LOGINในโรงอาหารวิทยาลัยนานาชาติ ของมหาวิทยาลัยชื่อดังในภาคอีสาน เสียงพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษผสมผสานไปกับภาษาถิ่นภาคอีสานฟังไม่ได้ศัพท์ นักศึกษาหลากหลายเชื้อชาติที่กำลังต่อแถวซื้ออาหาร ขณะที่โต๊ะหลายตัวถูกจับจองจนแน่น
ท่ามกลางความวุ่นวาย ใครบางคนที่ดูไม่ใช่นักศึกษายกแว่นตากันแดดสีดำขึ้นคาดหัว หุบร่มกันแดดในมือ เขากวาดสายตามองหาใครบางคน ท่ามกลางเหล่านักศึกษาที่พลุกพล่านในช่วงพักกลางวัน ก่อนสายตาจะไปหยุดลงที่โต๊ะหนึ่ง
“น้องอี้หลิน น้องเอม น้องอเล็กซ์สุดหล่อ อยู่กันเกือบครบเลย แล้วอันอันไปไหนจ๊ะ”
บุคคลที่แต่งตัวผิดบรรยากาศ ทักทายนักศึกษาทั้งสามคนอย่างสนิทสนม
“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะพี่คาร่า”
เด็กอินเตอร์หน้าตาดี ที่เพื่อนร่วมรุ่นยกให้เป็นแก๊ง A List ยกมือสวัสดีทักทายรุ่นพี่ตามมารยาทไทย
“เดี๋ยวตามมาค่ะ ไปคุยงานกับอาจารย์อยู่ค่ะ”
เอม สาวเชื้อสายไทยคนเดียวในกลุ่มที่พูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำที่สุดเป็นคนตอบ
“สวัสดีค่ะ พี่คาร่า”
แอรอนหนุ่มหล่อตาน้ำข้าว จีบปากจีบคอ ทักทายด้วยสำเนียงแปร่งหู เขาไม่ได้ยกมือขึ้นสวัสดี เพราะในมือทั้ง 2 ข้างถือจานข้าวสำหรับสองคน
“นี่พวกเธอไม่ได้สอนฝรั่งนี่หรือไง เป็นผู้ชายก็ต้องพูดว่าครับสิยะ”
เธอพูดหยอก พลางยกพัดลมมือถือขึ้นมาเป่าหน้า
“ไม่ต้องมีใครสอนหรอกค่าคุณพี่ หนูก็รู้อยู่แต่หนูสะดวกแบบนี้”
แอรอนหนุ่มฝรั่งหน้าหล่อ ยังคงจีบปากจีบคอต่อล้อต่อเถียงกับพี่คาร่าอย่างสนิทสนม
“นี่แน่ะแอรอน ช่วยแอ๊บกว่านี้หน่อยได้มะ คุณพรี่ก็จะได้ส่งงานถ่ายแบบให้อีกบ่อย ๆ"
"รูปร่างหน้าตาหล่อนไปได้ดีมากในวงการแฟชั่นเลยนะ”
ตัวแม่หยอกล้อตัวลูก
“My Name is Aarry ค่ะคุณพรี่”
แอรอนยังคงต่อล้อต่อเถียงอย่างสนุกกับพี่คาร่า
“ว่าแต่พี่คาร่ามาถามหาอัน คือจะมาชวนมันประกวดอีกแล้วหรอคะ”
เอมสาวไทยคนเดียวในกลุ่มถามขัดจังหวะขึ้น เพื่อให้เจ้าหล่อนเข้าเรื่องที่มาในวันนี้
“อือ ใช่”
คำตอบสั้น ๆ ถูกส่งกลับมาอย่างไร้อารมณ์
“พี่คาร่าก็ขยันชวนเพื่อนผม ทั้ง ๆ ที่ถูกปฏิเสธทุกปีเลยนะครับ”
อเล็กซ์หนุ่มหล่อลูกครึ่ง ที่ก็มักจะถูกชวนไปแคสต์ซีรีส์บ่อย ๆ แซวขึ้นบ้าง
“โอ๊ย ครั้งนี้พี่ก็ไม่ได้อยากจะมารบกวนอันหรอกนะ แต่มันจำเป็นจริง ๆ นะพวกแก”
เขาแก้ต่าง
“มาโน่นแล้วค่ะ หอบหนังสือมาเป็นตั้งเลย”
อี้หลินตอบด้วยภาษาไทยที่ติดสำเนียงจีน พร้อมชี้ให้ดูคนที่ถูกถามถึงกำลังเดินเข้ามาในโรงอาหาร
อรัญญาหรืออันอัน ในชุดนักศึกษาเดินตรงมายังโต๊ะอาหารที่เพื่อน ๆ ของเธอนั่งอยู่
“สวัสดีค่ะพี่คาร่า”
อันอัน หรือ อรัญญากล่าวทักทาย ในมือของเธอเต็มไปด้วยหนังสืออ้างอิง เป็นพี่คาร่าที่นั่งอยู่ริมสุดช่วยรับหนังสือในมืออรัญญามาจัดวางในที่ว่างให้ ก่อนอรัญญาจะยกมือไหว้อีกครั้ง พร้อมกล่าวขอบคุณ
“อันกินข้าวก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะได้เข้าธุระของพี่”
เขาออกตัว
“คุยไปกินไปก็ได้ค่ะ”
อรัญญา ที่เริ่มตักข้าวคำแรกตอบกลับ
“งั้นพี่ไม่รอเกริ่นอะไรแล้วนะ”
พี่คาร่าเข้าเรื่องทันที
“ที่มาวันนี้จะมาขอร้องอันให้ลงประกวด Miss Isan Cultural Ambassador ให้พี่หน่อยน่ะ”
น้ำเสียงพี่คาร่าอ้อนวอน ในขณะที่อรัญญาและเพื่อน ๆ กินข้าวและรับฟังกันเงียบ ๆ
“คืองี้ พี่ก็รู้ว่าทั้งพวกเธอทั้งแก๊งปฏิเสธพี่มาตลอด"
"แต่เด็กที่พี่เตรียมส่งประกวด มอเตอร์ไซต์ล้ม แขนหักต้องเข้าเฝือก หายก็ไม่ทันประกวดน่ะอัน”
เขาพูดเสียงสอง พร้อมส่งสายตาอ้อนวอน
“แปลว่าแบบนี้งานด่วนงานเร่งมากเลยใช่ไหมครับ”
อเล็กซ์หนุ่มหล่อของกลุ่มถามขึ้นด้วยความสงสัย
“คือ…ก็…ก็ใช่แหละ”
พี่คาร่ารับคำเสียงอ่อย
“แล้วด่วนแค่ไหนคะ”
เอมสาวสวยลุคคุณหนูถามแทนเพื่อน ๆ
“เอ่อ คือ ว่า คือ คือก็คือ อีก 5 วันน่ะ”
เจ้าหล่อนกลั้นใจตอบไปตามจริง
“ห๊า!”
แก๊ง A List อุทานพร้อมกันทั้งโต๊ะ ทุกสายตาจับจ้องไปที่พี่คาร่าเป็นตาเดียว
“ต๊าย! นี่มันด่วนสุด ๆ เลยนะคะคุณพรี่”
แอรอน ตั้งสติได้คนแรก เลยจีบปากจีบคอสวนออกไป
“แล้วทำไมต้องเป็นยัยอันคะ”
อี้หลินถามแทนอรัญญาด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“อันว่าอันไม่พร้อมนะคะ เรื่องงานสายนี้ แถมในเวลากระชั้นขนาดนี้ อันต้องขอโทษรอบที่ร้อยนะคะ”
อรัญญาปฏิเสธขำ ๆ
“อันพี่ขอร้อง พี่ไม่เห็นใครแล้วจริง ๆ ในเวลากระชั้นขนาดนี้”
เขายังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถือว่าช่วยพี่เวทีนี้เวทีเดียวก็ได้ ถ้าอันไม่โอเคก็จบแค่เวทีนี้เลย แต่พี่ขอร้องจริงจังนะ”
พี่คาร่ายังคงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สบตาอรัญญาจริงจัง ปกติถ้าถูกปฏิเสธพี่คาร่าจะไม่พูดต่อ เป็นสิ่งที่ทั้งแก๊งรู้เป็นอย่างดี พี่เขามาชวนพวกเขาทำงานในวงการบันเทิงอยู่เรื่อย ๆ แม้จะถูกปฏิเสธแทบทุกครั้ง มีเพียงแอรอนกับอเล็กซ์ที่เคยรับงานถ่ายแบบด้วยกันอยู่ครั้งหนึ่ง ถึงจะไม่เคยท้อในการชวน แต่พี่คาร่าก็ไม่เคยรบเร้าหรืออ้อนวอนแบบนี้มาก่อน
ถ้าใครบอกว่าไม่ เขาจะนั่งพูดคุยเล่นด้วยสักพัก เลี้ยงน้ำเลี้ยงขนมเด็ก ๆ แล้วก็กลับ แต่ครั้งนี้ต่างออกไป
“พูดตามตรงนะ พี่คุยกับเจ้านายไว้ว่าเด็กคนนั้น มีศักยภาพมากที่จะดังคับฟ้าเมืองไทย”
เขาเล่าความเป็นมาที่มาในวันนี้ให้เด็ก ๆ ฟัง
“แพลนเราจะเริ่มจากเวทีคุณภาพเล็ก ๆ อย่าง Miss Isan Cultural Ambassador ให้เขาได้โชว์กึ๋นการตอบคำถามยาก ๆ บนเวที”
เอมวางช้อนตั้งใจฟัง อเล็กซ์ขมวดคิ้วยังไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่คาร่าพยายามสื่อ
“ที่จริงเขามีศักยภาพมากนะทุกอย่างเลย สวย แต่งชุดวัฒนธรรมขึ้น ไหวพริบดี เล่นดนตรีได้ ร้องเพลงเพราะ แล้วก็พูดได้หลายภาษา”
แอรอนเริ่มเท้าคาง อี้หลินกอดอกฟังอย่างตั้งใจมากขึ้น
“พอน้องเขาเจ็บหายไม่ทัน คุณสมบัติแบบนี้ พี่ก็เลยคิดถึงสาว ๆ แก๊ง A List ทุกคนเลย”
พี่คาร่าหยุดเว้นวรรคให้เด็กสงสัย ส่วนอรัญญายังคงตั้งใจกับอาหารกลางวันตรงหน้า
“แต่ยัยเอมก็ติดที่ท่านนายกองอาจ ไม่ยอมให้ลูกสาวเข้าวงการ”
เขาทำท่าขนลุกเมื่อพูดถึงพ่อของเอม นักการเมืองท้องถิ่นที่ต้องการให้ลูกสาวคนสวยทำงานการเมืองต่อจากตนเอง จากนั้นหันไปพินิจพิจารณาอี้หลิน สาวไต้หวันหน้าสวยในชุดนักศึกษากางเกงสแล็คเนื้อดี ยี่ห้อดัง
“อี้หลินพูดไทยไม่ชัดไม่ใช่ปัญหานะ เธอหน้าสวย โปรไฟล์ดี นักเรียนทุนรัฐบาลไต้หวัน แต่ก็ไม่ยอมแต่งหญิงให้พี่เลย”
“ส่วนยัยแอร์รี่ เพศสภาพไม่ผ่านจ้ะ เวทีนี้ไม่ใช่ของหล่อน”
พี่คาร่าเชิดใส่แอร์รี่พอเป็นพิธี
“ฉะนั้นคนเดียวที่พี่คงจะขอร้องได้ก็คืออัน นะช่วยพี่สักครั้งนะ”
สายตาอ้อนวอนถูกส่งให้อรัญญา
คนที่ถูกอ้อนวอน ฟังเงียบ ๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อช้า ๆ
“แล้วอันจะต้องประกวดเวทีอื่นต่อไปเรื่อย ๆ หรือแคสต์งานอื่น ๆ ต่อไหมคะพี่คาร่า”
“ไม่จ้า แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวก็ได้ เวทีนี้ไม่มีสัญญาบังคับอะไรทั้งสิ้นเลย"
"ยกเว้นได้ตำแหน่งก็ทำงานกับหน่วยงานหนึ่งปี จากนั้นถ้าอันชอบงานวงการบันเทิงจริง ๆ อันตัดสินใจเองได้เลย”
พี่คาร่าตอบคำถาม
“ที่จริงพี่ไม่ต้องส่งก็ได้นะครับถ้าคนของพี่ไม่พร้อม เรื่องนี้มีผลยังไง พวกผมไม่เข้าใจ”
อเล็กซ์ถามแทนเพื่อน ๆ กับข้อสงสัยที่ยังคา
“เด็ก ๆ ฟังนะ ถ้าปีนี้พี่ไม่มีคนส่งพี่อาจไม่ได้จับโปรเจกต์นี้ และโปรเจกต์ใหญ่ ๆ ในปีหน้าอีกเลยนะ ... โอเคมันฟังดูเห็นแก่ตัวแหละ”
เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่ที่พี่มาหาอัน มันไม่ใช่แค่เรื่องของพี่เท่านั้น”
พี่คาร่าสูดลมหายใจก่อนพูดต่อ
“เพราะคนที่พี่อยากให้ขึ้นเวทีนี้ตั้งแต่แรก…ก็คืออัน”
มือที่กำลังตักข้าวชะงักไปเล็กน้อย คิ้วขมวด เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เธอตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปากรวบช้อนส้อม ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ แทนคำตอบ
“แล้วเวลา 5 วัน ก่อนขึ้นเวทีอันต้องเตรียมตัวอะไรบ้างคะพี่คาร่า”
อรัญญาถามขึ้นเป็นสัญญาณของการตกลง
“พี่คาร่าคะ แล้วกองเขาจะให้พี่เปลี่ยนชื่อคนเดิมเป็นชื่ออันได้หรอคะ อีก 5 วันเอง”
อี้หลินที่นั่งฟังเงียบ ๆ มานาน ถามขึ้นบ้าง
“ไม่มีปัญหาจ้า อันนี้เป็นเวทีเล็ก ทำร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น พี่คุยกับท่านองอาจขอเป็นกรณีพิเศษได้จ้ะ แค่คนประกวดไม่ใช่ยัยเอม อิอิ"
พี่คาร่าอารมณ์ดีขึ้นหลังจากอรัญญาตกลง
“อัน แกปฏิเสธมาตลอด ทำไมตกลงง่าย ๆ วะครั้งนี้”
อเล็กซ์ที่งงอยู่สักพักแล้ว เอ่ยถามเพื่อนสนิทบ้าง
“ไม่มีอะไรหรอกพวกแก งานนี้ทำงานกับจังหวัด ใส่ชุดไทยสวย ๆ ช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวจังหวัดแล้วก็ภาคอีสานเรา ถ้าได้ก็ได้ค่าขนมเยอะอยู่นะ งานก็ไม่กระทบการเรียน พ่อเอมก็ดูแลงานนี้อยู่ฉันเลยโอเคน่ะ"
เธออธิบายยืดยาว ราวกับกำลังเลคเชอร์ให้เพื่อน ๆ ฟัง
“เอาดี ๆ ในฐานะที่ฉันรู้จักแกมานานที่สุด เหตุผลแค่นี้จริงหรออัน”
เอมถามต่อทันที
“นั่นสิ พี่ก็มาชวนแกไปทำงานในวงการตั้งหลายงาน แกปฏิเสธหมด เหตุผลไม่น่าจะเป็นที่แกว่ามายืดยาวนั่นแน่ ๆ ยัยอัน"
พี่คาร่าตั้งข้อสังเกตขึ้นมาบ้าง
อรัญญาที่กำลังดูดน้ำ ชะงักไป แล้วถอนหายใจ ก่อนจะตอบเพื่อน ๆ และพี่คาร่าที่กำลังจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว
“เอม แกจำพี่น้องมีนได้ไหม”
อรัญญาเริ่มทบทวนความจำ
“อ๋อ…”
ทั้งพี่คาร่าและเอม อุทานขึ้นพร้อมกัน
“รุ่นพี่ที่เป็น Miss Isan Cultural เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่ไปแนะแนวที่โรงเรียนเราใช่ไหม”
เอมยังจำรุ่นพี่คนสวยได้ดี
“แล้วน้องมีนเขาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้จ๊ะสาว”
พี่คาร่าถาม เขาก็รู้จักน้องมีนเจ้าของมงกุฎที่เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนของอรัญญาและเอมเช่นกัน เพียงแต่น้องมีนไม่ได้มีสัญญากับสังกัดของเธอ
“ก็ปีนั้นที่พี่เขาไปแนะแนว พี่เขาก็พูดถึงเวทีนี้ แล้วเขามาคุยกับฉันส่วนตัวด้วย”
อรัญญาเท้าความให้ทุกคนฟัง
“พี่น้องมีนเล่าเรื่องการทำงานกับเวทีนี้ให้ฟัง ฉันก็ว่ามันก็สนุกดี แล้วพี่เขายังบอกว่าฉันมีความสามารถพอนะ ส่วนเรื่องตอนนั้นยังพูดไม่ชัด ก็ให้ฝึกเยอะ ๆ พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ลองประกวดดู"
อรัญญาเว้นวรรค เหมือนกำลังชั่งใจ เธอสูดหายใจลึก ๆ
“ความจริงฉันก็สนใจประกวดนะ แต่ไม่เคยมั่นใจอะไรเลย”
อรัญญาเสียงเบาลงเล็กน้อย เหมือนไม่อยากเผยความในใจ
“จนพี่คาร่าบอกว่า ฉันเป็นตัวเลือกแรก”
“แล้วยังไงสาว ความมั่นใจหล่อนเลยมาหรอยะ”
แอรอนจีบปากจีบคอถามขึ้นบ้าง
“จริงแอร์รี่ คำนั้นของพี่คาร่า มันทำให้ฉันมั่นใจ แล้วก็อยากลองดู ว่าฉันจะทำได้อย่างที่พี่น้องมีนเขาเคยบอกไว้รึเปล่า"
อรัญญาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“เอาล่ะ ฉันพอเข้าใจหล่อนนะคนสวย มา 5 วันนี้ เรามาช่วยกันปั้นเพื่อนเราให้เป็นนางงามมงลงกันเถอะ ฮิ้วว”
แอรอน เรียกพลังใจให้กับอรัญญา ทุกคนหัวเราะขึ้นพร้อมกัน พี่คาร่ายังคงนั่งพูดคุยกับชาวแก๊งต่ออีกพักใหญ่ จนพวกเขาต้องไปเรียนในคาบต่อไป
“ตอนเย็นเดี๋ยวพวกเราพาอันไปหาที่บ้านนะคะพี่คาร่า”
เอม นัดหมายเวลาให้เพื่อนกับพี่คาร่า
“ไปเรียนก่อนนะคะ / นะครับ … ตอนเย็นเจอกันค่ะ / ครับ”
ทุกคนร่ำลาพี่คาร่า ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง
ผลไม้และของหวานถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร ธีรญา กับ ธีรภัทร ช่วยพี่ ๆ แม่บ้านรับและส่งต่อให้กับผู้ใหญ่บนโต๊ะอาหาร ก่อนจะส่งสัญญาณว่าเดี๋ยวพวกเขาจัดการต่อเองให้แม่บ้านรู้ว่ามื้อเย็นใกล้สิ้นสุด“พี่แพรวไม่คิดจะบอกทุกคนเหรอว่าสอบติดคณะอะไร”ธีรภัทรหรือพัตเตอร์ถามขึ้น หลังจากบริการผลไม้และของหวานให้กับผู้ใหญ่และกลับมานั่งในที่นั่งของตัวเองเรียบร้อย ธีรญาที่กำลังตักจะอ้าปากกัดผลไม้ชะงัก เธอตั้งใจจะตีเนียนยังไม่พูดถึงเจ้าน้องชายตัวดีก็ท้วงขึ้นมาเสียก่อน“อืม …”“เอาเหอะพี่แพรว เดี๋ยวค่อยบอกป๊าทีหลังก็ได้ วันนี้ก็ไม่รู้จะมากี่โมงมีข่าวดีก็บอก ๆ กันก่อน”“ก็ได้ ๆ”ธีรญาเงยหน้าจากการกิน ทั้งโต๊ะกำลังจับจ้องเธพวกเขาพร้อมจะยินดีกับความสำเร็จอีกก้าวของเธอ ธีรญากระแอมเบา ๆ ในลำคอเรียกความมั่นใจ“ทุกคนคะ ตามที่พัตเตอร์เสนอ แพรวก็ขอประกาศข่าวดีอีกเรื่องให้ทุก ๆ คนรู้ …”“เดี๋ยว ๆ รอแป๊บ”“อะไรอีกเนี่ยพัตเตอร์ พอจะบอกก็มาเบรก”ธีรญาถามน้องชายด้วยน้ำเสี
รถห้าประตูทรงเฉี่ยวสีแดงเลี้ยวเข้ามาจอดในบริเวณบ้านเมธาวสุวงศ์ เมื่อขับเข้าไปยังส่วนจอดรถของบ้าน พี่คาร่าเห็นรถหรูสีขาวคุ้นตาจอดนิ่งอยู่ก่อนเหมือนกับว่าเจ้าของมารออยู่ที่นี่นานแล้ว“เอ้า! มาได้ไง สงสัยวันนี้เจอครบ ๆ แน่เลยนังคาร่า”คาร่าอุทานและบ่นกับตัวเองเบา ๆ ขณะปลดเข็มขัดนิรภัยออกของตัวเองออก เมื่อเห็นว่าคนนั่งเบาะข้างคนขับยังคงนิ่งสนิทเขาจึงหันไปมอง“เอ้า! นี่ก็หลับ”พี่คาร่ายิ้ม ส่ายหัวด้วยความเอ็นดู วันนี้พวกเขาออกกองไปถ่ายทำมิวสิควิดีโอกันตั้งแต่เช้ามืด เด็กแสบข้าง ๆ คงจะเพลียมากเลยหลับไปอีกรอบหลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกจากปั๊มน้ำมัน“ไอ้จิ๋ว ตื่น ถึงบ้านแล้วย่ะ”พี่คาร่าปลุกเรียกธีรญาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ไอ้จิ๋วที่ถูกเรียกงัวเงีย บิดขี้เกียจ ลืมตาขึ้นมาขณะกำลังจะอ้าปากหาว พี่คาร่ารีบเอามือตะครุบปิดปากเด็กในความดูแลไว้ทันท่วงที“โอ๊ย ไอ้จิ๋ว เราเป็นดารานะ ฝึกไว้สิยะจะหาวก็ปิดปาก ไม่มีใครเห็นก
“กรี๊ด!”คาร่าวางสายโทรศัพท์ ส่งเสียงขึ้นทำลายความเงียบในรถด้วยความดีใจ โชคดีที่เวลานี้รถกำลังติดไฟแดงอยู่กลางสี่แยกใหญ่ในกรุงเทพ ธีรญาที่กำลังงีบอยู่เบาะข้างคนขับ งัวเงียสะดุ้งตื่นขึ้นมา มองไปยังหน้ารถ เมื่อเห็นว่าการจราจรยังหยุดนิ่งเจอจึงหันกลับไปมองทางพี่คาร่าด้วยความสงสัย“หมาตัดหน้ารถหรอคะพี่คาร่า กรี๊ดซะดังเลย”“โอ๊ย ไอ้จิ๋ว ตื่นมาก็กวนประสาทกันเลยนะยะ ข่าวดีจ้า”พี่คาร่าหันมายิ้ม ไม่ถือสาที่ถูกยัยเด็กแสบกวนประสาท“พี่คาร่าจะแต่งงานหรอ?”“เอ๊ะ ยังไม่หยุดกวนฉันอีกนะ”“อ้าว! ก็ใครจะไปรู้ เมื่อคืนตอนวิดีโอคอลเห็นมีพี่สาวคนสวยรับแทน ว่าจะแซวแล้วแต่ก็ลืม ว่าแต่ข่าวดีอะไรคะ”ธีรญาส่งสายตาและน้ำเสียงออดอ้อนกับพี่ผู้จัดการหลังจากเธอกวนเขาจนพอใจ“แกแคสต์ผ่านแล้วนะไอ้จิ๋ว ซีรีส์แก๊งนักเรียนมัธยมน่ะ ลงตอนเช้าช่อง MOVA ด้วยนะ”พี่คาร่าเล่าน้ำเสียงสั่นเครือ เขา
อรัญญาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว พับปลายแขนลวก ๆ ปล่อยชายเสื้อหลวม ๆ ทับกางเกงขายาวเอวสูงสีเทาเข้ม สะพายกระเป๋าสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบสีขาวเพิ่มความทะมัดทะแมง แต่ยังคงความเรียบร้อยเหมาะกับการเข้าพบผู้ใหญ่ ผมยาวสีเข้มถูกปล่อยตามธรรมชาติ มีเพียงต่างหูวงเล็กและนาฬิกาข้อมือเรียบหรูยี่ห้อดังที่เธอซื้อเป็นของขวัญให้ตัวเองหลังจากทำงานมาสักระยะเป็นเครื่องประดับที่เธอเลือกใช้ในวันนี้ การแต่งตัวของเธอหลังกล้อง ดูเรียบง่ายสบายตา คล่องตัว ทะมัดทะแมง แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากภาพลักษณ์หวานละมุนที่ผู้คนเห็นเธอในภาพถ่ายโฆษณาระหว่างทางเดินไปยังห้องประชุมที่ถูกนัดหมายให้เข้ามาพูดคุยในวันนี้ อรัญญายกมือไหว้พร้อมหยุดทักทายพนักงานของ 3 พีเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ที่เธอคุ้นเคย และยิ้มให้อย่างอ่อนหวานสำหรับคนที่เธอไม่รู้จัก“โห น้องอัน นาน ๆ เข้าบริษัทให้พวกพี่เห็นทั้งทีมาในลุคทั้งสวยทั้งเท่เลยนะจ๊ะ”อรัญญายิ้มรับคำชมตาหยี“ขอบคุณค่ะ วันนี้พี่พลอยนัดประชุมเลยแต่งเรียบร้อยหน่อยค่ะ”“เรียบร้อยของเราไม่เท่ากัน ถ้าพวกพี่แต่งอย่างหนู อาจจะ
ธีรญาที่อยู่ในชุดนอนลายหมีสีฟ้าน่ารัก นั่งอยู่บนเตียงของตัวเอง เลิกลั่กอยู่กับหน้าจอ ไล่นิ้วมือหาว่าเมื่อสักครู่ที่เธอกดโทรออกไปเป็นไลน์ของพี่คาร่าหรือคนอื่นกันแน่ เธอค่อย ๆ ลดโทรศัพท์ลง หยุดการค้นหา กระพริบตาถี่ ๆ เรียกสติกลับคืนมา แววตาสงสัย หยุดลนลาน ทบทวนกับตัวเองช้า ๆ“เมื่อกี้ มันพี่อันอัน ฟง มิสอีสานคนสวยนี่หว่า”เธอเปิดหน้าแอปพลิเคชั่นดูอีกรอบ ไล่ดูรายชื่อการโทรอีกครั้ง“เราก็กดหาพี่คาร่าถูกแล้ว เฮ้ย! พี่คนสวยอยู่กับพี่คาร่า!”ธีรญาตกใจกับความจริงที่เพิ่งค้นพบ เธอทุบหน้าผากตัวเองเบา ๆ ล้มกลิ้งลงไปบนที่นอน บ่นอู้อี้อยู่กับหมอน“โอ๊ย ธีหนอธี รีบวางทำไมวะเนี่ย พลาดแล้วพลาดเลย โทรไปอีกก็เจอพี่คาร่าแล้วมั้ง ฮือ รอเจอตั้งนาน”“เซ็ง ๆ ๆ รอพี่คาร่าโทรกลับแล้วกัน ไม่โทรแล้ววุ้ย”บ่นเสร็จธีรญาจับโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเข้าเกมที่เธอเล่นค้างไว้ สัมผัสหน้าจออย่างสนุกสนาน รอเวลาพี่คาร่าโทรกลับ
ควันจากเตาถ่านลอยฟุ้งส่งความหอมของเนื้อย่างลอยอบอวลมายั่วน้ำลายถึงลานจอดรถ อรัญญาและเพื่อน ๆ ที่เพิ่งลงจากรถเริ่มรู้สึกถึงน้ำย่อยที่ทำงานในท้องทันที“ห้องแอร์ไหมพวกหล่อน”แอรอนถามความเห็นเพื่อน ๆ ที่ลังเลไม่รู้จะนั่งมุมไหนของร้านดี“โอ๊ย หน้าหนาวจะมานั่งห้องแอร์อะไรนังฝรั่ง เดี๋ยวพระอาทิตย์ตกก็บ่นหนาวอีก”เอมเถียงแอรอนอย่างรู้นิสัยกันดี“ก็จะได้ส่วนตัวหน่อยไง เดี๋ยวต้องเม้าท์เรื่องสำคัญ”แอรอนยังอยากเอาชนะสักหน่อย“ไปนั่งซุ้มตรงโน้นล่ะกัน ว่างอยู่ มุมดีด้วย”เป็นอี้หลินที่สรุป และเดินนำหน้าไปยังโต๊ะที่หมายตาไว้ทำให้ทุกคนต้องเดินตาม แอรอนค้อนปะหลับปะเหลือกให้เอม จนเอมหมั่นไส้ดันตัวกระแทกใส่เพื่อนไปหนึ่งที ก่อนจูงแขนกันเดินตามอี้หลินกับคนอื่น ๆ ที่นำหน้าไปก่อนแล้ว“นี่คือสามชั้น ของโปรดอัน กรอบกำลังดี”แอรอนคีบหมูส่วนที่อรัญญาชอบใส่จานให้อย่างเอาใจ อรัญญารับมาจิ้มน้ำจิ้มรสจัดก่อนคีบใส่ปาก เคี้ยวอย่างอารมณ์ดี







