LOGIN“พี่วีพูดแบบนี้ได้ยังไง” มณีมุกดาเบือนหน้าหนี ไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าเขา ข่มกลั้นความอดสูเอาไว้ ไม่อยากประจานความอ่อนแอ และดีไม่ดีสองแม่ลูกมาเห็น เธอก็จะกลายเป็นตัวตลก
“พูดเรื่องจริงล้วน ๆ”
“พี่อยากถอนหมั้นขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ถ้าเธอสะดวกพี่ก็พร้อม” เขาพูดจบแล้วเดินไปขึ้นรถ แต่มณีมุกดาไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้แน่เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองสองแม่ลูกที่กำลังมองมายังเธอจากบนห้องนอน
“ยังไงเราสองคนก็ต้องแต่งงานกัน พ่อกับแม่ของพวกเราก็เห็นดีเห็นงาม ถ้าพี่ทนไม่ได้จริง ๆ พี่ก็ไปบอกพวกท่านเองก็แล้วกัน”
“นี่ขึ้นมาบนรถทำไม ลงไปซะ”
“มุกดาเป็นคู่หมั้น มุกดาจะไปกับพี่ พี่ไปไหนมุกดาไปที่นั่น”
“พี่จะกลับคอนโดฯ ส่วนตัว” คืนนี้เขาไม่ได้ค้างที่บ้านของบิดามารดา เพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์
“งั้นมุกดาไปกับพี่”
“ดื้อ”
“ถ้ามุกดาดื้อ พี่จะทำโทษอะไรก็ได้นะคะ” เธอมองสบตาเขาอย่างยั่วเย้า
“ลงไป”
“ไม่ไปค่ะ” คนดื้อส่ายหน้าปฏิเสธไปมา
“เกิดอะไรขึ้นอย่าบ่นก็แล้วกัน” เขาขับรถออกจากบ้านหลังใหญ่มุ่งหน้าไปยังคอนโดฯ ในทันที
“มณีมุกดาก็แน่เหมือนกันนะ ยังหน้าหนากระโดดขึ้นรถของตาวีไปได้” สองแม่ลูกที่ยืนมองอยู่ตรงระเบียงห้องมองสบตากัน ก่อนที่คนเป็นแม่จะพูดออกมา พลางกอดอกมองตามท้ายรถไปจนสุดตา
“ปากร้ายอย่างพี่มุกดา พี่วีไม่สนใจหรอกค่ะ”
“ลูกเป็นยังไงบ้าง เดินยังไงให้รถเฉี่ยว”
“ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แค่ถลอกนิดหน่อย”
“นิดหน่อยเสียที่ไหน เขียวช้ำเชียว ผิวขาว ๆ สวย ๆ ของลูกแม่เสียหมด เดี๋ยวก็ราคาตกหรอก” อรพรรณประคองลูกไปที่เตียง ก่อนจะสำรวจเนื้อตัวของลูกสาว
“แต่ก็คุ้มไม่ใช่เหรอคะ พี่วีไม่ได้ไปดูชุดเจ้าสาวกับพี่มุกดา”
“นี่อย่าบอกนะว่าลูกลงทุนเจ็บตัวเพื่อขัดขวางไม่ให้กวีวัธน์ไปดูชุดแต่งงานกับมณีมุกดา”
“ค่ะ”
“ทำอะไรแบบนี้ เจ็บตัวเปล่า ๆ ยังไงเขาสองคนก็ต้องแต่งงานกัน”
“คุณแม่คิดว่าพี่วีรักใครคะระหว่างหนูกับพี่มุกดา”
“ถ้าในสายตาแม่ก็ต้องเป็นเนตรอยู่แล้วลูก แต่ผู้ใหญ่เขาเป็นคนรักษาคำมั่นสัญญา ยังไงก็ต้องแต่งงานกัน ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรอกลูก”
“คุณแม่อยากได้พี่วีเป็นลูกเขยไหมล่ะคะ”
“ลูกหมายความว่ายังไง”
“ลูกเขยที่เป็นสามีหนูนะคะ ไม่ใช่สามีของพี่มุกดา ซึ่งมีฐานะแค่ลูกเลี้ยงคุณแม่”
“ตาวีเพียบพร้อมทั้งฐานะ หน้าตา ชาติตระกูลและการศึกษา ใครไม่อยากได้ก็แปลกแล้วลูก”
“หนูจะทำทุกวิถีทางให้สองคนนั่นแตกหักกันให้ได้ค่ะคุณแม่”
“แต่มันก็ต้องอยู่ที่คนกลางอย่างกวีวัธน์ด้วยนะลูก”
“หนูมั่นใจค่ะคุณแม่ว่าพี่วีรักหนู เป็นห่วงหนู แคร์หนูที่สุด ดูอย่างวันนี้สิคะ นัดดูชุดแต่งงานกับพี่มุกดา พอพยาบาลโทร. ไปแจ้งว่าหนูโดนรถเฉี่ยว พี่วีก็วิ่งแจ้นมาหาหนู ผิดนัดกับพี่มุกดา แถมไม่ได้โทร. ไปบอกอีก แบ็ตหมดพอดีน่ะค่ะ หนูก็เนียนทำเป็นไม่รู้ จริงๆ หนูรู้แล้วล่ะคะว่าเขาสองคนจะไปดูชุดแต่งงานกันวันนี้”
“ก็จริง ตาวีวิ่งแจ้นมาหาลูกด้วยความเป็นห่วง เขาไม่ห่วงเลยว่าแม่มุกดาจะรอหรือไม่ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเขารักเขาห่วงลูกของแม่ที่สุด” อรพรรณเห็นด้วยกับบุตรสาว
“พี่มุกดาก็แค่เกิดก่อนหนู เป็นพี่ก็แค่นั้นเอง ถ้าหนูเกิดก่อนคนที่จะได้แต่งงานและยืนเคียงข้างพี่วีก็คือหนูค่ะคุณแม่” มณีเนตรยิ้มให้มารดา
ทางด้านมณีมุกดาที่นั่งรถมาคอนโดฯ ของกวีวัธน์ เธอก็เดินหน้าง้อเขาเต็มที่ ที่เข้าใจผิดคิดว่าเขาปิดโทรศัพท์หนี ความใกล้ชิดทำให้ทั้งสองตกเป็นของกันและกันอีกครั้ง เหมือนเช่นทุกครั้งที่เธอคอยตามง้องอนเขาก่อนและยอมอ่อนข้อให้เขา
“แกดีกับพี่วีของแกแล้วเหรอ” วีนัสเอ่ยถามเพื่อนสาวเมื่อเห็นเพื่อนมีสีหน้ายิ้มแย้มเมื่อชวนกันออกมากินข้าวข้างนอก
“อือ... พี่วีไปดูชุดแต่งงานกับฉันแล้วแหละ ลองชุดกันเรียบร้อย เหลือแค่ปรับแก้แล้วไปลองอีกรอบ แต่ช่างที่ร้านบอกว่าไม่ต้องลองก็ได้ เพราะวัดตัวเรียบร้อยแล้ว สามารถนำชุดมาสวมใส่ได้เลยในวันแต่งงาน ถ้าพวกเราติดธุระหรือไม่มีเวลาไปลองชุดน่ะจ้ะ”
“ก็ดีแล้ว”
“ไหนไอ้จตน์ล่ะ รอนานแล้วนะ” มณีมุกดาเอ่ยถาม เจตน์คือเพื่อนชายในกลุ่มที่คบหากันมานาน เจตน์เป็นทายาทเจ้าของโรงแรมมีชื่อเสียงทางภาคใต้ ไม่ต่างจากมณีมุกดา
“มาแล้วครับ” เจตน์มาทันได้ยินสองสาวบ่น หนุ่มหล่อหน้าตาดีที่สูงเกือบร้อยแปดสิบเซ็นติเมตรยิ้มอบอุ่นให้เพื่อนรักทั้งสอง
เรียนอนุบาลมาด้วยกัน โตมาด้วยกัน เรียนประถมด้วยกัน มัธยมด้วยกัน และจบมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกันอีกในสาขาบริหาร จึงสนิทกันอย่างแน่นแฟ้น
“ความรักของแกเป็นไงบ้าง ยังหวานอยู่ไหม” เจตน์เอ่ยถามเพื่อนรักที่มีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่เหมือนอย่างที่วีนัสโทร. ไปเล่าไปปรึกษา
“ดีจ้ะ ไปลองชุดแต่งงานมาแล้ว”
“แกดูพร้อมเป็นเจ้าสาวมาก” วีนัสมองหน้าเพื่อนไม่วางเช่นกัน
“ทำไมแกสองคนถึงมองหน้าฉันแบบนั้นล่ะ”
“ไม่มีอะไร” สิ้นประโยคของวีนัส เจตน์ก็ยื่นมือไปกุมกับมือนุ่มของเพื่อนรักอย่างมณีมุกดาเอาไว้
ในจังหวะนั้นเหมือนฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า กวีวัธน์เดินเข้ามาพร้อมกับมณีเนตรน้องสาวของมณีมุกดา เขาเหลือบสายตามองมือของเธอที่โดนเจตน์กุมอยู่เขม็ง
“พี่วีพูดแบบนี้ได้ยังไง” มณีมุกดาเบือนหน้าหนี ไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าเขา ข่มกลั้นความอดสูเอาไว้ ไม่อยากประจานความอ่อนแอ และดีไม่ดีสองแม่ลูกมาเห็น เธอก็จะกลายเป็นตัวตลก“พูดเรื่องจริงล้วน ๆ”“พี่อยากถอนหมั้นขนาดนั้นเลยเหรอคะ”“ถ้าเธอสะดวกพี่ก็พร้อม” เขาพูดจบแล้วเดินไปขึ้นรถ แต่มณีมุกดาไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้แน่เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองสองแม่ลูกที่กำลังมองมายังเธอจากบนห้องนอน“ยังไงเราสองคนก็ต้องแต่งงานกัน พ่อกับแม่ของพวกเราก็เห็นดีเห็นงาม ถ้าพี่ทนไม่ได้จริง ๆ พี่ก็ไปบอกพวกท่านเองก็แล้วกัน”“นี่ขึ้นมาบนรถทำไม ลงไปซะ”“มุกดาเป็นคู่หมั้น มุกดาจะไปกับพี่ พี่ไปไหนมุกดาไปที่นั่น”“พี่จะกลับคอนโดฯ ส่วนตัว” คืนนี้เขาไม่ได้ค้างที่บ้านของบิดามารดา เพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์“งั้นมุกดาไปกับพี่”“ดื้อ”“ถ้ามุกดาดื้อ พี่จะทำโทษอะไรก็ได้นะคะ” เธอมองสบตาเขาอย่างยั่วเย้า“ลงไป”“ไม่ไปค่ะ” คนดื้อส่ายหน้าปฏิเสธไปมา“เกิดอะไรขึ้นอย่าบ่นก็แล้วกัน” เขาขับรถออกจากบ้านหลังใหญ่มุ่งหน้าไปยังคอนโดฯ ในทันที“มณีมุกดาก็แน่เหมือนกันนะ ยังหน้าหนากระโดดขึ้นรถของตาวีไปได้” สองแม่ลูกที่ยืนมองอยู่ตรงระเบียงห้องมองสบตากัน ก่อน
“พอเถอะมุกดา วันนี้ไปไม่ได้ เราไปกันวันอื่นก็ได้ ยังไงพี่ก็ต้องแต่งงานกับเธออยู่แล้ว”“เนตรขอโทษพี่มุกดานะคะ เนตรไม่รู้จริงๆ ว่าพี่กับพี่วีจะต้องไปดูชุดแต่งงานด้วยกันวันนี้” มณีเนตรทำเสียงเศร้า สีหน้าสำนึกผิด“เลิกตีหน้าซื่อไร้เดียงสาได้แล้ว ไม่มีใครเขาเชื่อเธอหรอก” มณีมุกดาตรงเข้าไปหามณีเนตร เกลียดสีหน้าแอ๊บแบ๊ว อ่อนต่อโลกทำท่าจะร้องไห้แบบนี้ของอีกฝ่ายเต็มที“นี่หยุดนะมุกดา” กวีวัธน์เข้าขวางเอาไว้“พี่วีปกป้องมันอีกแล้ว”“อย่าจิกเรียกคนอื่นว่ามัน พี่ไม่ชอบ”“ในสายตาของพี่วี มุกดาเคยถูกใจพี่บ้างไหมคะ”“คุณแม่คะ เนตรอยากพักผ่อนค่ะ คุณแม่พาเนตรไปพักผ่อนหน่อยได้ไหมคะ” มณีเนตรหันไปบอกมารดา“จ้ะ แม่จะพาไปพัก” อรพรรณรีบเข้าไปประคองบุตรสาว“โอ๊ย!” มณีเนตรร้องด้วยความเจ็บก่อนจะเซ“เนตรเป็นยังไงบ้าง” คนที่รีบเข้าไปประคองคือกวีวัธน์“ไม่เป็นไรค่ะ พี่วีไปคุยกับพี่มุกดาเถอะค่ะ เดี๋ยวให้คุณแม่ประคองเนตรขึ้นห้องก็ได้” สีหน้าของมณีเนตรดูเกรงอกเกรงใจเป็นที่สุด“เราเดินไม่ไหวหรอก คุณน้าครับผมขอโทษนะครับ ผมขออุ้มเนตรขึ้นไปพักบนห้องนะครับ”“แต่พี่มุกดา”“พี่ขอโทษนะ” กวีวัธน์รีบอุ้มหญิงสาวในทันที ไม่สนใจ
‘จะชวนแกไปช่วยเลือกชุดแต่งงานหน่อย’‘หือเลือกชุดแต่งงานอะไร แกจะแต่งงานกับฉันเหรอ’วีนัสพูดแซวมาตามสาย‘กับพี่วีนั่นแหละ เขาไม่ว่าง เลยให้ฉันเป็นคนเลือก แต่ฉันไม่อยากไปคนเดียวน่ะ เลยชวนแกไปด้วย’‘เดี๋ยวนะแก แกแต่งงานกับพี่วี แกกับพี่วีต้องไปเลือกชุดแต่งงานกันสิ ฉันไม่ใช่เจ้าบ่าวของแกนะ’‘คู่อื่นก็คงเป็นแบบนั้น แต่ไม่ใช่ฉันไง แกก็รู้ว่าพี่วีไม่อยากแต่งงานกับฉัน เขาชอบเนตร’‘แล้วแกจะทนแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักแกหรือไง’วีนัสเอ่ยถามเพื่อนอย่างเห็นใจ‘แต่ผู้ใหญ่เขาอยากให้ฉันกับพี่วีแต่งงานกัน ในฐานะที่ฉันเป็นลูกคนโต แล้วฉันก็รักพี่วีมาก แต่งงานกันไปอาจจะดีก็ได้นะแก ฉันจะพยายามทำตัวเป็นภรรยาที่ดีของเขา’‘เอาที่แกสบายใจแล้วกัน ฉันพร้อมไปเป็นเพื่อนแกเสมอ’วีนัสรับคำ อาจเพราะหล่อนเป็นลูกคนเล็กของเจ้าสัวเมฆ ไม่ต้องกดดันใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะมีพี่ชายคอยดูแลกิจการมากมายของบิดาอยู่แล้ว เธอจึงได้ทำตามความฝันเป็นเจ้าของร้านอัญมณีและเครื่องประดับเพราะชอบของสวย ๆ งาม ๆ มาตั้งแต่เด็ก เจ้าสัวเห็นว่าลูกชอบจึงเปิดร้านเพชรพลอยและทองอยู่ในร้านเดียวกันให้เสียเลยวีนัสยังมีความสามารถในการออกแบบเครื่องประดับอีกด้ว
“นั่นสิ พี่ยินดียกเลิกการหมั้น แล้วใครเป็นคนยื้อ” ประโยคคำถามของเขาทำให้เธอเจ็บจุกในอก“ก็ดีค่ะ งั้นเราก็แต่งงานกันต่อไปตามคำของผู้ใหญ่ มุกดาเป็นพี่ของยายเนตร ก็ควรที่จะได้แต่งงานก่อนในฐานะพี่คนโต” นี่ถ้าบิดาให้เลือกหมั้นหมาย เขาคงเลือกน้องสาวของเธอ แต่เพราะเธอเป็นพี่คนโตต้องสืบทอดกิจการ บิดาเลยเลือกเธอบิดาเลือกไม่ใช่กวีวัธน์เป็นคนเลือก!“พี่วีจะไปไหน” เขาเดินหนี เธอก็รีบรั้งเอาไว้“ปล่อย”“เรื่องสำคัญที่มุกดาจะคุยก็เรื่องการแต่งงานเดือนหน้าค่ะ เรายังไม่ได้เลือกชุด เลือกของชำร่วยหรือถ่ายพรีเว้ดดิ้งกันเลยนะคะ” เธอรั้งเขาเอาไว้ รู้สึกเจ็บปวดเหลือล้น เธอได้ตัวเขา แต่ใจของเขาไปอยู่กับคนอื่น“เธอเลือกแล้วกัน ชอบแบบไหนพี่โอเคหมด” เขาตอบอย่างไม่แยแส ไม่มีความใส่ใจในน้ำเสียงและการกระทำ เขาเฉยชา เฉยเมยจนเธอเจ็บลึกในอกเจ็บปวดขนาดนี้เธอยังจะทนเหรอก็ต้องทนเพราะเธอรักเขามาก ในที่สุดก็จะเอาชนะน้องสาวแอ๊บแบ๊วของตัวเองได้แล้วมณีมุกดายิ้มออกมา แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมยิ่งกว่าบอระเพ็ด“แล้วมุกดาจะนัดให้พี่ไปลองชุดด้วยกันนะคะ” เขาให้เธอเลือก ก็ยังดี หญิงสาวปลอบใจตัวเอง“แค่นี้ใช่ไหมเรื่องส
มณีมุกดามองหนุ่มสาวทั้งสองที่กำลังทำอาหารกันอยู่ในห้องครัวแบบเปิดโล่งของตัวบ้านแล้วยอกแสลงในอกคนหนึ่งคือคู่หมั้นหนุ่ม อีกคนคือน้องสาวต่างมารดา พวกเขาสองคนมีใจให้กัน ในขณะที่เธอเป็นคู่หมั้นเพราะบิดาเคยมีบุญคุณกับครอบครัวของเขา ที่บ้านไม่มีบุตรสาวจึงเอ่ยปากอยากได้กวีวัธน์มาเป็นเขย โดยการหมั้นหมายกับเธอเมื่อหลายปีก่อนเธอแอบชอบกวีวัธน์โดยไม่ต้องสงสัย แต่สำหรับเขาแล้วเธอไม่เคยอยู่ในสายตา เขารักและเอ็นดูน้องสาวของเธอมากกว่ามณีเนตรขี้อ้อนน่ารักในสายตาของเขา ในขณะที่เธอเข้มแข็งพึ่งพิงตัวเองได้ ไม่ต้องมีใครใส่ใจก็เอาตัวรอดได้มณีมุกดานึกน้อยใจวูบขึ้นมาในอก วันนี้เธอโทร. หากวีวัธน์ เพื่อบอกเขาว่าจะไปหาที่ทำงานเพื่อที่จะชวนเขาออกไปกินข้าวแสนอร่อยกันข้างนอก แต่เขากลับปฏิเสธบอกว่ามีธุระธุระของเขาก็คือน้องสาวของเธออย่างนั้นเหรอมณีเนตรมักมีความสำคัญกับเขาเสมอ ไม่ว่าทั้งยามหลับและยามตื่น โทร. หาคราใดเขาจะรีบไปในทันที ในขณะที่เธอพึ่งตัวเองจนเคยชินการพึ่งตัวเองก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องง้อใคร อยู่ได้ด้วยตัวเอง ยืนได้ด้วยลำแข้ง แต่เธอก็อยากโมเม้นต์ที่อยากให้คนที่รักใส่ใจบ้าง“อ้าวพี่มุกดามาชิมอาหารฝีมื







