Share

แผนตื้น ๆ [2]

Penulis: Tuk Kung
last update Tanggal publikasi: 2026-10-08 15:51:55

บทที่ 14

ด้านเหมยกุ้ยหลังจากเดินแยกตัวออกมา นางได้เดินหาเห็ดอยู่ครึ่งค่อนวัน จึงตัดสินใจชวนบุตรชายกลับบ้าน วันนี้ครึ่งวันนางสามารถหาเงินได้ถึงสิบหกตำลึงกับอีกหกร้อยอีแปะ โชคดีที่หลังแยกจากชุนหว่าน ก็มาเจอกับเห็ดชนิดอื่น จึงได้เงินเพิ่มมาถึงห้าตำลึง เมื่อรวมกับของเดิมก็ได้สิบหกตำลึง หกร้อยอีแปะ

ทว่าถึงจะหาเงินสิบหกตำลึงหกร้อยอีแปะมาได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกพอใจเลยสักนิด

ไหนเล่าเห็ดหลินจือที่วาดฝัน เดินจนปวดน่อง ไม่เห็นเจอสักดอก

คิดถึงตรงนี้จากที่เดินไหล่ตรงมาตั้งแต่เช้า กลับห่อเหี่ยวลงด้วยความผิดหวัง ความจริงกับนิยายมันก็แค่เรื่องเพ้อฝันสินะ ทว่าในตอนที่เดินมาถึงครึ่งทาง ก็มีเด็กสาวนางหนึ่งโผล่มาดักหน้า พลางตีหน้าเศร้ากล่าวทักทาย

“พี่ซือฮั่นเพิ่งกลับจากหาของป่าหรือเจ้าคะ”

“อืม”

เสียงใสกังวานที่ดังตามหลัง ทำเอาเหมยกุ้ยหันขวับ นางไม่เก็บอาการเลยสักนิด มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ยากจะบรรยาย ที่แท้สตรีที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเหมยกุ้ยก็คือ หย่าถิง หลานสาวของเอ้อเหนียงจากหมู่บ้านข้าง ๆ นี่เอง

ยังดีที่ซือฮั่นแม้จะดูซื่อ ๆ แต่ก็ไม่ได้หลงไปกับมารยาสตรี เด็กหนุ่มแสดงท่าทีเคร่งขรึมไม่เล่นด้วย แม้อีกฝ่ายจะชวนคุยแต่เขากลับตอบแค่คำว่า ‘อืม’ สมกับเป็นบุตรชายที่อวิ๋นเซียวเลี้ยงมากับมือ เลียนแบบท่าทางบิดาได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน

“คือว่าพี่ซือฮั่น ข้ามีเรื่องอยากขอให้ท่านช่วยเจ้าค่ะ เสบียงที่บ้านไม่เหลือแล้ว ท่านพอจะให้ข้ายืมเงินสักตำลึงได้หรือไม่เจ้าคะ หากข้าไม่ได้เสบียงกลับบ้าน คงถูกท่านพ่อตีแน่ ๆ เจ้าค่ะ”

“ข้าไม่มี”

“ข้าลำบากจริง ๆ นะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นคงไม่บากหน้ามาขอยืมเงินพี่”

“เจ้าไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเถอะ เรื่องนี้ช่วยไม่ได้จริง ๆ”

“ถ้าเช่นนั้น...” หย่าถิงทำหน้าสลด กำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่น พลางมองไปที่กระบุงด้านหลังซือฮั่นตาเป็นประกาย

“ท่านแม่ข้าเป็นคนหามา ฉะนั้นข้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ” คราวนี้เด็กหนุ่มจนใจจะเอ่ยปฏิเสธ เขาจึงโยนปัญหานี้ไปให้มารดาจัดการเสีย ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือของที่หาได้ คนที่ตัดสินใจได้ก็มีแต่ท่านแม่เท่านั้น

“ท่านน้า เห็นแก่ที่เราเป็นเครือญาติกัน ข้าขอยืมของที่พวกท่านหาได้วันนี้ ไปขายเอาเงินซื้อเสบียงได้หรือไม่เจ้าคะ ท่านน้าไม่ต้องห่วง หากท่านให้ข้ายืมวันนี้ รับรองว่าข้าจะชมท่านต่อหน้าอาเขยแน่นอน” เด็กสาวหันเป้าหมายมาที่น้องสะใภ้ของน้าสาว รู้ดีว่าเมื่อใดที่ยกอาเขยขึ้นมา สตรีตรงหน้าก็จะยอมทุกครั้ง นางรู้จุดอ่อนนี้ดี

“โอ้! มองเห็นข้าแล้วหรือ เจ้าพูดผิดแล้ว เราสองคนไม่ใช่เครือญาติกัน อีกอย่าง... เจ้ามายืมของบ้านข้าไปกี่ครั้งแล้วไม่เคยคืน นี่ไม่ใช่เข้าข่ายต้มตุ๋นหลอกลวงหรอกหรือ หากอยากยืม เจ้าก็ควรจะเอาส่วนที่ยืมไปแล้วมาคืนข้าก่อน”

“ท่านน้า พูดอะไรเจ้าคะ เป็นท่านที่ยินดีให้ข้าเอง ข้าไม่เคยหลอกลวงท่านเลย”

“นังหนู ยืมก็คือยืม บิดามารดาเจ้าสอนมาหรือว่าการที่คนอื่นให้ยืม นั่นคือความเต็มใจ ยืมแล้วไม่ต้องคืนน่ะ” หน็อยแน่ ฉลาดนักนะเอ้อเหนียง คิดจะยัดเยียดหลานสาวตัวเองเข้าบ้านข้า เพื่อจะคอยเอาเสบียงจากบ้านข้าไปใช้อย่างสบายน่ะ ฝันไปเถอะ ซือฮั่นของข้า แม้เขาจะดูซื่อ ๆ แต่เจ้าเด็กคนนี้ไม่ได้โง่นะ

“น้าเหมยกุ้ยพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูก ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นนะเจ้าคะ หากไม่อยากช่วยก็ไม่เห็นต้องใส่ร้ายกันเช่นนี้เลย” เมื่อถูกด่าด้วยคำแฝงว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน น้ำตาก็ร่วงเผาะราวกับสั่งได้ โกรธก็โกรธ กระนั้นก็จำต้องสงวนท่าทีเอาไว้

หย่าถิงขยับเข้าใกล้ซือฮั่น หวังใช้ความน่าสงสารให้อีกฝ่ายออกโรงปกป้อง ยอมขัดคำสั่งมารดา อนึ่งหวังเสบียง สองเพื่อสร้างความแตกแยก

 ทว่าหย่าถิงประเมินอีกฝ่ายต่ำไป เสน่ห์ของนางไม่สามารถเอาชนะเหมยกุ้ยได้ ซือฮั่นที่กลัวมารดาขึ้นสมองอยู่แล้ว แค่นางชักสีหน้าเด็กหนุ่มก็ตัวสั่น เป็นไปไม่ได้ที่จะกล้าขัดคำสั่ง แค่เด็กสาวคนนั้นขยับเข้าหา เขาก็ก้าวถอยไปหลบหลังมารดาอย่างว่องไว ทำเอาหย่าถิงได้แต่อ้าปากค้างอย่างคาดไม่ถึง

“ซือฮั่นเจ้าอยากให้แม่ช่วยนางหรือไม่” เหมยกุ้ยคาดคั้นบุตรชายด้วยสายตา กดดันให้ตอบตกลงไปเสีย

“ขะ... ขอรับ ให้ช่วยขอรับ” เด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงแรงกดดัน ปากตอบตกลง ทว่ากลับไม่กล้าสบสายตา

“เอาละ ข้าเห็นแก่เขาหรอกนะ จะแบ่งให้เจ้าเล็กน้อย”

หย่าถิงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้าง คนที่เอาแต่จะดิ้นรนกลับบ้านเดิม ยอมทำทุกอย่างแม้ถูกเอาเปรียบ จะกล้าปฏิเสธคำขอได้อย่างไร นางก็เป็นเช่นนี้มานานแล้ว ที่ทำเป็นเก่งเมื่อครู่ก็คงจะให้ตัวเองดูมีศักดิ์ศรีขึ้นมาหน่อยก็เท่านั้น

เหมยกุ้ยหยิบถุงผ้าออกจากกระบุง แล้วโยนให้หย่าถิง นางแสร้งทำหน้าตึงไม่เต็มใจจะให้ แต่ก็ต้องตัดใจให้อีกฝ่ายไป ก่อนจะดึงมือเด็กหนุ่มข้างกายรีบเดินทางกลับบ้าน

ซือฮั่นมองมารดาอย่างไม่อยากจะเชื่อ กระนั้นเขาก็ไม่กล้าถาม เหตุใดถึงได้ยกเสบียงให้หย่าถิงง่ายดายถึงเพียงนั้น ทั้งที่ก็ไม่ได้อยากจะให้ตั้งแต่แรก แล้วมือที่จูงตนอีก ท่านแม่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน อย่างไรก็ดูไม่น่าไว้ใจ

พลันลางสังหรณ์ที่รู้สึกได้ก็เป็นจริง เมื่อเดินห่างออกมาได้สักพัก เสียงกรีดร้องของหย่าถิงก็ดังขึ้น

กรี๊ด!

“ไม่ต้องหันไปมอง รีบกลับบ้านเร็วเข้า”

“ขอรับ”

ระหว่างที่สาวเท้าวิ่งกลับบ้าน เหมยกุ้ยเอาแต่ปิดปากหัวเราะคิกคัก มีระบบร้านค้ามันดีต่อชีวิตเช่นนี้เอง

หากอยากได้เสบียงก็เอาไป ถ้าเจ้ากินได้ละนะ ข้าใส่งู คางคก กบปลอมไปเต็มถุงเชียวละ กินได้ชาตินี้ยันชาติหน้าก็ย่อยสลายไม่หมด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [3]

    บทที่ 15ชุนหว่านยังคงจำได้ดี เมื่อห้าปีก่อนหลังจากกินขนมที่เหมยกุ้ยให้มาโดยไม่คิดอะไร จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนกับตู้เย่นอนอยู่ด้วยกันที่กระท่อมปลายนาเสียแล้วไม่นานก็มีชาวบ้านหลายคนแห่กันมาเห็นพวกตนได้พอดิบพอดี มารู้ภายหลังว่าเป็นเหมยกุ้ยที่เอาเรื่องของตนไปป่าวประกาศ ชื่อเสียงป่นปี้ ถูกครอบครัวรังเกียจซึ่งเรื่องราวความขัดแย้งก็ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เดิมทีตนกับตู้เย่ก็ยังไม่ได้ชอบพอกัน แต่มารักกันภายหลังต่างหาก หรือจะเรียกให้ถูกก็คือก่อนจะตัดสินใจหนีตามกัน มันเกิดเรื่องไม่งามผิดศีลธรรม ทำให้ครอบครัวขายหน้าเป็นขี้ปากชาวบ้าน“ชุนหว่านเจ้าฟังข้านะ ข้าสาบานได้ ไม่เคยคิดวางแผนทำลายชื่อเสียงของเจ้าแม้แต่นิดเดียว”“ทำไมจะไม่ใช่เจ้า เจ้าก็รู้ว่าตอนนั้นข้าชอบพี่อวิ๋นเซียว เจ้าก็เช่นกัน ก็เลยวางแผนกำจัดคู่แข่งหัวใจใช่ไหมเล่า” ชุนหว่านตาแดงก่ำ ถึงตอนนั้นจะชอบบุรุษคนเดียวกัน แต่ตนก็ไม่ใช่คนที่ไม่ยอมรับความจริง หากสู้กันซึ่ง ๆ หน้า ไม่ทำกันลับหลังเช่นนี้ ความเป็นเพื่อนคงไม่ลงเอยด้วยการเป็นศัตรู“เราเป็นสหายกันมาตั้งแต่จำความได้นะ ข้าเป็นคนเช่นนี้หรือ ลองตรองดูให้ดี ก่อนหน้าที่เ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [2]

    บทที่ 15ทว่าคำขอของซ่งอวิ๋นเซียวก็คงจะไม่สมหวังเสียทีเดียว เพราะชุนหว่านกับตู้เย่ ได้มาเยือนถึงที่ ทันทีที่มาถึงตู้เย่ก็รีบขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่ ทั้งสองบ้านต่างรู้กันดีว่าภรรยาไม่ถูกกัน“ขอโทษที่มารบกวนนะ พอดีชุนหว่านรบเร้าให้พามาน่ะ”“ไม่เป็นไร เราก็คนกันเองทั้งนั้น” ซ่งอวิ๋นเซียวกล่าวอย่างเนิบนาบ หากเขาไม่ได้พูดคุยกับภรรยามาก่อนหน้า ก็คงจะมีอาการกระอักกระอ่วนไม่ต่างกับตู้เย่ ชุนหว่านที่หลบอยู่หลังสามี รวบรวมความกล้าก้าวออกมาด้านหน้า ก่อนจะชี้ไปที่อดีตสหายรัก เชิดหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไว้ตัว นางสะกิดสามีให้วางกระบุงที่สะพายมาลง“เห็ดพวกนี้ ยังรับอยู่ใช่ไหม”“รับสิ” เหมยกุ้ยตอบกลับอย่างรวดเร็ว มองเห็ดที่อัดแน่นเต็มกระบุงตาวาว ประเมินด้วยสายตาก็น่าจะได้สักประมาณเกือบสิบกิโลได้กระมัง ดีจริง อยู่ ๆ ก็มีเงินวิ่งเข้ามาหาถึงบ้าน“แต่ว่า... ข้าจะขอรับเงินไปก่อนได้หรือไม่” ชุนหว่านถามไม่เต็มเสียงนัก เข้าใจดีว่าเหมยกุ้ยต้องสำรองจ่ายไปก่อน แต่ว่านางมีความจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ ตอนนี้เจ้าของที่นามาทวงเงินที่ค้างถึงบ้าน หากไม่มีจ่ายวันนี้ ปีหน้าก็คงไม่มีข้าวเก็บไว้กินแน่“ไม่มีปัญหา”“เจ้าพูดจริงใ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [1]

    บทที่ 15ทันทีที่มาถึงบ้าน เหมยกุ้ยกับซือฮั่นต่างพากันปล่อยเสียงหัวเราะเต็มที่ พลางนึกถึงภาพของหย่าถิงที่เอาแต่ดีดดิ้นราวกับไส้เดือนโดนแดด ทั้งสองก็เอาแต่หัวเราะท้องคัดท้องแข็งเสียงของพวกเขาดังไปจนถึงคนที่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านมาหลายวัน ถึงกับต้องใช้ไม้ค้ำยันฝืนร่างกายออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้หัวเราะกันเสียงดังได้ขนาดนี้ ซ่งอวิ๋นเซียวยืนเกาะขอบประตูด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างจับไม้ค้ำยันไว้มั่น มองคนทั้งสองด้วยความสงสัยใคร่รู้“มีเรื่องอะไรน่าสนุกนักหรือ ถึงได้หัวเราะกันเสียงดังเชียว”“ท่านพี่ ลุกยืนได้แล้วหรือเจ้าคะ” เหมยกุ้ยรีบวางข้าวของไว้ข้างแคร่กลางลานบ้าน ก่อนจะทำท่าทางวี้ดว้ายไม่เก็บกิริยา ปรี่เข้าหาสามีไม่ได้อยากจะจับแขนล่ำ ๆ กล้ามเป็นมัดหรอกนะ ที่ทำไปก็เพราะห่วงว่าเขาจะล้มต่างหาก “อืม... ลุกขึ้นมาขยับตัวบ้าง จะได้หายเร็วขึ้น วันนี้ได้อะไรกลับมาบ้างเล่า”“ได้มาเยอะเชียวเจ้าค่ะ ท่านพี่เดินระวังนะเจ้าคะ”ซ่งอวิ๋นเซียวพยักหน้าทำทีเป็นไม่รู้สึกอะไร ทว่าใบหูกลับแดงระเรื่อ เมื่อคนข้างกายเข้ามาโอบต้นแขนตนเอาไว้แน่น เหมยกุ้ยรู้สึกถึงอาการสั่นเล็กน้อย นางจึงเข้าใจไปว่าสามีร่างกายยัง

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   แผนตื้น ๆ [2]

    บทที่ 14ด้านเหมยกุ้ยหลังจากเดินแยกตัวออกมา นางได้เดินหาเห็ดอยู่ครึ่งค่อนวัน จึงตัดสินใจชวนบุตรชายกลับบ้าน วันนี้ครึ่งวันนางสามารถหาเงินได้ถึงสิบหกตำลึงกับอีกหกร้อยอีแปะ โชคดีที่หลังแยกจากชุนหว่าน ก็มาเจอกับเห็ดชนิดอื่น จึงได้เงินเพิ่มมาถึงห้าตำลึง เมื่อรวมกับของเดิมก็ได้สิบหกตำลึง หกร้อยอีแปะทว่าถึงจะหาเงินสิบหกตำลึงหกร้อยอีแปะมาได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกพอใจเลยสักนิดไหนเล่าเห็ดหลินจือที่วาดฝัน เดินจนปวดน่อง ไม่เห็นเจอสักดอก คิดถึงตรงนี้จากที่เดินไหล่ตรงมาตั้งแต่เช้า กลับห่อเหี่ยวลงด้วยความผิดหวัง ความจริงกับนิยายมันก็แค่เรื่องเพ้อฝันสินะ ทว่าในตอนที่เดินมาถึงครึ่งทาง ก็มีเด็กสาวนางหนึ่งโผล่มาดักหน้า พลางตีหน้าเศร้ากล่าวทักทาย“พี่ซือฮั่นเพิ่งกลับจากหาของป่าหรือเจ้าคะ”“อืม”เสียงใสกังวานที่ดังตามหลัง ทำเอาเหมยกุ้ยหันขวับ นางไม่เก็บอาการเลยสักนิด มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ยากจะบรรยาย ที่แท้สตรีที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเหมยกุ้ยก็คือ หย่าถิง หลานสาวของเอ้อเหนียงจากหมู่บ้านข้าง ๆ นี่เองยังดีที่ซือฮั่นแม้จะดูซื่อ ๆ แต่ก็ไม่ได้หลงไปกับมารยาสตรี เด็กหนุ่มแสดงท่าทีเคร่งขรึมไม่เล่นด้วย แม้อ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   แผนตื้น ๆ [1]

    บทที่ 14“เดี๋ยวก่อนชุนหว่าน” เดิมทีคิดว่าเอาไว้ค่อยปรับความเข้าใจใหม่ภายหลัง ทว่าเมื่อเห็นสภาพของสหายรักตอนนี้แล้ว ก็ไม่อาจปล่อยผ่าน โดยที่ไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออะไรเลย“มีธุระอะไรกับข้าอีก จะพูดก็รีบพูดมาเถอะ ข้ารีบ ไม่มีเวลามาทะเลาะกับเจ้าหรอกนะ” ชุนหว่านหยุดชะงักไป ก่อนจะหันกลับมาด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนัก“วันก่อนสามีเจ้าช่วยข้าไว้ ยังไม่ได้ตอบแทนน้ำใจเลย ไหน ๆ ก็เจอเจ้าแล้ว ฝากของแทนคำขอบคุณไปให้พี่ตู้เลยก็แล้วกัน”เหมยกุ้ยเลิกเสแสร้ง นางทำทีเป็นควานหาของในกระบุง ทว่าแท้จริงแล้วกำลังซื้อของในระบบ สหายรักก็มีชีวิตคู่ที่ไม่ค่อยดีนัก เจอเรื่องหนัก ๆ ยิ่งกว่านางเสียอีกก่อนหน้าที่จะเกิดความวุ่นวาย ครอบครัวของชุนหว่านได้หมั้นหมายนางให้กับบุรุษเสเพล บุตรชายเจ้าของเขียงหมูในเมือง ด้วยคิดว่าสู้ให้แต่งไปกับคนมีอันจะกิน ดีกว่าคนไม่มีอะไรเลย ทว่ายังไม่ทันได้แต่งเข้าบ้านเถ้าแก่เขียงหมู ก็เกิดเรื่องชู้สาวระหว่างชุนหว่านกับตู้เย่เสียก่อนส่วนตู้เย่ก็มิได้มีใจปฏิพัทธ์ต่อชุนหว่าน เขาก็แค่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ด้วยเป็นบุรุษมีความรับผิดชอบสูง จึงไม่อาจทำให้สตรีคนหน

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   สหายรัก [2]

    บทที่ 13เหมยกุ้ยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ที่ซือฮั่นไม่ถามให้นางรู้สึกลำบากใจ เมื่อเด็กหนุ่มเดินห่างออกไปแล้ว นางจึงรีบขายต้นหุ่ยเชียง แล้วจึงเร่งฝีเท้าเดินตามให้ทันระหว่างทางก็เอาแต่คิดเรื่องเงิน ขายหน่อไม้และต้นหุ่ยเชียงตอนนี้รวมแล้วได้สิบเอ็ดตำลึงกับหกร้อยอีแปะ ถือว่าการขึ้นเขาครั้งนี้คุ้มไม่น้อย หากเดินหาของป่าอีกสักหน่อยค่อยกลับ ก็ไม่แน่ว่าจะได้เงินเพิ่มอีกสักห้าตำลึงเงินก็ได้ติ๊ง![ตรวจพบเห็ดมันปู รับซื้อกิโลกรัมละหนึ่งตำลึงเงิน]“ซือฮั่นเก็บเห็ดพวกนี้เร็วเข้า ดอกที่ยังเล็กอยู่อย่าเก็บเล่า ให้มันโตก่อนพรุ่งนี้เราค่อยมาเก็บ” ร่างบางวีดว้ายดีใจ คิดถึงเงิน เงินก็มา นางรีบชี้ไปที่เห็ดมันปูกลุ่มใหญ่ เหลืองอร่ามละลานตาไปหมด“ขอรับ”สองแม่ลูกช่วยกันเก็บเห็ดอย่างเพลิดเพลิน แค่เห็ดกลุ่มนี้นางต้องขายได้มากแน่ ๆ ขั้นต่ำก็น่าจะราว ๆ สักสามตำลึงเงินได้ ไม่คิดว่าราคาเห็ดจะมากขนาดนี้ มากกว่าหน่อไม้เสียอีกกระนั้นในระหว่างที่ทั้งสองกำลังช่วยกันเก็บเห็ดมันปู ก็ได้มีบุคคลที่สามโผล่มาจากที่ใดก็ไม่รู้ ยังไม่ทันที่เหมยกุ้ยจะโยนเห็ดในมือลงกระบุง สตรีคนนั้นก็ปัดเห็ดในมือนางทิ้งไปเสียได้ ทำเอาหญิงสาวโม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status