ลูบไล้ตั้งแต่หน้าท้องก่อนจะเลื่อนสูงขึ้นๆ จนมาถึงหน้าอกแล้วบีบจับเคล้นคลึงอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ “อื้อ ชิน ไม่ได้นะ พะ พอได้แล้ว...” ปุณยวีร์ร้องประท้วงพลางดิ้นรนขัดขืน หากเจ้าของร่างหนาหนักที่ทาบทับอยู่กลับทำหูทวนลมไม่ยอมรับรู้ จมูกและปากของเขายังคงซุกไซ้อยู่แถวซอกคอ ติ่งหู ขณะที่ฝ่ามือหนาก็ลูบไล้บีบจับหน้าอกทั้งสองข้างสลับไปมาอย่างย่ามใจ "ชินรักปุ่น ให้ชินนะ ชินขอนะครับ" ชินพัตต์ก

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   ขอมือผมหน่อย

    ปุณยวีร์ขยับยิ้มให้คนที่นอนหันหน้ามานิ่งฟังและมองเธอตาไม่กะพริบ “จริงๆ ปุ่นก็ไม่ได้สตรองเท่าไหร่หรอก แต่ที่มูฟออนได้เร็วก็เพราะใครบางคน... คนที่เจอกันครั้งแรกก็จังหวะนรกสุดๆ” พูดถึงตรงนี้หนุ่มสาวที่นอนหันหน้าเข้าหากันอยู่บนเตียงก็อดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้ “แถมครั้งเดียวไม่พอยังนรกได้เรื่อยๆ อีก คิดดูแล้วปุ่นใจร้ายกับเขามากเลยเนอะ” “ใช่” ปุณยวีร์ทำปากยื่นใส่คนที่ไม่ตอบปฏิเสธเพื่อรักษาน้ำใจกันเลยสักนิดก่อนจะกล่าวต่อ “ก็มาดนิ่งออกอย่างนั้น ท่าทางก็ดูเหมือนเย็นชาอีก มันก็อดอคติไม่ได้ใช่ไหมล่ะ กว่าจะรู้ว่าเขาไม่ได้แย่อย่างที่คิดก็เกือบจะสายเกินไป แต่จะให้รับรักเขาตอนนั้นเลยมันก็เร็วเกินไปหน่อย คนเพิ่งผิดหวังมาด้วยมันก็ต้องระวังใจตัวเอง แต่ถึงจะพยายามสร้างกำแพงป้องกันมากแค่ไหนที่สุดแล้วก็ต้องยอมแพ้ให้กับความพยายามของเขา ยิ่งพอถูกพ่อแม่ขอไม่ให้กลับไปทำงานก็ยิ่งแน่ใจตัวเองว่ารู้สึก... กับเขามากแค่ไหน มากจนตอบรับคำขอของพ่อแม่ไม่ได้ ยังไงก็ต้องกลับไปหาเขา ไปตอบรับความรู้สึกดีๆ จากเขา แต่พอกลับไปเจอกันอีกครั้งดันถูกเขาเมินซะงั้น” บิดปากใส่คนที่เ

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   ผู้ชายขี้ใจน้อย

    “กระผมขอยอมรับทุกข้อกล่าวหา คร้าบบบบ” ภควัตโค้งตัวล้อเลียน ก่อนที่ทั้งเขาและปุณยวีร์จะหัวเราะขึ้นพร้อมกัน “ปุ่นดีใจนะคะที่ได้เห็นพี่ปุ้นมีความสุขอย่างวันนี้” “ขอบคุณปุ่นมากที่ครั้งหนึ่งปุ่นเป็นความสุข เป็นรอยยิ้มของพี่ และก็ขอโทษที่พี่เคยทำให้ปุ่นเสียใจ” ปุณยวีร์ถอนหายใจ “บอกแล้วไงคะว่าไม่ต้องขอโทษแล้ว” ภควัตยิ้ม “สัญญาว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย เพราะพี่คงไม่กล้าทำอะไรให้ต้องขอโทษปุ่นอีกแล้วล่ะ กลัวโดนหมัดเจ้าชินมัน” “โอ๊ย! พี่ปุ้นอะ กลับไปหาเจ้าสาวได้แล้วไป” ปุณยวีร์ไม่ได้ไล่แค่ปากแต่ยังผลักอีกฝ่ายออกไปด้วย ภควัตขืนตัวไว้แล้วใช้มือใหญ่ยีผมคนตัวเล็กกว่า “เดี๋ยวนี้ไล่เลยนะ โอเคๆ พี่ไปก็ได้ ปุ่นเองก็รีบไปรวมกลุ่มอยู่กับเพื่อนๆ เถอะ ยืนอยู่คนเดียวนานๆ เดี๋ยวคนอื่นจะคิดว่าโสดแล้วหลงเข้ามาจีบ คนบางคนจะคลั่งเอา” “โอ๊ย! เขาไม่ขี้หึงงี่เง่าแบบนั้นหรอกค่ะ” ............................ ใช่... ชินพัตต์ไม่ได้ขี้หึงงี่เง่าอย่างที่เธอตะโกนไล่หลังภควัตไปเมื่อคืนวาน เพราะกีรฎากระซิบบอกเธอว่าสาเหตุที่เขาไม่ม

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   คลั่งรักชนะเลิศ

    “อ๊ายยย! คือดีอะ แต่งอีกทีดีไหมพ่อ” สุพรรษาหันไปถามความเห็นจากผู้เป็นสามี “ก็ดีนะแม่ แต่จะดีมากๆ เลยถ้าแม่ให้พ่อเปลี่ยนตัวเจ้าสาวด้วย” วัชระตอบกลับเรียกทั้งเสียงฮาจากเพื่อนๆ และฝ่ามืออรหันต์จากภรรยา เย็นย่ำวันนี้บริเวณชายหาดส่วนตัวของรีสอร์ตริมทะเลทางภาคตะวันออก ถูกเนรมิตขึ้นอย่างสวยงามโรแมนติกด้วยดอกไม้ แสงเทียน ไฟประดับ และลูกโป่ง เพื่อจัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสระหว่างภควัตกับอรพินท์ หลังจากทั้งคู่ได้จัดพิธีวิวาห์ตามพิธีการทางพุทธศาสนาเสร็จสิ้นไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วที่บ้านเกิดของเจ้าสาว เชิญแขกเหรื่อผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายไปร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดี ส่วนงานในเย็นวันนี้เป็นแบบค็อกเทล เน้นความเรียบง่ายเป็นกันเอง ถือเป็นการสังสรรค์เฮฮากันในหมู่เพื่อนสนิท และเอาใจเจ้าสาวที่หลงใหลบรรยากาศของชายทะเลเป็นพิเศษ อรพินท์ดูสวยหวานจับใจอยู่ในชุดเจ้าสาวแบบเกาะอกสีขาวยาวครึ่งน่อง ปักฉลุลายลูกไม้งดงาม ผมยาวปลายหยักน้อยๆ ถูกปล่อยสยายแล้วประดับด้วยมงกุฎดอกไม้ ดวงหน้าหวานแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา เช่นเดียวกันกับเจ้าบ่าวที่คอยดูแลอยู่เคียงข้างไม่ห่าง ซึ่งอยู่ใ

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   ยอมจำนนน

    นางมารร้ายบริสุทธิ์... มองคนที่ผ่านมาแล้วหลายสมรภูมิตาเขียวปั้ด ส่วนคนจุดประเด็นหัวเราะขำ “ก็ตามนั้นแหละ” เหมือนพิมพ์พูดกลั้วหัวเราะ “เอาเป็นว่าเข้าใจกันแล้วนะ งั้นไปกินข้าวกันดีกว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งกินกันเองเลย” หลิ่วตามองหนุ่มสาวที่เกือบจะกินกันไปแล้วยิ้มๆ “ให้เวลาเคลียร์กันอีกสิบห้านาทีแล้วรีบตามมาล่ะ หิวมากเลยนี่ รีบขับรถมายังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยเพราะกลัวยัยเมรีขี้อ้อนเมาไปอ้อนผู้ชายไม่ดูตาม้าตาเรือเข้า” เหมือนพิมพ์สั่งจบก็เปิดประตูออกจากห้องไปก่อน พอถูกปล่อยให้อยู่ในห้องกันตามลำพังสองคนปุณยวีร์ก็ทำตัวไม่ถูกรีบลุกขึ้นจากเตียงจะเดินไปเปิดประตูออกไปบ้าง ชินพัตต์รีบเข้ามายึดข้อมือเล็กที่กำลังจะหมุนลูกบิดประตูไว้ในอุ้งมือใหญ่ “คุยกันก่อนสิครับ” เขาบอกชิดริมหู ปุณยวีร์พยายามจะเบี่ยงตัวหนี แต่ก็ทำไม่ได้อีก เพราะถูกชายหนุ่มกางแขนกั้นเอาไว้ “คุยอะไรล่ะ หิวข้าวแล้วนี่” ชินพัตต์จับเจ้าของบ่าบอบบางให้หันมาเผชิญหน้ากัน “ก็บอกไปแล้วว่าคุณพิ้งเป็นภรรยาของทาคาดะซังแล้วยังงอนผมเรื่องอะไรอีก” “แล้วทีคุณล่ะ ฉันทำอะไรให้หรือยัง ค

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   ขัดจังหวะ...

    หากตอนนี้... คนที่เคยปรนนิบัติพัดวีดูแลคนเมากลับมึนเมาเสียเอง ด้วยรสสัมผัสวาบหวามจากคนใต้ร่าง อารมณ์พิศวาสลุกโชนจนยากที่จะดับ ริมฝีปากได้รูปวกกลับไปประทับจุมพิตปิดเสียงประท้วงจากริมฝีปากบาง ขณะสอดนิ้วร้อนผ่าวเข้าไปใต้ตะขอบรา หากยังไม่ทันได้ออกแรงสะกิด เสียงเคาะประตูถี่ๆ ก็ดังขึ้นทำเอาสะดุ้งจนต้องหยุดทุกการกระทำ! ปุณยวีร์ใช้จังหวะนั้นผลักร่างของชินพัตต์ออก ลุกขึ้นนั่งหอบหายใจแรง ใบหน้าแดงก่ำ “ปุ่น! ปุ่น! ทำอะไรอยู่น่ะ นี่ฉันเอง พิมพ์!” เสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ดังขึ้นหลังเสียงเคาะประตูช่วยเรียกสติของสองหนุ่มสาวได้ชะงัด ชินพัตต์ลงไปยืนอยู่ข้างเตียง เขาเสยผมแรงๆ พลางสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ หลายครั้งก่อนจะหันไปถามคนที่นั่งอยู่บนเตียงเสียงเบาว่า “ปุ่น โอเคไหม” ปุณยวีร์ถลึงดวงตาคู่กลมโตกลับมาแทนคำตอบขณะที่สองมือก็จัดแจงเสื้อผ้าที่ถูกเลิกขึ้นไปถึงไหนๆ ให้กลับเข้าที่ ชินพัตต์กลอกตา ได้แต่คิดในใจว่า ‘ใครเริ่มก่อนล่ะ’ “ปุ่น! เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่เปิดประตู งั้นฉันเปิดเข้าไปเองนะ” เสียงคนข้างนอกบอกก่อนจะได้ยินเสียงไขกุญแจแล้วบาน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status