LOGINณ.วัดหลงเย่ว ฮูหยินรองตระกูลฟู่ซ่งจือเสียน ฮูหยินสามตระกูลฟู่ตู้ซิวซยา และฮูหยินสามตระกูลตู้เจินอวี้ต่างขออยู่สนทนากับไต้ซื้อเหยียนร่านเกี่ยวกับเรื่องดวงชะตาของบุตรชายบุตรสาวรวมไปถึงเรื่องราวเกี่ยวกับฤกษ์มงคลวันและเวลาการจัดงานของตู้หยุนมู่และฟู่เสียนเหยียน ฟู่ซานหลางกลัวคนหนุ่มคนสาวจะรู้สึกเบื่อหน่ายจึงอนุญาตให้พวกเขาออกไปเดินเล่นบริเวณอารามวัดแทนฟู่เสียนเย่ว์เดินคล้องแขนกับฟู่เสียนเหยียนและเจินหร่านออกมาด้านนอกอย่างร่าเริง โดยมีบุรุษสี่คนเดินตามอยู่ด้านหลังฟู่อวิ๋นฟางมองทิวทัศน์รอบตัวทั้งแอบประเมินกำลังทรัพย์ที่ใช้ในการก่อสร้างวัดหลงเย่วแห่งนี้แล้วแอบปาดเหงื่อ เขาคิดคำนวณในใจทั้งการสร้างวัดแห่งนี้ ไหนจะเพิ่งซื้อจวนหลังใหม่ที่เมืองหลินจือ ทั้งตกแต่งสร้างเรือนหอหลังใหม่ของจวนจิ้นอ๋องที่เมืองหนานไฮ่ สรุปแล้วกำลังทรัพย์ของจิ้นอ๋องจะร่ำรวยมากมายขนาดไหนกันฟู่อวิ๋นเชอร์ตกอยู่ในภวังค์ หลังจากที่เดินทางกลับจากวัดหลงเย่ว ป้าสะใภ้สามเจินซื่อจะพาเจินหร่านกลับไปบ้านเดิมของมารดาเจินหร่าน เพื่อไปพบลูกพี่ลูกน้องของนาง คำว่าลูกพี่ลูกน้อง รู้สึกว่าคนเหล่านี้มักพัฒนาไปเป็นคู่ชีวิตกันได้ง่ายเหลือเกิ
วันนี้ฟู่เสียนเย่ว์ตื่นแต่เช้าทันได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้ากับเซียวอวี้หยวน แม้จะมีคนอื่นๆ มาดูร่วมด้วยกันหลายคน แต่เซียวอวี้หยวนกระซิบบอกกับฟู่เสียนเย่ว์ว่ารอให้คนทั้งคู่แต่งงานกันแล้ว เรือนหอที่กำลังเร่งสร้างอยู่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าสะท้อนแสงกับทะเลสาบได้ชัดเจนมากกว่านี้เซียวอวี้หยวนยังบอกกับนางอีกว่าเขานำกระจกเงามาดัดแปลงเป็นหน้าต่างบานใหญ่เพื่อป้องกันลมกันพายุฝนได้ และยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามภายนอกได้อย่างชัดเจน เมื่อคนทั้งคู่แต่งงานย้ายเข้าเรือนหอ ต่อไปคนทั้งคู่จะสามารถตื่นขึ้นมานั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าด้วยกันได้ทุกวันฟู่เสียนเย่ว์เมื่อได้ฟังคำกระซิบเหล่านี้ทั้งรู้สึกเขินอาย ทั้งรู้สึกแอบคาดหวัง การหยอกเย้าพูดคุยกระซิบกระซาบกันของคนทั้งคู่ มีคนมองเห็นหลายคน แต่ละคนก็มีความคิดกันไปหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกยินดีที่เห็นคนทั้งคู่รักใคร่ปองดองกันเป็นอย่างดี มีเพียงดวงตาคู่สวยของเจินหร่านเท่านั้น ที่เหลือบมองคนทั้งคู่ด้วยสายตาว่างเปล่าและแฝงไปด้วยความกังวลใจฟู่อวิ๋นเชอร์คอยยืนอยู่ข้างกายของเจินหร่านอย่างเปิดเผย คนในที่นี้ทุกคนต่างดูออกว่าฟู่อวิ๋นเช
เช้าวันต่อมาฟู่เสียนเย่วโดนปลุกในยามเช้ามืด นางยังไม่อยากตื่นจึงพลิกตัวหนี เมื่อคืนนางกลับมาเรือนนอนและเข้านอนในยามดึกมาก จึงรู้สึกว่าตนเองยังนอนหลับไม่เต็มอิ่มผิงมามามองนายสาวของตนพลิกตัวหนีด้วยแววตาอ่อนโยน ในใจของนางอยากให้ฟู่เสียนเย่ว์นอนต่อ แต่จนใจที่ในยามนี้จิ้นอ๋องทรงยืนรอเจ้านายของตนอยู่ที่หน้าเรือน จึงจำใจต้องฝืนปลุกคนนอนหลับฝันหวานต่อด้วยเสียงแผ่วเบา “คุณหนูของข้าตื่นได้แล้วเจ้าคะ เมื่อคืนคุณหนูเอ่ยนัดว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกับท่านอ๋องนะเจ้าคะ ตื่นเถิดเจ้าค่ะ”“ไม่เอา .... ไปบอกเขา ...พรุ่งนี้ค่อยดู..ได้หรือไม่” เสียงงัวเงีย ขาดๆ หายๆ พูดออกมาจากเตียงเรียกเสียงหัวเราะขบขันแผ่วเบาจากเถาฮวาและเสี่ยวปาสุดท้ายฟู่เสียนเย่ว์จำต้องฝืนใจลุกขึ้นจากการฉุดดึงของผิงมามา สาวใช้ที่เหลือต่างช่วยกันปรนนิบัติและแต่งตัวให้ฟู่เสียนเย่ว์อย่างรวดเร็ว เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว ฟู่เสียนเย่ว์เดินออกมาที่หน้าเรือนยามนี้ท้องฟ้าเริ่มสว่างมีบุรุษกำลังยืนรอนางอยู่ เขาสวมชุดสีขาวนวลสวมใส่เสื้อคลุมโปร่งบางสีฟ้าอ่อน มือซ้ายคล้องประคำหยกขาวเอาไว้ในมือ บุรุษหน้าตาหล่อเหลา ผิวพรรณขาวกระจ่างใสราวแสงสะท้อนของพระอ
จวนจิ้นอ๋อง ณ เมืองหนานไฮ่ในยามเย็น คล้ายว่าจะมืดค่ำเร็วมากกว่าเมืองหลินจือเล็กน้อย บ่าวไพร่ภายในจวนต่างทำงานกันเป็นระเบียบ จุดไฟให้ส่องสว่างตามทางเดินจนทั่วทั้งจวน จนทำให้จวนจิ้นอ๋องดูงดงามสว่างไสวมากกว่าปกติบ่าวทุกคนทำหน้าที่ของแต่ละคนได้อย่างไม่มีที่ติ สาวใช้หน้าตาธรรมดาใบหน้ายิ้มแย้มสุภาพพูดจามีมารยาท คลายนางกำนัลในวังหลวงช่วยกันจัดเตรียมอาหารบนโต๊ะเพื่อรับรองแขก ภายในจวนมีเรือนอยู่หลายหลัง แต่มีหอสูงโดดเด่นอยู่ริมทะเลสาบ จิ้นอ๋องเพิ่งทำการก่อสร้างใหม่ เพื่อที่จะเตรียมทำเป็นเรือนหอเซียวอวี้หยวนยิ้มแย้มเชิญแขกเข้ามาในเรือนรับรองอย่างกระตือรือร้น ฝ่ายบุรุษจิ้นอ๋องเป็นผู้รับรองแขกเอง ส่วนฝ่ายสตรีมีเหิงจือและมามาสูงวัยผู้หนึ่งมีนามว่าเถียนมามาคอยดูแล โต๊ะอาหารแยกเป็นสองฝั่งมีฉากกันลมบางๆ กั้นทำพอเป็นพิธี แต่นั่งแล้วเห็นเงาคนอีกฝั่งได้ สาวใช้ต่างถืออ่างล้างมือลอยด้วยดอกไม้หอมมาให้ทุกคนล้างไม้ล้างมือ ก่อนจะกินอาหารเย็นร่วมกันเหลียนฮวา เดินมาช่วยต้อนรับแขกในภายหลังโดยมีเจียงเฮ่าพามา ฟู่เสียนเย่ว์มองดูใบหน้าอิ่มเอิบของอดีตสาวใช้คนสนิทแล้วจึงวางใจ แสดงว่าเจียงเฮ่าดูแลเหลียนฮวาได้ดีหลัง
หนึ่งเดือนต่อมาใกล้ถึงกำหนดวันที่ฟู่ซานหลานจะพาตู้ซิวซยาและบุตรชายบุตรสาวเดินทางไปเมืองหนานไฮ่เหมือนเช่นทุกปี คนในจวนตระกูลฟู่ต่างเคยชินกับเรื่องนี้กันแล้ว พวกบ่าวและสาวใช้ต่างเร่งเตรียมของเพื่อนนำติดตัวไปด้วยในปีนี้นอกจากครอบครัวเรือนสามแล้ว ฮูหยินรองและคุณหนูห้าเรือนรองของตระกูลฟู่ก็จะติดตามไปท่องเที่ยวด้วย สาวใช้ที่ได้ติดตามไปด้วยจึงมีจำนวนมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ซึ่งพวกบ่าวและสาวใช้ที่ได้ติดตามไปด้วย ต่างแสดงความดีใจจนออกนอกหน้า ส่วนคนที่ไม่ได้ติดตามไปด้วยทำได้เพียงแสดงความอิจฉา และต่างฝากซื้อของที่ตนอยากได้ เพราะในเมืองหนานไฮ่มีตลาดท่าเรือจึงมีสินค้าหลายอย่างที่เมืองหลินจือไม่มีณ.เรือนฝูอัน ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลฟู่นั่งกินอาหารเช้าร่วมกับหลานสาวคนโปรดเหมือนปกติเช่นเดิมทุกวัน เมื่อกินอาหารเช้าเสร็จแล้วจึงรั้งหลานสาวไว้เพื่อพูดคุย คำกล่าวที่ว่าหัวใจของคนชราอยู่ที่บุตรชายคนโตและหลานคนเล็ก สำหรับฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลฟู่ ในยามนี้ฟู่เสียนเย่ว์ไม่ใช่หลานสาวคนเล็กที่สุดแล้ว แต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังรักและห่วงใยหลานสาวคนนี้มากที่สุดอยู่ดีฟู่เสียนเย่ว์ถือได้ว่าคือผู้ที่อยู่ในฐานะหลานคนเล็กมานานมากที
เซียวอวี้หยวนให้ฟู่เสียนเย่ว์ขึ้นรถม้าของจวนจิ้นอ๋อง ส่วนผิงมามาและสาวใช้ติดตามให้เดินแยกไปขึ้นรถม้าที่ฟู่เสียนเย่ว์นั่งมาคราวแรก ยามนี้ทั้งคู่ถือได้ว่าเป็นคู่หมั้นกันแล้ว นั่งรถม้าคันเดียวกันเป็นเวลาเพียงไม่นาน จึงไม่ถือว่าน่าเกลียดมากนัก ผิงมามาจึงไม่ได้เอ่ยทักท้วงอะไรอากาศยามเย็นมีลมพัดเย็นสบาย พระอาทิตย์ดวงใหญ่ทอแสงสีแดงเหลือบส้ม แม้แต่ก้อนเมฆบนท้องฟ้าก็มีสีสันสวยงามคล้ายมีคนใช้พู่กันระบายสีสันให้ท้องฟ้าดูงดงามปรากฏแก่สายตา ฟู่เสียนเย่ว์ดึงผ้าม่านของรถม้าลงบังทิวทัศน์ที่สวยงามด้านนอกก่อนจะหันมามองบุรุษผู้มีหน้าตาหล่อเหลาข้างกายแทน“กว่าเราจะได้พบหน้าของเจ้าช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน ถ้าหากอาเชอร์ไม่ส่งข่าวให้เรา ว่าเจ้าจะเดินทางไปเยี่ยมพี่สาวของเจ้าที่บ้านตระกูลหม่า เราก็คงไม่ได้พบหน้าเจ้าไปอีกนานเป็นเดือนกระมัง” เสียงนุ่มทุ้มของเวียวอวี้หยวนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความน้อยใจอยู่เล็กน้อย“พวกเราก็เขียยจดหมายพูดคุยกันอยู่ทุกวันนี่เพคะ อีกอย่างท่านอ๋องก็กำลังยุ่งอยู่กับการตกแต่งจวนหลังใหม่ ไหนยังจะต้องเดินทางไปทำงานที่เมืองหนานไฮ่อีกด้วย ท่านอ๋องก็ไม่ว่างเช่นกันนี่เพคะ” ฟู่เสียนเย่ว







