LOGINสิ่งที่เธอมีข้างกาย คือ…สามี แต่สิ่งที่เธอไม่เคยได้จากสามี คือ…ความรัก
View Moreฉันคืออินทิชา พัฒนากุล เป็นคนสดใสร่าเริง เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นและฉันค่อนข้างที่จะเอาแต่ใจพอสมควรเพราะมีคุณพ่อกับคุณแม่ที่คอยตามใจทุกอย่างเนื่องจากเป็นลูกสาวคนโตและฉันก็ยังมีน้องสาวสุดที่รักอีกหนึ่งคนที่ทำให้ชีวิตของฉันมีสีสันและไม่เงียบเหงา ตอนนี้ฉันอายุ 24 ปีบริบูรณ์และพึ่งจะเรียนจบจากคณะบริหาร ฉันตั้งใจจะเข้าไปช่วยงานคุณพ่อที่บริษัททันทีที่เรียนจบ แต่ทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมด เมื่อฉันเมาแล้วดันไปมีอะไรกับผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อีกทั้งพ่อกับแม่ยังเข้ามาเห็นด้วย สุดท้ายฉันก็ต้องมาแต่งงานกับเขาตามที่คุณพ่อเรียกร้อง
แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ฉันจะคัดค้านคุณพ่อให้ถึงที่สุด และปล่อยให้เรื่องทุกอย่างจบลงตรงนั้น.... เพราะตอนนี้ฉันรับรู้แล้วว่าการแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากความรักมันไม่ดีเลยสักนิดและการมีสามีไม่ได้ดีอย่างที่คิด ถึงเขาจะหล่อมาก หน้าที่การงานดีเป็นถึงรองประธานบริษัทส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่แต่เขากลับเย็นชากับเธอซะเหลือเกิน เขาทำเหมือนเธอไม่ใช่ภรรยาแต่เป็นแค่ผู้อาศัย ถึงเราจะอยู่ในบ้านเดียวกันแต่มันเหมือนกับว่าเราคือคนแปลกหน้าต่อกัน และเขาก็คือราช อัศวิน ดำรงการณ์ ผู้ชายที่เย็นชาที่สุดในโลก เรื่องราวชีวิตคู่ของเธอและเขาเริ่มต้นด้วยคำว่าผิดพลาด เราไม่ได้แต่งงานกันเหมือนคู่รักคนอื่นๆ ที่คบกันจนถึงจุดอิ่มตัวแล้วมาแต่งงานใช้ชีวิตด้วยอยู่ด้วยกัน ถ้าระหว่างเราสองคนเป็นแบบนั้นก็คงจะดีไม่น้อย เพราะอย่างน้อยๆ เราจะได้รู้จักกันมากขึ้น ได้รู้ว่าอีกคนชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ไม่ต้องมาเดาเอาเองอย่างที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนี้ ถึงเราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา แต่ความรู้สึกลึกๆของเธอเหมือนยังเข้าไม่ถึงผู้เป็นสามี ต่อให้เธอจะพยายามมากแค่ไหนสุดท้ายมันก็เหมือนจะไร้ประโยชน์ เพราะเขาไม่เคยเปิดใจให้เธอเลยสักนิด เหมือนมีเธอไว้เป็นภรรยาแค่ชื่อไม่ใช่มีไว้เป็นคู่ชีวิต บ่อยครั้งที่เขาชอบทำตัวเย็นชาใส่ จนเธอไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ ทั้งๆที่เราสองไม่ใช่คนอื่น ชีวิตคู่ที่ไม่เหมือนชีวิตคู่เธอเข้าใจแล้วว่ามันเป็นยังไงเพราะเธอกำลังเจอมันอยู่และเจอมาตลอด แต่เธอก็ยังแอบหวังว่าสักวันเขาจะเปิดใจให้กันบ้าง แต่ไม่เลยเขาไม่เคยทำมันเลย ตอนนี้เหมือนมีแค่เธอคนเดียวที่พยายามเพื่อชีวิตคู่ของเรา มีเธอคนเดียวที่พยายามเอาใจคนเป็นสามี ส่วนเขาก็เหมือนเดิมเย็นชาและไม่เคยจะสนใจภรรยาอย่างเธอ บ่อยครั้งที่เธอต้องเสียน้ำตาให้กับการกระทำของเขา ความห่างเหินที่เขามอบให้มันทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอดทนและก้าวผ่านมันไปให้ได้ คงไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเลิกกับสามีและเป็นแม่หม้ายหรอกและเธอก็คือหนึ่งในนั้น ในเมื่อเราตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน ก็อยากสร้างครอบครัวและอยู่ด้วยกันไปนานๆทุกวันนี้ทิชายอมรับอย่างหมดหัวใจว่าตัวเองมีความสุขมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่ตอนนี้เธอได้เข้าไปช่วยคนเป็นพ่อแบบเต็มตัว ช่วงแรกๆยอมรับว่ากดดันมาก กลัวว่าจะทำงานออกมาไม่ดี กลัวว่าตัวเองจะไปเป็นภาระคนอื่น เพราะตั้งแต่เรียนจบออกมาเธอไม่ได้เข้าไปเรียนรู้งานที่บริษัทอีกเลย แต่นับว่าโชคดีที่พี่ๆทุกคนน่ารักกับเธอ พวกเขาช่วยกันสอนงานจนตอนนี้เธอสามารถทำได้แล้ว ส่วนในเรื่องของความรัก ต้องบอกว่ามันดีมาก มากจนเธอไม่คาดคิดว่ามันจะดีขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงอย่างเธอจะได้สัมผัสกับความรักดีดีเหมือนคนอื่นเขา ความรักที่ไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องร้องขอ.... มันดีแบบนี้นี่เอง พี่หมอคือผู้ชายที่มาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายในชีวิตของเธอ จากผู้หญิงที่เคยผิดหวังในความรัก หมดศรัทธาในความรัก ไม่กล้ารักใครเลยเพราะกลัวตัวเองต้องเสียใจและต้องเจ็บปวดเหมือนที่ผ่านมา แต่วันนี้พี่หมอคือคนที่เข้ามาเปลี่ยนมัน เขาทำให้เธอกล้าที่จะเปิดใจและเรียนรู้คำว่าความรักไปพร้อมๆกัน ตั้งแต่ที่เราคบกันไม่มีวันไหนเลยที่เธอไม่มีความสุข ไม่มีวันไหนเลยที่เธอไม่ยิ้ม พี่หมอทำให้เธอรู้สึกดีในทุกๆวัน ทุกวันนี้เธอเคยช
วันเวลาผ่านไปล่วงเลยมาถึงห้าเดือนและเป็นห้าเดือนที่ทิชารู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วมาก หลายๆอย่างในชีวิตของเธอเริ่มเปลี่ยนไป เป็นการเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ดีขึ้นเรื่อยๆ อาจจะเป็นเพราะว่าเธอยอมรับกับเรื่องราวที่ผ่านมาได้แล้วและทำใจเรื่องลูกได้.....ต้องบอกเลยว่าระยะเวลามันช่วยเชียวยาทุกอย่างได้จริงๆและที่โชคดีมากกว่าใครๆคือเธอมีครอบครัวที่อบอุ่นและคนรักที่คอยเป็นกำลังใจคอยอยู่เคียงข้างกันตลอดมาทำให้เธอผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ส่วนเรื่องของอดีตสามีช่วงแรกๆเขาก็ยังตามมาง้อขอคืนดีและขอโอกาสแก้ตัว บางวันก็สะกดรอยตามเธอไปทุกที.......จนพี่หมอไม่เป็นอันทำงานและไม่ยอมห่างเธอเลยเพราะความเป็นห่วง จนในที่สุดเธอที่ทนความอึดอัดไม่ไหวจึงชวนพี่หมอไปบ้านของอดีตสามีเพื่อไปคุยให้รู้เรื่อง การที่เขาทำแบบนี้มันเป็นการคุกคามและเธอต้องการที่จะจบเรื่องราวทุกอย่าง เธอแค่อย่างใช้ชีวิตต่อจากนี้อย่างสงบและมีความสุขกับรักครั้งใหม่ ไม่อยากให้เขาที่เป็นอดีตมาทำร้ายชีวิตของเธออีกแล้ว ตอนแรกพี่ราชไม่มีท่าทีจะยอม เขาบอกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ....เขาร้องไห้ออกมาต่อหน้าทุกคนและเอ่ยขอโอกาสซ้ำๆ แต่เธอเลือ
“พี่หมอ~~” ทิชาที่ตอนนี้ไม่รู้ควรตกใจกับอะไรก่อนดี พี่หมอขอเธอเป็นแฟนท่ามกลางตลาดนัด ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็หันมามองเราสองคน “มันไม่เร็วไปใช่ไหมคะ เราพึ่งจะรู้จักกัน”“ไม่เลย..... เวลาไม่ได้เป็นตัวบอกอะไรสำหรับพี่ถ้าหากว่าใจเราตรงกัน.... พี่รักชานะ หลงรักชาตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ในตอนที่ชากำลังร้องไห้ พี่อยากอยู่ตรงนั้นข้างๆชาตั้งแต่วินาทีนั้นเลย” "(.....)"“ตอนนี้ชาออาจจะยังไม่รักพี่เหมือนที่พี่รักชา..... พี่ไม่ได้เร่งรัดให้ชารัก แต่ช่วยเปิดใจและให้โอกาสพี่ได้ทำหน้าที่แฟนของชาได้ไหม พี่อยากดูแลชาในฐานะแฟน อยากให้สถานะของเราชัดเจน พี่อยากได้สิทธิ์ในฐานะแฟนได้ไหมครับ” "ให้พี่ได้ดูแลชาได้ไหม หืม"หลังจากที่พูดจบอยู่ๆพี่หมอก็ก้าวถอยหลังจนทิชาใจหาย นี่แค่เขาถอยหลังเธอยังรู้สึกขนาดนี้เลย แล้วถ้าวันหนึ่งที่ตรงนี้ไม่มีพี่หมอล่ะ เธอจะเป็นยังไง ทิชายอมรับว่าตอนนี้เธอติดหมอปริญไปแล้ว.... หมอปริญคือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเธอ เขาทำให้เธออยากกลับมาสดใสอีกครั้ง“ชาไม่ต้องตอบพี่ก็ได้..... พี่จะนับหนึ่งถึงห้าถ้าชาตกลงช่วยก้าวมาข้างหน้าแค่ก้าวเดียวก็พอแล้วพี่จะเป็นคนวิ่งไ
“ชาโอเคไหม.....” หมอปริญถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงอบอุ่น เพราะตั้งแต่ที่เธอลากเขาออกมาจากอดีตสามี เธอก็ไม่พูดอะไรอีกเลย ยิ่งเธอเป็นแบบนี้เขาก็ยิ่งกลัว “(.......)”“เรากลับบ้านกันเถอะนะ วันนี้น่าจะฤทธิ์ไม่ดีแล้วล่ะ” หลังจากที่หญิงสาวฟาดด้วยประโยคที่แสนเจ็บปวดใส่อดีตสามี จากนั้นเธอก็เลือกที่จะดึงมือของหมอปริญออกไปจากตรงนั้นทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ชายคนนั้นได้พูดอะไรออกมาอีกเลย การกระทำของทิชาคือการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอเลือกผู้ชายคนนั้นที่ไม่ใช่อดีตสามีอย่างเขา ภาพที่ทิชาหันหลังให้เขาอีกทั้งยังกุมมือผู้ชายคนอื่น ทำให้เหมราชเจ็บปวดเหลือเกิน วันนั้นที่เขาหันหลังให้เธอ เธอคงจะเจ็บปวดแบบนี้สินะ... เขาเข้าใจแล้วเข้าใจแล้วว่าตัวเองสารเลวแค่ไหน เหมราชมองภาพนั้นทั้งน้ำตา เขาไม่มีโอกาสอีกแล้วใช่ไหม เขาเสียเธอไปให้คนอื่นแล้วจริงๆใช่ไหม สุดท้ายทุกอย่างก็พังไม่เป็นท่าเป็นเพราะเขาเองที่โง่มีเพชรอยู่ในมือแท้ๆแต่เลือกที่จะทิ้งไป “ชาครับ....” เมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่เงียบหมอปริญจึงเข้าไปโอบกอดเธอด้วยความอ่อนโยน “ไม่เป็นไรนะ พี่อยู่ตรงนี้ ” “ฟรึ่บ!! ” ทิชากอดตอบชายห