ログイン‘จะชวนแกไปช่วยเลือกชุดแต่งงานหน่อย’
‘หือเลือกชุดแต่งงานอะไร แกจะแต่งงานกับฉันเหรอ’
วีนัสพูดแซวมาตามสาย
‘กับพี่วีนั่นแหละ เขาไม่ว่าง เลยให้ฉันเป็นคนเลือก แต่ฉันไม่อยากไปคนเดียวน่ะ เลยชวนแกไปด้วย’
‘เดี๋ยวนะแก แกแต่งงานกับพี่วี แกกับพี่วีต้องไปเลือกชุดแต่งงานกันสิ ฉันไม่ใช่เจ้าบ่าวของแกนะ’
‘คู่อื่นก็คงเป็นแบบนั้น แต่ไม่ใช่ฉันไง แกก็รู้ว่าพี่วีไม่อยากแต่งงานกับฉัน เขาชอบเนตร’
‘แล้วแกจะทนแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักแกหรือไง’
วีนัสเอ่ยถามเพื่อนอย่างเห็นใจ
‘แต่ผู้ใหญ่เขาอยากให้ฉันกับพี่วีแต่งงานกัน ในฐานะที่ฉันเป็นลูกคนโต แล้วฉันก็รักพี่วีมาก แต่งงานกันไปอาจจะดีก็ได้นะแก ฉันจะพยายามทำตัวเป็นภรรยาที่ดีของเขา’
‘เอาที่แกสบายใจแล้วกัน ฉันพร้อมไปเป็นเพื่อนแกเสมอ’
วีนัสรับคำ อาจเพราะหล่อนเป็นลูกคนเล็กของเจ้าสัวเมฆ ไม่ต้องกดดันใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะมีพี่ชายคอยดูแลกิจการมากมายของบิดาอยู่แล้ว เธอจึงได้ทำตามความฝันเป็นเจ้าของร้านอัญมณีและเครื่องประดับเพราะชอบของสวย ๆ งาม ๆ มาตั้งแต่เด็ก เจ้าสัวเห็นว่าลูกชอบจึงเปิดร้านเพชรพลอยและทองอยู่ในร้านเดียวกันให้เสียเลย
วีนัสยังมีความสามารถในการออกแบบเครื่องประดับอีกด้วย ทำให้ร้านของเธอเป็นที่นิยมเพราะมีลูกค้ากระเป๋าหนักมักให้วีนัสออกแบบเครื่องประดับให้ ลูกค้าที่มาสั่งทำ ถูกอกถูกใจเพราะมีแค่ชิ้นเดียว วีนัสออกแบบไปแล้วก็จะไม่ทำซ้ำออกมาขายอีก ทำให้เป็นสินค้าแรร์ไปโดยปริยาย
‘แต่แกลองชวนว่าที่เจ้าบ่าวของแกอีกรอบสิ เผื่อเขาจะว่างไปกับแก ไปลองชุดแล้วเอาที่ชอบเลย จะได้แก้กันไปเลย’
‘อืม... เดี๋ยวจะลองชวนดู’
มณีมุกดารับคำ ก่อนวันไปดูชุดแต่งงาน เธอก็ลองชวนกวีวัธน์อีกครั้ง
“พี่วีคะ วันนี้ไปดูชุดแต่งงานกันนะคะ”
“ไปสิ” คนที่กำลังเซ็นเอกสารอยู่เอ่ยตอบแต่ไม่ได้เงยขึ้นมามองหน้า นั่นทำให้คนเอ่ยชวนยิ้มกว้างขึ้นมาในทันที
“งั้นมุกดานั่งรอพี่วีนะคะ”
“ไปรอที่ร้านก็ได้ จะได้เลือกที่ถูกใจก่อน”
“ขอบคุณนะคะ” เธอเข้าไปหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ แต่เขาเบี่ยงหลบเมื่อเธอจะหอมแก้มอีก
“ทำไมล่ะคะ ไม่มีใครเห็นหรอก”
“เกิดมีใครโผล่พรวดพราดเข้ามามันจะไม่ดี” เขาทำเสียงดุ
“งั้นมุกดาไปรอที่ร้านนะคะ” มณีมุกดาไม่อยากเซ้าซี้อีก เมื่อเห็นว่าเขาตอบตกลง จากที่วันก่อนปฏิเสธ คิดว่าวันนี้เลือกชุดแต่งงานกันเสร็จจะชวนเขาไปกินข้าวด้วยกัน
-แกไม่ต้องมาแล้วนะ วันนี้พี่วีจะมาดูชุดแต่งงานกับฉัน-
มณีมุกดาส่งข้อความไปหาเพื่อนรัก วีนัสอ่านข้อความแล้วถึงกับอมยิ้ม
-ขอให้โชคดีนะแก ดูชุดเสร็จชวนไปกินขนมถ้วยฟูต่อเลย-
-ขนมถ้วยฟูอะไรของแก-
มณีมุกดาพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความงุนงง
-โอ๊ย! แม่เพื่อนฉัน ขนมถ้วยฟูไง ฟู ๆ น่ะ-
-ไอ้เพื่อนบ้าลามก-
-ฉันหมายถึงขนมถ้วยฟู แกคิดทะลึ่งอะไร-
วีนัสหัวเราะร่วนเมื่ออ่านข้อความของเพื่อนรัก ทำให้มณีมุกดาค้อนโทรศัพท์ ก่อนจะพักการคุยโต้ตอบกับเพื่อนรัก
มณีมุกดานั่งเลือกชุดแต่งงานที่พนักงานนำมาให้เลือกหลากหลาย
“คุณลูกค้าเลื่อนดูไปได้เรื่อย ๆ เลยค่ะ ชอบชุดไหนสามารถขอลองได้ ถ้าไม่พอดีตัวทางเราจะแก้ชุดให้นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ” มณีมุกดารับคำด้วยรอยยิ้ม นั่งเลื่อนหน้าจอคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กไปเรื่อย ๆ เพื่อรอกวีวัธน์
เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมงกวีวัธน์ก็ยังไม่มา เธอจึงกดโทรศัพท์หาเขา
หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ ถ้าไม่เพราะเขาปิดเครื่องก็คงแบ็ตหมด
มณีมุกดาเม้มปากเล็กน้อย เธอมองชุดแต่งงานแสนสวยตรงหน้า แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ เธออยากให้เขาเป็นคนมาช่วยเลือก ช่วยดูเธอสวมใส่ชุดสวย ๆ พวกนี้
หญิงเดินทางกลับบ้าน จึงได้เห็นว่ารถของเขาจอดอยู่ที่หน้าบ้าน นึกแปลกใจว่าทำไมเขาถึงไม่ได้ไปที่ร้านแต่กลับมารอเธออยู่ที่บ้าน
มณีมุกดาชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงคนคุยกัน
“ขอบใจวีมากนะลูกที่อุตส่าห์ไปรับน้องที่โรงพยาบาล” อรพรรณกำลังกล่าวขอบอกขอบใจกวีวัธน์อยู่ ทำให้มณีมุกดาเห็นว่าที่แขนและขาของน้องสาวมีผ้าพันแผลพันเอาไว้
“ไม่เป็นไรหรอกครับ”
“อ้าวมุกดากลับมาแล้วเหรอจ๊ะ” อรพรรณเอ่ยทักลูกเลี้ยงสาวเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยืนอยู่
“ค่ะ เนตรเป็นอะไรหรือคะ” เธอเดินเข้านั่งประจันหน้ากับทุกคนก่อนจะเอ่ยถาม
“น้องโดนรถเฉี่ยวน่ะจ้ะ ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก”
“โดนรถเฉี่ยววันเดียวกับที่พี่วีต้องไปเลือกชุดแต่งงานกับมุกดาแบบนี้จะให้คิดยังไงคะ” มณีมุกดาเอ่ยถามออกมาตรง ๆ คิดว่าแผนการขัดขวางกวีวัธน์ไม่ให้ไปเลือกชุดแต่งงานกับเธอคงเป็นฝีมือของสองแม่ลูกเป็นแน่
“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงจ๊ะ” อรพรรณหน้าตึงพลางเอ่ยถาม
“เนียนทั้งแม่ทั้งลูกเลยนะคะ ก็วันนี้พี่วีต้องไปเลือกชุดแต่งงานกับมุกดา แต่เนตรกลับโดนรถเฉี่ยว มันเพราะอะไรกันล่ะคะ”
“นี่เราจะหาว่าน้องแกล้งอย่างนั้นเหรอ น้องจะทำแบบนั้นไปทำไม” อรพรรณเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจ
“พี่วีพูดแบบนี้ได้ยังไง” มณีมุกดาเบือนหน้าหนี ไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าเขา ข่มกลั้นความอดสูเอาไว้ ไม่อยากประจานความอ่อนแอ และดีไม่ดีสองแม่ลูกมาเห็น เธอก็จะกลายเป็นตัวตลก“พูดเรื่องจริงล้วน ๆ”“พี่อยากถอนหมั้นขนาดนั้นเลยเหรอคะ”“ถ้าเธอสะดวกพี่ก็พร้อม” เขาพูดจบแล้วเดินไปขึ้นรถ แต่มณีมุกดาไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้แน่เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองสองแม่ลูกที่กำลังมองมายังเธอจากบนห้องนอน“ยังไงเราสองคนก็ต้องแต่งงานกัน พ่อกับแม่ของพวกเราก็เห็นดีเห็นงาม ถ้าพี่ทนไม่ได้จริง ๆ พี่ก็ไปบอกพวกท่านเองก็แล้วกัน”“นี่ขึ้นมาบนรถทำไม ลงไปซะ”“มุกดาเป็นคู่หมั้น มุกดาจะไปกับพี่ พี่ไปไหนมุกดาไปที่นั่น”“พี่จะกลับคอนโดฯ ส่วนตัว” คืนนี้เขาไม่ได้ค้างที่บ้านของบิดามารดา เพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์“งั้นมุกดาไปกับพี่”“ดื้อ”“ถ้ามุกดาดื้อ พี่จะทำโทษอะไรก็ได้นะคะ” เธอมองสบตาเขาอย่างยั่วเย้า“ลงไป”“ไม่ไปค่ะ” คนดื้อส่ายหน้าปฏิเสธไปมา“เกิดอะไรขึ้นอย่าบ่นก็แล้วกัน” เขาขับรถออกจากบ้านหลังใหญ่มุ่งหน้าไปยังคอนโดฯ ในทันที“มณีมุกดาก็แน่เหมือนกันนะ ยังหน้าหนากระโดดขึ้นรถของตาวีไปได้” สองแม่ลูกที่ยืนมองอยู่ตรงระเบียงห้องมองสบตากัน ก่อน
“พอเถอะมุกดา วันนี้ไปไม่ได้ เราไปกันวันอื่นก็ได้ ยังไงพี่ก็ต้องแต่งงานกับเธออยู่แล้ว”“เนตรขอโทษพี่มุกดานะคะ เนตรไม่รู้จริงๆ ว่าพี่กับพี่วีจะต้องไปดูชุดแต่งงานด้วยกันวันนี้” มณีเนตรทำเสียงเศร้า สีหน้าสำนึกผิด“เลิกตีหน้าซื่อไร้เดียงสาได้แล้ว ไม่มีใครเขาเชื่อเธอหรอก” มณีมุกดาตรงเข้าไปหามณีเนตร เกลียดสีหน้าแอ๊บแบ๊ว อ่อนต่อโลกทำท่าจะร้องไห้แบบนี้ของอีกฝ่ายเต็มที“นี่หยุดนะมุกดา” กวีวัธน์เข้าขวางเอาไว้“พี่วีปกป้องมันอีกแล้ว”“อย่าจิกเรียกคนอื่นว่ามัน พี่ไม่ชอบ”“ในสายตาของพี่วี มุกดาเคยถูกใจพี่บ้างไหมคะ”“คุณแม่คะ เนตรอยากพักผ่อนค่ะ คุณแม่พาเนตรไปพักผ่อนหน่อยได้ไหมคะ” มณีเนตรหันไปบอกมารดา“จ้ะ แม่จะพาไปพัก” อรพรรณรีบเข้าไปประคองบุตรสาว“โอ๊ย!” มณีเนตรร้องด้วยความเจ็บก่อนจะเซ“เนตรเป็นยังไงบ้าง” คนที่รีบเข้าไปประคองคือกวีวัธน์“ไม่เป็นไรค่ะ พี่วีไปคุยกับพี่มุกดาเถอะค่ะ เดี๋ยวให้คุณแม่ประคองเนตรขึ้นห้องก็ได้” สีหน้าของมณีเนตรดูเกรงอกเกรงใจเป็นที่สุด“เราเดินไม่ไหวหรอก คุณน้าครับผมขอโทษนะครับ ผมขออุ้มเนตรขึ้นไปพักบนห้องนะครับ”“แต่พี่มุกดา”“พี่ขอโทษนะ” กวีวัธน์รีบอุ้มหญิงสาวในทันที ไม่สนใจ
‘จะชวนแกไปช่วยเลือกชุดแต่งงานหน่อย’‘หือเลือกชุดแต่งงานอะไร แกจะแต่งงานกับฉันเหรอ’วีนัสพูดแซวมาตามสาย‘กับพี่วีนั่นแหละ เขาไม่ว่าง เลยให้ฉันเป็นคนเลือก แต่ฉันไม่อยากไปคนเดียวน่ะ เลยชวนแกไปด้วย’‘เดี๋ยวนะแก แกแต่งงานกับพี่วี แกกับพี่วีต้องไปเลือกชุดแต่งงานกันสิ ฉันไม่ใช่เจ้าบ่าวของแกนะ’‘คู่อื่นก็คงเป็นแบบนั้น แต่ไม่ใช่ฉันไง แกก็รู้ว่าพี่วีไม่อยากแต่งงานกับฉัน เขาชอบเนตร’‘แล้วแกจะทนแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักแกหรือไง’วีนัสเอ่ยถามเพื่อนอย่างเห็นใจ‘แต่ผู้ใหญ่เขาอยากให้ฉันกับพี่วีแต่งงานกัน ในฐานะที่ฉันเป็นลูกคนโต แล้วฉันก็รักพี่วีมาก แต่งงานกันไปอาจจะดีก็ได้นะแก ฉันจะพยายามทำตัวเป็นภรรยาที่ดีของเขา’‘เอาที่แกสบายใจแล้วกัน ฉันพร้อมไปเป็นเพื่อนแกเสมอ’วีนัสรับคำ อาจเพราะหล่อนเป็นลูกคนเล็กของเจ้าสัวเมฆ ไม่ต้องกดดันใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะมีพี่ชายคอยดูแลกิจการมากมายของบิดาอยู่แล้ว เธอจึงได้ทำตามความฝันเป็นเจ้าของร้านอัญมณีและเครื่องประดับเพราะชอบของสวย ๆ งาม ๆ มาตั้งแต่เด็ก เจ้าสัวเห็นว่าลูกชอบจึงเปิดร้านเพชรพลอยและทองอยู่ในร้านเดียวกันให้เสียเลยวีนัสยังมีความสามารถในการออกแบบเครื่องประดับอีกด้ว
“นั่นสิ พี่ยินดียกเลิกการหมั้น แล้วใครเป็นคนยื้อ” ประโยคคำถามของเขาทำให้เธอเจ็บจุกในอก“ก็ดีค่ะ งั้นเราก็แต่งงานกันต่อไปตามคำของผู้ใหญ่ มุกดาเป็นพี่ของยายเนตร ก็ควรที่จะได้แต่งงานก่อนในฐานะพี่คนโต” นี่ถ้าบิดาให้เลือกหมั้นหมาย เขาคงเลือกน้องสาวของเธอ แต่เพราะเธอเป็นพี่คนโตต้องสืบทอดกิจการ บิดาเลยเลือกเธอบิดาเลือกไม่ใช่กวีวัธน์เป็นคนเลือก!“พี่วีจะไปไหน” เขาเดินหนี เธอก็รีบรั้งเอาไว้“ปล่อย”“เรื่องสำคัญที่มุกดาจะคุยก็เรื่องการแต่งงานเดือนหน้าค่ะ เรายังไม่ได้เลือกชุด เลือกของชำร่วยหรือถ่ายพรีเว้ดดิ้งกันเลยนะคะ” เธอรั้งเขาเอาไว้ รู้สึกเจ็บปวดเหลือล้น เธอได้ตัวเขา แต่ใจของเขาไปอยู่กับคนอื่น“เธอเลือกแล้วกัน ชอบแบบไหนพี่โอเคหมด” เขาตอบอย่างไม่แยแส ไม่มีความใส่ใจในน้ำเสียงและการกระทำ เขาเฉยชา เฉยเมยจนเธอเจ็บลึกในอกเจ็บปวดขนาดนี้เธอยังจะทนเหรอก็ต้องทนเพราะเธอรักเขามาก ในที่สุดก็จะเอาชนะน้องสาวแอ๊บแบ๊วของตัวเองได้แล้วมณีมุกดายิ้มออกมา แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมยิ่งกว่าบอระเพ็ด“แล้วมุกดาจะนัดให้พี่ไปลองชุดด้วยกันนะคะ” เขาให้เธอเลือก ก็ยังดี หญิงสาวปลอบใจตัวเอง“แค่นี้ใช่ไหมเรื่องส
มณีมุกดามองหนุ่มสาวทั้งสองที่กำลังทำอาหารกันอยู่ในห้องครัวแบบเปิดโล่งของตัวบ้านแล้วยอกแสลงในอกคนหนึ่งคือคู่หมั้นหนุ่ม อีกคนคือน้องสาวต่างมารดา พวกเขาสองคนมีใจให้กัน ในขณะที่เธอเป็นคู่หมั้นเพราะบิดาเคยมีบุญคุณกับครอบครัวของเขา ที่บ้านไม่มีบุตรสาวจึงเอ่ยปากอยากได้กวีวัธน์มาเป็นเขย โดยการหมั้นหมายกับเธอเมื่อหลายปีก่อนเธอแอบชอบกวีวัธน์โดยไม่ต้องสงสัย แต่สำหรับเขาแล้วเธอไม่เคยอยู่ในสายตา เขารักและเอ็นดูน้องสาวของเธอมากกว่ามณีเนตรขี้อ้อนน่ารักในสายตาของเขา ในขณะที่เธอเข้มแข็งพึ่งพิงตัวเองได้ ไม่ต้องมีใครใส่ใจก็เอาตัวรอดได้มณีมุกดานึกน้อยใจวูบขึ้นมาในอก วันนี้เธอโทร. หากวีวัธน์ เพื่อบอกเขาว่าจะไปหาที่ทำงานเพื่อที่จะชวนเขาออกไปกินข้าวแสนอร่อยกันข้างนอก แต่เขากลับปฏิเสธบอกว่ามีธุระธุระของเขาก็คือน้องสาวของเธออย่างนั้นเหรอมณีเนตรมักมีความสำคัญกับเขาเสมอ ไม่ว่าทั้งยามหลับและยามตื่น โทร. หาคราใดเขาจะรีบไปในทันที ในขณะที่เธอพึ่งตัวเองจนเคยชินการพึ่งตัวเองก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องง้อใคร อยู่ได้ด้วยตัวเอง ยืนได้ด้วยลำแข้ง แต่เธอก็อยากโมเม้นต์ที่อยากให้คนที่รักใส่ใจบ้าง“อ้าวพี่มุกดามาชิมอาหารฝีมื







