LOGINย้อนกลับไปเหตุการณ์ในคืนนั้น เขาที่พึ่งจะเลิกรากับแฟนสาวที่ตัวเองรักมากทั้งที่กำลังวางแผนจะขอเธอแต่งงานในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่วันนั้นเขาโดนบอกเลิกด้วยเหตุผลที่ว่าเขาไม่มีเวลาให้เธอ ผู้หญิงคนนั้นขอจบความสัมพันธ์ง่ายๆเพื่อจะไปแต่งงานกับคนอื่น เขาเสียใจมากจึงเลือกที่จะมาดื่มเหล้าย้อมใจเพื่อระบายความเจ็บปวด
ส่วนเธอที่พึ่งจะเรียนจบนึกครึ้มอยากไปฉลองกับเพื่อนๆที่ผับ เธอรู้ว่าตัวเองเป็นคนคออ่อนแต่ก็เสือกอยากไปดื่มอยากเมาเพื่อปลดปล่อยชีวิตที่หนักอึ้งกับการเรียนที่ผ่านมา โดยไม่คิดเลยว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ของตัวเองจะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต ในตอนที่เธอเมาเธอมักจะทำอะไรแปลกๆที่ทุกคนไม่คาดคิดเสมอ เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขา เธอไม่รู้ว่าเรื่องมันเริ่มต้นยังไง แต่ที่รู้คือเธอเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเขาเอง เพียงเพราะถูกใจคนหล่อ เขาทำให้ผู้หญิงเมาๆคนนี้หัวใจเต้นแรงตั้งแต่ครั้งแรกที่สบตา ตอนแรกเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเธอด้วยซ้ำ แต่เธอดันเสนอหน้าไปนั่งข้างๆเขา พอเริ่มเมาเขาก็เริ่มพูดความในใจออกมา เธอเองก็เป็นคนขี้สงสารก็เลยนั่งปลอบเขา แต่ไม่รู้ปลอบกันท่าไหนมันถึงได้มาจบบนเตียงแบบนี้ พอตื่นเช้าเราทั้งคู่ก็ตกใจกับสภาพเปลือยเปล่าของกันและกันและภาพกิจกรรมบนเตียงอันเร่าร้อนของเราสองคนก็ฉายขึ้นมาให้หัวของเธอเป็นฉากๆ บ่งบอกได้ว่าเราสนุกกันแค่ไหน เขาเอยคำขอโทษที่ทำแบบนั้นลงไป ส่วนเธอก็ตอบรับแบบงงๆ ก็จะให้ทำยังไงล่ะในเมื่อเขาไม่ได้ตั้งใจ ถึงมันจะเป็นครั้งแรกของเธอก็เถอะ จะให้เธอบังคับให้เขามารับผิดชอบก็ไม่ใช่เรื่อง "ผมขอโทษที่ล่วงเกินคุณ ผมทำไปเพราะเมา" เขายอมรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ทุกอย่างมันเกิดเพราะความเมา ไม่ใช่เพราะชอบหรือพิษสวาทอะไรทั้งนั้น ปกติเขาไม่ใช่คนที่ชอบนอนกับคนอื่นไปทั่ว เมื่อคืนถือว่าเขาพลาดจริงๆ "ค่ะ ฉันเข้าใจ เพราะเราก็เมากันทั้งคู่ เอาเป็นว่าเราแยกย้ายกันเถอะคะ" เธอต้องรีบจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพราะตอนนี้เธอไม่เป็นตัวของตัวเองเลย การที่ต้องมานั่งเจรจาเรื่องนี้กับผู้ชายที่ตัวเองไม่รู้จักมันไม่ดีเลยสักนิด "คุณแน่ใจนะ...ว่าโอเค" ชายหนุ่มถามหญิงสาวข้างกายที่กำลังก้มหน้าก้มตาเพราะต้องการความชัดเจน เขาไม่อยากให้เรื่องผิดพลาดครั้งนี้กลายเป็นปัญหาในอนาคต "ฉันไม่เป็นไร คุณลืมมันไปเถอะ" หึ ถ้าเธอโอเคก็บ้าแล้ว แต่ให้ทำยังไงได้ละ เธอไม่กล้าที่จะเรียกร้องความรับผิดชอบจากเขาหรอก "เมื่อคืนผมไม่ได้ป้องกัน" นี่คืออีกเรื่องที่เขาพลาด เพราะเขาไม่เคยมีอะไรกับใครโดยไม่ป้องกัน "ค่ะ เดี๋ยวฉันจะกินยาคุมฉุกเฉิน คุณไม่ต้องกังวล" "แต่ผมเป็นคนแรกของคุณ" รอยเลือดเป็นจุดๆบนที่นอน บอกได้ชัดเจนว่าเธอยังบริสุทธิ์และเขาก็เป็นคนแรกของเธอ "เออ คุณรู้" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปถามเขาด้วยความสงสัยว่าเขารู้ได้ยังไง "อื้ม" จะไม่ให้เขารู้ได้ยังไงละ ในเมื่อเขาคือคนที่พรากเยื่อบางๆของเธอไป เขารู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่เพราะความตื่นเต้นที่ได้เป็นคนแรก เขาถึงได้ปล่อยผ่านและสานต่อความต้องการของตัวเองจนจบ "ไม่เป็นไรหรอก ยังไงสักวันฉันก็ต้องเสียมันอยู่แล้ว อีกอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นคุณก็ไม่ได้ตั้งใจ เราก็ผิดด้วยกันทั้งคู่" ในระหว่างที่เราสองคนกำลังตกลงกัน อยู่ๆก็มีบุคคลที่สามสี่ห้าเปิดประตูห้องนอนของเธอเข้ามาและพวกเขาเหล่านั้นก็คือพ่อกับแม่และน้องสาวสุดที่รักของเธอเอง เหมือนว่าทุกคนตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์เธอที่เรียนจบ แต่กลับต้องเจอเซอร์ไพรส์เองเพราะลูกสาวสุดที่รักอยู่ในห้องกับผู้ชายสองต่อสองในสภาพที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า จากที่ตอนแรกเรื่องจะจบง่ายๆแต่พ่อกับแม่ของเธอกลับไม่ยอม เรียกร้องให้เขารับผิดชอบด้วยการแต่งงาน และไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงถึงได้ตอบตกลงคุณพ่อของเธอไป "คุณไม่ควรตอบตกลงคุณพ่อไปแบบนั้นนะคะ" "มันคือสิ่งที่ผมควรทำ" "แต่การแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ คนไม่รักกันจะอยู่ด้วยกันได้เหรอ" "ได้สิ.... เราแค่แต่งงานให้ผู้ใหญ่สบายใจและผมจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดกับคุณด้วย" "เพียงเพราะไม่อยากรู้สึกผิดคุณต้องทำขนาดนี้เลยเหรอค่ะ" ความจริงที่ผมตัดสินใจแต่งงานกับเธอไม่ใช่แค่เพราะรู้สึกผิดหรืออยากรับผิดชอบแค่นั้น แต่ผมอยากทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองลืมผู้หญิงที่รักได้สักที ตอนนี้ผมยังเจ็บปวดกับการเลิกราของเรา ผมยอมรับว่าผมยังทำใจไม่ได้ บางทีการที่ผมได้อยู่ใกล้ผู้หญิงคนอื่นอาจจะทำให้ผมลืมแก้วได้ง่ายขึ้น "เราจะแต่งงานกันเดือนหน้า พี่คุยกับพ่อของเธอแล้วและดูเหมือนว่าท่านจะกังวลกลัวว่าลูกสาวจะท้อง หวังว่าเธอจะเข้าใจ" "พะ... พี่" "ใช่....ต่อไปนี้เธอต้องเรียกพี่ว่าพี่ราช เพราะพี่อายุมากกว่าเธอหลายปี" "ค่ะ เรียกหนูว่าทิชาก็ได้" "ก่อนที่เราจะแต่งงานกันพี่ขอย้ำกับเธอให้ชัดเจนและเข้าใจ ว่าเราแต่งงานกันเพราะความผิดพลาดฉะนั้นพี่ไม่คิดจะรักเธออยู่แล้ว เธอสบายใจได้และในระหว่างที่เราอยู่ด้วยกัน เราทั้งคู่ต่างมีอิสระ ของกันและกัน พี่ไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้น"ทุกวันนี้ทิชายอมรับอย่างหมดหัวใจว่าตัวเองมีความสุขมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่ตอนนี้เธอได้เข้าไปช่วยคนเป็นพ่อแบบเต็มตัว ช่วงแรกๆยอมรับว่ากดดันมาก กลัวว่าจะทำงานออกมาไม่ดี กลัวว่าตัวเองจะไปเป็นภาระคนอื่น เพราะตั้งแต่เรียนจบออกมาเธอไม่ได้เข้าไปเรียนรู้งานที่บริษัทอีกเลย แต่นับว่าโชคดีที่พี่ๆทุกคนน่ารักกับเธอ พวกเขาช่วยกันสอนงานจนตอนนี้เธอสามารถทำได้แล้ว ส่วนในเรื่องของความรัก ต้องบอกว่ามันดีมาก มากจนเธอไม่คาดคิดว่ามันจะดีขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงอย่างเธอจะได้สัมผัสกับความรักดีดีเหมือนคนอื่นเขา ความรักที่ไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องร้องขอ.... มันดีแบบนี้นี่เอง พี่หมอคือผู้ชายที่มาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายในชีวิตของเธอ จากผู้หญิงที่เคยผิดหวังในความรัก หมดศรัทธาในความรัก ไม่กล้ารักใครเลยเพราะกลัวตัวเองต้องเสียใจและต้องเจ็บปวดเหมือนที่ผ่านมา แต่วันนี้พี่หมอคือคนที่เข้ามาเปลี่ยนมัน เขาทำให้เธอกล้าที่จะเปิดใจและเรียนรู้คำว่าความรักไปพร้อมๆกัน ตั้งแต่ที่เราคบกันไม่มีวันไหนเลยที่เธอไม่มีความสุข ไม่มีวันไหนเลยที่เธอไม่ยิ้ม พี่หมอทำให้เธอรู้สึกดีในทุกๆวัน ทุกวันนี้เธอเคยช
วันเวลาผ่านไปล่วงเลยมาถึงห้าเดือนและเป็นห้าเดือนที่ทิชารู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วมาก หลายๆอย่างในชีวิตของเธอเริ่มเปลี่ยนไป เป็นการเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ดีขึ้นเรื่อยๆ อาจจะเป็นเพราะว่าเธอยอมรับกับเรื่องราวที่ผ่านมาได้แล้วและทำใจเรื่องลูกได้.....ต้องบอกเลยว่าระยะเวลามันช่วยเชียวยาทุกอย่างได้จริงๆและที่โชคดีมากกว่าใครๆคือเธอมีครอบครัวที่อบอุ่นและคนรักที่คอยเป็นกำลังใจคอยอยู่เคียงข้างกันตลอดมาทำให้เธอผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ส่วนเรื่องของอดีตสามีช่วงแรกๆเขาก็ยังตามมาง้อขอคืนดีและขอโอกาสแก้ตัว บางวันก็สะกดรอยตามเธอไปทุกที.......จนพี่หมอไม่เป็นอันทำงานและไม่ยอมห่างเธอเลยเพราะความเป็นห่วง จนในที่สุดเธอที่ทนความอึดอัดไม่ไหวจึงชวนพี่หมอไปบ้านของอดีตสามีเพื่อไปคุยให้รู้เรื่อง การที่เขาทำแบบนี้มันเป็นการคุกคามและเธอต้องการที่จะจบเรื่องราวทุกอย่าง เธอแค่อย่างใช้ชีวิตต่อจากนี้อย่างสงบและมีความสุขกับรักครั้งใหม่ ไม่อยากให้เขาที่เป็นอดีตมาทำร้ายชีวิตของเธออีกแล้ว ตอนแรกพี่ราชไม่มีท่าทีจะยอม เขาบอกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ....เขาร้องไห้ออกมาต่อหน้าทุกคนและเอ่ยขอโอกาสซ้ำๆ แต่เธอเลือ
“พี่หมอ~~” ทิชาที่ตอนนี้ไม่รู้ควรตกใจกับอะไรก่อนดี พี่หมอขอเธอเป็นแฟนท่ามกลางตลาดนัด ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็หันมามองเราสองคน “มันไม่เร็วไปใช่ไหมคะ เราพึ่งจะรู้จักกัน”“ไม่เลย..... เวลาไม่ได้เป็นตัวบอกอะไรสำหรับพี่ถ้าหากว่าใจเราตรงกัน.... พี่รักชานะ หลงรักชาตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ในตอนที่ชากำลังร้องไห้ พี่อยากอยู่ตรงนั้นข้างๆชาตั้งแต่วินาทีนั้นเลย” "(.....)"“ตอนนี้ชาออาจจะยังไม่รักพี่เหมือนที่พี่รักชา..... พี่ไม่ได้เร่งรัดให้ชารัก แต่ช่วยเปิดใจและให้โอกาสพี่ได้ทำหน้าที่แฟนของชาได้ไหม พี่อยากดูแลชาในฐานะแฟน อยากให้สถานะของเราชัดเจน พี่อยากได้สิทธิ์ในฐานะแฟนได้ไหมครับ” "ให้พี่ได้ดูแลชาได้ไหม หืม"หลังจากที่พูดจบอยู่ๆพี่หมอก็ก้าวถอยหลังจนทิชาใจหาย นี่แค่เขาถอยหลังเธอยังรู้สึกขนาดนี้เลย แล้วถ้าวันหนึ่งที่ตรงนี้ไม่มีพี่หมอล่ะ เธอจะเป็นยังไง ทิชายอมรับว่าตอนนี้เธอติดหมอปริญไปแล้ว.... หมอปริญคือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเธอ เขาทำให้เธออยากกลับมาสดใสอีกครั้ง“ชาไม่ต้องตอบพี่ก็ได้..... พี่จะนับหนึ่งถึงห้าถ้าชาตกลงช่วยก้าวมาข้างหน้าแค่ก้าวเดียวก็พอแล้วพี่จะเป็นคนวิ่งไ
“ชาโอเคไหม.....” หมอปริญถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงอบอุ่น เพราะตั้งแต่ที่เธอลากเขาออกมาจากอดีตสามี เธอก็ไม่พูดอะไรอีกเลย ยิ่งเธอเป็นแบบนี้เขาก็ยิ่งกลัว “(.......)”“เรากลับบ้านกันเถอะนะ วันนี้น่าจะฤทธิ์ไม่ดีแล้วล่ะ” หลังจากที่หญิงสาวฟาดด้วยประโยคที่แสนเจ็บปวดใส่อดีตสามี จากนั้นเธอก็เลือกที่จะดึงมือของหมอปริญออกไปจากตรงนั้นทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ชายคนนั้นได้พูดอะไรออกมาอีกเลย การกระทำของทิชาคือการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอเลือกผู้ชายคนนั้นที่ไม่ใช่อดีตสามีอย่างเขา ภาพที่ทิชาหันหลังให้เขาอีกทั้งยังกุมมือผู้ชายคนอื่น ทำให้เหมราชเจ็บปวดเหลือเกิน วันนั้นที่เขาหันหลังให้เธอ เธอคงจะเจ็บปวดแบบนี้สินะ... เขาเข้าใจแล้วเข้าใจแล้วว่าตัวเองสารเลวแค่ไหน เหมราชมองภาพนั้นทั้งน้ำตา เขาไม่มีโอกาสอีกแล้วใช่ไหม เขาเสียเธอไปให้คนอื่นแล้วจริงๆใช่ไหม สุดท้ายทุกอย่างก็พังไม่เป็นท่าเป็นเพราะเขาเองที่โง่มีเพชรอยู่ในมือแท้ๆแต่เลือกที่จะทิ้งไป “ชาครับ....” เมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่เงียบหมอปริญจึงเข้าไปโอบกอดเธอด้วยความอ่อนโยน “ไม่เป็นไรนะ พี่อยู่ตรงนี้ ” “ฟรึ่บ!! ” ทิชากอดตอบชายห
“เอะ!! นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่ค่ะ พี่หมอจะพาชาไปไหน” พอนั่งรถมาสักพักทิชาเริ่มรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านของตัวเอง และพี่หมอก็ไม่ได้บอกด้วยว่าจะไปไหน ทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “เราไปดูหนังกันนะ พี่จองตั๋วไว้แล้ว” “หืม... ทำไมไม่บอกกันก่อนค่ะ ถ้าชาไม่ตกลงล่ะ” “ไม่ตกลงไม่ได้แล้วครับ เพราะเราใกล้จะถึงแล้ว” “แต่ชาไม่ได้บอกคุณพ่อว่าจะกลับดึกนิค่ะ กลัวท่านจะเป็นห่วง” “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง พี่บอกท่านแล้วครับ” “แสดงว่าวางแผนมาแต่แรกแล้วใช่ไหมคะ่ พี่หมอเจ้าเล่ห์เหมือนกันนะเนี้ยะ” “ฮ่าๆมันก็ต้องมีบ้าง... พี่อยากพาชามาเปิดหูเปิดตา เห็นอยู่แต่ในบ้านไง ” “เชื่อดีไหมน๊า” “ความจริงแล้ว...พี่อยากอยู่กับชานานๆอยากอยู่สองต่อสองครับ” “ทำไมเป็นคนแบบนี้ค่ะ” “ฮ่าๆ ถึงแล้วครับเราลงไปกันเถอะเนอะ” ทิชาได้แค่ส่ายหน้าให้กับคนเจ้าแผนการ นับวันเริ่มรู้สึกว่าพี่หมอไม่ได้เรียบร้อยอย่างที่คิด “ฟรึ่บ!! พี่หมอทำอะไรคะ” “จับมือไงครับ พี่อยากจับมือนุ่มๆของชา ขออนุญาตนะครับ” “จับก่อนแล้วค่อยมาขอมันได้เหรอคะ เจ้าเล่ห์จัง” “ฮ่าๆ อยู่ใกล้คนสวยใครมันจะไปอดใจไหวละ
"ลูกสะใภ้ใคร!!....." เสียงที่ตอนแรกเหมือนจะใจดีแต่หลังจากที่พี่หมอบอกว่าลูกสะใภ้ซื้อมาฝากมาให้ โทนเสียงก็เปลี่ยนไปในทันที เช่นเดียวกับทิชาที่ตอนนี้หน้าชาไปหมด เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเก็บสีหน้ายังไง และตอนนี้ความรู้สึกกดดันก็ฉายชัดขึ้นมาในดวงตาของเธอ หรือวันนี้เธอตัดสินใจผิดที่มาบ้านเขา ความคิดมากมายตีตื้นขึ้นมาในหัวของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า “โธ๋..... แม่ครับ” “อะไร... ทำไม”“เฮ้อ.... เลิกทำเสียงแบบนี้เถอะครับ ผมขอร้องละแม่เห็นไหมน้องกลัวไปหมดแล้ว เดี๋ยวจะไม่มีลูกสะใภ้เป็นของตัวเองนะ” “อุ๊ย!!” หลังจากจบประโยคของลูกชายหัวแก้วหัวแก้ว คุณหญิงรัชกรก็หันไปสบตากับเด็กสาวที่ลูกชายพามาเป็นอันต้องตกใจ เพราะในแววตาของเด็กสาวบ่งบอกว่ากำลังกังวลอย่างเห็นได้ชัดและในดวงตาคู่นั้นเหมือนจะมีน้ำตาคลออยู่ด้วย เพราะความอยากทดสอบ อยากดูปฏิกิริยาของว่าที่ลูกสะใภ้แท้ๆ แต่ถือว่าคุ้มค่านะเพราะสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าเธอคือเด็กสาวคนนี้น่ารักมาก หน้าตาสะสวย ยืนสงบเสงี่ยม ไม่มีท่าทีไม่พอใจหรือโกรธเคืองกันเลย มีแต่แววตาเศร้าๆที่ส่งมาให้ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกผิดขึ้นมาซะงั้น “เห็นไหมละครับ.....







