Share

บทที่ 5

Author: Meowmao
last update Last Updated: 2025-09-13 02:38:22

วันต่อมา

@มหาลัย

วันนี้ฉันมาส่งงานอาจารย์ ที่ตึกคณะของพวกพี่วิน เพราะอาจารย์เขามาสอนแทนเพื่อนของเขาที่ตึกนี้ทำให้ฉันต้องมาส่งที่นี่ ฉันเองก็อยากจะส่งวันอื่นนะแต่ว่า...เดตไลน์งานนี้ก็คือวันนี้ตอน4โมงน่ะสิ นี่ก็บ่ายแล้วด้วย ดีนะที่เสร็จทันไม่งั้นแย่แน่

@คอนโดมิเดียมหรู M

ฉันยืนอยู่ตรงหน้าห้องของตัวเองจะเป็นชั่วโมงแล้ว...ฉันรู้ว่าเขาต้องอยู่ข้างในแน่ ๆ และฉันก็รู้ว่าเขาพาใครมา...นอนในห้องของฉัน....เพราะฉันเห็นพวกเขาตั้งแต่ด้านล่างแล้ว...ฉันไม่อยากเข้าไปเห็นอะไรตอนนี้…ฉันรอได้...

แกร๊ก...

"หือ!?"

ฉันมองผู้หญิงที่เปิดประตูออกมาด้วยเสื้อผ้านักศึกษาที่หลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย เธอดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นฉันยืนอยู่

เมื่อเห็นว่าฉันเป็นใครเธอก็ยกยิ้มให้ฉันอย่างเย้ยหยัน แล้วก็เดินออกไปโดยไม่สนใจฉันอีก เธอคือผู้หญิงคนที่นั่งอยู่กับพี่วินเมื่อเช้านี่…

ฉันสบัดความคิดทั้งหมดออกจากหัวแล้วเดินเข้าไปในห้องด้วยหัวใจที่รู้สึกชา ๆ พอเข้ามาฉันก็เจอพี่วินนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ตรงโซฟา ฉันเดินเลยผ่านเขาไปที่ห้องนอน...สภาพห้องตอนนี้มันไม่ต่างจาก…ห้องของโรงแรมมาตรฐานต่ำ มีกล่องถุงยางที่ถูกเปิดใช้แล้ว แล้วก็พวกถุงยางที่ใช้แล้วในถังขยะใบเล็กของฉัน น้ำตาของฉันรื้นขึ้นมาทันที แต่ฉันก็เก็บห้องไปด้วยอย่างทำเป็นไม่สนใจ…เมื่อไหร่เขาจะออกไปจากชีวิตของฉันสักที! ฉันเกลียดเขาเหลือเกิน เกลียดจนอยากจะอ้วกออกมา แต่ฉันก็…รักเขาเหมือนกัน

“พี่วินหิวหรือเปล่าคะ?”

พอฉันเก็บของในห้องเสร็จก็เดินไปหาเขาแล้วถามเขาเหมือนปกติที่คอยถามตลอด

“ไม่ต้องเสือก”

พี่วินทัพพูดแล้วหยิบเสื้อนักศึกษาของตัวเองพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาคงจะไปแล้ว

“พี่ยังไม่ได้ฟังรินอธิบายเลย...”

ฉันพูดเสียงเบาราวกับกระซิบเมื่อเขากำลังจะเดินผ่านฉันไป..ไม่รู้สิ ฉันแค่ไม่อยากให้เขามองฉันเป็นผู้หญิงแบบนั้น ต่อให้เขาจะมองว่าฉันเป็นแบบนั้นก็ตาม จริง ๆ ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายก็ได้ แต่เพราะฉันแคร์เขามากเกินไป

“แล้วฉันต้องสนใจด้วยเหรอ? อืม…ฉันควรสนใจผู้หญิงสำส่อนแบบเธอด้วยสินะ”

ฉันนึกไว้แล้วว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ แต่ก็ยังเลือกที่จะพูดออกไป พูดหาเรื่องให้ตัวเองเจ็บ หาเรื่องใส่ตัวไม่เข้าท่าจริง ๆ เลยดารินเอ้ย

“มันไม่ใช่แบบที่พี่คิดนะคะ...พี่น่าจะฟังรินบ้าง”

ฉันพูดโดยไม่หันไปมองหน้าเขา ตอนนี้เขาคงส่งสายตาอำมหิตส่งมาให้ฉันเหมือนเคยน่ะแหละ

“งั้นที่เธอเห็นวันนี้...ก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดเหมือนกัน..เธอเชื่อหรือเปล่าล่ะ ว่าฉันไม่ได้เอากับผู้หญิงคนอื่นในห้องเธอ...ฉันแค่พายัยนั่นมาติวหนังสือ...เธอเชื่อหรือเปล่า?”

ฉันหมดคำจะพูดจริง ๆ นั่นมันไม่เหมือนกันด้วยซ้ำ ของเขาน่ะ หลักฐานก็มี…

“หึ! เงียบแบบนี้ตอบไม่ได้สินะว่าเธอเชื่อฉัน เพราะหลักฐานมันชัดไง ก็เหมือนกับที่ฉันเห็นไง ทั้งบอกว่าคิดถึงทั้งลูบหัว นี่ถ้าไร้ยางอายกันสักหน่อย ไม่เอากันตรงนั้นเลยหรือไง!”

ฉันหันควับไปหาเขาทันที เขาต้องเกลียดฉันขนาดไหนถึงได้พูดคำพวกนี้ออกมาอย่างหน้าไม่อาย ฉันมีอะไรแค่กับเขาคนเดียว! ฉันไม่ใช่พวกชอบนอนกัคนอื่นไปทั่ว เขารู้ดีกว่าใครด้วยซ้ำ แต่เขากลับ…

“ค่ะ ถ้าพี่จะดูถูกรินขนาดนี้ งั้นต่อไปก็อย่ามาแตะตัวรินอีกเลยนะคะ พี่ควรขยะแขยงรินให้มากกว่านี้!”

ฉันพูดออกไปด้วยความโมโห เขามันบ้า พูดจาดูถูกฉันออกมาได้อย่าไม่รู้สึกอะไร เมื่อพูดจบก็หันหน้าเตรียมเดินหนีทันที เพราะไม่อยากจะเสวนากับเขาไปมากกว่านี้อีกแล้ว

พรึ่บ!!

“อ๊ะ!!!”

แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้า เขากล็คว้าแขนของฉันเอาไว้ ก่อนจะออกแรงบีบอย่างแรงจนฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“เธออย่าฝันเลย ไม่มีวันนั้นหรอก เพราะฉันจะทำกับเธอแบบนี้...จนกว่ามันจะสาสมกับสิ่งที่เธอทำกับหยก!”

เขาพูดออดมาด้วยความโกรธแถมยังบีบข้อมือฉันแรงมากขึ้นกว่าเดิมอีก เอาอีกแล้วเรื่องผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว นี่เขาจะโกรธแค้นอะไรฉันนักหนา ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอด้วยซ้ำ!

“แล้วเมื่อไหร่ล่ะคะ! เมื่อไหร่มันจะสาสมกันสักที! รินเหนื่อย!! รินเหนื่อยมากแล้ว! รินไม่ได้ทำอะไรผิดด้วยซ้ำอะพี่วิน!เลิกเอาเรื่องนี้มาข่มเหงรินสักที!"

ฉันพูดพลางทิ้งตัวร้องไห้ตรงหน้าของเขา อย่างอดไม่อยู่ฉันไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้วไม่อยากอีกแล้ว! ฉันเหนื่ย เหนื่อยที่จะยอมเขาแบบนี้เหนื่อยที่จะรักเขาแล้ว เขาเอาแต่ทำร้ายฉันทั้งร่างกายและจิตใจซ้ำ ๆ จนฉันจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว!

“แล้วใครใช้ให้เธอทำกับผู้หญิงที่ฉันรักล่ะ!! เราเกือบจะได้แต่งงานกันอยู่แล้ว! แต่สุดท้ายเธอเป็นแบบนั้นก็เพราะเธอ!”

ฉันมองหน้าเขาด้วยความเจ็บปวดผู้ชายที่ฉันแอบรักมาตลอดชีวิต! เขากลับเกลียดฉันได้ขนาดนี้…แถมยังโทษว่าฉันเป็นคนทำอีก

“แล้ว..ฮึก..ถ้าวันนั้น..ถ้าวันนั้นเป็นรินที่โดนล่ะคะฮึก! พี่จะทำกับผู้หญิงคนนั้นเหมือนที่พี่ทำกับรินรึป่าวคะ?”

ฉันถามออกไปแต่ไม่ได้มองหน้าเขา ฉันกลัวคำตอบนะแต่…ฉันอยากจะรู้ว่าเขาคิดยังไง

“แล้วทำไม...ทำไมฉันต้องทำกับหยกแบบนั้นล่ะ? เธอไม่ใช่คนที่ฉันรัก เธอไม่ใช่!และก็จะไม่มีวันใช่ด้วย!"

เขาสบัดมือของฉันทิ้งอย่างแรงก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างไม่หันกลับมาอีกเลย...เจ็บดี... ถึงจะรู้คำตอบอยู่แล้วก็ยังอยากจะถามออกไป ทำไมนะ ทำไมวันนั้นคนที่โดนกระทำแบบนั้นไม่เป็นฉันกันนะ...น่าจะเป็นฉันคนนี้! ฉันจะได้ไม่ต้องมาเจ็บแบบนี้

1 อาทิตย์ต่อมา

ตอนนี้ฉันเตรียมตัวสอบอย่างหนักทุกวัน ใกล้จะจบปีสามแล้วนี่เนอะโชคดีที่หลังจากวันนั้นเขาก็ไม่เคยมาให้ฉันเห็นอีก เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ จะได้มีสมาธิสอบ...ถ้าฉันจบปีสี่เมื่อไหร่ฉันจะรีบไปหาคุณพ่อคุณแม่เลย…คิดถึงพวกท่านจัง

“นี่! ฉันเรียกไม่ได้ยินรึไงห๊ะ!”

ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเผลอคิดอะไรเพลินไปหน่อยจนเพื่อนสนิทอย่างยัยนกตะโกนบ่นอุบใส่เสียงดัง

“เบา ๆ สิยัยบ้า!นี่มันในห้องสมุดนะ”

ฉันพูดเอ็ดยัยนกเสียงเบาราวกลับกำลังกระซิบ เพราะหวังจะให้ได้ยินกันสองคน หากเป็นข้างนอกฉันจะไม่อะไรเลย แต่นี่ในห้องสมุด แถมยังเป็นช่วงสอบอีก สายตาตำหนิหลายคู่จึงหันมามองพวกเราแกมต่อว่าในใจ

“ก็แล้วฉันเรียกทำไมไม่ตอบกันเล่า หือ คิดอะไรไปถึงไหนเนี่ย”

ฉันเอี่ยวหัวหลบทันทีที่ยัยนกเอามือมายีหัวฉันเบา ๆ ยัยบ้านี่หัวยุ่งหมดเลย

“ผมยุ่งหมดเลยอะ ยัยนก”

ฉันพูดไปพลางสางผมตัวเองไป ไม่วายต้องทำหนาหมุ่ยใส่อีกฝ่ายด้วย หัวยุ่งหมดเลยเนี่ย

“แล้วเรียกเรามีอะไรเหรอ?”

ฉันถามเมื่อนึกขึ้นได้ถึงสาเหตุที่ยัยนกทำฉันหัวยุ่งแบบนี้ ถ้าเป็นเรื่องไร้สาระล่ะน่าดู!

“ก็ฉันขี้เกียจลุกไปหาหนังสืออ่ะ นี่อ่ะ! ฉันจดชื่อหนังสือใว้ให้แล้วรบกวนหน่อยน้า เพื่อนรัก”

ยัยนกพูดแล้วทำหน้าออดอ้อน น่ารักมากมั้งน่ะ ฉันอีกตายเคย

“โอเค ๆ รอแป๊บละกันนะ”

ฉันพูดแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างเบาที่สุดเท่าที่จะทำด้ ก่อนจะหยิบกระดาษจดหนังสือที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ด้วยความเบื่อหน่ายเพื่อนสนิทเต็มทน

“ขอบใจน้าา งุงงิ้ง”

ยัยนกพูดแล้วจับมือฉันเบา ๆ แล้วนำไปถูกไถที่หน้าอย่างออเซาะ ให้ตายสิเป็นงี้ตลอดเลย แต่ฉันก็พยักหน้ารับเบา ๆ อย่างไม่อะไรมาก เอ็นดูเสียมากกว่าด้วย ก่อนจะเดินไปตรงหมวดที่ยัยนกจดให้ไว้

“มึง กูว่าจะเล่นแม่งวันนี้มึงเอาไง”

แต่จู่ ๆ ฉันก็ดันไปได้ยินบทสนทนาหนึ่งเข้าให้ พวกพูดอยู่ตรงไหนสักแห่งของห้องนี้ ถึงเสียงจะไม่ดังมาก แต่หากเดินเข้าไปใกล้ก็ได้ยินมันชัดเจนราวกับพูดอยู่ข้างกันเลย

“มึงมั่นใจเหรอวะ ว่าจะชนะกลุ่มพวกมัน”

ฉันทำท่าไม่สนใจก่อนจะหาหนังสือต่อ เพราะมันไม่น่าเกี่ยวอะไรกับฉันและฉันว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งกับพวกที่ชอบยกพวกตีกันสักเท่าไหร่ ว่าแต่ทำไมเลือกมาคุยกันในห้องสมุดล่ะเนี่ย

“อยู่นี่เอง…”

ฉันพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหยิบหนังสือที่ยัยนกให้มาเอาขึ้นมาถือไว้

“หึ มึงคิดว่าคนอย่างไอ้วินทัพมันจะเก่งสักแค่ไหนกันวะ แม่งลองต่อยกับกูตัว ๆ แม่งก็แพ้กูอยู่ดี”

ฉันชะงักกึกทันทีที่ได้ยินชื่อของบุคคลที่พวกเขากล่าวถึง พี่วินทั…ถ้าให้เดาคงมีแค่คนเดียว เพราะเขาน่ะมีเรื่องไปทั่วแถมชื่อเสียงยังดังกระฉ่อนอีกด้วย ว่าเขาน่ะเก่งกาจแค่ไหน สู้กับใครก็ชนะจนหลายต่อหลายคนอยากจะโค่นล้มเขา

“กูว่านะ มันก็คงแค่อวดเก่งไปวัน ๆ น่ะแหละ แค่เอากลุ่มมันมาข่มพวกเราเท่านั้นแหละ จริง ๆ ก็กระจอก”

ไม่จริงเลยกลุ่มของพี่วินถึงจะมีแค่ห้าคน แต่พวกเขาเก่งกาจกันทุกคน เพราะฉันเคยเห็นพวกเขาสู้มาแล้วถึงได้กล้าพูด ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นพวกเขาอายุแค่สิบแปดสิบเก้าเท่านั้นเอง แต่ล้มผู้ใหญ่ได้ดย่างงายดาย พวกเขาน่ะน่ากลัวเกินไป

“แล้วก็อีกอย่างนะ กูก็มีของไปเซอร์ไพรส์มันด้วย”

ฉันขยับเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อดูว่าเขาเป็นใครแต่พอเห็นสิ่งที่ผู้ชายคนหนึ่งพูดหยิบขึ้นมาก็ถึงกับชะงักทันที..งมันคือปืน...ตอนนี้ฉันสั่นไปหมด มันทำอะไรไม่ถูกเลย นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วนะ

ฉันทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งค้างอยู่แบบนั้น...พี่วินกำลังจะมีอันตราย…ไม่ได้นะ! เขาจะตายไม่ได้นะ! ถึงเขาจะทำร้ายฉันมากแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่อยากเห็นเขาเป็นอะไรไปหรอกนะ...ฉันควรทำยังไงดี…

ปึก!

“เชี่ย ใครวะ!”

แย่แล้ว...ฉันมัวแต่คิดไม่ตกเรื่องที่เห็นจึงเผลอทำหนังสือตก ทำไงดี! ฉันไม่รอช้ารีบวิ่งออกจากตรงนั้นทันที ก่อนจะรีบวิ่งไปหายัยนกทันที ถ้าพวกนั้นจับได้ฉันแย่แน่!

“อ่าวมาแล้วเหรอ ทำไมไปนานจัง?”

ยัยนกทักฉันทันทีที่เห็นหน้าแต่ฉันไม่ได้สนใจสิ่งที่ยัยนกพูดเลย ฉันรีบหันไปมองทางที่เดินมาทันทีก็เห็นผู้ชายสองคนนั้นกำลังจะเดินมาทางนี้

“แกยังไม่ต้องถามอะไรนะทำตัวปกติอ่านหนังสือไป ฉันอ่านหนังสือล่ะ”

ฉันรีบพูดแล้วก้มหน้าอ่านหนังสือตรงหน้าทันที ทำเหมือนปกติ ยัยนกเองขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ยอมเงียบ จนผู้ชายสองคนนั้นเดินผ่านไป ให้ตายสิ! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ไม่สิ ฉันต้องรีบไปหาพี่วิน! ต้องรีบไปเตือนเขา!

“ยัยนก ฉันไปก่อนนะพอดีเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระด่วนอะ”

ยัยนกเองก็มองฉันเก็บของแบบงง ๆ เพราะตอนนี้ฉันเก็บของลวก ๆ ยัด ๆ มันเข้ากระเป๋าอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะเรื่องที่รู้มานั้นสำคัญกว่ามาก

“เดี๋ยว ๆ ริน แกเป็นอะไรเนี่ย? มีเรื่องอะไร?”

ยัยนกจับแขนฉันไว้แล้วถามทันทีด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างไปจากฉันสักเท่าไหร่

“เดี๋ยวไว้ฉันเล่าให้ฟังทีหลังนะ แต่ตอนนี้ขอฉันไปจัดการธุระก่อน ไปนะ”

ฉันพูดแล้วรีบเดินออกมาทันทีไม่รอให้นกซักไซ้อะไรเพิ่ม...แต่เมื่อเดินออกมาถึงหน้าสมุดก็ต้องหยุดชะงัก...เมื่อ...

“กูกะแล้วเชียว...”

สายตาน่ากลัวของผู้ชายที่ควักปืนตอนนั้นกำลังทำให้ฉันกลัว...กลัวจนไม่กล้าขยับไปไหน...พวกเขารู้ได้ยังไง…

“ว่าไงคนสวย จะรีบไปไหนล่ะ...รีบไปหาไอ้วินทัพหรอ?”

ฉันถอยหลังช้า ๆ หนีคนที่เดินเข้ามาหาแทบจะทันที แปลกจังคนแถวนี้หายไปไหนหมดเนี่ย! แบบนี้ฉันจะหนียังไงดีล่ะ!

“แหม๋ ชีวิตไอ้เหี้ยวินนี่มีแต่ผู้หญิงรุมล้อมจังนะ…หึ!”

ฉันยังคงเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ โดยพยายามหาทางคิดเอาตัวรอด ฉันไม่น่ารีบออกมาเลย! ให้ตายสิ!

“อย่า…อย่าเข้ามานะ!!”

ฉันเริ่มพูดเมื่อมันจะถึงทางตันอยู่แล้วที่ไม่เลือกกลับเข้าไปข้างในเลยเพราะกลัวว่าจะรบกวนคนอื่น...แต่ฉันว่าฉันควรกลับเข้าไปข้างในจริง ๆ นั่นแหละ นึกได้แบบนั้นฉันก็หันหลังกลับทันทีเตรียมวิ่งสุดกำลังเลยล่ะ

พรึ่บ!

“อ๊ะ!!”

อยู่ ๆ ผู้ชายคนนั้นก็วิ่งมาดักหน้าฉัน…อย่างรู้ทัน

“ถอยไปนะ!!”

ฉันพูดบอกด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าปกติ เหมือนจะไม่กลัวแต่ในใจฉันกลับเต้นรัวยิ่งกว่ากลองที่ถูกตีเสียอีก ราวกลับว่ามันจะเด้งออกมาจากอกอย่างไรอย่างนั้น

“ทำไม? ถอยให้เธอคาบข่าวไปฟ้องไอ้เหี้ยวินมันเหรอ อย่าฝันไปเลย!!"

พรึ่บ!

“อื้อ!!!.”

พวกนั้นเอาผ้ามาปิดจมูกฉันและกอดรัดตัวฉันไว้แน่น...ฉันดิ้นสุดกำลังก่อนที่ทุกอย่างเริ่มเลือนลาง…และทุกอย่างก็ดับลงราวกับถูกปิดสวิซลง

คอมเม้นท์ + กดใจ = เป็นกำลังใจนักเขียนนะคั้บ~~

หากต้องการอ่านตอนใหม่ก่อนใครสามารถเพิ่มเข้าชั้นหนังสือเพื่อรับการแจ้งเตือนได้นะคั้บ><
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เธอเป็นของผม   บทที่ 205

    บ้านสวนบนภูเขาไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ ไม่ได้หรูหรา ไม่ได้ออกแบบมาเพื่ออวดใคร มันเป็นเพียงบ้านไม้หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเนินที่มองเห็นแนวเขาซ้อนกันไกลสุดสายตาเช้า ๆ มีหมอกบางลอยอ้อยอิ่งและเย็น ๆ มีลมพัดกลิ่นดิน กลิ่นหญ้า และกลิ่นใบไม้แห้งเข้ามาในบ้าน เป็นสถานที่ที่เวลาเหมือนเดินช้ากว่าที่อื่นดารินทร์เลือ

  • เธอเป็นของผม   บทที่ 204

    ค่ำวันนั้น โรงพยาบาลเงียบกว่าทุกวัน ไม่ใช่เพราะคนหายไปแต่เพราะเวลากำลังเคลื่อนช้าลงอย่างตั้งใจเหมือนเปิดพื้นที่ให้ใครบางคนได้คิด ได้ฟังเสียงหัวใจตัวเองโดยไม่ถูกเร่งรัดดารินทร์นั่งอยู่ริมหน้าต่าง ม่านสีอ่อนปลิวไหวตามแรงลมจากช่องระบายอากาศแสงไฟจากตึกฝั่งตรงข้ามสะท้อนเข้ามาเป็นจุดเล็ก ๆ กระจัดกระจายไม

  • เธอเป็นของผม   บทที่ 203

    เช้าวันใหม่ไม่ได้พาอะไรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน แสงแดดที่ลอดผ่านม่านยังคงอ่อน อากาศในห้องพักฟื้นยังคงนิ่ง เสียงเครื่องมือแพทย์ยังดังเป็นจังหวะเดิม แต่ดารินทร์รู้รู้ตั้งแต่วินาทีที่ลืมตาขึ้นมาว่าบางอย่างในตัวเธอ ไม่เหมือนเดิมแล้วไม่ใช่ความรู้สึกตื่นเต้นไม่ใช่ความหวัง ไม่ใช่การตัดสินใจ มันเป็นเพียงความร

  • เธอเป็นของผม   บทที่ 202

    กลางดึกของคืนหนึ่งห้องพักฟื้นเงียบงันจนได้ยินเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียง ติ๊ด…ติ๊ด… ไม่ดังพอจะรบกวน แต่ก็ชัดพอจะย้ำเตือนว่าทุกชีวิตในห้องนี้ยังคงดำเนินอยู่ตามจังหวะของมันเองแสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมข้างเตียงทอดลงมาอย่างแผ่วเบา ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นเท่าไร มันเพียงทำให

  • เธอเป็นของผม   บทที่ 201

    ห้องพักฟื้นในช่วงสายเงียบกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ใช่เพราะไม่มีคนแต่เพราะทุกคนที่อยู่ในนั้นรู้ดีว่าไม่ควรพูดมากดารินทร์นั่งพิงหัวเตียงร่างกายยังไม่ฟื้นเต็มที่ ความปวดเมื่อยยังแฝงอยู่ตามข้อต่อแต่หัวใจกลับนิ่งกว่าที่เคยเป็นมาในรอบหลายปีลูกชายถูกอุ้มไว้ในอ้อมแขนน้ำหนักเบา ตัวอุ่นบ่งบอกถึงความมีชีวิต ทุกกา

  • เธอเป็นของผม   บทที่ 200

    ความเงียบหลังคลอดไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงดารินทร์นอนนิ่งอยู่บนเตียง แสงอ่อนจากหน้าต่างส่องเข้ามาในห้องพักฟื้น ไม่จ้าเกินไป และไม่ได้สว่างเกินจะเป็น แต่เป็นแสงที่เหมาะกับการหายใจช้า ๆ เหมาะกับการฟังเสียงหัวใจของตัวเองร่างกายของเธออ่อนล้า เหมือนผ่านสงคร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status