Share

บทที่ 4 กะทันหัน (1) [50%]

last update publish date: 2026-10-16 13:15:59

ธีรุตม์ในชุดสูทสีขาวทั้งชุดยืนอยู่หน้าประตูห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ โดยมีชาลิสายืนคล้องแขนอยู่เคียงข้าง

ชายหนุ่มหันไปมองเจ้าสาวที่เอาแต่ก้มหน้า ขณะที่มือเล็ก ๆ ซึ่งเกาะแขนของเขาอยู่กลับสั่นจนเขารู้สึกได้ชัด

ธีรุตม์จึงใช้มือข้างที่ว่างกุมมือของเธอเอาไว้ ชาลิสาเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเห็นเขายกยิ้มมุมปากให้นิดหนึ่ง

“ค่อย ๆ เดิน ไม่ต้องรีบ แล้วก็มองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว”

ขณะนั้นเอง พนักงานออร์แกไนเซอร์ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาคู่บ่าวสาว

“เจ้าบ่าวเจ้าสาวพร้อมแล้วนะครับ อีกห้านาทีประตูห้องจะเปิด ให้เดินตรงไปที่เวทีเลยนะครับ ตรงนั้นจะมีบันไดขึ้นเวทีอยู่ ขั้นบันไดอาจจะแคบสักหน่อย ค่อย ๆ เดินนะครับ เหมือนที่เราซ้อมกันไว้เมื่อสองวันก่อน”

ธีรุตม์กับชาลิสาพยักหน้ารับพร้อมกัน ก่อนขยับจัดท่าทางให้เรียบร้อย เมื่อเห็นว่าทั้งคู่พร้อมแล้ว พนักงานจึงส่งสัญญาณให้เปิดประตูห้องจัดเลี้ยง

บานประตูขนาดใหญ่ค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างของคู่บ่าวสาวที่ยืนเคียงข้างกัน ด้วยรูปร่างที่แตกต่าง ชาลิสาซึ่งสูงเพียงระดับไหล่ของธีรุตม์จึงดูตัวเล็กน่าทะนุถนอม ยิ่งเมื่อยืนคล้องแขนกันเช่นนี้ ทั้งคู่ก็ดูเหมาะสมกันไม่น้อย

เจ้าสาวอยู่ในชุดสีขาวกระโปรงยาวเหนือเข่าเล็กน้อย ดูคล่องตัวและเหมาะกับรูปร่างเล็ก ๆ ของเธอ ตัวชุดออกแบบให้เปิดไหล่ โดยมีผ้าลูกไม้บางเบาคลุมอยู่ เพิ่มความอ่อนหวานน่ารักและแฝงความเซ็กซี่เอาไว้เล็กน้อย

ชาลิสาก้าวเดินเคียงข้างธีรุตม์ไปตามทางเดินที่ทอดยาวสู่เวที ชายหนุ่มตั้งใจผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง เพื่อให้เจ้าสาวสามารถก้าวตามได้ทันโดยไม่ต้องเร่งรีบ

ตลอดทางเดินสู่เวที เสียงปรบมือจากแขกเหรื่อดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งญาติพี่น้องของคู่บ่าวสาว เพื่อนสนิท คนรู้จัก ตลอดจนเพื่อนร่วมงาน ต่างมาร่วมแสดงความยินดีในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสที่จัดขึ้นในคืนวันเสาร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แขกส่วนใหญ่สะดวกมาร่วมงาน

แม้จะเป็นงานแต่งงานที่จัดขึ้นอย่างเร่งรีบ โดยแขกแต่ละคนเพิ่งได้รับคำเชิญเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ทั้งผ่านบัตรเชิญออนไลน์ การโทรศัพท์แจ้งข่าว หรือการเชิญด้วยตัวเองก็ตาม

นอกจากเสียงปรบมือแล้ว ยังมีเสียงชัตเตอร์ดังรัวไม่ขาดสาย ทั้งจากทีมช่างภาพที่ว่าจ้างมาและโทรศัพท์มือถือของแขกที่ต่างพากันยกขึ้นบันทึกภาพคู่บ่าวสาว แสงแฟลชวูบวาบเป็นระยะตลอดทางที่ทั้งสองเดินผ่าน

คืนนี้ธีรุตม์รู้สึกราวกับตัวเองกำลังอยู่ในความฝัน

จากชายหนุ่มโสดที่ยังใช้ชีวิตอย่างอิสระเมื่อวานนี้ วันนี้เขากลับกลายเป็นเจ้าบ่าวที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตครอบครัว มีภรรยา และในอนาคตอาจมีลูกที่ต้องรับผิดชอบอีกด้วย

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนเขาแทบตั้งตัวไม่ทัน

หากมีคนไปถามธีรุตม์ว่า เขาพร้อมสำหรับการแต่งงานครั้งนี้หรือไม่ ชายหนุ่มคงตอบเสียงแข็งทันทีว่าไม่ ตลอดงานเลี้ยงคืนนี้เขาจึงแทบไม่มีรอยยิ้ม บางครั้งยังเผลอทำหน้าเคร่งเครียด เพราะการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของเขา หากแต่เป็นสถานการณ์ที่บีบบังคับจนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

หลังจากพบกับชาลิสาเป็นครั้งที่สอง ธีรุตม์ก็ไม่ได้ติดต่อหญิงสาวอีกเลย แม้เขาจะเคยส่งรูปคู่ที่ถ่ายด้วยกันไปให้ทางแชต แต่เธอก็ตอบกลับมาเพียงสั้น ๆ ว่า ‘ขอบคุณค่ะ’

จากนั้นบทสนทนาของทั้งคู่ก็เงียบหาย ไม่มีฝ่ายใดคิดจะสานต่อความสัมพันธ์

ทว่าเพียงไม่กี่วันต่อมา กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อคุณปู่ของธีรุตม์ หรือ ‘อากง’ ประสบอุบัติเหตุหกล้มในห้องน้ำกลางดึก จนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างกะทันหัน

อากงของธีรุตม์ปรารถนามานานแล้วที่จะเห็นหลานชายคนเดียวแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา และมีเหลนมาให้เชยชมสักหลาย ๆ คน โดยเฉพาะเหลนชาย

ด้วยความที่ครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวเชื้อสายจีนซึ่งยังยึดถือค่านิยมเรื่องการมีทายาทชายสืบสกุล อากงจึงให้ความสำคัญกับลูกชาย หลานชาย และเหลนชายเป็นพิเศษ อีกทั้งในตระกูลก็มีทั้งหลานสาวและเหลนสาวอยู่หลายคนแล้ว จึงยิ่งทำให้ผู้เฒ่าเฝ้าหวังว่าจะได้อุ้มเหลนชายสักคนในช่วงบั้นปลายชีวิต

ทั้งอาม่า รวมถึงบรรดาพี่น้องทางฝั่งบิดาของธีรุตม์ ต่างพากันพูดเกลี้ยกล่อมให้เขารีบแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา ด้วยความหวังว่าหากอากงได้รับรู้ข่าวดี อาการเจ็บป่วยอาจจะดีขึ้นบ้าง

สำหรับธีรุตม์ เขากลับมองว่าอากงเพียงแค่อายุมากแล้ว อีกทั้งการหกล้มครั้งนี้ก็ไม่ได้รุนแรงนัก เพราะครอบครัวรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลจนได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที เพียงแต่แพทย์ต้องการให้นอนพักรักษาตัวต่ออีกระยะเพื่อเฝ้าดูอาการเท่านั้น

ถึงกระนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็สร้างความวิตกกังวลให้แก่บรรดาลูก ๆ ของอากงไม่น้อย

ธีรุตม์เริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาหาตัวเอง เมื่อญาติผู้ใหญ่ต่างพากันพูดเรื่องแต่งงานกับเขาไม่หยุดหย่อน

จนในที่สุด อนงค์ผู้เป็นมารดาก็เอ่ยปากว่าอยากให้เขาแต่งงานกับชาลิสา หญิงสาวคนล่าสุดที่เพิ่งไปดูตัวด้วยกัน

อนงค์รู้สึกถูกชะตากับชาลิสามาตั้งแต่แรก อีกทั้งหญิงสาวยังเป็นลูกสาวของเพื่อนสนิทที่เธอรู้จักและไว้วางใจเป็นอย่างดี จึงมั่นใจทั้งในเรื่องมารยาทและความประพฤติ

ที่สำคัญ ในสายตาของอนงค์ ชาลิสาเป็นเด็กเรียบร้อย ไม่เหลวไหล ไม่คบหาผู้ชายมากหน้าหลายตา และไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กินกับใครก่อนแต่งงานอย่างที่เธอมองว่าหนุ่มสาวบางคนสมัยนี้นิยมทำกัน

ด้วยความที่อนงค์ยังมีความคิดค่อนข้างหัวโบราณ เธอจึงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีความประพฤติดีงาม ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสียหรือประวัติด่างพร้อยให้ครอบครัวต้องอับอายขายหน้าในภายหลัง

อนงค์พยายามพูดเกลี้ยกล่อมธีรุตม์เรื่องแต่งงานอยู่ทุกวัน แถมยังส่งข้อความหรือโทรมาพูดซ้ำวันละหลายรอบ จนชายหนุ่มทนฟังไม่ไหว ต้องหนีไปค้างคืนที่คอนโดซึ่งซื้อเอาไว้เป็นที่หลบภัย หรือไม่ก็ไปขลุกอยู่ที่ร้านอาหารกึ่งผับบาร์ที่ร่วมหุ้นกับกลุ่มเพื่อนสนิท

“มึงมาที่ร้านทุกเย็นเลยนะ คุณนายอนงค์ไม่บ่นจนหูชาเลยหรือไงวะ”

“ก็เพราะแม่กูบ่นจนหูชานี่แหละ กูถึงต้องหลบมารักษาหูที่นี่ไง ไอ้ภาคพิสดาร”

ธีรุตม์สวนกลับทันควัน พร้อมถือโอกาสเปลี่ยนชื่อให้เพื่อนสนิทเสียใหม่

“อ้าว ไอ้นี่! แล้วมีเรื่องอะไรอีกล่ะ ถ้าเป็นเรื่องแต่งงาน มึงก็แต่ง ๆ ไปเหอะ ไหนมึงเคยบอกไงว่าแม่หาผู้หญิงคนไหนมาให้ มึงก็กะจะแต่ง ๆ ไป แล้วรีบปั๊มลูกแข่งกับไอ้ริวมัน”

“ใครจะไปเก่งแบบมันล่ะวะ น้องรุ้งยังไม่ทันครบขวบ แพทก็ท้องป่องอีกคนแล้ว”

“ไอ้ริวมันนำไปสองศูนย์แล้วนะเว้ย ส่วนพวกเรายังติดศูนย์กันอยู่เลย มึงก็รีบ ๆ แต่งไปเหอะ ไอ้ธีร์”

เอกภพที่เพิ่งเดินเข้ามาทันได้ยินบทสนทนาพอดี เอ่ยสมทบก่อนหย่อนตัวลงนั่งข้างธีรุตม์ พร้อมตบไหล่เพื่อนเบา ๆ ราวกับกำลังให้กำลังใจ

“หรือว่าน้องบาร์บี้คนนั้นยังไม่ถูกใจมึงวะ ถ้าอย่างนั้นมึงก็เลือกเอาจากสาว ๆ ที่เคยคบก็ได้นี่หว่า เห็นมีตั้งหลายคนอยากกลับมาสานสัมพันธ์กับมึง บางคนก็มาที่ร้านคอยถามหามึงอยู่เรื่อย ๆ” ภาคภูมิยังไม่วายแหย่เพื่อนต่อ

ธีรุตม์กลับนิ่งเงียบ สายตาเอาแต่จ้องหน้าจอโทรศัพท์ จนเอกภพอดทักขึ้นมาอีกไม่ได้

“เฮ้ย มึงเป็นอะไรไปวะ อยู่ดี ๆ ก็เงียบเฉยเลย”

“ไม่มีอะไร กูกลับคอนโดก่อนล่ะ เหนื่อย” ธีรุตม์ตอบสั้น ๆ ก่อนลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางอ่อนล้า แล้วเดินดุ่มออกจากร้านไป ทิ้งให้เพื่อนทั้งสองมองตามด้วยความงุนงง

##########

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เธอคือรักครั้งสุดท้าย   บทที่ 4 กะทันหัน (1) [50%]

    ธีรุตม์ในชุดสูทสีขาวทั้งชุดยืนอยู่หน้าประตูห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ โดยมีชาลิสายืนคล้องแขนอยู่เคียงข้างชายหนุ่มหันไปมองเจ้าสาวที่เอาแต่ก้มหน้า ขณะที่มือเล็ก ๆ ซึ่งเกาะแขนของเขาอยู่กลับสั่นจนเขารู้สึกได้ชัดธีรุตม์จึงใช้มือข้างที่ว่างกุมมือของเธอเอาไว้ ชาลิสาเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเห็นเขายกยิ้มมุมปากให้นิดหนึ่ง“ค่อย ๆ เดิน ไม่ต้องรีบ แล้วก็มองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว”ขณะนั้นเอง พนักงานออร์แกไนเซอร์ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาคู่บ่าวสาว“เจ้าบ่าวเจ้าสาวพร้อมแล้วนะครับ อีกห้านาทีประตูห้องจะเปิด ให้เดินตรงไปที่เวทีเลยนะครับ ตรงนั้นจะมีบันไดขึ้นเวทีอยู่ ขั้นบันไดอาจจะแคบสักหน่อย ค่อย ๆ เดินนะครับ เหมือนที่เราซ้อมกันไว้เมื่อสองวันก่อน”ธีรุตม์กับชาลิสาพยักหน้ารับพร้อมกัน ก่อนขยับจัดท่าทางให้เรียบร้อย เมื่อเห็นว่าทั้งคู่พร้อมแล้ว พนักงานจึงส่งสัญญาณให้เปิดประตูห้องจัดเลี้ยงบานประตูขนาดใหญ่ค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างของคู่บ่าวสาวที่ยืนเคียงข้างกัน ด้วยรูปร่างที่แตกต่าง ชาลิสาซึ่งสูงเพียงระดับไหล่ของธีรุ

  • เธอคือรักครั้งสุดท้าย   บทที่ 3 ถลำไม่รู้ตัว [100%]

    แก้วบรรจุน้ำสีอำพันหมุนวนไปตามแรงมือของชายหนุ่มที่แกว่งมันไปมาอย่างลังเล ขณะที่สายตาจับจ้องอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ตรงหน้าธีรุตม์กำลังชั่งใจว่าจะส่งรูปคู่ของเขากับชาลิสาไปให้หญิงสาวดีหรือไม่ชายหนุ่มหวนคิดถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับเธอในวันนี้ แม้จะเป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอึดอัดหรือรำคาญอย่างที่เคยคิดไว้ในตอนแรกที่ผ่านมา ธีรุตม์ผ่านการเดตกับผู้หญิงมาหลายคน หากคนไหนถูกใจทั้งหน้าตาและรูปร่าง เขาก็พร้อมจะสานสัมพันธ์ต่อ ชวนไปเที่ยว ซื้อของ หรือพาไปกินอาหารตามที่อีกฝ่ายชอบส่วนคนที่ไม่ได้ถูกใจนัก หากเป็นผู้หญิงที่มารดาแนะนำให้รู้จัก เขาก็มักปฏิเสธไปตรง ๆ หรือไม่ก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมไปตามนัดที่มารดาจัดไว้ให้และถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ...เขาก็มีวิธีของตัวเองที่จะทำให้อีกฝ่ายเป็นคนถอยไปก่อน ด้วยการพูดจาขวานผ่าซาก ไม่สนว่าคำพูดของตัวเองจะทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองหรือเสียความรู้สึกเพียงใด แถมยังแสดงพฤติกรรมน่าเอือมระอาจนหญิงสาวเหล่านั้นทนไม่ไหวและเลิกสนใจเขาไปเองสำหรับชาลิสา เมื่อเช้านี้ธีรุตม์ไปรับหญิงสาวอย่าง

  • เธอคือรักครั้งสุดท้าย   บทที่ 3 ถลำไม่รู้ตัว [50%]

    ธีรุตม์จอดรถหน้าบ้านของชาลิสาซึ่งตั้งอยู่หลังสุดท้ายในซอย ทำให้บริเวณหน้าบ้านค่อนข้างเป็นส่วนตัวและสามารถจอดรถได้นานโดยไม่รบกวนเพื่อนบ้านหลังอื่นชายหนุ่มลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูให้คนที่นั่งอยู่ข้างคนขับ ทว่าเป็นจังหวะเดียวกับที่ชาลิสาเปิดประตูและก้าวลงมาพอดีระยะห่างที่เหลือเพียงนิดทำให้ทั้งคู่สบตากันโดยไม่ทันตั้งตัวชาลิสาเกิดอาการประหม่าขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เผลอยื่นมือไปเกาะแขนของธีรุตม์ไว้โดยไม่รู้ตัว“เอ่อ...ขอโทษด้วยค่ะ”หญิงสาวรีบปล่อยมือทันที ทว่าสัมผัสจากกล้ามเนื้อแข็งตึงใต้ฝ่ามือเมื่อครู่กลับทำให้เธอยิ่งทำตัวไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อชายหนุ่มยังยืนอยู่ใกล้เสียจนแทบชิดกับตัวรถชาลิสาก้มหน้าแล้วรีบเดินเข้าบ้าน ขณะที่ธีรุตม์เดินตามหลังมาอย่างไม่เร่งรีบเมื่อเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น ชัยวัฒน์ บิดาของหญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ส่วนชุติมา มารดาของเธอกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ไม่ไกล“สวัสดีครับ”ธีรุตม์ยกมือไหว้ชัยวัฒน์และชุติมาอย่างนอบน้อม“ขอ

  • เธอคือรักครั้งสุดท้าย   บทที่ 2 ออกเดต [100%]

    หญิงสาวพยักหน้าโดยแทบไม่ต้องคิดที่ผ่านมาธีรุตม์ยังไม่เคยเจอผู้หญิงที่ออกเดตด้วยคนไหนเป็นฝ่ายขอไปกินปิ้งย่างมาก่อน ส่วนใหญ่ถ้าให้เลือก ก็มักเลือกร้านอาหารดี ๆ บรรยากาศหรูหน่อย หรือไม่ก็ร้านที่มีบาร์ มีดนตรีให้นั่งฟังสบาย ๆแต่คราวนี้ชาลิสาไม่คิดจะเกรงใจอีกแล้วไหน ๆ ชายหนุ่มก็น่าจะถูกมารดาบังคับให้มาหาเธอ และหลังจากวันนี้ทั้งคู่อาจไม่ได้เจอกันอีกก็ได้ แล้วเธอจะมัวรักษามารยาทด้วยการเลือกกินอะไรก็ได้ตามใจเขาไปทำไมเมื่อคืนเธอนั่งดูซีรีส์เกาหลี แล้วบังเอิญเจอฉากตัวละครกำลังกินปิ้งย่างกันอย่างเอร็ดอร่อย ภาพเนื้อย่างบนเตาร้อน ๆ ยังติดตาอยู่จนถึงตอนนี้ในเมื่ออยากกิน ก็จะกินส่วนเรื่องกลิ่นจะติดเสื้อ ติดผม...ก็ช่างมันสิ“เอาสิ แล้วมีร้านแนะนำไหม”เมื่อธีรุตม์ตอบตกลงง่าย ๆ ชาลิสาก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง“ตอนเดินเข้าห้าง เอยเห็นร้านหนึ่งอยู่ชั้นสอง ตรงหน้าทางเข้าที่จอดรถค่ะ มีทั้งแบบบุฟเฟต์แล้วก็แบบเป็นเซ็ต ไปลองร้านนั้นไหมคะ”ชายหนุ่มไม่ได้ตอบว่าอะไร เพียงเดินนำไปทางลิฟต์ ก่อนพาเธอลงไปยังชั้นสองและต

  • เธอคือรักครั้งสุดท้าย   บทที่ 2 ออกเดต [50%]

    ชาลิสาเดินเคียงข้างธีรุตม์ออกจากบ้านด้วยความรู้สึกที่ยังไม่หายแปลกใจดีนักก่อนหน้านี้ชายหนุ่มขับรถมารับเธอถึงบ้าน เข้าไปยกมือไหว้ทักทายบิดามารดาอย่างนอบน้อม ทั้งยังพูดคุยยิ้มแย้มเสียจนดูเป็นคนอัธยาศัยดี ก่อนจะเอ่ยปากขออนุญาตพาเธอออกไปดูหนังด้วยกันผิดกับผู้ชายเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่โยนเงินค่ารถไว้ให้ แล้วประกาศชัดว่าไม่อยากเจอเธออีกชนิดหน้ามือเป็นหลังมือทว่าทันทีที่ก้าวขึ้นรถและพ้นสายตาผู้ใหญ่ รอยยิ้มกับท่าทีช่างพูดช่างคุยเมื่อครู่ก็หายวับไปราวกับไม่เคยมีชาลิสาแอบเหลือบมองคนข้าง ๆ อยู่หลายครั้ง พลางนึกในใจว่า ผู้ชายที่เพิ่งนั่งยิ้มแย้มคุยกับพ่อแม่ของเธอเมื่อครู่คงถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงไปชั่วขณะ ถึงได้กลายเป็นคนละคนกับธีรุตม์ที่กำลังนั่งตีหน้าขรึมอยู่หลังพวงมาลัยในตอนนี้ชายหนุ่มไม่พูดกับเธอสักคำ ซ้ำยังแทบไม่หันมามองหน้ากันตลอดทางจนกระทั่งรถแล่นมาจอดยังห้างสรรพสินค้าแห่งเดิม สถานที่ซึ่งเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เธอกับเขาเคยนั่งรับประทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกันด้วยบรรยากาศไม่ต่างจากคนแปลกหน้าสองคนธีรุตม์ลงจากรถแล้วเดินนำเข้าไปในห้างโดยไม่คิดจะชะลอฝีเท้ารอ ชาลิสาจึงได้แต่เดินตามอยู่ด้านหลัง

  • เธอคือรักครั้งสุดท้าย   บทที่ 1 ดูตัว [100%]

    หลังนั่งแท็กซี่กลับมาถึงบ้าน ชาลิสาก็เดินเข้าบ้านอย่างอ่อนล้า ตลอดทางกลับมา ถ้อยคำทิ้งท้ายของธีรุตม์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ซ้ำไปซ้ำมาจนยากจะสลัดออกโชคดีที่เวลานี้ยังไม่มีใครกลับถึงบ้าน หญิงสาวจึงไม่ต้องคอยฝืนสีหน้าหรือหาคำตอบ หากถูกถามว่าการพบกันวันนี้เป็นอย่างไรเธอเดินเข้าห้องนอน วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเปิดกระเป๋าหยิบธนบัตรสีเทาใบนั้นออกมารอยยับบนธนบัตรยังคงอยู่ชาลิสาใช้นิ้วค่อย ๆ รีดมันทีละรอยจนเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นจึงเปิดลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือ หยิบกล่องเหล็กใบเล็กเก่า ๆ ที่เก็บอยู่ด้านในออกมาเธอวางธนบัตรหนึ่งพันบาทลงในกล่อง ก่อนหยิบกระดาษแผ่นเล็กมาเขียนข้อความสั้น ๆ“ค่ารถจากพี่ธีร์ วันที่ XX/XX/XX”ปลายปากกาหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งชาลิสามองข้อความที่เพิ่งเขียน ก่อนพับกระดาษวางลงไปเคียงกับธนบัตร แล้วปิดฝากล่องอย่างแผ่วเบาหญิงสาวนิ่งมองกล่องเหล็กในมืออยู่พักใหญ่ ก่อนเก็บมันกลับเข้าไปในลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือตามเดิมเมื่อนึกย้อนถึงเหต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status