Masukธีรุตม์จอดรถหน้าบ้านของชาลิสาซึ่งตั้งอยู่หลังสุดท้ายในซอย ทำให้บริเวณหน้าบ้านค่อนข้างเป็นส่วนตัวและสามารถจอดรถได้นานโดยไม่รบกวนเพื่อนบ้านหลังอื่น
ชายหนุ่มลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูให้คนที่นั่งอยู่ข้างคนขับ ทว่าเป็นจังหวะเดียวกับที่ชาลิสาเปิดประตูและก้าวลงมาพอดี
ระยะห่างที่เหลือเพียงนิดทำให้ทั้งคู่สบตากันโดยไม่ทันตั้งตัว
ชาลิสาเกิดอาการประหม่าขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เผลอยื่นมือไปเกาะแขนของธีรุตม์ไว้โดยไม่รู้ตัว
“เอ่อ...ขอโทษด้วยค่ะ”
หญิงสาวรีบปล่อยมือทันที ทว่าสัมผัสจากกล้ามเนื้อแข็งตึงใต้ฝ่ามือเมื่อครู่กลับทำให้เธอยิ่งทำตัวไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อชายหนุ่มยังยืนอยู่ใกล้เสียจนแทบชิดกับตัวรถ
ชาลิสาก้มหน้าแล้วรีบเดินเข้าบ้าน ขณะที่ธีรุตม์เดินตามหลังมาอย่างไม่เร่งรีบ
เมื่อเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น ชัยวัฒน์ บิดาของหญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ส่วนชุติมา มารดาของเธอกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ไม่ไกล
“สวัสดีครับ”
ธีรุตม์ยกมือไหว้ชัยวัฒน์และชุติมาอย่างนอบน้อม
“ขอโทษด้วยนะครับที่พาน้องเอยมาส่งเย็นไปหน่อย”
“ไม่เป็นไร ยังไม่ถึงกับค่ำมากเสียหน่อย ออกไปกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง” ชุติมาเดินเข้ามาทักทายชายหนุ่มด้วยความเอ็นดู ก่อนหันไปถามลูกสาวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “แล้วหนังสนุกไหมลูก”
“ก็...สนุกดีค่ะ”
น้ำเสียงลังเลกับท่าทางอึกอักของชาลิสาทำให้ธีรุตม์ที่ยืนมองอยู่หลุดหัวเราะออกมา
ชุติมาหันขวับไปมองลูกชายของเพื่อนทันที
“แสดงว่าสนุกจริงใช่ไหมธีร์ เห็นหัวเราะอย่างนั้น”
“ก็...” ธีรุตม์เว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนหันไปมองชาลิสาด้วยแววตาขบขัน “สนุกดีอย่างที่น้องเอยบอกนั่นแหละครับ”
ชาลิสาเหลือบมองคนพูดแวบหนึ่ง ครั้นเห็นรอยยิ้มที่ยังติดอยู่ตรงมุมปากของเขาก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังแกล้งเธออยู่
“ลุงกับป้ากำลังจะทานข้าวเย็นกันพอดี ธีร์ทานด้วยกันไหมลูก”
“ผมยังรู้สึกอิ่มอยู่เลยครับ มื้อกลางวันทานเยอะไปหน่อย กระเพาะน่าจะยังย่อยไม่หมด”
“ถ้าอย่างนั้นทานขนมของป้าสักหน่อยไหม วันนี้ป้าทำกล้วยบวชชีนะ พอดีกล้วยที่ปลูกไว้สุกพร้อมกันตั้งหลายหวี เลยจับมาทำเสียหม้อใหญ่เลย”
“ของโปรดผมพอดีเลยครับ” ธีรุตม์ยิ้มรับ “ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตรบกวนคุณลุงกับคุณป้าด้วยนะครับ”
ท่าทีสุภาพและเกรงอกเกรงใจของชายหนุ่มเรียกความเอ็นดูจากทั้งชัยวัฒน์และชุติมาได้ไม่น้อย
“รบกวนอะไรกัน มานั่งทานด้วยกันนี่แหละ” ชุติมาว่า ก่อนหันไปบอกลูกสาว “เอยลูก ไปตักกล้วยบวชชีในครัวมาให้พี่เขาหน่อย แล้วตักใส่ถุงใหญ่ไว้ด้วยนะ จะได้ฝากพี่ธีร์เอาไปให้ป้าอนงค์ด้วย”
“ค่ะ แม่”
ชาลิสารับคำแล้วเดินหายเข้าไปในครัว ส่วนธีรุตม์ถือโอกาสนั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่น สายตากวาดมองบรรยากาศรอบบ้านอย่างสนใจ
บ้านของชาลิสาเป็นบ้านขนาดกลาง ไม่ใหญ่โตแต่ก็ไม่ได้คับแคบ ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ การตกแต่งเรียบง่ายในสไตล์มินิมอล ไม่มีของประดับมากมายหรือสิ่งใดที่ดูฟุ่มเฟือย ทว่ากลับให้ความรู้สึกสบายตาและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากจัดการกล้วยบวชชีไปถึงสองถ้วยอย่างเอร็ดอร่อย ธีรุตม์จึงขอตัวลากลับ ทว่าก่อนจะเดินออกจากบ้าน ชายหนุ่มกลับหันไปมองชาลิสาที่กำลังเดินตามหลังมาเพื่อไปส่งเขา
“พี่ขอเบอร์โทรน้องเอยไว้ได้ไหมครับ เดี๋ยวจะลืมอีก” พูดจบก็หันไปทางผู้ใหญ่ทั้งสอง “ผมขออนุญาตคุณลุงกับคุณป้าด้วยนะครับ”
“ป้าแล้วแต่เอยแล้วกันจ้ะ ธีร์คุยกับเอยเองแล้วกัน” ชุติมาตอบยิ้ม ๆ ก่อนหันไปบอกลูกสาว “เอย ไปส่งพี่เขาที่หน้ารั้วด้วยนะลูก”
พูดจบก็ชวนสามีที่ยืนอยู่ข้างกันเดินกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่น เปิดโอกาสให้ธีรุตม์กับชาลิสาได้พูดคุยกันตามลำพัง
ชาลิสาบอกเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองด้วยเสียงแผ่วเบา ใบหน้าก้มลงเล็กน้อยด้วยความเขินอาย
หลังจากบันทึกเบอร์เรียบร้อยแล้ว ธีรุตม์ก็เอ่ยขอไอดีไลน์ของเธอต่อ โดยให้เหตุผลว่าจะได้ส่งรูปที่ถ่ายด้วยกันวันนี้ให้ เพราะตอนอยู่ที่ร้านไอศกรีม เขาได้วานพนักงานในร้านช่วยถ่ายรูปคู่ของเขากับชาลิสาเอาไว้สองสามรูป
ความจริงจุดประสงค์แรกที่ธีรุตม์คิดจะถ่ายรูปเหล่านั้น ก็เพียงเพื่อนำกลับไปยืนยันกับมารดาว่าเขายอมพาหญิงสาวออกมาเดตตามที่รับปากไว้จริง ๆ เท่านั้น
ทว่าหลังจากได้พูดคุยและใช้เวลาอยู่กับชาลิสามาหลายชั่วโมง ความรู้สึกของชายหนุ่มกลับเปลี่ยนไปจากตอนแรกอยู่เล็กน้อย
อย่างน้อยตอนนี้...เขาก็รู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าน่าเอ็นดูกว่าที่คิด
##########
เมื่อกลับถึงบ้าน ธีรุตม์ส่งถุงกล้วยบวชชีที่ได้มาจากบ้านของชาลิสาให้ป้านิ่มนำไปอุ่นและตักมาให้บิดากับมารดาลองชิม
“ผมส่งรูปให้แม่ดูแล้วนะครับ ทั้งรูปตั๋วหนัง ทั้งรูปคู่กับน้องเอย ถือว่าภารกิจของผมจบเรียบร้อยแล้วนะครับ”
“แล้วธีร์คิดยังไงกับน้องเอย”
“เพิ่งเจอกันแค่สองครั้ง แม่จะให้ผมตกหลุมรักน้องเขาเลยหรือครับ” ธีรุตม์หัวเราะ “นี่ชีวิตจริงนะครับ ไม่ใช่นิยายน้ำเน่า”
“แม่ก็แค่ถามว่าลูกคิดยังไงกับน้อง ไม่ได้ถามสักหน่อยว่าตกหลุมรักหรือยัง”
“ก็...” ชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “น่ารักดีครับ ยังเด็ก ๆ แล้วก็ไม่ค่อยห่วงสวยเท่าไร”
“เอ๊ะ ยังไง ไม่ห่วงสวย?”
“ผมมีนัดกับเพื่อนพอดีครับ นัดกันคุยเรื่องร้านที่หุ้นกันไว้” ธีรุตม์เปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อเห็นว่ามารดาชักจะสนใจรายละเอียดมากขึ้นทุกที
“คืนนี้ผมขอไปค้างที่คอนโดนะครับ”
ชายหนุ่มตัดบทเสียอย่างนั้น ก่อนที่มารดาจะได้ซักไซ้อะไรเกี่ยวกับชาลิสาไปมากกว่านี้
“พอแม่ถามอะไรเยอะหน่อยก็ตัดบทอยู่เรื่อย” อนงค์บ่นไล่หลังลูกชายที่รีบเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตัวเอง
ไม่ถึงสิบห้านาทีต่อมา ธีรุตม์ก็เดินลงมาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่ หลังจากใช้เวลาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว
“ผมไปแล้วนะครับ”
ชายหนุ่มบอกพลางเดินตรงไปทางประตู พร้อมโบกมือให้มารดาที่ยังคงนั่งรับประทานอาหารอยู่
“ถึงคอนโดแล้วส่งข้อความบอกแม่ด้วยนะ”
“ได้ครับผม”
ธีรุตม์หันกลับมาทำท่าตะเบ๊ะรับคำ พร้อมโค้งตัวให้นิดหนึ่งอย่างล้อเลียน ก่อนจะรีบเดินออกจากบ้านไปขึ้นรถที่จอดอยู่ด้านหน้าแล้วขับออกไป
##########
“เอยครับ เรามาแต่งงานกันเถอะครับ”ชายหนุ่มตัดสินใจพูดเข้าประเด็นโดยไม่คิดจะอ้อมค้อมอีกต่อไปในเมื่อชาลิสาเป็นผู้หญิงที่มารดาของเขาถูกใจมากที่สุด อีกทั้งจากการพบกันสองครั้งก่อนหน้านี้ รวมถึงครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม เขาก็พบว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือเบื่อหน่ายเมื่อต้องใช้เวลาอยู่กับเธอ ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกเพลิดเพลินและสบายใจอย่างประหลาดเวลาอยู่กับชาลิสา เขาไม่จำเป็นต้องพยายามสร้างภาพเป็นสุภาพบุรุษผู้แสนดี ไม่ต้องคอยคิดว่าจะพูดหรือทำอะไรเพื่อให้เธอประทับใจ และไม่ต้องระมัดระวังตัวจนเสียความเป็นตัวเองเพราะหญิงสาวตรงหน้าเป็นคนเรียบง่ายและแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ เธอไม่ได้พยายามทำตัวให้ดูดีหรือเอาอกเอาใจเขาจนเกินพอดีนั่นทำให้ธีรุตม์รู้สึกว่า หากต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้หญิงคนนี้ไปอีกนาน เขาก็คงไม่ต้องฝืนตัวเองมากนักชาลิสานิ่งอึ้งไปพักใหญ่ หญิงสาวยกแก้วน้ำขึ้นจิบ ก่อนวางลงแล้วเงยหน้าสบตาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้าม จากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ตกลงค่ะพี่ธีร์ เรามาแต่งงานกันเถอะค่ะ”พูดจบเธอก็ส่งยิ้มกว้างสดใสให้ชายหนุ่มธีรุตม์ยิ้มตอบด้วยความยินดี“ขอบคุณมากนะครับเอย พี่สัญญาว่าจะเ
วันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ธีรุตม์ขับรถมาถึงบ้านของชาลิสาตั้งแต่เช้า หลังจากส่งข้อความมาขอนัดพบเธอในช่วงดึกของคืนก่อน โดยบอกว่ามีเรื่องอยากพูดคุยด้วยทว่าชาลิสาเพิ่งเห็นข้อความนั้นหลังตื่นนอน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ชายหนุ่มมาถึงบ้านของเธอแล้ว หญิงสาวจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวลงมาพบเขา และเห็นว่าธีรุตม์กำลังนั่งพูดคุยเรื่องงานวิจัยกับบิดาของเธออย่างออกรสออกชาติวันนี้ธีรุตม์แต่งกายด้วยชุดลำลองที่ดูเรียบร้อยและพิถีพิถัน เสื้อโปโลมีปกสีน้ำเงินเข้าคู่กับกางเกงสแล็ก ช่วยเสริมให้รูปร่างสูงเพรียวของเขาดูสง่าขึ้น ส่วนชาลิสาเลือกสวมชุดเดรสแขนพอง กระโปรงยาวคลุมเข่า ทำให้เธอดูน่ารักราวกับตุ๊กตาบาร์บี้เมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้ามา ธีรุตม์ก็ส่งยิ้มสดใสให้เธอ“พี่ขอโทษด้วยนะครับที่นัดเอยกะทันหัน เมื่อวานพี่ติดงานด่วนที่สำนักงาน กว่าจะเสร็จก็เกือบสามทุ่ม เลยไม่ได้มาพร้อมคุณพ่อคุณแม่”ธีรุตม์เอ่ยอธิบายถึงเหตุผลที่เขาไม่ได้มาพร้อมกับบิดามารดาเมื่อวานนี้“เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ เมื่อคืนเอยนอนเร็วน่ะค่ะ เลยเพิ่งเห็นข้อความของพี่ธีร์เมื่อเช้า พี่ธีร์ทานข้าวเช้าหรือยังคะ”“พี่กะว่าจะมารับเอยไปทานข้าวเช้าด้วยกัน”
นาฬิกาหัวเตียงบอกเวลาเกือบตีหนึ่งแล้ว ธีรุตม์ตัดสินใจลุกจากที่นอน หลังจากพลิกตัวไปมานานกว่าสองชั่วโมง แต่ก็ยังข่มตาให้หลับไม่ได้ภาพปรางค์ทิพย์ในชุดเจ้าสาวยืนเคียงข้างเจ้าบ่าวภายในโบสถ์ยังคงติดตาเขาอยู่ภาพถ่ายใบนั้นถูกส่งมาจากรุ่นน้องคนหนึ่งที่ไปร่วมงานแต่งงานของเธอ ทันทีที่เห็น หัวใจของธีรุตม์ก็เต้นระรัว สมองพลันว่างเปล่า ก่อนที่ความโศกเศร้าจะค่อย ๆ เข้ามาเกาะกุมหัวใจชายหนุ่มได้แต่เพ่งมองรอยยิ้มของเจ้าสาวในภาพปรางค์ทิพย์หลุดลอยไปจากชีวิตเขาตลอดกาลแล้วตอนนี้เธอมีคนที่ครอบครองหัวใจและมีคู่ครองที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์คาดหวังว่าเธอจะหวนกลับมาหาอีกต่อไปเวลาผ่านไปกว่าชั่วโมง ธีรุตม์ยังคงนั่งดื่มบรั่นดีและสูบบุหรี่มวนแล้วมวนเล่า กระทั่งสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายบุหรี่ที่ไหม้ลามมาจนเกือบถึงนิ้วลวกมือเข้าโดยไม่รู้ตัวชายหนุ่มรีบวางมันลงในที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนยกแก้วบรั่นดีตรงหน้าขึ้นจิบอึกใหญ่เขาถอนหายใจยาวอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งถอนหายใจไปหลายหนในเวลาไม่ถึงสิบนาทีธีรุตม์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูข้อความแชตต่าง ๆ อย่างใจลอย กระทั่งสายตาสะดุดเข้ากับบทสนทนาที่เคยส่งถึงชาลิสาเมื่อหลาย
ธีรุตม์ในชุดสูทสีขาวทั้งชุดยืนอยู่หน้าประตูห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ โดยมีชาลิสายืนคล้องแขนอยู่เคียงข้างชายหนุ่มหันไปมองเจ้าสาวที่เอาแต่ก้มหน้า ขณะที่มือเล็ก ๆ ซึ่งเกาะแขนของเขาอยู่กลับสั่นจนเขารู้สึกได้ชัดธีรุตม์จึงใช้มือข้างที่ว่างกุมมือของเธอเอาไว้ ชาลิสาเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเห็นเขายกยิ้มมุมปากให้นิดหนึ่ง“ค่อย ๆ เดิน ไม่ต้องรีบ แล้วก็มองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว”ขณะนั้นเอง พนักงานออร์แกไนเซอร์ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาคู่บ่าวสาว“เจ้าบ่าวเจ้าสาวพร้อมแล้วนะครับ อีกห้านาทีประตูห้องจะเปิด ให้เดินตรงไปที่เวทีเลยนะครับ ตรงนั้นจะมีบันไดขึ้นเวทีอยู่ ขั้นบันไดอาจจะแคบสักหน่อย ค่อย ๆ เดินนะครับ เหมือนที่เราซ้อมกันไว้เมื่อสองวันก่อน”ธีรุตม์กับชาลิสาพยักหน้ารับพร้อมกัน ก่อนขยับจัดท่าทางให้เรียบร้อย เมื่อเห็นว่าทั้งคู่พร้อมแล้ว พนักงานจึงส่งสัญญาณให้เปิดประตูห้องจัดเลี้ยงบานประตูขนาดใหญ่ค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างของคู่บ่าวสาวที่ยืนเคียงข้างกัน ด้วยรูปร่างที่แตกต่าง ชาลิสาซึ่งสูงเพียงระดับไหล่ของธีรุ
แก้วบรรจุน้ำสีอำพันหมุนวนไปตามแรงมือของชายหนุ่มที่แกว่งมันไปมาอย่างลังเล ขณะที่สายตาจับจ้องอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ตรงหน้าธีรุตม์กำลังชั่งใจว่าจะส่งรูปคู่ของเขากับชาลิสาไปให้หญิงสาวดีหรือไม่ชายหนุ่มหวนคิดถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับเธอในวันนี้ แม้จะเป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอึดอัดหรือรำคาญอย่างที่เคยคิดไว้ในตอนแรกที่ผ่านมา ธีรุตม์ผ่านการเดตกับผู้หญิงมาหลายคน หากคนไหนถูกใจทั้งหน้าตาและรูปร่าง เขาก็พร้อมจะสานสัมพันธ์ต่อ ชวนไปเที่ยว ซื้อของ หรือพาไปกินอาหารตามที่อีกฝ่ายชอบส่วนคนที่ไม่ได้ถูกใจนัก หากเป็นผู้หญิงที่มารดาแนะนำให้รู้จัก เขาก็มักปฏิเสธไปตรง ๆ หรือไม่ก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมไปตามนัดที่มารดาจัดไว้ให้และถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ...เขาก็มีวิธีของตัวเองที่จะทำให้อีกฝ่ายเป็นคนถอยไปก่อน ด้วยการพูดจาขวานผ่าซาก ไม่สนว่าคำพูดของตัวเองจะทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองหรือเสียความรู้สึกเพียงใด แถมยังแสดงพฤติกรรมน่าเอือมระอาจนหญิงสาวเหล่านั้นทนไม่ไหวและเลิกสนใจเขาไปเองสำหรับชาลิสา เมื่อเช้านี้ธีรุตม์ไปรับหญิงสาวอย่าง
ธีรุตม์จอดรถหน้าบ้านของชาลิสาซึ่งตั้งอยู่หลังสุดท้ายในซอย ทำให้บริเวณหน้าบ้านค่อนข้างเป็นส่วนตัวและสามารถจอดรถได้นานโดยไม่รบกวนเพื่อนบ้านหลังอื่นชายหนุ่มลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูให้คนที่นั่งอยู่ข้างคนขับ ทว่าเป็นจังหวะเดียวกับที่ชาลิสาเปิดประตูและก้าวลงมาพอดีระยะห่างที่เหลือเพียงนิดทำให้ทั้งคู่สบตากันโดยไม่ทันตั้งตัวชาลิสาเกิดอาการประหม่าขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เผลอยื่นมือไปเกาะแขนของธีรุตม์ไว้โดยไม่รู้ตัว“เอ่อ...ขอโทษด้วยค่ะ”หญิงสาวรีบปล่อยมือทันที ทว่าสัมผัสจากกล้ามเนื้อแข็งตึงใต้ฝ่ามือเมื่อครู่กลับทำให้เธอยิ่งทำตัวไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อชายหนุ่มยังยืนอยู่ใกล้เสียจนแทบชิดกับตัวรถชาลิสาก้มหน้าแล้วรีบเดินเข้าบ้าน ขณะที่ธีรุตม์เดินตามหลังมาอย่างไม่เร่งรีบเมื่อเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น ชัยวัฒน์ บิดาของหญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ส่วนชุติมา มารดาของเธอกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ไม่ไกล“สวัสดีครับ”ธีรุตม์ยกมือไหว้ชัยวัฒน์และชุติมาอย่างนอบน้อม“ขอ







