Share

คิดไปเอง [2]

Author: Tuk Kung
last update publish date: 2026-10-01 15:53:32

บทที่ 6

“ท่านแม่ หาอะไรอยู่หรือขอรับ” เด็กชายอดที่จะถามมารดาเสียไม่ได้ เดินมาถึงตีนเขาได้สักพักแล้ว ก็ไม่เห็นคนจากในเมืองมารับตัวเสียที อีกทั้งท่านแม่ก็ยังทำตัวเหมือนหาของป่าจริง ๆ ไม่ใช่รอใคร หรือว่าจะคิดไปเองกันนะ ท่านแม่ไม่ได้พามาขายหรอกหรือ

“แม่กำลังหาของที่พอจะเอาไปทำกินได้น่ะ”

“อ้าว ท่านแม่ไม่ได้จะพามาขายหรือขอรับ”

“อย่าบอกนะว่าที่ร้องไห้กัน เพราะคิดว่าจะพามาขายน่ะ”

“แหะ ๆ ขอรับ”

คราวนี้เหมยกุ้ยเข้าใจแล้ว เหตุใดเด็ก ๆ ถึงได้ดูอาลัยอาวรณ์กันนัก ก่อนจะนึกออก ในอดีตตนเคยพาบุตรชายไปขายให้พวกค้ามนุษย์จริงด้วย มิน่าเล่าถึงได้กลัวกันขนาดนี้

ข้านี่ชั่วดีแท้ แม้แต่ลูกก็ยังกล้าขายกิน...

ตอนนั้นเป็นเพราะจงไฉ่บังคับจะเอาเงินไปให้บุตรชาย เพื่อเป็นค่าเดินทางไปสอบในตัวเมือง แต่ตนไม่มีเงินให้ จึงยุให้นางขายเนี่ยนจินแลกกับเงินสองตำลึง โดยมีข้อเสนอจะให้นางกลับไปบ้านใหญ่

คิดแล้วอารมณ์พุ่ง คนโง่แบบนั้นจะไปสอบอะไรได้ ก็ดีแต่พูดนั่นแหละ ถ้าตอนนั้นจงซานไม่สวมสิทธิ ปลอมเป็นซ่งอวิ๋นเซียว มีหรือคนบ้านใหญ่จะลืมตาอ้าปากได้ ชาตินี้นางจะไม่ให้เกิดเรื่องนี้เป็นอันขาด

ติ๊ง!

[ตรวจพบงูเขียวไม่มีพิษ สามารถเอาไปดองทำยาได้ ราคารับซื้อตัวละสิบห้าอีแปะ]

พลันเสียงจากระบบแจ้งเตือนก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ทำเอาเหมยกุ้ยที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ถึงกับหันขวับ นางจ้องไปที่งูเขียวตัวนั้น อดที่จะขนลุกเสียมิได้ ต่อให้นางทำตัวปากเก่งแค่ไหน แต่ขอเว้นสัตว์ประเภทเลื้อยคลานไว้สักอย่างเถอะนะ มันไม่ไหวจริง ๆ หนึ่งตำลึงก็ไม่เอา

กระนั้นเจ้าตัวกลับมองมันอย่างอาลัยอาวรณ์ แค่งูเขียวตัวเดียวนางก็จะซื้อสบู่ได้หนึ่งก้อนเชียวนะ สบู่ก็อยากได้ กลัวงูก็กลัว แต่จะให้จับเองนางขอปฏิเสธ

“ท่านแม่งูตัวนั้นกินได้หรือขอรับ” เด็กชายชี้ไปยังงูเขียวตัวเท่าหัวแม่มือ เมื่อครู่เขาเห็นท่านแม่จ้องมันไม่วางตา ตนที่เป็นบุตรชายนายพรานรู้ดีว่ามันไม่มีพิษ เมื่อก่อนยังเคยจับมาเล่นบ่อย ๆ แต่ไม่เคยรู้เลยว่ามันกินได้

“กินไม่ได้หรอก เราไปดูทางนั้นกันเถอะ”

“แต่ท่านแม่ดูจะอยากได้มันนะขอรับ ถ้าท่านแม่ไม่กล้า ข้าจับให้เอง”

ยังไม่ทันที่เหมยกุ้ยจะร้องห้าม เนี่ยนจินก็คว้าหมับไปที่คองูเขียวตัวนั้น มันพยายามดิ้น ใช้ลำตัวพันแขน

เด็กน้อยยิ้มแฉ่ง ยื่นงูตัวนั้นไปตรงหน้ามารดา พร้อมกับรอคำชม การกระทำนั้นทำให้เหมยกุ้ยตาโต ยืนตัวแข็งค้าง หัวใจแทบวาย

“กะ...เก่งมากจ้ะ” หญิงสาวฝืนยิ้ม ก่อนจะยื่นกระบุงให้บุตรชายโยนงูลงไป โชคดีที่ระบบไม่ได้มีกฎตายตัวว่านางจะต้องจับเอง ขอแค่อยู่ในการครอบครอง เพียงเท่านี้ก็สามารถทำการซื้อขายกับระบบได้ ไม่เช่นนั้นได้หัวใจวายตายเป็นแน่

เมื่อจับงูได้หนึ่งตัว หลังจากนั้นระบบตรวจจับก็ไม่มีแจ้งเตือนอีก นั่นหมายความว่าบริเวณที่นางอยู่ ไม่มีอะไรให้ขายได้แล้ว เหมยกุ้ยพาบุตรชายเดินเตร็ดเตร่ไปตามแนวป่ารอบนอก นานเข้าจิตใจเริ่มห่อเหี่ยว ด้วยมันแทบไม่มีอะไรนำมาขายได้เลย

ครั้นเมื่อคิดที่จะเดินไปไกลมากกว่านี้ ติดก็ตรงที่ไม่ได้เอาของกินมาด้วย หากเดินทางต่อเจ้าเด็กน้อยจะต้องทนหิวแน่ นางจึงตัดสินใจเดินย้อนกลับ เพื่อไปสมทบกับลูก ๆ ที่ไร่นา แล้วค่อยกลับบ้านไปทำข้าวเที่ยงกินกัน

ติ๊ง!

[ตรวจพบกิ้งกือตัวขนาดกลาง ขายได้ในราคาสิบอีแปะ]

เหมยกุ้ยเหลือบมองกิ้งกือที่กำลังไต่อยู่ใกล้เนี่ยนจิน นางปากคว่ำลงทันที พลางคิดว่าระบบนี่ชอบสัตว์แปลกหรืออย่างไร กิ้งกือเนี่ยนะเอาไปทำอะไรได้

“ท่านแม่ อยากได้กิ้งกือหรือขอรับ” เนี่ยนจินมองไปตามสายตาของมารดา ก่อนจะใช้กิ่งไม้แตะไปที่ตัวกิ้งกือ จากนั้นมันก็ม้วนตัวเป็นวงกลม เด็กชายจึงใช้กิ่งไม้ช้อนมันขึ้นมา แล้วยื่นไปตรงหน้าท่านแม่

“วะ...วาง วางลงนะลูกรัก” เหมยกุ้ยสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะยื่นกระบุงส่งให้ กระนั้นก็อดที่จะรู้สึกแขยงเสียมิได้

“อ้าว ท่านแม่งูหนีไปแล้วขอรับ”

“ช่างมันเถอะ อย่าไปสนใจเลย เสร็จแล้วเรารีบกลับกันเถอะ” เหมยกุ้ยรีบบอกปัด ก่อนที่บุตรชายจะเซ้าซี้ถามไปมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นนางคงหาข้อแก้ตัวไม่ได้

“ขอรับ”

เมื่อกิ้งกือถูกโยนลงกระบุงก็หายวับไปทันตา หน้าจอระบบร้านค้าก็แสดงยอดเงินจากการขายกิ้งกือตัวนั้น เมื่อรวมกับการขายงูเขียวสีหน้าของนางค่อยดีขึ้นมาหน่อย ก็ยังดีกว่ากลับตัวเปล่าละนะ อย่างน้อยก็สะสมยอดได้พอสำหรับการซื้อผงซักฟอกแล้ว

เหมยกุ้ยตบหน้าอกตนเองเบา ๆ พลางผ่อนลมหายใจ เคยอ่านในนิยายมามากมายหลายเล่ม คนอื่นมีระบบร้านค้าพบหลินจือบ้างละ โสมบ้างละ หรือสมุนไพรหายาก แต่ตนต้องเจออะไรบ้าง คิดแล้วพานน้ำตาจะไหล วันทั้งวันได้แต่งูกับกิ้งกือ หวังว่าจะไม่เจออะไรที่น่ากลัวกว่านี้นะ...

“ท่านแม่ ลูกจับคางคกได้ขอรับ”

ติ๊ง!

[ตรวจพบคางคก รับซื้อในราคายี่สิบห้าอีแปะ ข้อควรระวังห้ามจับด้วยมือเปล่าโดยเด็ดขาด อาจถูกพิษได้ หากเลี่ยงไม่ได้ให้รีบล้างมือทันที]

เสียงเจื้อยแจ้วของบุตรชาย กับเสียงระบบแจ้งเตือนห่างกันแค่ชั่วอึดใจ ทำเอาเหมยกุ้ยแทบอยากจะปิดประสาทการรับรู้ พูดยังไม่ทันขาดคำ สิ่งที่น่ากลัวก็มาอยู่ตรงหน้าเสียแล้ว

หน็อยแน่! ระบบตัวดี งูก็พอเข้าใจว่าเอาไปดองทำยาได้ แต่พอเป็นกิ้งกือกับคางคกกลับไม่อธิบายอะไรเลย ตั้งใจแกล้งกันชัด ๆ

โชคดีที่บุตรชายใช้ใบไม้รองมือจับคางคก มิเช่นนั้นนางได้หัวใจวายตายซ้ำซาก ตายแล้วตายอีก ไม่รู้ว่าจะตายรอบที่เท่าไรของวัน

“โยนมันใส่กระบุง แล้วล้างมือเดี๋ยวนี้เลย”

“รับทราบขอรับ”

เด็กชายตอบเต็มเสียง แม้เมื่อครู่ท่านแม่จะตะคอกใส่ แต่เนี่ยนจินกลับไม่รู้สึกน้อยใจเลยสักนิด เขากลับยิ้มจนเห็นฟัน เพราะตอนนี้ท่านแม่กำลังล้างมือให้เขาด้วยตนเองแหละ

ฮิ ๆ กลับไปจะไปอวดให้พี่ใหญ่กับพี่รองฟัง จะต้องอิจฉาเขาแน่ ๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   ใคร ๆ ก็อิจฉา [2]

    บทที่ 21เมื่อตกลงกันได้แล้ว ทุกคนจึงแยกย้ายกันเข้านอน เพื่อที่ว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเดินทางเข้าเมืองด้วยกัน ม่านถงขออยู่ดูบ้านเพราะมีงานตัดชุดที่ทำค้างไว้ อยากจะทำให้เสร็จ เนี่ยนจินก็ไม่ไป เพราะอยากไปโอ้อวดเรื่องเงินกับบ้านใหม่ให้ท่านปู่ฟังส่วนซือฮั่นที่ตอนนี้กลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของบ้าน ต้องตามไปด้วยแน่นอนปฏิเสธไม่ได้ นั่นเพราะบิดายังเดินเหินไม่สะดวก เป็นเขาที่ต้องทำหน้าที่ช่วยออกแรงหลาย ๆ อย่าง ยามต้องเดินทางไกลรุ่งเช้าจึงออกเดินทางเข้าในเมืองตามที่ได้พูดคุยกันไว้ตั้งแต่เมื่อคืน สถานที่แรกที่พวกเขาไปนั่นก็คือ โรงรับจำนำเพื่อไถ่ถอนที่ดินติดจำนอง ทันทีที่ได้รับสัญญาที่ดินคืนมา ใบหน้าที่เอาแต่เคร่งขรึมตลอดเวลาของซ่งอวิ๋นเซียว ดูผ่อนคลายลงไม่น้อย คล้ายกับว่าภาระที่ต้องแบกรับมานาน บัดนี้ได้ถูกปลดออกแล้วจากนั้นทั้งสามจึงตรงไปที่บ้านเถ้าแก่ช่างไม้ เพื่อให้อีกฝ่ายมาสร้างบ้านให้ ทว่าเมื่อได้ฟังรายละเอียดเกี่ยวกับวัสดุในการสร้างกำแพง เหมยกุ้ยเห็นว่ากำแพงอิฐมันยังแข็งแรงไม่พอ นางจึงเสนอปูนฉาบสำเร็จรูปเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง“ปูนฉาบสำเร็จรูป? มันเป็นอย่างไรหรือแม่นาง ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   ใคร ๆ ก็อิจฉา [1]

    บทที่ 21หลังจากวันที่พ่อค้ามารับสินค้า เฒ่าฉินและชุนหว่านก็นำของมาขายให้เรื่อย ๆ เงินในกระเป๋าของเหมยกุ้ยจากเดิมมีสามร้อยกว่าตำลึง ผ่านไปแค่ห้าวันนางก็สะสมได้ถึงหนึ่งพันห้าร้อยตำลึงแล้ว เรียกได้ว่าอาชีพแม่ค้าคนกลางช่างดีวันดีคืนยิ่งนัก ไม่กี่วันก็ได้เงินสร้างบ้านใหม่แล้วคืนนี้เหมยกุ้ยจึงตัดสินใจปรึกษากับทุกคนในบ้าน นอกจากเรื่องสร้างบ้านแล้ว ยังจะแบ่งเงินค่าแรงให้เด็ก ๆ อีกด้วย หลังกินอาหารเสร็จทุกคนจึงนั่งล้อมวงกัน รอฟังว่าท่านแม่จะพูดเรื่องอะไรกันแน่ ถึงได้ดูจริงจังนักด้วยเหตุนี้เหมยกุ้ยจึงยกเอาเงินจำนวนหนึ่งวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะแบ่งเป็นกอง ๆ แล้วแจงจำนวนเงินที่ทุกคนควรจะได้“นี่คือเงินค่าแรงของพวกเจ้าทั้งสาม แม่ให้คนละสิบตำลึง เป็นค่าแรงที่พวกเจ้าขยันทำงานกันมาตลอดหลายวันมานี้ ต่อไปแม่จะแบ่งให้ทุกเดือน ส่วนพวกเจ้าจะนำไปทำอะไร แม่ไม่ห้าม”“ท่านแม่เงินมากมายขนาดนี้ ให้พวกเราจริงหรือขอรับ” ซือฮั่นมองเงินสิบตำลึงอย่างไม่อยากจะเชื่อ หลายวันก่อนแม้แต่ข้าวยังอดมื้อกินมื้อ แต่ตอนนี้กลับมีเงินเป็นของตัวเองตั้งสิบตำลึง“ก็จริงน่ะสิ นี่คือเงินค่าแรง ไม่เกี่ยวกับค่าสินสอดของภรรยาในอนาคตเจ้า ส่

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   ข้าชอบ [2]

    บทที่ 20“ท่านลุงเอาไปก่อนสองตำลึงนะเจ้าคะ ที่เหลือข้าจะเก็บไว้จ่ายค่าซื้อของให้” หญิงสาวควักเงินออกมาจากกระเป๋าผ้าใบเล็กยื่นให้ผู้เฒ่าฉิน ดีใจที่ท่านลุงหาเงินได้ เพราะนางเองก็จะได้เงินเช่นกัน“ท่านพ่อ ขายได้เยอะขนาดนี้เชียวหรือ วันก่อนข้าได้ยินว่าป้าหลี่ข้างบ้าน เอาผักที่ปลูกไว้ไปขายเต็มคันรถ ยังได้ไม่ถึงตำลึงเลยขอรับ” บุตรชายเฒ่าฉินยิ้มแก้มปริ นี่เป็นครั้งแรกที่เขามีเงินมากขนาดนี้ก็ว่าได้“เห็นหรือไม่ ข้าบอกแล้วว่านางหนูนี่ไม่ได้โกหก” ลุงฉินเองก็ดีใจไม่แพ้บุตรชาย ถือเงินมือสั่น น้ำตาเอ่อคลอเบ้า เงินสองตำลึงนี้ช่วยให้ครอบครัวไม่อดอยาก ถึงกับต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อใช้จ่ายเหมือนเมื่อก่อนแล้วด้านเหมยกุ้ยอาศัยช่วงชุลมุน นางแอบเรียกระบบให้ออกมาทำหน้าที่ได้แล้ว ไม่นานนักก็มีคณะพ่อค้าเดินทางมาที่บ้าน แวบแรกที่เหมยกุ้ยเห็น ทำเอาเจ้าตัวถึงกับตื่นตะลึง คุณชายหน้าตาดีกระโดดลงจากรถม้า แล้วเดินตรงมาหานาง ใบหน้าช่างเหมือนนักร้องไอดอลที่นางชอบยิ่งนักซ่งอวิ๋นเซียวเห็นดังนั้นก็ถึงกับวางหนังสือทันที เขาจ้องเขม็งไปที่คนทั้งสองไม่วางตา พร้อมกับเอียงคอมองภรรยา สีหน้าของเขาบอกภรรยากลาย ๆ ว่าเรามีเรื่

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   ข้าชอบ [1]

    บทที่ 20หลังจากที่ได้รับความช่วยเหลือจากเหมยกุ้ย ผ่านไปอีกวันเฒ่าฉินกับลูกชายก็มาหาแต่เช้า เพื่อเอาของที่หาได้มาขาย ทว่าพอมาถึงหน้าบ้านซ่ง ก็ทำเอาตาเฒ่าฉินก้าวถอยหลัง บ้านดินเก่า ๆ กำแพงเป็นรู พลางมองของที่ตนนำมาด้วย เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจะมีเงินจ่ายค่าสินค้า“ท่านพ่อ ข้าว่าท่านถูกหลอกกระมัง”“แต่เมื่อวานพวกเจ้าก็ได้กินเนื้อกับข้าวขาวแล้วไม่ใช่หรือ คงไม่เป็นเช่นนั้นหรอก”“เช่นนั้น... ท่านพ่อแน่ใจหรือว่าแม่นางคนนั้นคือเหมยกุ้ย ไม่ใช่คนอื่น”คราวนี้เฒ่าฉินพูดไม่ออก มองไปที่กระบุงสองใบวางอยู่ข้างกาย ตอนนั้นได้ยินว่ารับซื้อทุกอย่าง เมื่อวานจึงพาบุตรชายขึ้นเขาอีกครั้ง เห็นอะไรที่รู้จัก กินได้ และไม่มีพิษ ก็เลยช่วยกันเก็บมาหมดแต่เมื่อได้เห็นสภาพบ้านของนางแล้ว สิ่งที่บุตรชายถามเฒ่าฉินก็เริ่มลังเล ทว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว อย่างไรก็ต้องลองเข้าไปถามดูก่อน หากเข้าใจผิดกันจริง ๆ ก็ถือว่าของเหล่านี้เก็บไว้กินเอง“เอาเถอะ... ลองเข้าไปถามดูก่อน แล้วค่อยว่ากัน”สองพ่อลูกจำต้องยกของที่นำมาด้วยเดินเข้าบ้านหลังเก่า ถือเสียว่าเสี่ยงดวง เมื่อผ่านประตูรั้วเข้ามาถึงลานบ้าน เฒ่าฉินจึงถามหาเหมยกุ้ย ในใจก็ลุ้นว่า

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   ไม่รอด [2]

    บทที่ 19ติ๊ง![ตรวจพบดอกเดย์ลิลลี่ รับซื้อราคาห้าร้อยอีแปะ ต่อหนึ่งกิโลกรัม]เหมยกุ้ยที่กำลังจะบอกว่าไม่เป็นไรก็รีบเม้มปากฮึบไว้ สมองแม่ค้าเริ่มทำงานทันที ในตะกร้าท่านลุงน่าจะมีราว ๆ ครึ่งกิโลได้กระมัง ถ้าตนซื้อเนื้อแห้งเกรดธรรมดาก็แค่สิบอีแปะ ข้าวสวยกล่องหนึ่งห้าอีแปะ บอกได้คำเดียวว่าคุ้ม...นางจึงซื้อเนื้อแห้งเพิ่มเป็นสองพวง ข้าวสวยสองกล่อง เมื่อหักลบราคาดอกเดย์ลิลลี่และสิ่งที่นางซื้อไป เท่ากับว่าจะได้กำไรสี่ร้อยเจ็ดสิบอีแปะโคตรจะได้กำไรเลยนี่หว่า...“ท่านลุงฉิน ข้าจะรับดอกไม้นี้ไว้ แต่ข้าจะไม่รับมาเปล่า ๆ ขอแลกกับข้าวกลางวันของข้านะเจ้าคะ ไม่เกี่ยวกับที่ให้ลูกอมท่าน” หญิงสาวยื่นเนื้อแห้งและข้าวสวยให้ลุงฉิน พร้อมกับรับดอกไม้มาด้วยรอยยิ้มลุงฉินเห็นว่ามันมากเกินไป ที่ให้ไปก็เพื่ออยากตอบแทนเท่านั้น จึงลำบากใจที่จะรับไว้ ก็แค่ดอกไม้ที่บังเอิญเก็บมาได้เท่านั้นเอง หากเทียบกับเนื้อแห้งและข้าวสวยหอม ๆ อุ่นร้อนนี่มันมากเกินไปแล้ว“ไม่ได้ ๆ ลูกอมที่เจ้าให้มาต้องแพงมากแน่ ๆ นี่ให้ทั้งข้าวทั้งเนื้อ ลุงรับไม่ไหวหรอก เจ้าช่วยชีวิตลุงไว้ แค่ดอกไม้พวกนี้จะพอตอบแทนบุญคุณได้อย่างไร”“ถ้าท่านลุงไม่

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   ไม่รอด [1]

    บทที่ 19บทลงโทษของระบบยังคงดังก้องอยู่ในหัว เหมยกุ้ยได้แต่บ่นอุบไปตลอดทาง เดือนหนึ่งมีตั้งสามสิบวัน แต่ดันเลือกออกภารกิจวันที่อยู่กลางป่า อีกทั้งกำหนดเวลาเสียด้วย กลางป่ากลางเขาเช่นนี้จะมีคนที่ไหนให้ช่วยเล่า“ท่านแม่ดูนั่นสิขอรับ มีคนนอนอยู่ตรงนั้นด้วยขอรับ”ราวกับเสียงสวรรค์มาโปรด หญิงสาวหันขวับมองตามทันที คิดว่าจะไม่รอดบทลงโทษนี่แล้วเชียว โชคดียิ่งนัก“เจ้าทำดีมาก”เหมยกุ้ยตบไหล่บุตรชาย มองเขาราวกับพระโพธิสัตว์มาโปรด ยื่นมือเข้าช่วยในตอนที่ตนกำลังมีปัญหา ร่างบางปรี่เข้าหาคนที่นอนอยู่ใต้โคนต้นไม้ เป็นชายชราคนหนึ่ง เหงื่อซึมเต็มกรอบหน้า หน้าซีด ดีที่ยังพอมีสติอยู่บ้าง“ท่านลุง เป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ”“ไม่เป็นอะไรแค่หน้ามืด พักสักหน่อยก็คงหาย ขอบใจนะ” แม้จะพูดแบบนั้น แต่รู้สึกได้ถึงอาการใจสั่น ไม่มีแรง แค่จะยกมือขึ้นก็ยังสั่นควบคุมร่างกายไม่ได้เลยเหมยกุ้ยมองหน้าจอระบบที่เปิดวาบขึ้นมาโดยที่ยังไม่ได้สั่ง มันมีข้อความขึ้นว่าชายวัยกลางคนผู้นี้มีสภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น มันทำให้นางรู้สึกว่า ตอนนี้ระบบกำลังทำตามใจตัวเองนี่หว่า บางอย่างไม่เห็นอยู่ในข้อตกลงเลยหน็อย!...

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status