Masukหลังจากดูพระอาทิตย์ตกดินเสร็จแล้ว สวีหรูอี้ชวนฟู่เสียนเย่วไปเดินเล่นริมทะเลสาบต่อ แต่ฟู่เสียนเย่วเอ่ยปฏิเสธโดยอ้างนางว่ารู้สึกอ่อนเพลียอยากจะขอตัวกลับไปนอนพักผ่อน ซึ่งสวีหรูอวี้ก็ไม่เหนี่ยวรั้งเซียวอวี้หยวนสั่งเหิงจือให้อยู่เป็นเพื่อนคุณหนูตระกูลสวีทั้งสองคน ส่วนตัวเขาเร่งรีบเดินตามไปส่งฟู่เสียนเย่ว์เดินกลับเรือนด้วยตัวเอง เมื่อเห็นฟู่เสียนเย่ว์เอาแต่ก้มหน้าเดินโดนไม่สนใจเขา เซียวอวี้หยวนจึงเอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อของสาวน้อยเอาไว้และเอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงนุ่มนวล“เป็นอะไรไป เราทำอะไรให้เจ้ารู้สึกไม่ชอบใจในเรื่องจงอะไรบอกเรามาเถิด เราจะได้ปรับปรุงแก้ไข...ดีหรือไม่”สิ้นเสียงของเซียวอวี้หยวน ฟู่เสียนเย่ว์จึงหยุดฝีเท้าเดินแล้วหันมามองใบหน้าของอีกฝ่าย ต่างคนต่างมองสบตากัยเพื่อค้นหาความรู้สึกของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง ผิงมามาพาสาวใช้ทั้งกลุ่มเดินห่างออกไป เพื่อให้คนทั้งคู่มีความเป็นส่วนตัว“หม่อมฉันแค่รู้สึกว่า ไม่เคยเห็นพระองค์ทรงมีอารมณ์ดีเช่นนี้มาก่อน พอได้มองเห็นว่าคนที่ทำให้ท่านอ๋องยิ้มได้ทั้งปากและตาเป็นคนอื่น ก็อดที่จะรู้สึกน้อยใจไม่ได้เพคะ” ฟู่เสียนเย่ว์พูดระบายความในใจแบบตรงไปตรงมาไม่
ฟู่เสียนเย่ว์เดินกลับมาพักผ่อนในเรือนราตรีด้วยความอึดอัดในใจ ผิงมามาและสาวใช้คนอื่นๆ เห็นฟู่เสียนเย่ว์มีสีหน้าเงียบขรึมพอจะคาดเดาเรื่องราวได้กันอยู่บ้าง ทุกคนต่างสงบปากสงบคำ ผิงมามาเรียกเสี่ยวสืออีมาสอบถามเกี่ยวกับคุณหนูตระกูลสวีทั้งสองคนนี้ต่อหน้าฟู่เสียนเย่ว์อย่างรู้ใจเจ้านายของตนเสี่ยวสืออีก้มหน้าตอบคำถามด้วยใบหน้าซื่อตรง “บ่าวไม่เคยได้เข้ามารับใช้ที่จวนจิ้นอ๋องแห่งนี้มาก่อนเจ้าค่ะ บ่าวจึงไม่ค่อยรู้เรื่องของท่านอ๋องมากนัก แต่บ่าวมีสหายรุ่นพี่ที่เคยฝึกมาด้วยกันทำงานอยู่จวนนี้ ก่อนหน้านี้บ่าวเคยสอบถามเกี่ยวกับเรือนหลังนี้ ว่ามีผู้ใดเคยมาเข้าพักที่เรือนนี้บ้าง..”เมื่อพูดมาถึงตรงนี้เสี่ยวสืออีพลันนิ่งเงียบแล้วเหลือบสายตาไปมองผิงมามาด้วยความรู้สึกไม่แน่ใจว่านางควรจะพูดถึงเรื่องนี้ดีหรือไม่ฟู่เสียนเย่ว์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เป็นผู้ใดที่เคยเข้ามาพักในเรือนหลังนี้ เจ้ารู้เรื่องอะไรบ้างจงรีบพูดออกมาให้หมดอย่าได้ลังเลใจ”“บ่าวเคยได้ยินมาว่าเรือนราตรีแห่งนี้ปกติมีเพียงสวีฮ่องเฮาและคุณหนูใหญ่สวีเคยเข้าพักที่เรือนหลังนี้เจ้าค่ะ นอกนั้นไม่เคยมีสตรีคนอื่นได้มาพักในเรือนแห่งนี้มาก่อน ส่
ณ.วัดหลงเย่ว ฮูหยินรองตระกูลฟู่ซ่งจือเสียน ฮูหยินสามตระกูลฟู่ตู้ซิวซยา และฮูหยินสามตระกูลตู้เจินอวี้ต่างขออยู่สนทนากับไต้ซื้อเหยียนร่านเกี่ยวกับเรื่องดวงชะตาของบุตรชายบุตรสาวรวมไปถึงเรื่องราวเกี่ยวกับฤกษ์มงคลวันและเวลาการจัดงานของตู้หยุนมู่และฟู่เสียนเหยียน ฟู่ซานหลางกลัวคนหนุ่มคนสาวจะรู้สึกเบื่อหน่ายจึงอนุญาตให้พวกเขาออกไปเดินเล่นบริเวณอารามวัดแทนฟู่เสียนเย่ว์เดินคล้องแขนกับฟู่เสียนเหยียนและเจินหร่านออกมาด้านนอกอย่างร่าเริง โดยมีบุรุษสี่คนเดินตามอยู่ด้านหลังฟู่อวิ๋นฟางมองทิวทัศน์รอบตัวทั้งแอบประเมินกำลังทรัพย์ที่ใช้ในการก่อสร้างวัดหลงเย่วแห่งนี้แล้วแอบปาดเหงื่อ เขาคิดคำนวณในใจทั้งการสร้างวัดแห่งนี้ ไหนจะเพิ่งซื้อจวนหลังใหม่ที่เมืองหลินจือ ทั้งตกแต่งสร้างเรือนหอหลังใหม่ของจวนจิ้นอ๋องที่เมืองหนานไฮ่ สรุปแล้วกำลังทรัพย์ของจิ้นอ๋องจะร่ำรวยมากมายขนาดไหนกันฟู่อวิ๋นเชอร์ตกอยู่ในภวังค์ หลังจากที่เดินทางกลับจากวัดหลงเย่ว ป้าสะใภ้สามเจินซื่อจะพาเจินหร่านกลับไปบ้านเดิมของมารดาเจินหร่าน เพื่อไปพบลูกพี่ลูกน้องของนาง คำว่าลูกพี่ลูกน้อง รู้สึกว่าคนเหล่านี้มักพัฒนาไปเป็นคู่ชีวิตกันได้ง่ายเหลือเกิ
วันนี้ฟู่เสียนเย่ว์ตื่นแต่เช้าทันได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้ากับเซียวอวี้หยวน แม้จะมีคนอื่นๆ มาดูร่วมด้วยกันหลายคน แต่เซียวอวี้หยวนกระซิบบอกกับฟู่เสียนเย่ว์ว่ารอให้คนทั้งคู่แต่งงานกันแล้ว เรือนหอที่กำลังเร่งสร้างอยู่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าสะท้อนแสงกับทะเลสาบได้ชัดเจนมากกว่านี้เซียวอวี้หยวนยังบอกกับนางอีกว่าเขานำกระจกเงามาดัดแปลงเป็นหน้าต่างบานใหญ่เพื่อป้องกันลมกันพายุฝนได้ และยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามภายนอกได้อย่างชัดเจน เมื่อคนทั้งคู่แต่งงานย้ายเข้าเรือนหอ ต่อไปคนทั้งคู่จะสามารถตื่นขึ้นมานั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าด้วยกันได้ทุกวันฟู่เสียนเย่ว์เมื่อได้ฟังคำกระซิบเหล่านี้ทั้งรู้สึกเขินอาย ทั้งรู้สึกแอบคาดหวัง การหยอกเย้าพูดคุยกระซิบกระซาบกันของคนทั้งคู่ มีคนมองเห็นหลายคน แต่ละคนก็มีความคิดกันไปหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกยินดีที่เห็นคนทั้งคู่รักใคร่ปองดองกันเป็นอย่างดี มีเพียงดวงตาคู่สวยของเจินหร่านเท่านั้น ที่เหลือบมองคนทั้งคู่ด้วยสายตาว่างเปล่าและแฝงไปด้วยความกังวลใจฟู่อวิ๋นเชอร์คอยยืนอยู่ข้างกายของเจินหร่านอย่างเปิดเผย คนในที่นี้ทุกคนต่างดูออกว่าฟู่อวิ๋นเช
เช้าวันต่อมาฟู่เสียนเย่วโดนปลุกในยามเช้ามืด นางยังไม่อยากตื่นจึงพลิกตัวหนี เมื่อคืนนางกลับมาเรือนนอนและเข้านอนในยามดึกมาก จึงรู้สึกว่าตนเองยังนอนหลับไม่เต็มอิ่มผิงมามามองนายสาวของตนพลิกตัวหนีด้วยแววตาอ่อนโยน ในใจของนางอยากให้ฟู่เสียนเย่ว์นอนต่อ แต่จนใจที่ในยามนี้จิ้นอ๋องทรงยืนรอเจ้านายของตนอยู่ที่หน้าเรือน จึงจำใจต้องฝืนปลุกคนนอนหลับฝันหวานต่อด้วยเสียงแผ่วเบา “คุณหนูของข้าตื่นได้แล้วเจ้าคะ เมื่อคืนคุณหนูเอ่ยนัดว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกับท่านอ๋องนะเจ้าคะ ตื่นเถิดเจ้าค่ะ”“ไม่เอา .... ไปบอกเขา ...พรุ่งนี้ค่อยดู..ได้หรือไม่” เสียงงัวเงีย ขาดๆ หายๆ พูดออกมาจากเตียงเรียกเสียงหัวเราะขบขันแผ่วเบาจากเถาฮวาและเสี่ยวปาสุดท้ายฟู่เสียนเย่ว์จำต้องฝืนใจลุกขึ้นจากการฉุดดึงของผิงมามา สาวใช้ที่เหลือต่างช่วยกันปรนนิบัติและแต่งตัวให้ฟู่เสียนเย่ว์อย่างรวดเร็ว เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว ฟู่เสียนเย่ว์เดินออกมาที่หน้าเรือนยามนี้ท้องฟ้าเริ่มสว่างมีบุรุษกำลังยืนรอนางอยู่ เขาสวมชุดสีขาวนวลสวมใส่เสื้อคลุมโปร่งบางสีฟ้าอ่อน มือซ้ายคล้องประคำหยกขาวเอาไว้ในมือ บุรุษหน้าตาหล่อเหลา ผิวพรรณขาวกระจ่างใสราวแสงสะท้อนของพระอ
จวนจิ้นอ๋อง ณ เมืองหนานไฮ่ในยามเย็น คล้ายว่าจะมืดค่ำเร็วมากกว่าเมืองหลินจือเล็กน้อย บ่าวไพร่ภายในจวนต่างทำงานกันเป็นระเบียบ จุดไฟให้ส่องสว่างตามทางเดินจนทั่วทั้งจวน จนทำให้จวนจิ้นอ๋องดูงดงามสว่างไสวมากกว่าปกติบ่าวทุกคนทำหน้าที่ของแต่ละคนได้อย่างไม่มีที่ติ สาวใช้หน้าตาธรรมดาใบหน้ายิ้มแย้มสุภาพพูดจามีมารยาท คลายนางกำนัลในวังหลวงช่วยกันจัดเตรียมอาหารบนโต๊ะเพื่อรับรองแขก ภายในจวนมีเรือนอยู่หลายหลัง แต่มีหอสูงโดดเด่นอยู่ริมทะเลสาบ จิ้นอ๋องเพิ่งทำการก่อสร้างใหม่ เพื่อที่จะเตรียมทำเป็นเรือนหอเซียวอวี้หยวนยิ้มแย้มเชิญแขกเข้ามาในเรือนรับรองอย่างกระตือรือร้น ฝ่ายบุรุษจิ้นอ๋องเป็นผู้รับรองแขกเอง ส่วนฝ่ายสตรีมีเหิงจือและมามาสูงวัยผู้หนึ่งมีนามว่าเถียนมามาคอยดูแล โต๊ะอาหารแยกเป็นสองฝั่งมีฉากกันลมบางๆ กั้นทำพอเป็นพิธี แต่นั่งแล้วเห็นเงาคนอีกฝั่งได้ สาวใช้ต่างถืออ่างล้างมือลอยด้วยดอกไม้หอมมาให้ทุกคนล้างไม้ล้างมือ ก่อนจะกินอาหารเย็นร่วมกันเหลียนฮวา เดินมาช่วยต้อนรับแขกในภายหลังโดยมีเจียงเฮ่าพามา ฟู่เสียนเย่ว์มองดูใบหน้าอิ่มเอิบของอดีตสาวใช้คนสนิทแล้วจึงวางใจ แสดงว่าเจียงเฮ่าดูแลเหลียนฮวาได้ดีหลัง







