LOGINเนื้อคู่จอมเถื่อน โปรย ในเมื่ออยากแต่งงาน ได้... เดี๋ยวเขาจัดให้ จัดหนัก... จัดเต็ม... กันไปเลย เนื้อคู่คนเถื่อน โปรย จิรัชเดินทางมาที่บ้านของโฉมชบาเพียงเพราะบิดามารดาขอให้มาดูตัว และนั่นทำให้เขาได้พบกับหญิงสาวแสนสวยที่ผู้ชายต่างแย่งชิง
View Moreมณีมุกดามองหนุ่มสาวทั้งสองที่กำลังทำอาหารกันอยู่ในห้องครัวแบบเปิดโล่งของตัวบ้านแล้วยอกแสลงในอก
คนหนึ่งคือคู่หมั้นหนุ่ม อีกคนคือน้องสาวต่างมารดา พวกเขาสองคนมีใจให้กัน ในขณะที่เธอเป็นคู่หมั้นเพราะบิดาเคยมีบุญคุณกับครอบครัวของเขา ที่บ้านไม่มีบุตรสาวจึงเอ่ยปากอยากได้กวีวัธน์มาเป็นเขย โดยการหมั้นหมายกับเธอเมื่อหลายปีก่อน
เธอแอบชอบกวีวัธน์โดยไม่ต้องสงสัย แต่สำหรับเขาแล้วเธอไม่เคยอยู่ในสายตา เขารักและเอ็นดูน้องสาวของเธอมากกว่า
มณีเนตรขี้อ้อนน่ารักในสายตาของเขา ในขณะที่เธอเข้มแข็งพึ่งพิงตัวเองได้ ไม่ต้องมีใครใส่ใจก็เอาตัวรอดได้
มณีมุกดานึกน้อยใจวูบขึ้นมาในอก วันนี้เธอโทร. หากวีวัธน์ เพื่อบอกเขาว่าจะไปหาที่ทำงานเพื่อที่จะชวนเขาออกไปกินข้าวแสนอร่อยกันข้างนอก แต่เขากลับปฏิเสธบอกว่ามีธุระ
ธุระของเขาก็คือน้องสาวของเธออย่างนั้นเหรอ
มณีเนตรมักมีความสำคัญกับเขาเสมอ ไม่ว่าทั้งยามหลับและยามตื่น โทร. หาคราใดเขาจะรีบไปในทันที ในขณะที่เธอพึ่งตัวเองจนเคยชิน
การพึ่งตัวเองก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องง้อใคร อยู่ได้ด้วยตัวเอง ยืนได้ด้วยลำแข้ง แต่เธอก็อยากโมเม้นต์ที่อยากให้คนที่รักใส่ใจบ้าง
“อ้าวพี่มุกดามาชิมอาหารฝีมือพี่วีกับเนตรสิคะ” มณีเนตรหันมาเห็นพี่สาวก็รีบเอ่ยทักทายในทันที
กวีวัธน์หันมามองเล็กน้อย ก่อนที่จะทำอาหารต่อ เขาไม่ได้ใส่ใจเธอสักนิด ไม่รู้สึกผิดบ้างเลยหรือไงที่บอกเธอว่ามีธุระ แต่มาหาน้องสาวของเธอ ทั้ง ๆ ที่กำลังจะแต่งงานกับเธออยู่แล้ว
“ทำอะไรกันอยู่เหรอ” มณีมุกดากลืนก้อนแข็ง ๆ ที่จุกขึ้นมาถึงคอหอยลงไปในอก ก่อนจะเดินเข้าไปเอ่ยถาม
“กำลังทำกุ้งราดซอสมะขามกันอยู่ค่ะ ของโปรดของพี่วีเลยนะคะนี่ แล้วก็ทำห่อหมกทะเลค่ะ” มณีเนตรยิ้มให้พี่สาวต่างมารดา
รอยยิ้มที่เคลือบแคลงไปด้วยยาพิษ มณีเนตรในสายตาของทุกคนคือสาวน้อยแสนสวย น่ารัก บอบบาง น่าทะนุถนอม เวลาทำอะไรผิดก็ทำเสียงเนียน ๆ อ้อน ๆ ก็สามารถผ่านพ้นบทลงโทษทุกอย่างไปได้
ในขณะที่เธอแมน ๆ ลุย ๆ มีอะไรก็ยืดอกรับ ผิดก็โดนลงโทษ ไม่มีใครเห็นใจสงสาร ต้องแบกรับทุกอย่างของครอบครัว
บ้านของเธอทำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท เธอในฐานะลูกคนโตจึงต้องดูแลกิจการงานทุกอย่างสืบทอดจากบิดา โดยมีกวีวัธน์เข้ามาช่วยดูแล ครอบครัวของเขาเข้ามาเป็นหุ้นส่วนด้วย หลังจากที่เคยประสบปัญหาแล้วบิดาของเธอช่วยเหลือจนผ่านพ้นวิกฤติไปได้ แล้วกลับมายืนหยัดอีกครั้ง ดังนั้นครอบครัวโชติสุรศักดิ์ของกวีวัธน์นอกจากจะเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของภาคใต้แล้วยังมีธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทอีกด้วย
บิดาหมายใจว่าจะให้ตระกูลโชติสุรศักดิ์แต่งงานกับวิวัฒนาพานิชย์เพื่อที่จะได้ควบรวมกิจการเข้าด้วยกัน
“พี่วีคะ มุกดาขอคุยอะไรกับพี่วีหน่อยสิคะ” มณีมุกดาเอ่ยกับกวีวัธน์ แต่เขากำลังง่วนกับการจัดจานอยู่
“เดี๋ยวค่อยคุยกัน พี่ยุ่งอยู่” ประโยคของเขามันเต็มไปด้วยความเฉยเมย ไม่แม้แต่จะเหลือบแลเธอเสียด้วยซ้ำ ทำให้มณีมุกดาหน้าชาไปเลย
“พี่วีชิมห่อหมกสิคะว่าอร่อยไหม” มณีเนตรตักห่อหมกป้อนให้ชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม
“นี่พอสักทีได้ไหม”
เพล้ง!!! ช้อนที่มณีเนตรตักห่อหมกไปจ่อที่ปากของชายหนุ่มกระเด็นด้วยแรงปัดของมณีมุกดา
“ว้าย! พี่มุกดาอะไรกันคะ” มณีเนตรเอ่ยถามด้วยหน้าตาตื่นตกใจ
“ทำอะไร” กวีวัธน์เอ่ยถามเสียงแข็งเมื่อเห็นความขี้อิจฉาของคู่หมั้นตัวเอง
“ทำอะไรอย่างนั้นเหรอคะ ก็ทำให้พี่วีหันมาสนใจมุกดาบ้างไง มุกดาบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยพี่ก็เอาแต่จัดจาน ให้เนตรจัดไปไม่ได้เหรอคะ หรือเป็นง่อย”
“มานี่เลย” กวีวัธน์ดึงมณีมุกดาออกมาจากห้องครัวในทันทีที่เห็นว่าหญิงสาวกำลังจะอาละวาด
“ยอมออกมากับมุกดาแล้วเหรอคะ”
“มีอะไร” เขาถามเสียงขรึม ปล่อยแขนเธอคล้ายรังเกียจ การกระทำของเขาทำให้เธอหน้าชา
“ต้องให้มุกดากลายเป็นนางร้าย พี่ถึงจะยอมออกมา”
“พี่ไม่ได้สนใจเรื่องที่เธอจะเป็นนางร้ายหรือเปล่า พี่แค่ไม่อยากให้เธอทำอะไรรุนแรงกับเนตร”
“นี่พี่เห็นว่ามุกดาเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอคะ” มณีมุกดารู้สึกเจ็บปวดเสมอ เธอไร้ความสำคัญกับเขาขนาดนั้นเลยเหรอ เรียกร้องความสนใจเขาก็ไม่สน เขาสนแค่ป้องกันไม่ให้เธอไปทำอะไรเลวร้ายกับน้องสาวของเธอ
ตลกสิ้นดี!
“ถ้าไม่มีอะไรจะคุย งั้นพี่ไป” เขาทำท่าจะเดินหนี มณีมุกดาก็รีบเข้าไปโอบกอดเอาไว้
“พี่วีอย่าเพิ่งไปสิคะ”
“อย่าทำแบบนี้ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” เขาแกะมือของเธอออก
“กลัวใครจะมาเห็นคะ เนตรหรือไง”
“ไม่เกี่ยวอะไรกับเนตร” เขาพูดเสียงเข้มดุ
“ขนาดไม่เกี่ยวแต่พี่วีก็ยังมาหาเนตร ทั้ง ๆ ที่มุกดาอยากชวนพี่ไปกินข้าวด้วยกันเย็นนี้” มณีมุกดาพูดอย่างน้อยใจ
“พี่นัดกับเนตรเอาไว้ก่อนเธอมุกดา พี่ก็ต้องรักษาสัญญา” ประโยคของเขาทำให้เธอเจ็บลึกในอก เขาเคยนัดกับเธอก่อนมณีเนตร แต่พอมณีเนตรมีปัญหาเขาก็วิ่งแจ้นไปหา ยกเลิกนัดของเธอ ลำดับความสำคัญบ่งบอกว่าเธอเป็นรอง หรืออีกนัยคือไม่มีความสำคัญอะไรกับเขาเลย
“สัญญากันว่าจะมาทำกับข้าวด้วยกันน่ะเหรอคะ” สัญญาทำกับข้าวมันสำคัญกว่าการไปกินข้าวกับคู่หมั้นของตัวเอง มณีมุกดารู้สึกเวทนาตัวเองเป็นที่สุด
“เรื่องสำคัญที่จะคุยคืออะไร ทำไมไม่เข้าเรื่องสักที”
“พี่วีทำท่ารำคาญมุกดาขนาดนี้แล้วมาแต่งงานกับมุกดาทำไม” เธอถามเขาปากคอสั่นด้วยความเจ็บปวด เขารักอีกคน ห่วงอีกคน เธอไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลย แล้วเขามาแต่งงานกับเธอทำไม
“พี่วีพูดแบบนี้ได้ยังไง” มณีมุกดาเบือนหน้าหนี ไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าเขา ข่มกลั้นความอดสูเอาไว้ ไม่อยากประจานความอ่อนแอ และดีไม่ดีสองแม่ลูกมาเห็น เธอก็จะกลายเป็นตัวตลก“พูดเรื่องจริงล้วน ๆ”“พี่อยากถอนหมั้นขนาดนั้นเลยเหรอคะ”“ถ้าเธอสะดวกพี่ก็พร้อม” เขาพูดจบแล้วเดินไปขึ้นรถ แต่มณีมุกดาไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้แน่เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองสองแม่ลูกที่กำลังมองมายังเธอจากบนห้องนอน“ยังไงเราสองคนก็ต้องแต่งงานกัน พ่อกับแม่ของพวกเราก็เห็นดีเห็นงาม ถ้าพี่ทนไม่ได้จริง ๆ พี่ก็ไปบอกพวกท่านเองก็แล้วกัน”“นี่ขึ้นมาบนรถทำไม ลงไปซะ”“มุกดาเป็นคู่หมั้น มุกดาจะไปกับพี่ พี่ไปไหนมุกดาไปที่นั่น”“พี่จะกลับคอนโดฯ ส่วนตัว” คืนนี้เขาไม่ได้ค้างที่บ้านของบิดามารดา เพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์“งั้นมุกดาไปกับพี่”“ดื้อ”“ถ้ามุกดาดื้อ พี่จะทำโทษอะไรก็ได้นะคะ” เธอมองสบตาเขาอย่างยั่วเย้า“ลงไป”“ไม่ไปค่ะ” คนดื้อส่ายหน้าปฏิเสธไปมา“เกิดอะไรขึ้นอย่าบ่นก็แล้วกัน” เขาขับรถออกจากบ้านหลังใหญ่มุ่งหน้าไปยังคอนโดฯ ในทันที“มณีมุกดาก็แน่เหมือนกันนะ ยังหน้าหนากระโดดขึ้นรถของตาวีไปได้” สองแม่ลูกที่ยืนมองอยู่ตรงระเบียงห้องมองสบตากัน ก่อน
“พอเถอะมุกดา วันนี้ไปไม่ได้ เราไปกันวันอื่นก็ได้ ยังไงพี่ก็ต้องแต่งงานกับเธออยู่แล้ว”“เนตรขอโทษพี่มุกดานะคะ เนตรไม่รู้จริงๆ ว่าพี่กับพี่วีจะต้องไปดูชุดแต่งงานด้วยกันวันนี้” มณีเนตรทำเสียงเศร้า สีหน้าสำนึกผิด“เลิกตีหน้าซื่อไร้เดียงสาได้แล้ว ไม่มีใครเขาเชื่อเธอหรอก” มณีมุกดาตรงเข้าไปหามณีเนตร เกลียดสีหน้าแอ๊บแบ๊ว อ่อนต่อโลกทำท่าจะร้องไห้แบบนี้ของอีกฝ่ายเต็มที“นี่หยุดนะมุกดา” กวีวัธน์เข้าขวางเอาไว้“พี่วีปกป้องมันอีกแล้ว”“อย่าจิกเรียกคนอื่นว่ามัน พี่ไม่ชอบ”“ในสายตาของพี่วี มุกดาเคยถูกใจพี่บ้างไหมคะ”“คุณแม่คะ เนตรอยากพักผ่อนค่ะ คุณแม่พาเนตรไปพักผ่อนหน่อยได้ไหมคะ” มณีเนตรหันไปบอกมารดา“จ้ะ แม่จะพาไปพัก” อรพรรณรีบเข้าไปประคองบุตรสาว“โอ๊ย!” มณีเนตรร้องด้วยความเจ็บก่อนจะเซ“เนตรเป็นยังไงบ้าง” คนที่รีบเข้าไปประคองคือกวีวัธน์“ไม่เป็นไรค่ะ พี่วีไปคุยกับพี่มุกดาเถอะค่ะ เดี๋ยวให้คุณแม่ประคองเนตรขึ้นห้องก็ได้” สีหน้าของมณีเนตรดูเกรงอกเกรงใจเป็นที่สุด“เราเดินไม่ไหวหรอก คุณน้าครับผมขอโทษนะครับ ผมขออุ้มเนตรขึ้นไปพักบนห้องนะครับ”“แต่พี่มุกดา”“พี่ขอโทษนะ” กวีวัธน์รีบอุ้มหญิงสาวในทันที ไม่สนใจ
‘จะชวนแกไปช่วยเลือกชุดแต่งงานหน่อย’‘หือเลือกชุดแต่งงานอะไร แกจะแต่งงานกับฉันเหรอ’วีนัสพูดแซวมาตามสาย‘กับพี่วีนั่นแหละ เขาไม่ว่าง เลยให้ฉันเป็นคนเลือก แต่ฉันไม่อยากไปคนเดียวน่ะ เลยชวนแกไปด้วย’‘เดี๋ยวนะแก แกแต่งงานกับพี่วี แกกับพี่วีต้องไปเลือกชุดแต่งงานกันสิ ฉันไม่ใช่เจ้าบ่าวของแกนะ’‘คู่อื่นก็คงเป็นแบบนั้น แต่ไม่ใช่ฉันไง แกก็รู้ว่าพี่วีไม่อยากแต่งงานกับฉัน เขาชอบเนตร’‘แล้วแกจะทนแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักแกหรือไง’วีนัสเอ่ยถามเพื่อนอย่างเห็นใจ‘แต่ผู้ใหญ่เขาอยากให้ฉันกับพี่วีแต่งงานกัน ในฐานะที่ฉันเป็นลูกคนโต แล้วฉันก็รักพี่วีมาก แต่งงานกันไปอาจจะดีก็ได้นะแก ฉันจะพยายามทำตัวเป็นภรรยาที่ดีของเขา’‘เอาที่แกสบายใจแล้วกัน ฉันพร้อมไปเป็นเพื่อนแกเสมอ’วีนัสรับคำ อาจเพราะหล่อนเป็นลูกคนเล็กของเจ้าสัวเมฆ ไม่ต้องกดดันใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะมีพี่ชายคอยดูแลกิจการมากมายของบิดาอยู่แล้ว เธอจึงได้ทำตามความฝันเป็นเจ้าของร้านอัญมณีและเครื่องประดับเพราะชอบของสวย ๆ งาม ๆ มาตั้งแต่เด็ก เจ้าสัวเห็นว่าลูกชอบจึงเปิดร้านเพชรพลอยและทองอยู่ในร้านเดียวกันให้เสียเลยวีนัสยังมีความสามารถในการออกแบบเครื่องประดับอีกด้ว
“นั่นสิ พี่ยินดียกเลิกการหมั้น แล้วใครเป็นคนยื้อ” ประโยคคำถามของเขาทำให้เธอเจ็บจุกในอก“ก็ดีค่ะ งั้นเราก็แต่งงานกันต่อไปตามคำของผู้ใหญ่ มุกดาเป็นพี่ของยายเนตร ก็ควรที่จะได้แต่งงานก่อนในฐานะพี่คนโต” นี่ถ้าบิดาให้เลือกหมั้นหมาย เขาคงเลือกน้องสาวของเธอ แต่เพราะเธอเป็นพี่คนโตต้องสืบทอดกิจการ บิดาเลยเลือกเธอบิดาเลือกไม่ใช่กวีวัธน์เป็นคนเลือก!“พี่วีจะไปไหน” เขาเดินหนี เธอก็รีบรั้งเอาไว้“ปล่อย”“เรื่องสำคัญที่มุกดาจะคุยก็เรื่องการแต่งงานเดือนหน้าค่ะ เรายังไม่ได้เลือกชุด เลือกของชำร่วยหรือถ่ายพรีเว้ดดิ้งกันเลยนะคะ” เธอรั้งเขาเอาไว้ รู้สึกเจ็บปวดเหลือล้น เธอได้ตัวเขา แต่ใจของเขาไปอยู่กับคนอื่น“เธอเลือกแล้วกัน ชอบแบบไหนพี่โอเคหมด” เขาตอบอย่างไม่แยแส ไม่มีความใส่ใจในน้ำเสียงและการกระทำ เขาเฉยชา เฉยเมยจนเธอเจ็บลึกในอกเจ็บปวดขนาดนี้เธอยังจะทนเหรอก็ต้องทนเพราะเธอรักเขามาก ในที่สุดก็จะเอาชนะน้องสาวแอ๊บแบ๊วของตัวเองได้แล้วมณีมุกดายิ้มออกมา แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมยิ่งกว่าบอระเพ็ด“แล้วมุกดาจะนัดให้พี่ไปลองชุดด้วยกันนะคะ” เขาให้เธอเลือก ก็ยังดี หญิงสาวปลอบใจตัวเอง“แค่นี้ใช่ไหมเรื่องส