Share

เวรกรรมมีจริง [1]

Penulis: Tuk Kung
last update Tanggal publikasi: 2026-10-01 15:52:32

บทที่ 2

ทันทีที่เปลือกตาถูกเปิดออก ภาพเบื้องหน้าก็ค่อย ๆ ปรับชัดขึ้นทีละน้อย ดวงตากลมโตกะพริบถี่ ๆ กว่าดวงตาจะปรับความชัดได้ เจ้าตัวก็ใช้เวลาไปหลายอึดใจ ทว่าทุกอย่างมันน่าเหลือเชื่อจนเกินไป บ้านไม้เก่า ๆ หลังคาหญ้าที่ทรุดโทรมนี่มันอะไร มองอย่างไรมันก็ไม่ใช่บ้านเธอแน่ ๆ

พลันความรู้สึกปวดหนึบตรงหน้าผากทวีความรุนแรง มิหนำซ้ำเมื่อแตะไปตรงบาดแผล สัมผัสแรกคือความเปียกชื้น แล้วตามมาด้วยความรู้สึกเจ็บจี๊ดเกินกว่าจะทนไหว ใบหน้าเรียวเล็กก็ถึงกับบิดเบี้ยว จึงเผลอร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวด

“โอ๊ย! หัวฉัน... เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” นี่ไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอน แต่จำได้ว่าจมน้ำตายไปแล้วไม่ใช่หรือ แล้วที่นี่ ความรู้สึกนี้ มันคืออะไรกัน

กิมหยงได้แต่นอนกะพริบตาปริบ ๆ แวบแรกที่เห็นหลังคาบ้าน คิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที ก่อนจะมองเลยไปที่กำแพงบ้าน สิ่งรอบข้าง แล้วไปจบลงที่คนทั้งสามที่มีหน้าตามอมแมม เสื้อผ้าบางจุดมีรอยปะชุน แต่ละคนแทบไม่ต่างจากขอทาน

สภาพคนตรงหน้าคงไม่ใช่สวรรค์แน่ ๆ บนสวรรค์คงไม่มีใครแต่งตัวยาจกได้เหมือนขนาดนี้ ถ้าเช่นนั้นเธอคงตกนรกแล้วละ

“พี่ใหญ่ พี่รอง ท่านแม่ฟื้นแล้วขอรับ”

ขณะที่ยังมึนงงไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนก่อนดี ได้มีเด็กน้อยวัยสี่ขวบกำลังเกาะขอบประตู ตะโกนร้องเรียกพี่สาวพี่ชาย แต่เจ้าตัวกลับกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่ยอมเข้ามาด้านใน

เขารอกระทั่งพี่ทั้งสองวิ่งมาถึง จึงยอมเข้าบ้านพร้อมกัน ผู้หนึ่งคือบุรุษหนุ่มหน้าตาดีวัยสิบสามปี ทว่าร่างกายกลับผ่ายผอม ใบหน้าตอบ บดบังความหล่อเหลานัก ด้านหลังคือสตรีหน้าตาน่ารักวัยสองปี รูปร่างผอมแห้งไม่ต่างกัน

“ท่านแม่เป็นอย่างไรบ้างขอรับ อย่าเพิ่งลุก นอนพักอีกสักหน่อยดีหรือไม่” ซือฮั่นรวบรวมความกล้าเอ่ยแนะนำ ท่านแม่ไม่ชอบให้เขาออกความคิดเห็นเป็นที่สุด หากมีครั้งใดพลั้งเผลอก็มักจะถูกด่าทอประจำ หนักเข้าก็สั่งให้อดข้าว แต่ว่าครั้งนี้อย่างไรก็ต้องขัดใจ

“ท่านแม่ เจ็บมากหรือไม่เจ้าคะ” แม้จะเป็นห่วง แต่ม่านถงกลับเลือกยืนไกลกว่าผู้อื่น เป็นแค่เด็กสาวที่ถูกรับเลี้ยงทั้งยังเป็นสตรี ท่านแม่จึงไม่ชอบหน้ามากที่สุด เคยสั่งไว้ว่าหากเป็นไปได้ก็อย่าโผล่หน้ามาให้เห็น เห็นแล้วพานรู้สึกสะอิดสะเอียนอยากจะอาเจียน

กิมหยงที่ยังคงรู้สึกสับสน มองเด็กทั้งสามด้วยความมึนงงระคนสงสัย ดวงตาพร่าเบลอ ขณะเดียวกันทั้งภาพและความทรงจำทุกอย่าง ไหลเวียนเข้าสู่จิตสำนึกไม่หยุดหย่อน

หญิงสาวถึงกับยกมือขึ้นจับหัว เจ็บปวดเสียจนตัวงอ ยิ่งความทรงจำทั้งใหม่และเก่าไหลเข้ามาพร้อมกัน อาการปวดหัวก็เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น เส้นเลือดตรงขมับปูดโปน แค่เปล่งเสียงก็ยังทำไม่ได้

“พี่ใหญ่ทำอย่างไรดี ท่านแม่เหมือนจะไม่ไหวแล้ว เรียกท่านหมอมาดูดีหรือไม่” ม่านถงขอความเห็นพลางเขย่าแขนพี่ชาย หากไม่รีบไปเชิญท่านหมอตอนนี้ เกรงว่าจะไม่ทันกาลเสียแล้ว

“ได้อย่างไร เราไม่มีเงินมากพอ ท่านหมอไม่มาหรอก”

“แล้วเราจะทำอย่างไรเจ้าคะ ท่านพ่อไม่อยู่บ้านเสียด้วย”

“พี่ใหญ่ ท่านแม่จะตายไหมขอรับ” เนี่ยนจินดวงตาแดงก่ำ น้ำตาหยดแหมะ ถึงจะกลัวมารดามากแค่ไหน แต่เขาก็กลัวที่จะเสียท่านไปอยู่ดี ให้นางอยู่ต่อดุด่าทุกวันยังดีเสียกว่าให้ตายจากกันไป

บุตรสาวบุตรชายกอดกันกลม ต่างร้องไห้ตามกันระงม กิมหยงได้แต่มองคนทุกคนสลับกันไปมา อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

เฮ้ ๆ สวรรค์... เอาจริงดิ

“ท่านแม่พูดอะไรบ้างสิขอรับ”

“เนี่ยนจินอย่าร้อง ท่านแม่ต้องไม่เป็นอะไร” ม่านถงคว้าตัวน้องชายเข้ามากอดอีกครั้ง ไม่อยากให้น้องชายรบกวนคนเจ็บมากเกินไป

“พี่รองข้ากลัว ฮือออ”

กิมหยงขมวดคิ้วไล่สายตามองไปทีละคน สุดท้ายจึงไปหยุดที่ซือฮั่นบุตรคนโตที่ถูกรับมาเลี้ยง ตอนนี้เจ้าตัวกำลังเขย่าแขนนาง ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

“ท่านแม่ทนก่อนนะขอรับ ข้าจะหาทางเชิญท่านหมอมาให้ได้”

ซือฮั่น คือลูกบุญธรรมที่ถูกรับเลี้ยงมาเมื่อห้าปีก่อน ในตอนนั้นซ่งอวิ๋นเซียวเพิ่งแต่งงานกับเหมยกุ้ย นางไฉ่ผู้เป็นมารดาเกรงว่าเมื่อรับซือฮั่นเข้ามาเป็นสมาชิกในบ้าน จะทำให้ส่วนแบ่งรายได้ที่ควรจะเป็นของตนลดลง จึงยุให้เหมยกุ้ยไล่เด็กชายออกจากบ้าน นั่นจึงเป็นต้นเหตุของความไม่ลงรอยกัน ระหว่างแม่และลูกบุญธรรม

เมื่อนางเชื่อฟังคำยุยงของมารดา ทำให้หลังจากนั้นเหมยกุ้ยและสามีทะเลาะกันแทบทุกวัน บ้านลุกเป็นไฟอยู่ไม่สุขสักวัน ยิ่งทำให้นางไม่ชอบหน้าซือฮั่นเข้าไปใหญ่

ส่วนสาวน้อยที่อยู่ข้างกันนามม่านถง ถูกรับมาเลี้ยงเช่นกัน เป็นสตรีนุ่มนิ่มและขี้กลัว จึงมักจะถูกตำหนิดุด่าต่อว่าเป็นประจำ บางครั้งทำอะไรไม่ถูกใจ เหมยกุ้ยก็จะสั่งให้อดข้าวอยู่บ่อย ๆ ทำให้เจ้าตัวไม่มั่นใจตนเองและกลัวเหมยกุ้ยขึ้นสมอง เพียงแค่ถลึงตาใส่ นางก็กลัวจนหัวหด

ส่วนเด็กชายที่ยืนอยู่ไม่ไกลนั้น เป็นบุตรชายแท้ ๆ ของเหมยกุ้ยกับซ่งอวิ๋นเซียวนามเนี่ยนจิน ถึงแม้เป็นลูกชายแท้ ๆ แต่การเลี้ยงดูก็ไม่ได้ดีเท่าใดนัก เรียกได้ว่าลูกจริงลูกเลี้ยงก็ถูกเหมยกุ้ยกระทำไม่ต่างกัน กระนั้นก็ยังกลัวมารดาไม่รัก จึงพยายามทำตัวดีเชื่อฟังอยู่ตลอด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [3]

    บทที่ 15ชุนหว่านยังคงจำได้ดี เมื่อห้าปีก่อนหลังจากกินขนมที่เหมยกุ้ยให้มาโดยไม่คิดอะไร จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนกับตู้เย่นอนอยู่ด้วยกันที่กระท่อมปลายนาเสียแล้วไม่นานก็มีชาวบ้านหลายคนแห่กันมาเห็นพวกตนได้พอดิบพอดี มารู้ภายหลังว่าเป็นเหมยกุ้ยที่เอาเรื่องของตนไปป่าวประกาศ ชื่อเสียงป่นปี้ ถูกครอบครัวรังเกียจซึ่งเรื่องราวความขัดแย้งก็ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เดิมทีตนกับตู้เย่ก็ยังไม่ได้ชอบพอกัน แต่มารักกันภายหลังต่างหาก หรือจะเรียกให้ถูกก็คือก่อนจะตัดสินใจหนีตามกัน มันเกิดเรื่องไม่งามผิดศีลธรรม ทำให้ครอบครัวขายหน้าเป็นขี้ปากชาวบ้าน“ชุนหว่านเจ้าฟังข้านะ ข้าสาบานได้ ไม่เคยคิดวางแผนทำลายชื่อเสียงของเจ้าแม้แต่นิดเดียว”“ทำไมจะไม่ใช่เจ้า เจ้าก็รู้ว่าตอนนั้นข้าชอบพี่อวิ๋นเซียว เจ้าก็เช่นกัน ก็เลยวางแผนกำจัดคู่แข่งหัวใจใช่ไหมเล่า” ชุนหว่านตาแดงก่ำ ถึงตอนนั้นจะชอบบุรุษคนเดียวกัน แต่ตนก็ไม่ใช่คนที่ไม่ยอมรับความจริง หากสู้กันซึ่ง ๆ หน้า ไม่ทำกันลับหลังเช่นนี้ ความเป็นเพื่อนคงไม่ลงเอยด้วยการเป็นศัตรู“เราเป็นสหายกันมาตั้งแต่จำความได้นะ ข้าเป็นคนเช่นนี้หรือ ลองตรองดูให้ดี ก่อนหน้าที่เ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [2]

    บทที่ 15ทว่าคำขอของซ่งอวิ๋นเซียวก็คงจะไม่สมหวังเสียทีเดียว เพราะชุนหว่านกับตู้เย่ ได้มาเยือนถึงที่ ทันทีที่มาถึงตู้เย่ก็รีบขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่ ทั้งสองบ้านต่างรู้กันดีว่าภรรยาไม่ถูกกัน“ขอโทษที่มารบกวนนะ พอดีชุนหว่านรบเร้าให้พามาน่ะ”“ไม่เป็นไร เราก็คนกันเองทั้งนั้น” ซ่งอวิ๋นเซียวกล่าวอย่างเนิบนาบ หากเขาไม่ได้พูดคุยกับภรรยามาก่อนหน้า ก็คงจะมีอาการกระอักกระอ่วนไม่ต่างกับตู้เย่ ชุนหว่านที่หลบอยู่หลังสามี รวบรวมความกล้าก้าวออกมาด้านหน้า ก่อนจะชี้ไปที่อดีตสหายรัก เชิดหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไว้ตัว นางสะกิดสามีให้วางกระบุงที่สะพายมาลง“เห็ดพวกนี้ ยังรับอยู่ใช่ไหม”“รับสิ” เหมยกุ้ยตอบกลับอย่างรวดเร็ว มองเห็ดที่อัดแน่นเต็มกระบุงตาวาว ประเมินด้วยสายตาก็น่าจะได้สักประมาณเกือบสิบกิโลได้กระมัง ดีจริง อยู่ ๆ ก็มีเงินวิ่งเข้ามาหาถึงบ้าน“แต่ว่า... ข้าจะขอรับเงินไปก่อนได้หรือไม่” ชุนหว่านถามไม่เต็มเสียงนัก เข้าใจดีว่าเหมยกุ้ยต้องสำรองจ่ายไปก่อน แต่ว่านางมีความจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ ตอนนี้เจ้าของที่นามาทวงเงินที่ค้างถึงบ้าน หากไม่มีจ่ายวันนี้ ปีหน้าก็คงไม่มีข้าวเก็บไว้กินแน่“ไม่มีปัญหา”“เจ้าพูดจริงใ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [1]

    บทที่ 15ทันทีที่มาถึงบ้าน เหมยกุ้ยกับซือฮั่นต่างพากันปล่อยเสียงหัวเราะเต็มที่ พลางนึกถึงภาพของหย่าถิงที่เอาแต่ดีดดิ้นราวกับไส้เดือนโดนแดด ทั้งสองก็เอาแต่หัวเราะท้องคัดท้องแข็งเสียงของพวกเขาดังไปจนถึงคนที่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านมาหลายวัน ถึงกับต้องใช้ไม้ค้ำยันฝืนร่างกายออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้หัวเราะกันเสียงดังได้ขนาดนี้ ซ่งอวิ๋นเซียวยืนเกาะขอบประตูด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างจับไม้ค้ำยันไว้มั่น มองคนทั้งสองด้วยความสงสัยใคร่รู้“มีเรื่องอะไรน่าสนุกนักหรือ ถึงได้หัวเราะกันเสียงดังเชียว”“ท่านพี่ ลุกยืนได้แล้วหรือเจ้าคะ” เหมยกุ้ยรีบวางข้าวของไว้ข้างแคร่กลางลานบ้าน ก่อนจะทำท่าทางวี้ดว้ายไม่เก็บกิริยา ปรี่เข้าหาสามีไม่ได้อยากจะจับแขนล่ำ ๆ กล้ามเป็นมัดหรอกนะ ที่ทำไปก็เพราะห่วงว่าเขาจะล้มต่างหาก “อืม... ลุกขึ้นมาขยับตัวบ้าง จะได้หายเร็วขึ้น วันนี้ได้อะไรกลับมาบ้างเล่า”“ได้มาเยอะเชียวเจ้าค่ะ ท่านพี่เดินระวังนะเจ้าคะ”ซ่งอวิ๋นเซียวพยักหน้าทำทีเป็นไม่รู้สึกอะไร ทว่าใบหูกลับแดงระเรื่อ เมื่อคนข้างกายเข้ามาโอบต้นแขนตนเอาไว้แน่น เหมยกุ้ยรู้สึกถึงอาการสั่นเล็กน้อย นางจึงเข้าใจไปว่าสามีร่างกายยัง

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   แผนตื้น ๆ [2]

    บทที่ 14ด้านเหมยกุ้ยหลังจากเดินแยกตัวออกมา นางได้เดินหาเห็ดอยู่ครึ่งค่อนวัน จึงตัดสินใจชวนบุตรชายกลับบ้าน วันนี้ครึ่งวันนางสามารถหาเงินได้ถึงสิบหกตำลึงกับอีกหกร้อยอีแปะ โชคดีที่หลังแยกจากชุนหว่าน ก็มาเจอกับเห็ดชนิดอื่น จึงได้เงินเพิ่มมาถึงห้าตำลึง เมื่อรวมกับของเดิมก็ได้สิบหกตำลึง หกร้อยอีแปะทว่าถึงจะหาเงินสิบหกตำลึงหกร้อยอีแปะมาได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกพอใจเลยสักนิดไหนเล่าเห็ดหลินจือที่วาดฝัน เดินจนปวดน่อง ไม่เห็นเจอสักดอก คิดถึงตรงนี้จากที่เดินไหล่ตรงมาตั้งแต่เช้า กลับห่อเหี่ยวลงด้วยความผิดหวัง ความจริงกับนิยายมันก็แค่เรื่องเพ้อฝันสินะ ทว่าในตอนที่เดินมาถึงครึ่งทาง ก็มีเด็กสาวนางหนึ่งโผล่มาดักหน้า พลางตีหน้าเศร้ากล่าวทักทาย“พี่ซือฮั่นเพิ่งกลับจากหาของป่าหรือเจ้าคะ”“อืม”เสียงใสกังวานที่ดังตามหลัง ทำเอาเหมยกุ้ยหันขวับ นางไม่เก็บอาการเลยสักนิด มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ยากจะบรรยาย ที่แท้สตรีที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเหมยกุ้ยก็คือ หย่าถิง หลานสาวของเอ้อเหนียงจากหมู่บ้านข้าง ๆ นี่เองยังดีที่ซือฮั่นแม้จะดูซื่อ ๆ แต่ก็ไม่ได้หลงไปกับมารยาสตรี เด็กหนุ่มแสดงท่าทีเคร่งขรึมไม่เล่นด้วย แม้อ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   แผนตื้น ๆ [1]

    บทที่ 14“เดี๋ยวก่อนชุนหว่าน” เดิมทีคิดว่าเอาไว้ค่อยปรับความเข้าใจใหม่ภายหลัง ทว่าเมื่อเห็นสภาพของสหายรักตอนนี้แล้ว ก็ไม่อาจปล่อยผ่าน โดยที่ไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออะไรเลย“มีธุระอะไรกับข้าอีก จะพูดก็รีบพูดมาเถอะ ข้ารีบ ไม่มีเวลามาทะเลาะกับเจ้าหรอกนะ” ชุนหว่านหยุดชะงักไป ก่อนจะหันกลับมาด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนัก“วันก่อนสามีเจ้าช่วยข้าไว้ ยังไม่ได้ตอบแทนน้ำใจเลย ไหน ๆ ก็เจอเจ้าแล้ว ฝากของแทนคำขอบคุณไปให้พี่ตู้เลยก็แล้วกัน”เหมยกุ้ยเลิกเสแสร้ง นางทำทีเป็นควานหาของในกระบุง ทว่าแท้จริงแล้วกำลังซื้อของในระบบ สหายรักก็มีชีวิตคู่ที่ไม่ค่อยดีนัก เจอเรื่องหนัก ๆ ยิ่งกว่านางเสียอีกก่อนหน้าที่จะเกิดความวุ่นวาย ครอบครัวของชุนหว่านได้หมั้นหมายนางให้กับบุรุษเสเพล บุตรชายเจ้าของเขียงหมูในเมือง ด้วยคิดว่าสู้ให้แต่งไปกับคนมีอันจะกิน ดีกว่าคนไม่มีอะไรเลย ทว่ายังไม่ทันได้แต่งเข้าบ้านเถ้าแก่เขียงหมู ก็เกิดเรื่องชู้สาวระหว่างชุนหว่านกับตู้เย่เสียก่อนส่วนตู้เย่ก็มิได้มีใจปฏิพัทธ์ต่อชุนหว่าน เขาก็แค่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ด้วยเป็นบุรุษมีความรับผิดชอบสูง จึงไม่อาจทำให้สตรีคนหน

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   สหายรัก [2]

    บทที่ 13เหมยกุ้ยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ที่ซือฮั่นไม่ถามให้นางรู้สึกลำบากใจ เมื่อเด็กหนุ่มเดินห่างออกไปแล้ว นางจึงรีบขายต้นหุ่ยเชียง แล้วจึงเร่งฝีเท้าเดินตามให้ทันระหว่างทางก็เอาแต่คิดเรื่องเงิน ขายหน่อไม้และต้นหุ่ยเชียงตอนนี้รวมแล้วได้สิบเอ็ดตำลึงกับหกร้อยอีแปะ ถือว่าการขึ้นเขาครั้งนี้คุ้มไม่น้อย หากเดินหาของป่าอีกสักหน่อยค่อยกลับ ก็ไม่แน่ว่าจะได้เงินเพิ่มอีกสักห้าตำลึงเงินก็ได้ติ๊ง![ตรวจพบเห็ดมันปู รับซื้อกิโลกรัมละหนึ่งตำลึงเงิน]“ซือฮั่นเก็บเห็ดพวกนี้เร็วเข้า ดอกที่ยังเล็กอยู่อย่าเก็บเล่า ให้มันโตก่อนพรุ่งนี้เราค่อยมาเก็บ” ร่างบางวีดว้ายดีใจ คิดถึงเงิน เงินก็มา นางรีบชี้ไปที่เห็ดมันปูกลุ่มใหญ่ เหลืองอร่ามละลานตาไปหมด“ขอรับ”สองแม่ลูกช่วยกันเก็บเห็ดอย่างเพลิดเพลิน แค่เห็ดกลุ่มนี้นางต้องขายได้มากแน่ ๆ ขั้นต่ำก็น่าจะราว ๆ สักสามตำลึงเงินได้ ไม่คิดว่าราคาเห็ดจะมากขนาดนี้ มากกว่าหน่อไม้เสียอีกกระนั้นในระหว่างที่ทั้งสองกำลังช่วยกันเก็บเห็ดมันปู ก็ได้มีบุคคลที่สามโผล่มาจากที่ใดก็ไม่รู้ ยังไม่ทันที่เหมยกุ้ยจะโยนเห็ดในมือลงกระบุง สตรีคนนั้นก็ปัดเห็ดในมือนางทิ้งไปเสียได้ ทำเอาหญิงสาวโม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status