Share

บทที่ 6

Author: Meowmao
last update Last Updated: 2025-09-13 02:42:20

ซ่า!!

“เฮือก!! แค่ก ๆ”

ฉันลืมตาขึ้นมาอย่างอยากลำบากก่อนจะสำลักน้ำที่เข้าปากเข้าจมูกจนแสบไปหมด...ฉันพยายามปรับโฟกัสไปที่ทางข้างหน้า...ก็พบกับ...พวกพี่วินนี่! พอหันหลังฉันก็เจอกับพวกคนที่จับฉันมา ฉันสบตากับคนที่ฉันกำลังจะไปหาเขาแต่ก็ไม่ทันดดนจับมานอนแอ้งแม้งตรงนี้เสียก่อน สายตาคบกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่ฉันด้วยสายตาเฉยชา...หึ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จับฉันมาเพื่อหวังให้ผู้ชายคนนี้ยอมแพ้…ไม่มีวันซะหรอก

“ตื่นสักที หึ ไงมึง! ถ้ามึงยังไม่อยากให้อีนี่ตายก็เลิกเสือกเรื่องของพวกกูสักที! แล้วก็บอกพ่อมึงด้วยเลิกมาขัดแข้งขัดขาพวกกูได้ละ!”

ฉันมองเขาไม่วางตา พวกเขาห้าคนได้แต่เค่นหัวเราะอย่างนึกขำ ฉันเองก็อดสมเพชตัวเองไม่ได้ พวกเขารู้ดีว่าฉันไม่ได้มีค่าขนาดนั้น

“ที่พวกนายทำน่ะไม่มีประโยชน์หรอก...”

ฉันพูดออกมาเสียงเบา...ซึ่งพวกพี่วินเองต่างก็เงียบแล้วฟังฉันทันที ฉันพูดไปไม่ผิดหรอก มันไร้ประโยชน์จริง ๆ

“เธอหมายความว่าไง!”

มันเดินเข้ามาจับแขนฉันอย่างโมโหฉันเองก็ชำเลืองมองมันอย่างสมเพชเหมือนกัน! มันกับฉันก็คงไม่ต่างกันนักหรอก โง่เหมือนกัน

“โง่!”

ฉันด่ามันออกไปด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวแต่ก็เหมือนด่าตัวเองไปด้วยเมือนกัน

“อีนี่! ปากดีนักนะมึง!”

เพี้ยะ!

ฝ่ามือหนาถูกฟาดลงมาที่ใบหน้าของฉันอย่างแรง มันตบเข้ามาที่ใบหน้าของฉันสุดแรง ตอนนี้ใบหน้าของฉันชาจนแทบไม่รู้สึกเลย เพิ่งจะเคยโดนตบแรงขนาดนี้ก็ครั้งนี้แหละ แรงมากกว่าที่หมิวตบเสียอีก คงเป็นเพราะคนตบเป็นผู้ชายด้วยล่ะมั้ง...แต่พวกเค้าทั้งห้าคนกลับมองมาด้วยความนิ่งเฉย ไม่ผิดไปจากที่ฉันคิดสักเท่าไหร่หรอก ไม่น่าแปลกใจสักนิด!

ใช่สินะ...ก็ฉันมันเป็นคนผิด...ผิดทุกอย่าง…

“เหอะ! พวกมึงอย่ามาปั่นหัวพวกกูหน่อยเลย!! กูให้คนไปสืบมาแล้ว วินทัพมันชอบไปหาอีนี่ออกจะบ่อยนี่”

มันยังคงไม่ยอมรับความจริง และพูดต่อด้วยความมั่นใจตามเดิม พวกมันจะไปรู้อะไร พูดก็ไม่เชื่อ ด่าก็ไม่สน โง่จริง ๆ นั่นแหละ

“อีกอย่าง ถ้าพวกมึงไม่ใช่คนสนิทกัน แล้วมึงจะเอาสิ่งที่มึงได้ยินไปบอกมันทำไม!? หืม แม่คนสวย”

ฉันเบือนหน้าหนีมันทันที เพราะขณะที่มันพูดมันก็เอามือสกปรกมาลูบหน้าฉันเบา ๆ แลัวหันไปแสยะยิ้มกับพี่วินทัพเพื่อเย้ยหยัน ฉันหันไปมองพวกเขาที่ต่างก็พากันมองมาด้วยสายตานิ่งเฉยตามเดิม ราวกับว่าพวกเขาก็รอคำตอบเหมือนกัน...ถ้าฉันบอกความจริงออกไป เขาจะรู้สึกยังไงกันนะ แต่อยู่ ๆ คำพูดของพี่วินทัพเมื่ออาทิตย์ก่อนก็ดังเข้ามาในหัว

“ขยะไง”

“…”

ฉันเผลอพูดคำที่นึกออกไปเบา ๆ ใช่ฉันคิดว่าตัวเองก็มีค่าแค่นั้นแหละ....แค่ขยะที่เขาไม่เอามาเก็บไว้เท่านั้น

“ขยะอย่างฉันน่ะ...มีค่าแค่คาบข่าวไงล่ะ!?”

ฉันพูดกับมันแต่สายตายังคงจับจ้องไปที่พี่วินทัพไม่วางตา ซึ่งเขาเองก็สบตาฉันอยู่…และสุดท้ายก็เป็นฉันที่เลือกจะหลบตาเขา

“หึ อ๋ออย่างงี้นี่เอง งั้นแบบนี้เธอก็หมดประโยชน์แล้วสินะ"

มันคนเดิมพูดพร้อมควักบางอย่างออกมาและฉันมั่นใจว่าสิ่งที่มันควักออกมาต้องเป็นสิ่งที่ฉันเคยเห็นแน่ ๆ ปืนน่ะ

เป็นจริงอย่างที่ฉันคิดจริง ๆ ...มันควักปืนออกมาพร้อมกับจ่อมาที่หัวของฉัน ตอนนี้ฉันไม่กลัวอะไรอีกแล้ว ถ้าวันนี้จะต้องตาย ฉันก็ไใ่เสียใจอะไรแล้วเพราะฉันเหนื่อยเหลือเกิน...น้ำตาที่คิดว่าจะไม่รื้นขึ้นมาแล้วกลับรื้นขึ้นมาซะอย่างงั้น และมันก็ค่อย ๆ หยดลงช้า ๆ อาบแก้มของตัวเอง

ปัง!

ฉันหลับตาปี๋ด้วยความกลัว เมื่อได้ยินเสียงลั่นไกของปืน นี่ฉันตายแล้วใช่มั้ย? ทำไมมันถึงไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะ? หรือมันไม่เจ็บอย่างที่คิด?

ฉันลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ เมื่อไม่รู้สึกอะไรเท่าที่ควร แต่แล้วตัวฉันกลับไม่เป็นอะไรเลย เมื่อรู้ตัวว่าไม่ได้ถูกยิงจึงมองไปข้าง ๆ ตัวเอง

“กรี๊ดด!!”

ฉันกรี๊ดเสียงดังก่อนจะรีบดิ้นขยับหนีทันที น้ำสีแดงที่ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วเปรอะเปลื้อนเสื้อสีขาวของฉันมันย้ำว่าผู้ชายที่กำลังจะฆ่าฉัน ถูกฆ่าตายไปแล้วและเลือดของเขามันก็ติดอยู่ที่ตัวของฉัน!

“มึง! ไอ้เหี้ยวินทัพ!มึงไม่ได้ตายดีแน่”

เสียงผู้ชายอีกคนพูดด้วยความโมโห ฉันที่ตอนนี้สติเลือนลางลงไปทุกทีเริ่มไม่รับรู้สิ่งรอบข้างแล้ว...กลิ่นเลือดนั่น ยังคงชัดเจนจนฉันมึนหัวไปหมด อยากอ้วกจนแทบบ้า!

“นี่ ริน”

ฉันสดุ้งสุดตัวเมื่อพี่เอต้า สกิดตัวฉัน ฉันที่สภาพถูกแก้มัดเรียบร้อยแล้วแต่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม อะไรกัน? ฉันมองไปรอบๆ ก็ไม่เหลือใครนอกจากฉันกับพี่เอต้าแล้ว ทุกคนหายไปไหนหมดเนี่ย!แล้วหายไปตอนไหนกัน ทำไมฉันไม่รู้ตัวเลย แล้วเกิดอะไรขึ้นไปบ้างเนี่ย

“พะ...พี่วินละคะ?”

เมื่อฉันตั้งสติได้ ก็รีบถามถึงพี่วินทัพทันที

“มันไปนานแล้ว”

พี่เอต้าตอบก่อนนั่งลงมาข้างหน้าฉัน ไปนานแล้ว…งั้นเหรอ

“เธอกลัวเลือดเหรอ?”

ฉันมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ เพราะคำถามของเขามันแปลกน่ะสิ ใครบ้างจะไม่กลัวล่ะ คนตายเลยนะ แถมเลือดนั่น…

“เธอเอง...ก็เคยทำแบบนี้กับคนรักของไอ้วินมันนี่ ครั้งนั้นเลือดก็เยอะเหมือนกัน”

สายตาของเขามองมาที่ด้วยความโกรธ ฉันควรพูดว่าอะไรดี… ถ้าพูดความจริงออกไป เขาจะเชื่อฉันหรือเปล่า หรือคิดว่าฉันโกหกเหมือนพี่วินทัพ…

“ฉัน…ฉันขอตัวก่อนนะคะ”

เมื่อคิดว่าเขาเองก็คงไม่ต่างไปจากพี่วินทัพก็พูดขอตัวแล้วลุกขึ้นทันที พูดไปก็ไร้ประโยชน์เขาปักใจเชื่อแบบนั้นไปแล้ว จะไปแก้อะไรได้

“รู้เหรอ ว่าจะต้องออกจากที่นี่ยังไง?”

ฉันหยุดชะงักทันที เสียงของเขาตอนนี้เหมือนเสียงเมื่อสี่ปีก่อนเลย ต่างก็แค่คำถาม…และสถานที่เท่านั้นเอง

“ก็คง..ทำเหมือนเมื่อสี่ปีก่อนมั้งล่ะมั้งคะ”

ฉันพูดแล้วเดินออกมาทันที เมื่อสี่ปีก่อน เขาก็ถามฉันด้วยน้ำเสียงแบบนี้ เขาถามฉันว่ารู้ใช่มั้ยว่าจะต้องออกจากที่นี่ยังไงแล้วพวกเขาก็ออกไปจากโกดังร้างนั่นทันที

คอนโดมิเดียมหรู M

ฉันกลับมาคอนโดได้สักพักแล้วเพราะเดินออกมาเรียกแท็กซี่แถวนั้นเอา โชคดีที่มันไม่ได้ไกลจากตัวถนนมากนัก ฉันอยากจะไปสถานีตำรวจเหมือนเมื่อสี่ปีก่อนนะ แต่...ฉันรู้ว่าฉันไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นหรอก ถ้าทำแบบนั้นพี่วินก็อาจจะเดือดร้อนไปด้วย ฉันไม่ได้โลกสวยอะไรหรอก แต่หากได้รักใครสักคนแล้ว ก็คงไม่อยากเห็นเขาเดือดร้อนหรือเจ็บปวดหรอก…ใช่ ฉันไม่อยากให้พี่วินทัพเจ็บปวด...แต่ฉันกลับเป็นคนทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิมเสียอีก...

ติ๊ง!

หืม? ฉันเหลือบมองมือถือเมื่อมีคนส่งไลน์มา นี่จะห้าทุ่มแล้วใครทักมาล่ะเนี่ย ปกติแล้วยัยนกจะม่ส่งข้อความมาหาฉันดึกขนาดนี้หรอก ส่วนมากถ้าดึกก็มักจะโทรมาเลยเสียมากกว่าเพราะรู้ว่าฉันไม่ได้จับโทรศัพท์แล้ว

เมื่อหยิบสมาทโฟนขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นพี่เทม

'ริน...ทำไมหายไปเลยล่ะ?'

ฉันควรตอบดีมั้ยนะ แล้วควรตอบว่าอะไรดี เขาต้องถามฉันเรื่องพี่วินทัพด้วยแน่ ๆ เลย

'ริน อ่านแล้วตอบพี่หน่อยสิ พี่เป็นห่วงนะ'

ฉันยังคงอ่านอยู่แบบนั้น แต่ไม่ได้คิดจะตอบอะไรออกไป ก็รู้ว่าเขาเป็นห่วง แต่ฉันไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไรดี

'รินครับ มีอะไรหรือเปล่า ตอบพี่หน่อย พี่เป็นห่วงจริง ๆ'

ฉันมองข้อความนั้นก่อนจะกดพิมพ์ตอบกลับไป ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะส่งมารัว ๆ ไม่ได้นอนกันพอดี

'พี่เทมมีอะไรหรือเปล่าคะ เค้ากำลังจะนอนแล้วเนี่ย'

ฉันพิมพ์ถามพร้อมกับตัดจบไปว่าจะนอนแล้ว หวังว่าเขาจะไม่ถามอะไรเซ้าซี้ฉันตอนนี้นะ ฉันยังไม่อยากคุยจริง ๆ

'โอเค งั้นนอนเถอะ พี่ไม่กวนแล้วก็ได้'

ฉันอ่านข้อความสุดท้ายนั่น ก่อนจะวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะล้มตัวลงนอนตามเดิม

“พี่ไปไหนกันนะพี่วิน...”

ฉันนอนคิดถึงผู้ชายใจร้ายก่อนที่สติของฉันจะเริ่มเลือนลางไปด้วยความอ่อนล้า ทั้ง ๆ ที่เขาใจร้ายทิ้งฉันไว้ตรงนั้นแท้ ๆ แต่ฉันกลับเป็นห่วงเขามากเหลือเกิน…

-วินทัพ-

โรงพบาลแห่งหนึ่ง

“หยก...เป็นยังไงบ้าง…”

ผมถามผู้หญิงที่นอนหลับมานานเป็นเวลานานถึงสี่ปีแล้ว เธอไม่เคยลุกขึ้นมาตอบผมเลยสักครั้ง...ผมรอเธอกลับมาหาผมทุกวัน ทุกคนในครอบครัวเราต่างก็บอกให้ผมปล่อยเธอไป แต่ความรู้สึกของผมไม่อยากปล่อยเธอไปเลย ผมรักเธอ ผมจะรอเธอตื่นขึ้นมาแต่งงานกับผม...ถ้าไม่ใช่เพราะยัยผู้หญิงโสมมนั่น หยกก็คงไม่เป็นแบบนี้ หยกคงไม่ตายทั้งเป็นแบบนี้ ยัยนั่นคงคิดว่าหยกตายไปแล้วตั้งแต่สี่ปีก่อน

เหอะ! ผมโคตรจะเกลียดเธอเลย ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอเจ็บปวด! เจ็บปวดเหมือนผมกับหยก เจ็บปวดยิ่งกว่าตายทั้งเป็น! ผมรู้ว่ายัยนั่นมีใจให้ผมมาตลอด ผมรู้มาตลอดแต่ผมไม่เคยให้ความหวังเธอเลยสักครั้ง ผมพยายามหนีห่างจากเธอ แต่สุดท้าย ยัยผู้หญิงใจทรามนั่นก็เอาความโกรธมาลงที่คนที่ผมรัก เธอล่อให้หยกของผมออกจากงานเลี้ยงเพื่อจะได้ให้ผู้ชายคนอื่นไปรุมโทรมเธอ...แล้วตัวเองก็ยืนมองด้วยความสะใจ! ภาพที่ผมเห็นในคืนวันนั้น ผมเห็นหยกนอนหมดสติอยู่บนเตียงด้วยร่างที่เปลือยเปล่าอยู่ในโกดังร้างที่นั่น

ผมดูแลหยกมาอย่างดีทุกอย่างไม่เคยล่วงเกินเธอแม้แต่น้อยดูแลซะยิ่งกว่าชีวิตของผมพอไปเห็นแบบนั้นมันก็ทำใหหัวใจของผมแตกเป็นเสี่ยง ๆ ผมตามเก็บไอ้พวกระยำนั่นทุกคน! ยกเว้นคนบงการอย่างยัยสารเลวนั่น! ผมจะเก็บเธอไว้ทรมาณเล่นจนกว่าหยกจะฟื้นขึ้นมา! ผมจะรอจนหยกฟื้นขึ้นมาหาผม บอกตามตรงยิ่งผมเห็นน้ำตาของยัยนั่นผมยิ่งสะใจ ยิ่งเห็นเธอเจ็บปวดผมยิ่งตื่นเต้นจนแทบบ้า! และผมสาบานเลยว่าผมจะทำให้ยัยนั่นเจ็บปวดยิ่งกว่าใครในโลกนี้เเน่!

-จบ วินทัพ-

ต่อไปไรท์จะอัพวันละ 2 ตอนนะคะ ตอนแรก 09:00 น. ตอนสอง 12:00 น. งับ ตรงเวลาแน่นอน

ใครชอบฝาก กดใจ+คอมเม้นท์เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ

ส่วนใครที่อยากได้รับการแจ้งเตือนอัพสามารถกดเพิ่มเข้าหนังสือด้วยนะคะ><~ 
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เธอเป็นของผม   บทที่ 205

    บ้านสวนบนภูเขาไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ ไม่ได้หรูหรา ไม่ได้ออกแบบมาเพื่ออวดใคร มันเป็นเพียงบ้านไม้หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเนินที่มองเห็นแนวเขาซ้อนกันไกลสุดสายตาเช้า ๆ มีหมอกบางลอยอ้อยอิ่งและเย็น ๆ มีลมพัดกลิ่นดิน กลิ่นหญ้า และกลิ่นใบไม้แห้งเข้ามาในบ้าน เป็นสถานที่ที่เวลาเหมือนเดินช้ากว่าที่อื่นดารินทร์เลือ

  • เธอเป็นของผม   บทที่ 204

    ค่ำวันนั้น โรงพยาบาลเงียบกว่าทุกวัน ไม่ใช่เพราะคนหายไปแต่เพราะเวลากำลังเคลื่อนช้าลงอย่างตั้งใจเหมือนเปิดพื้นที่ให้ใครบางคนได้คิด ได้ฟังเสียงหัวใจตัวเองโดยไม่ถูกเร่งรัดดารินทร์นั่งอยู่ริมหน้าต่าง ม่านสีอ่อนปลิวไหวตามแรงลมจากช่องระบายอากาศแสงไฟจากตึกฝั่งตรงข้ามสะท้อนเข้ามาเป็นจุดเล็ก ๆ กระจัดกระจายไม

  • เธอเป็นของผม   บทที่ 203

    เช้าวันใหม่ไม่ได้พาอะไรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน แสงแดดที่ลอดผ่านม่านยังคงอ่อน อากาศในห้องพักฟื้นยังคงนิ่ง เสียงเครื่องมือแพทย์ยังดังเป็นจังหวะเดิม แต่ดารินทร์รู้รู้ตั้งแต่วินาทีที่ลืมตาขึ้นมาว่าบางอย่างในตัวเธอ ไม่เหมือนเดิมแล้วไม่ใช่ความรู้สึกตื่นเต้นไม่ใช่ความหวัง ไม่ใช่การตัดสินใจ มันเป็นเพียงความร

  • เธอเป็นของผม   บทที่ 202

    กลางดึกของคืนหนึ่งห้องพักฟื้นเงียบงันจนได้ยินเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียง ติ๊ด…ติ๊ด… ไม่ดังพอจะรบกวน แต่ก็ชัดพอจะย้ำเตือนว่าทุกชีวิตในห้องนี้ยังคงดำเนินอยู่ตามจังหวะของมันเองแสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมข้างเตียงทอดลงมาอย่างแผ่วเบา ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นเท่าไร มันเพียงทำให

  • เธอเป็นของผม   บทที่ 201

    ห้องพักฟื้นในช่วงสายเงียบกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ใช่เพราะไม่มีคนแต่เพราะทุกคนที่อยู่ในนั้นรู้ดีว่าไม่ควรพูดมากดารินทร์นั่งพิงหัวเตียงร่างกายยังไม่ฟื้นเต็มที่ ความปวดเมื่อยยังแฝงอยู่ตามข้อต่อแต่หัวใจกลับนิ่งกว่าที่เคยเป็นมาในรอบหลายปีลูกชายถูกอุ้มไว้ในอ้อมแขนน้ำหนักเบา ตัวอุ่นบ่งบอกถึงความมีชีวิต ทุกกา

  • เธอเป็นของผม   บทที่ 200

    ความเงียบหลังคลอดไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงดารินทร์นอนนิ่งอยู่บนเตียง แสงอ่อนจากหน้าต่างส่องเข้ามาในห้องพักฟื้น ไม่จ้าเกินไป และไม่ได้สว่างเกินจะเป็น แต่เป็นแสงที่เหมาะกับการหายใจช้า ๆ เหมาะกับการฟังเสียงหัวใจของตัวเองร่างกายของเธออ่อนล้า เหมือนผ่านสงคร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status