LOGINนาฬิกาหัวเตียงบอกเวลาเกือบตีหนึ่งแล้ว ธีรุตม์ตัดสินใจลุกจากที่นอน หลังจากพลิกตัวไปมานานกว่าสองชั่วโมง แต่ก็ยังข่มตาให้หลับไม่ได้
ภาพปรางค์ทิพย์ในชุดเจ้าสาวยืนเคียงข้างเจ้าบ่าวภายในโบสถ์ยังคงติดตาเขาอยู่
ภาพถ่ายใบนั้นถูกส่งมาจากรุ่นน้องคนหนึ่งที่ไปร่วมงานแต่งงานของเธอ ทันทีที่เห็น หัวใจของธีรุตม์ก็เต้นระรัว สมองพลันว่างเปล่า ก่อนที่ความโศกเศร้าจะค่อย ๆ เข้ามาเกาะกุมหัวใจ
ชายหนุ่มได้แต่เพ่งมองรอยยิ้มของเจ้าสาวในภาพ
ปรางค์ทิพย์หลุดลอยไปจากชีวิตเขาตลอดกาลแล้ว
ตอนนี้เธอมีคนที่ครอบครองหัวใจและมีคู่ครองที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์คาดหวังว่าเธอจะหวนกลับมาหาอีกต่อไป
เวลาผ่านไปกว่าชั่วโมง ธีรุตม์ยังคงนั่งดื่มบรั่นดีและสูบบุหรี่มวนแล้วมวนเล่า กระทั่งสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายบุหรี่ที่ไหม้ลามมาจนเกือบถึงนิ้วลวกมือเข้าโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มรีบวางมันลงในที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนยกแก้วบรั่นดีตรงหน้าขึ้นจิบอึกใหญ่
เขาถอนหายใจยาวอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งถอนหายใจไปหลายหนในเวลาไม่ถึงสิบนาที
ธีรุตม์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูข้อความแชตต่าง ๆ อย่างใจลอย กระทั่งสายตาสะดุดเข้ากับบทสนทนาที่เคยส่งถึงชาลิสาเมื่อหลายวันก่อน
ชายหนุ่มกดเปิดแชตนั้น ก่อนพิมพ์ข้อความส่งไปหาหญิงสาวโดยแทบไม่ทันคิด
‘เอยครับ พวกเราแต่งงานกันเถอะ’
หลังจากนั้นเขาก็ดับบุหรี่ ยกแก้วบรั่นดีขึ้นดื่มจนหมด ก่อนเดินกลับเข้าห้องนอนแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างอ่อนล้า
ไม่นานนัก เปลือกตาของชายหนุ่มก็ปิดสนิท และจมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทรา
##########
เสียงโห่แซวและเสียงวี๊ดวิ้วจากบรรดาแขกเหรื่อ โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ทำให้บรรยากาศภายในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน หลังจากภาคภูมิ เพื่อนสนิทของเจ้าบ่าวที่อาสารับหน้าที่เป็นพิธีกรชาย เอ่ยถามธีรุตม์ว่าประทับใจอะไรในตัวเจ้าสาว
คำตอบของชายหนุ่มเรียกเสียงหัวเราะจากแขกทั้งงานได้ทันที
“เอยปิ้งหมูย่างเกาหลีเก่ง”
จากนั้นธีรุตม์ก็เล่าถึงการออกเดตครั้งแรกและครั้งเดียวของทั้งคู่ก่อนแต่งงานว่า นอกจากความเรียบง่ายแล้ว สิ่งที่ทำให้เขาประทับใจชาลิสาก็คือความมีน้ำใจของเธอ
วันนั้นระหว่างเดินซื้อของในห้างสรรพสินค้า ทั้งคู่พบเด็กคนหนึ่งกำลังยืนร้องไห้เพราะพลัดหลงกับผู้ปกครอง ชาลิสารีบเข้าไปปลอบโยน ก่อนจูงมือเด็กไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของห้าง และอยู่เป็นเพื่อนจนมั่นใจว่าเด็กได้พบกับผู้ปกครองเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นว่ามีคนมารับเด็กแล้ว เธอก็ลากเขาเดินจากมาทันที โดยไม่คิดจะรอรับคำขอบคุณใด ๆ
เมื่อถึงคราวเจ้าสาวถูกพิธีกรถามคำถามเดียวกัน คำตอบของชาลิสากลับเรียกเสียงหัวเราะจากแขกในงานได้ไม่แพ้เจ้าบ่าว
“พี่ธีร์พูดน้อยดีค่ะ ปกติเอยเป็นคนช่างคุย พอมีพี่ธีร์อยู่ด้วยก็เลยเหมือนได้ผู้ฟังที่ดีค่ะ”
“โอ้โห! ข้อนี้ผมขอยืนยันเลยครับว่าไอ้...เอ่อ คุณธีร์เป็นคนพูดน้อยจริง ๆ”
ภาคภูมิรีบแก้คำเรียกเพื่อนเสียใหม่ ก่อนพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง
“แต่ผมขอเตือนเจ้าสาวไว้นิดหนึ่งนะครับ พูดน้อยไม่ได้แปลว่าพูดไม่เก่งนะครับ เพราะเพื่อนผมคนนี้ถ้าได้อ้าปากเมื่อไร วงแตกทุกที!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นจากกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวทันที
“เรียกว่าอย่าไปแหย่เสือหลับจะดีกว่าครับ เพราะถ้าเสือตัวนี้ตื่นขึ้นมาเมื่อไร รับรองว่าไม่มีใครอยากอยู่ฟัง!”
“คุณภาคครับ! คุณจะเป็นพิธีกรหรือจะมาเผาเจ้าบ่าวอย่างผมกันแน่ครับ”
ธีรุตม์อดสวนกลับไม่ได้ เรียกเสียงหัวเราะจากแขกในงานดังขึ้นอีกระลอก
“เห็นไหมครับท่านผู้มีเกียรติ ผมยังพูดไม่ทันจบเลย เสือตื่นซะแล้ว!”
“เอาละค่ะ เราก็พูดคุยกันพอหอมปากหอมคอแล้ว ต่อไปก็มาถึงพิธีการสำคัญ นั่นก็คือ...เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวค่ะ!”
เสียงโห่แซวดังขึ้นทันที ก่อนที่จ๊ะโอ๋ พิธีกรสาวจะรีบหัวเราะแล้วพูดต่อ
“เอ่อ...ไม่ใช่ค่ะ ดิฉันแค่แซวเล่น พิธีการต่อไปคือการตัดเค้กแต่งงานของคู่บ่าวสาวค่ะ” พิธีกรสาวผู้นี้เป็นน้องรหัสของธีรุตม์ ซึ่งรีบอาสามารับหน้าที่ทันทีที่รู้ว่าพี่รหัสของตัวเองกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝา
ตลอดพิธีการตั้งแต่ก้าวขึ้นเวทีจนกระทั่งงานเลี้ยงสิ้นสุดลง ชาลิสายังคงรู้สึกราวกับตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในความฝัน ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นดูเหลือเชื่อเสียจนเธอแทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง
หญิงสาวอดนึกย้อนไปถึงเช้าวันหนึ่งเมื่อไม่ถึงเดือนก่อนไม่ได้
เช้าวันนั้นเธอตื่นขึ้นมาพบข้อความแชตจากธีรุตม์ ซึ่งส่งมาในช่วงดึกของคืนก่อน ชาลิสาขยี้ตาแล้วเพ่งอ่านข้อความนั้นซ้ำอยู่หลายรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด
‘เอยครับ พวกเราแต่งงานกันเถอะ’
หญิงสาวถึงกับอึ้งไปพักใหญ่
พี่ธีร์น่าจะเมามั้ง ไม่ก็บัญชีโดนแฮ็กแหง ๆ
แม้จะพยายามหาเหตุผลมาอธิบายข้อความประหลาดนั้น แต่ตลอดทางที่ขับรถไปทำงาน ชาลิสาก็ยังเหม่อลอย ครุ่นคิดถึงแต่คำขอแต่งงานที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์
ตลอดทั้งวันเธอคอยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเป็นระยะ เผื่อว่าธีรุตม์จะส่งข้อความมาอธิบายอะไรเพิ่มเติม ทว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่มีข้อความใหม่จากเขาแม้แต่คำเดียว
กระทั่งเย็นวันนั้น เมื่อกลับถึงบ้าน ชาลิสาก็ต้องประหลาดใจอีกครั้งเมื่อพบว่า บิดามารดาของธีรุตม์กำลังนั่งพูดคุยอยู่กับพ่อแม่ของเธอ
หญิงสาวเข้าไปทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองตามปกติ ก่อนที่พวกท่านจะขอตัวกลับในเวลาต่อมา
ระหว่างรับประทานอาหารเย็น ชาลิสาจึงได้รู้จากมารดาว่า การมาเยือนของผู้ใหญ่ฝ่ายชายในวันนี้ไม่ใช่การแวะมาพูดคุยกันตามประสาคนสนิท แต่เป็นการมาทาบทามสู่ขอเธอให้แต่งงานกับธีรุตม์
ส่วนพ่อกับแม่ของเธอยังไม่ได้รับปากหรือตอบปฏิเสธ เพียงแต่บอกว่าขอถามความสมัครใจของลูกสาวก่อน
หากชาลิสาตกลง ทั้งสองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร เพราะรู้จักทั้งธีรุตม์และครอบครัวของเขาเป็นอย่างดี จึงเชื่อมั่นว่าชายหนุ่มจะสามารถดูแลลูกสาวได้ อีกทั้งยังเห็นว่าคนสองคนไม่จำเป็นต้องรู้จักกันทุกแง่มุมก่อนแต่งงานเสมอไป หากต่างฝ่ายต่างเปิดใจ ก็ค่อย ๆ เรียนรู้และปรับตัวเข้าหากันจนสามารถสร้างครอบครัวร่วมกันได้
ชาลิสาอึ้งไปชั่วขณะหลังจากได้ฟังเรื่องราวจากปากมารดา
ส่วนบิดาของเธอนั้นมีความเห็นว่า อยากให้ทั้งคู่ลองคบหาศึกษานิสัยใจคอกันอีกสักระยะก่อนตัดสินใจแต่งงาน แต่มารดาของธีรุตม์ได้อธิบายถึงเหตุผลที่ต้องการให้จัดงานแต่งขึ้นโดยเร็วว่า อากงของธีรุตม์อายุมากแล้ว อีกทั้งขณะนี้ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ท่านเฝ้าหวังมานานว่าจะได้เห็นหลานชายแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาและมีเหลนให้อุ้มชูสักที แต่จนแล้วจนรอด ธีรุตม์ก็มักหาเหตุผลมาบ่ายเบี่ยงเรื่องแต่งงานอยู่เสมอ จนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนนี้
“แล้วเอยคิดว่ายังไงลูก หลังจากได้เจอพี่เขามาสองครั้งแล้ว” มารดาเอ่ยถาม ก่อนพูดต่อว่า “พ่อกับแม่อยากให้เอยตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เพราะโบราณท่านว่า ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน พวกเราไม่อยากบังคับให้ลูกแต่งงาน หรือกลายเป็นการจับคลุมถุงชนไปเสีย”
“เอยขอคิดดูก่อนค่ะ” ชาลิสาตอบมารดาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ตั้งแต่ได้รับข้อความจากธีรุตม์เมื่อเช้าจนกระทั่งใกล้หมดวันแล้ว เขาก็ไม่ได้ติดต่อเธออีกเลย ไม่ว่าจะเป็นการโทรศัพท์หรือส่งข้อความมาพูดคุย
หญิงสาวอยากได้ยินจากปากของเขาเองว่า การแต่งงานครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของธีรุตม์จริง ๆ หรือเป็นเพียงเพราะเขาทำตามความต้องการของบิดามารดาเท่านั้น
##########
[เขียว_หวานเริ่มลงนิยายเรื่องใหม่อีกเรื่องแล้วนะคะ ชื่อว่า "รักอับปาง" ฝากลองอ่านและถ้าชอบก็กดติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ]
“เอยครับ เรามาแต่งงานกันเถอะครับ”ชายหนุ่มตัดสินใจพูดเข้าประเด็นโดยไม่คิดจะอ้อมค้อมอีกต่อไปในเมื่อชาลิสาเป็นผู้หญิงที่มารดาของเขาถูกใจมากที่สุด อีกทั้งจากการพบกันสองครั้งก่อนหน้านี้ รวมถึงครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม เขาก็พบว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือเบื่อหน่ายเมื่อต้องใช้เวลาอยู่กับเธอ ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกเพลิดเพลินและสบายใจอย่างประหลาดเวลาอยู่กับชาลิสา เขาไม่จำเป็นต้องพยายามสร้างภาพเป็นสุภาพบุรุษผู้แสนดี ไม่ต้องคอยคิดว่าจะพูดหรือทำอะไรเพื่อให้เธอประทับใจ และไม่ต้องระมัดระวังตัวจนเสียความเป็นตัวเองเพราะหญิงสาวตรงหน้าเป็นคนเรียบง่ายและแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ เธอไม่ได้พยายามทำตัวให้ดูดีหรือเอาอกเอาใจเขาจนเกินพอดีนั่นทำให้ธีรุตม์รู้สึกว่า หากต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้หญิงคนนี้ไปอีกนาน เขาก็คงไม่ต้องฝืนตัวเองมากนักชาลิสานิ่งอึ้งไปพักใหญ่ หญิงสาวยกแก้วน้ำขึ้นจิบ ก่อนวางลงแล้วเงยหน้าสบตาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้าม จากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ตกลงค่ะพี่ธีร์ เรามาแต่งงานกันเถอะค่ะ”พูดจบเธอก็ส่งยิ้มกว้างสดใสให้ชายหนุ่มธีรุตม์ยิ้มตอบด้วยความยินดี“ขอบคุณมากนะครับเอย พี่สัญญาว่าจะเ
วันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ธีรุตม์ขับรถมาถึงบ้านของชาลิสาตั้งแต่เช้า หลังจากส่งข้อความมาขอนัดพบเธอในช่วงดึกของคืนก่อน โดยบอกว่ามีเรื่องอยากพูดคุยด้วยทว่าชาลิสาเพิ่งเห็นข้อความนั้นหลังตื่นนอน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ชายหนุ่มมาถึงบ้านของเธอแล้ว หญิงสาวจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวลงมาพบเขา และเห็นว่าธีรุตม์กำลังนั่งพูดคุยเรื่องงานวิจัยกับบิดาของเธออย่างออกรสออกชาติวันนี้ธีรุตม์แต่งกายด้วยชุดลำลองที่ดูเรียบร้อยและพิถีพิถัน เสื้อโปโลมีปกสีน้ำเงินเข้าคู่กับกางเกงสแล็ก ช่วยเสริมให้รูปร่างสูงเพรียวของเขาดูสง่าขึ้น ส่วนชาลิสาเลือกสวมชุดเดรสแขนพอง กระโปรงยาวคลุมเข่า ทำให้เธอดูน่ารักราวกับตุ๊กตาบาร์บี้เมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้ามา ธีรุตม์ก็ส่งยิ้มสดใสให้เธอ“พี่ขอโทษด้วยนะครับที่นัดเอยกะทันหัน เมื่อวานพี่ติดงานด่วนที่สำนักงาน กว่าจะเสร็จก็เกือบสามทุ่ม เลยไม่ได้มาพร้อมคุณพ่อคุณแม่”ธีรุตม์เอ่ยอธิบายถึงเหตุผลที่เขาไม่ได้มาพร้อมกับบิดามารดาเมื่อวานนี้“เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ เมื่อคืนเอยนอนเร็วน่ะค่ะ เลยเพิ่งเห็นข้อความของพี่ธีร์เมื่อเช้า พี่ธีร์ทานข้าวเช้าหรือยังคะ”“พี่กะว่าจะมารับเอยไปทานข้าวเช้าด้วยกัน”
นาฬิกาหัวเตียงบอกเวลาเกือบตีหนึ่งแล้ว ธีรุตม์ตัดสินใจลุกจากที่นอน หลังจากพลิกตัวไปมานานกว่าสองชั่วโมง แต่ก็ยังข่มตาให้หลับไม่ได้ภาพปรางค์ทิพย์ในชุดเจ้าสาวยืนเคียงข้างเจ้าบ่าวภายในโบสถ์ยังคงติดตาเขาอยู่ภาพถ่ายใบนั้นถูกส่งมาจากรุ่นน้องคนหนึ่งที่ไปร่วมงานแต่งงานของเธอ ทันทีที่เห็น หัวใจของธีรุตม์ก็เต้นระรัว สมองพลันว่างเปล่า ก่อนที่ความโศกเศร้าจะค่อย ๆ เข้ามาเกาะกุมหัวใจชายหนุ่มได้แต่เพ่งมองรอยยิ้มของเจ้าสาวในภาพปรางค์ทิพย์หลุดลอยไปจากชีวิตเขาตลอดกาลแล้วตอนนี้เธอมีคนที่ครอบครองหัวใจและมีคู่ครองที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์คาดหวังว่าเธอจะหวนกลับมาหาอีกต่อไปเวลาผ่านไปกว่าชั่วโมง ธีรุตม์ยังคงนั่งดื่มบรั่นดีและสูบบุหรี่มวนแล้วมวนเล่า กระทั่งสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายบุหรี่ที่ไหม้ลามมาจนเกือบถึงนิ้วลวกมือเข้าโดยไม่รู้ตัวชายหนุ่มรีบวางมันลงในที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนยกแก้วบรั่นดีตรงหน้าขึ้นจิบอึกใหญ่เขาถอนหายใจยาวอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งถอนหายใจไปหลายหนในเวลาไม่ถึงสิบนาทีธีรุตม์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูข้อความแชตต่าง ๆ อย่างใจลอย กระทั่งสายตาสะดุดเข้ากับบทสนทนาที่เคยส่งถึงชาลิสาเมื่อหลาย
ธีรุตม์ในชุดสูทสีขาวทั้งชุดยืนอยู่หน้าประตูห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ โดยมีชาลิสายืนคล้องแขนอยู่เคียงข้างชายหนุ่มหันไปมองเจ้าสาวที่เอาแต่ก้มหน้า ขณะที่มือเล็ก ๆ ซึ่งเกาะแขนของเขาอยู่กลับสั่นจนเขารู้สึกได้ชัดธีรุตม์จึงใช้มือข้างที่ว่างกุมมือของเธอเอาไว้ ชาลิสาเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเห็นเขายกยิ้มมุมปากให้นิดหนึ่ง“ค่อย ๆ เดิน ไม่ต้องรีบ แล้วก็มองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว”ขณะนั้นเอง พนักงานออร์แกไนเซอร์ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาคู่บ่าวสาว“เจ้าบ่าวเจ้าสาวพร้อมแล้วนะครับ อีกห้านาทีประตูห้องจะเปิด ให้เดินตรงไปที่เวทีเลยนะครับ ตรงนั้นจะมีบันไดขึ้นเวทีอยู่ ขั้นบันไดอาจจะแคบสักหน่อย ค่อย ๆ เดินนะครับ เหมือนที่เราซ้อมกันไว้เมื่อสองวันก่อน”ธีรุตม์กับชาลิสาพยักหน้ารับพร้อมกัน ก่อนขยับจัดท่าทางให้เรียบร้อย เมื่อเห็นว่าทั้งคู่พร้อมแล้ว พนักงานจึงส่งสัญญาณให้เปิดประตูห้องจัดเลี้ยงบานประตูขนาดใหญ่ค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างของคู่บ่าวสาวที่ยืนเคียงข้างกัน ด้วยรูปร่างที่แตกต่าง ชาลิสาซึ่งสูงเพียงระดับไหล่ของธีรุ
แก้วบรรจุน้ำสีอำพันหมุนวนไปตามแรงมือของชายหนุ่มที่แกว่งมันไปมาอย่างลังเล ขณะที่สายตาจับจ้องอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ตรงหน้าธีรุตม์กำลังชั่งใจว่าจะส่งรูปคู่ของเขากับชาลิสาไปให้หญิงสาวดีหรือไม่ชายหนุ่มหวนคิดถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับเธอในวันนี้ แม้จะเป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอึดอัดหรือรำคาญอย่างที่เคยคิดไว้ในตอนแรกที่ผ่านมา ธีรุตม์ผ่านการเดตกับผู้หญิงมาหลายคน หากคนไหนถูกใจทั้งหน้าตาและรูปร่าง เขาก็พร้อมจะสานสัมพันธ์ต่อ ชวนไปเที่ยว ซื้อของ หรือพาไปกินอาหารตามที่อีกฝ่ายชอบส่วนคนที่ไม่ได้ถูกใจนัก หากเป็นผู้หญิงที่มารดาแนะนำให้รู้จัก เขาก็มักปฏิเสธไปตรง ๆ หรือไม่ก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมไปตามนัดที่มารดาจัดไว้ให้และถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ...เขาก็มีวิธีของตัวเองที่จะทำให้อีกฝ่ายเป็นคนถอยไปก่อน ด้วยการพูดจาขวานผ่าซาก ไม่สนว่าคำพูดของตัวเองจะทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองหรือเสียความรู้สึกเพียงใด แถมยังแสดงพฤติกรรมน่าเอือมระอาจนหญิงสาวเหล่านั้นทนไม่ไหวและเลิกสนใจเขาไปเองสำหรับชาลิสา เมื่อเช้านี้ธีรุตม์ไปรับหญิงสาวอย่าง
ธีรุตม์จอดรถหน้าบ้านของชาลิสาซึ่งตั้งอยู่หลังสุดท้ายในซอย ทำให้บริเวณหน้าบ้านค่อนข้างเป็นส่วนตัวและสามารถจอดรถได้นานโดยไม่รบกวนเพื่อนบ้านหลังอื่นชายหนุ่มลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูให้คนที่นั่งอยู่ข้างคนขับ ทว่าเป็นจังหวะเดียวกับที่ชาลิสาเปิดประตูและก้าวลงมาพอดีระยะห่างที่เหลือเพียงนิดทำให้ทั้งคู่สบตากันโดยไม่ทันตั้งตัวชาลิสาเกิดอาการประหม่าขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เผลอยื่นมือไปเกาะแขนของธีรุตม์ไว้โดยไม่รู้ตัว“เอ่อ...ขอโทษด้วยค่ะ”หญิงสาวรีบปล่อยมือทันที ทว่าสัมผัสจากกล้ามเนื้อแข็งตึงใต้ฝ่ามือเมื่อครู่กลับทำให้เธอยิ่งทำตัวไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อชายหนุ่มยังยืนอยู่ใกล้เสียจนแทบชิดกับตัวรถชาลิสาก้มหน้าแล้วรีบเดินเข้าบ้าน ขณะที่ธีรุตม์เดินตามหลังมาอย่างไม่เร่งรีบเมื่อเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น ชัยวัฒน์ บิดาของหญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ส่วนชุติมา มารดาของเธอกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ไม่ไกล“สวัสดีครับ”ธีรุตม์ยกมือไหว้ชัยวัฒน์และชุติมาอย่างนอบน้อม“ขอ







