Share

โง่เขลา [2]

Author: Tuk Kung
last update publish date: 2026-10-01 15:52:50

บทที่ 3

“เหตุใดถึงได้มีแค่ถ้วยเดียว พวกเจ้าไม่หิวหรือไง”

“หิวเจ้าค่ะ”

“ถ้าหิวก็ไปตักมากินกันสิ หรือต้องรอให้ข้าอัญเชิญหรือไง” เหมยกุ้ยหลับตาสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อปรับอารมณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า นางไม่อยากพูดไม่ดีใส่หรอกนะ แต่เด็กพวกนี้ดูเหมือนจะชินกับคำพูดแบบนี้ของนางไปเสียแล้ว

“พวกเรากินได้หรือเจ้าคะ”

“ก็ต้องกินได้สิ หรือจะรอให้ข้าป้อนเล่า ซือฮั่นไปยกหม้อข้าวมา” นางเปลี่ยนไปเรียกใช้บุตรชายแทน ดูแล้วม่านถงน่าจะเดินไม่พ้นสามก้าวคงได้เป็นลมไปก่อนเป็นแน่

“ขอรับ”

ได้ยินดังนั้นเด็กหนุ่มจึงรีบลุกจากมุมห้อง ไปที่ห้องครัวแล้วยกหม้อข้าวเข้ามา ด้านหลังเป็นเนี่ยนจินน้องเล็ก ถือถ้วยและตะเกียบตามมาอย่างรู้ความ

ทว่าเรื่องกลับมิได้จบเพียงเท่านั้น ข้าวต้มที่เหมยกุ้ยคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เด็ก ๆ อิ่มท้องไปได้หนึ่งมื้อ กลับเป็นเหมือนน้ำซาวข้าวซึ่งมีเม็ดข้าวไม่กี่เม็ด อย่าเรียกว่าเม็ดข้าวเลย เรียกวิญญาณข้าวก็ไม่เกินจริง

“ข้าสั่งให้ต้มข้าวให้หมดไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงมีแต่น้ำ ม่านถงขัดคำสั่งแม่หรือ”

“ไม่เจ้าค่ะ ลูกไม่กล้าขัดคำสั่งท่านแม่” เด็กสาวหน้าตาตื่นราวกับเห็นผี แม้คำพูดและอารมณ์ของท่านแม่จะเหมือนเดิม แต่ว่าท่านไม่เคยแทนตัวว่าแม่สักครั้ง แต่ครั้งนี้ท่านกลับพูดคำนั้นออกมา จึงรู้สึกทั้งตกใจและดีใจระคนเดียวกัน

“แล้วทำไมในถ้วยพวกเจ้าถึงไม่มีเม็ดข้าวเลยเล่า”

“ไม่เป็นไรขอรับ เท่านี้ก็อิ่มแล้ว” ซือฮั่นพี่ใหญ่กล่าวยิ้ม ๆ สำหรับพวกเขาอะไรก็ดีหมดนั่นแหละ ขอแค่กินได้ก็พอ

พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เหมยกุ้ยจึงมองที่ถ้วยข้าวของตน สลับมองที่ถ้วยข้าวของลูก ๆ นางจึงถอนหายใจออกมาในที่สุด เข้าใจแล้ว ที่แท้ก็ตักมาที่ถ้วยของตนหมดเลยนี่เอง พวกเขาถึงได้กินแต่น้ำ

ทว่าข้าวต้มถ้วยนี้สีน้ำช่างแปลกนัก ไม่ใช่สีขาวเหมือนข้าวเปล่าต้มใส่น้ำอย่างที่คิด แต่กลับค่อนไปทางสีน้ำตาลขุ่นสักหน่อย ได้แต่นึกสงสัยว่าม่านถงใส่เครื่องปรุงอะไรเข้าไป สีของน้ำข้าวถึงได้เป็นเช่นนี้

ข้าเริ่มคาดหวังกับรสชาติแล้วสิ...

แต่เมื่อมองเด็ก ๆ พวกนั้นกินกันอย่างเอร็ดอร่อย นางจึงยกถ้วยข้าวต้มขึ้นซดบ้าง

ซู้ดดด

พรวด!

แค่ซดไปหนึ่งคำข้าวต้มคำนั้นเรียกได้ว่า เข้าทางไหนออกทางนั้นเร็วยิ่งกว่าตอนดื่มเข้าไปเสียอีก ในหัวของเหมยกุ้ยอึ้งแล้วอึ้งอีก มองเด็กทั้งสามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

รสชาติแบบนี้ แม้แต่สุนัขยังเมิน กินเข้าไปได้อย่างไร...

“แค็ก ๆ นี่มันใช่ข้าวเสียที่ไหน มันรำข้าวชัด ๆ” ร่างบางไอสำลักไม่หยุด รู้สึกสากลิ้นสากคอไปหมด

“ไม่ใช่ขอรับ เป็นข้าวผสมรำข้าว” ซือฮั่นตอบหน้าตาเฉย พร้อมกับซดน้ำข้าวราวกับว่ามันเป็นของล้ำค่า

“มันต่างกันตรงไหน พวกเจ้ากินเข้าไปได้อย่างไร เททิ้งไปซะ อย่ากินเข้าไปนะ เดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก”

“กินได้เจ้าค่ะ เท่านี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว” ม่านถงซดน้ำข้าวต้มจนหมดรวดเดียว นางไม่ได้กินข้าวมาสองวันแล้ว ได้แต่ประทังชีวิตด้วยน้ำเปล่า ให้กินน้ำต้มรำข้าวก็ยังดีกว่าไปแทะเปลือกไม้กิน

“แล้วเนื้อเล่า เนื้อที่พ่อพวกเจ้าหามาไปไหนหมด บ้านเราต้องมีเนื้อกินสิ” เมื่อคิดว่าสามีมีอาชีพเป็นนายพราน เหตุใดถึงมีชีวิตอัตคัดเช่นนี้กัน บ้านนี้ควรมีเนื้อกินทุกวันสิ แต่กลับจนเสียยิ่งกว่าชาวนาที่ต้องเช่านาคนอื่นทำเสียอีก

“ท่านแม่คงลืมไปแล้ว ทุกครั้งที่ท่านพ่อเอาเนื้อกลับมา ท่านแม่จะเอาไปส่งที่บ้านท่านยายทั้งหมดขอรับ บ้านเราจึงไม่มีเนื้อให้กิน” เนี่ยนจินโพล่งขึ้น แต่ก็ต้องถูกเหล่าพี่ ๆ เอามือปิดปากไม่ให้พูดไปมากกว่านี้

เหมยกุ้ยหลับตาและสูดหายใจเข้ายาวเหยียดไม่รู้กี่ครั้ง แผลนี้ก็ได้จากคนบ้านเดิม พวกไม่รู้จักบุญคุณนี่ถือกำเนิดตั้งแต่ยุคสมัยนี้เลยสินะ กระนั้นจะโทษคนพวกนั้นฝ่ายเดียวไม่ได้หรอก โทษตัวเองด้วยครึ่งหนึ่ง ครอบครัวเห็นแก่ตัวเช่นนั้นทำไมถึงได้ไม่ตัดขาดไปเสีย เอาแต่ยกย่องอยู่ได้ โง่เขลานัก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [3]

    บทที่ 15ชุนหว่านยังคงจำได้ดี เมื่อห้าปีก่อนหลังจากกินขนมที่เหมยกุ้ยให้มาโดยไม่คิดอะไร จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนกับตู้เย่นอนอยู่ด้วยกันที่กระท่อมปลายนาเสียแล้วไม่นานก็มีชาวบ้านหลายคนแห่กันมาเห็นพวกตนได้พอดิบพอดี มารู้ภายหลังว่าเป็นเหมยกุ้ยที่เอาเรื่องของตนไปป่าวประกาศ ชื่อเสียงป่นปี้ ถูกครอบครัวรังเกียจซึ่งเรื่องราวความขัดแย้งก็ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เดิมทีตนกับตู้เย่ก็ยังไม่ได้ชอบพอกัน แต่มารักกันภายหลังต่างหาก หรือจะเรียกให้ถูกก็คือก่อนจะตัดสินใจหนีตามกัน มันเกิดเรื่องไม่งามผิดศีลธรรม ทำให้ครอบครัวขายหน้าเป็นขี้ปากชาวบ้าน“ชุนหว่านเจ้าฟังข้านะ ข้าสาบานได้ ไม่เคยคิดวางแผนทำลายชื่อเสียงของเจ้าแม้แต่นิดเดียว”“ทำไมจะไม่ใช่เจ้า เจ้าก็รู้ว่าตอนนั้นข้าชอบพี่อวิ๋นเซียว เจ้าก็เช่นกัน ก็เลยวางแผนกำจัดคู่แข่งหัวใจใช่ไหมเล่า” ชุนหว่านตาแดงก่ำ ถึงตอนนั้นจะชอบบุรุษคนเดียวกัน แต่ตนก็ไม่ใช่คนที่ไม่ยอมรับความจริง หากสู้กันซึ่ง ๆ หน้า ไม่ทำกันลับหลังเช่นนี้ ความเป็นเพื่อนคงไม่ลงเอยด้วยการเป็นศัตรู“เราเป็นสหายกันมาตั้งแต่จำความได้นะ ข้าเป็นคนเช่นนี้หรือ ลองตรองดูให้ดี ก่อนหน้าที่เ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [2]

    บทที่ 15ทว่าคำขอของซ่งอวิ๋นเซียวก็คงจะไม่สมหวังเสียทีเดียว เพราะชุนหว่านกับตู้เย่ ได้มาเยือนถึงที่ ทันทีที่มาถึงตู้เย่ก็รีบขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่ ทั้งสองบ้านต่างรู้กันดีว่าภรรยาไม่ถูกกัน“ขอโทษที่มารบกวนนะ พอดีชุนหว่านรบเร้าให้พามาน่ะ”“ไม่เป็นไร เราก็คนกันเองทั้งนั้น” ซ่งอวิ๋นเซียวกล่าวอย่างเนิบนาบ หากเขาไม่ได้พูดคุยกับภรรยามาก่อนหน้า ก็คงจะมีอาการกระอักกระอ่วนไม่ต่างกับตู้เย่ ชุนหว่านที่หลบอยู่หลังสามี รวบรวมความกล้าก้าวออกมาด้านหน้า ก่อนจะชี้ไปที่อดีตสหายรัก เชิดหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไว้ตัว นางสะกิดสามีให้วางกระบุงที่สะพายมาลง“เห็ดพวกนี้ ยังรับอยู่ใช่ไหม”“รับสิ” เหมยกุ้ยตอบกลับอย่างรวดเร็ว มองเห็ดที่อัดแน่นเต็มกระบุงตาวาว ประเมินด้วยสายตาก็น่าจะได้สักประมาณเกือบสิบกิโลได้กระมัง ดีจริง อยู่ ๆ ก็มีเงินวิ่งเข้ามาหาถึงบ้าน“แต่ว่า... ข้าจะขอรับเงินไปก่อนได้หรือไม่” ชุนหว่านถามไม่เต็มเสียงนัก เข้าใจดีว่าเหมยกุ้ยต้องสำรองจ่ายไปก่อน แต่ว่านางมีความจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ ตอนนี้เจ้าของที่นามาทวงเงินที่ค้างถึงบ้าน หากไม่มีจ่ายวันนี้ ปีหน้าก็คงไม่มีข้าวเก็บไว้กินแน่“ไม่มีปัญหา”“เจ้าพูดจริงใ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [1]

    บทที่ 15ทันทีที่มาถึงบ้าน เหมยกุ้ยกับซือฮั่นต่างพากันปล่อยเสียงหัวเราะเต็มที่ พลางนึกถึงภาพของหย่าถิงที่เอาแต่ดีดดิ้นราวกับไส้เดือนโดนแดด ทั้งสองก็เอาแต่หัวเราะท้องคัดท้องแข็งเสียงของพวกเขาดังไปจนถึงคนที่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านมาหลายวัน ถึงกับต้องใช้ไม้ค้ำยันฝืนร่างกายออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้หัวเราะกันเสียงดังได้ขนาดนี้ ซ่งอวิ๋นเซียวยืนเกาะขอบประตูด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างจับไม้ค้ำยันไว้มั่น มองคนทั้งสองด้วยความสงสัยใคร่รู้“มีเรื่องอะไรน่าสนุกนักหรือ ถึงได้หัวเราะกันเสียงดังเชียว”“ท่านพี่ ลุกยืนได้แล้วหรือเจ้าคะ” เหมยกุ้ยรีบวางข้าวของไว้ข้างแคร่กลางลานบ้าน ก่อนจะทำท่าทางวี้ดว้ายไม่เก็บกิริยา ปรี่เข้าหาสามีไม่ได้อยากจะจับแขนล่ำ ๆ กล้ามเป็นมัดหรอกนะ ที่ทำไปก็เพราะห่วงว่าเขาจะล้มต่างหาก “อืม... ลุกขึ้นมาขยับตัวบ้าง จะได้หายเร็วขึ้น วันนี้ได้อะไรกลับมาบ้างเล่า”“ได้มาเยอะเชียวเจ้าค่ะ ท่านพี่เดินระวังนะเจ้าคะ”ซ่งอวิ๋นเซียวพยักหน้าทำทีเป็นไม่รู้สึกอะไร ทว่าใบหูกลับแดงระเรื่อ เมื่อคนข้างกายเข้ามาโอบต้นแขนตนเอาไว้แน่น เหมยกุ้ยรู้สึกถึงอาการสั่นเล็กน้อย นางจึงเข้าใจไปว่าสามีร่างกายยัง

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   แผนตื้น ๆ [2]

    บทที่ 14ด้านเหมยกุ้ยหลังจากเดินแยกตัวออกมา นางได้เดินหาเห็ดอยู่ครึ่งค่อนวัน จึงตัดสินใจชวนบุตรชายกลับบ้าน วันนี้ครึ่งวันนางสามารถหาเงินได้ถึงสิบหกตำลึงกับอีกหกร้อยอีแปะ โชคดีที่หลังแยกจากชุนหว่าน ก็มาเจอกับเห็ดชนิดอื่น จึงได้เงินเพิ่มมาถึงห้าตำลึง เมื่อรวมกับของเดิมก็ได้สิบหกตำลึง หกร้อยอีแปะทว่าถึงจะหาเงินสิบหกตำลึงหกร้อยอีแปะมาได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกพอใจเลยสักนิดไหนเล่าเห็ดหลินจือที่วาดฝัน เดินจนปวดน่อง ไม่เห็นเจอสักดอก คิดถึงตรงนี้จากที่เดินไหล่ตรงมาตั้งแต่เช้า กลับห่อเหี่ยวลงด้วยความผิดหวัง ความจริงกับนิยายมันก็แค่เรื่องเพ้อฝันสินะ ทว่าในตอนที่เดินมาถึงครึ่งทาง ก็มีเด็กสาวนางหนึ่งโผล่มาดักหน้า พลางตีหน้าเศร้ากล่าวทักทาย“พี่ซือฮั่นเพิ่งกลับจากหาของป่าหรือเจ้าคะ”“อืม”เสียงใสกังวานที่ดังตามหลัง ทำเอาเหมยกุ้ยหันขวับ นางไม่เก็บอาการเลยสักนิด มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ยากจะบรรยาย ที่แท้สตรีที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเหมยกุ้ยก็คือ หย่าถิง หลานสาวของเอ้อเหนียงจากหมู่บ้านข้าง ๆ นี่เองยังดีที่ซือฮั่นแม้จะดูซื่อ ๆ แต่ก็ไม่ได้หลงไปกับมารยาสตรี เด็กหนุ่มแสดงท่าทีเคร่งขรึมไม่เล่นด้วย แม้อ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   แผนตื้น ๆ [1]

    บทที่ 14“เดี๋ยวก่อนชุนหว่าน” เดิมทีคิดว่าเอาไว้ค่อยปรับความเข้าใจใหม่ภายหลัง ทว่าเมื่อเห็นสภาพของสหายรักตอนนี้แล้ว ก็ไม่อาจปล่อยผ่าน โดยที่ไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออะไรเลย“มีธุระอะไรกับข้าอีก จะพูดก็รีบพูดมาเถอะ ข้ารีบ ไม่มีเวลามาทะเลาะกับเจ้าหรอกนะ” ชุนหว่านหยุดชะงักไป ก่อนจะหันกลับมาด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนัก“วันก่อนสามีเจ้าช่วยข้าไว้ ยังไม่ได้ตอบแทนน้ำใจเลย ไหน ๆ ก็เจอเจ้าแล้ว ฝากของแทนคำขอบคุณไปให้พี่ตู้เลยก็แล้วกัน”เหมยกุ้ยเลิกเสแสร้ง นางทำทีเป็นควานหาของในกระบุง ทว่าแท้จริงแล้วกำลังซื้อของในระบบ สหายรักก็มีชีวิตคู่ที่ไม่ค่อยดีนัก เจอเรื่องหนัก ๆ ยิ่งกว่านางเสียอีกก่อนหน้าที่จะเกิดความวุ่นวาย ครอบครัวของชุนหว่านได้หมั้นหมายนางให้กับบุรุษเสเพล บุตรชายเจ้าของเขียงหมูในเมือง ด้วยคิดว่าสู้ให้แต่งไปกับคนมีอันจะกิน ดีกว่าคนไม่มีอะไรเลย ทว่ายังไม่ทันได้แต่งเข้าบ้านเถ้าแก่เขียงหมู ก็เกิดเรื่องชู้สาวระหว่างชุนหว่านกับตู้เย่เสียก่อนส่วนตู้เย่ก็มิได้มีใจปฏิพัทธ์ต่อชุนหว่าน เขาก็แค่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ด้วยเป็นบุรุษมีความรับผิดชอบสูง จึงไม่อาจทำให้สตรีคนหน

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   สหายรัก [2]

    บทที่ 13เหมยกุ้ยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ที่ซือฮั่นไม่ถามให้นางรู้สึกลำบากใจ เมื่อเด็กหนุ่มเดินห่างออกไปแล้ว นางจึงรีบขายต้นหุ่ยเชียง แล้วจึงเร่งฝีเท้าเดินตามให้ทันระหว่างทางก็เอาแต่คิดเรื่องเงิน ขายหน่อไม้และต้นหุ่ยเชียงตอนนี้รวมแล้วได้สิบเอ็ดตำลึงกับหกร้อยอีแปะ ถือว่าการขึ้นเขาครั้งนี้คุ้มไม่น้อย หากเดินหาของป่าอีกสักหน่อยค่อยกลับ ก็ไม่แน่ว่าจะได้เงินเพิ่มอีกสักห้าตำลึงเงินก็ได้ติ๊ง![ตรวจพบเห็ดมันปู รับซื้อกิโลกรัมละหนึ่งตำลึงเงิน]“ซือฮั่นเก็บเห็ดพวกนี้เร็วเข้า ดอกที่ยังเล็กอยู่อย่าเก็บเล่า ให้มันโตก่อนพรุ่งนี้เราค่อยมาเก็บ” ร่างบางวีดว้ายดีใจ คิดถึงเงิน เงินก็มา นางรีบชี้ไปที่เห็ดมันปูกลุ่มใหญ่ เหลืองอร่ามละลานตาไปหมด“ขอรับ”สองแม่ลูกช่วยกันเก็บเห็ดอย่างเพลิดเพลิน แค่เห็ดกลุ่มนี้นางต้องขายได้มากแน่ ๆ ขั้นต่ำก็น่าจะราว ๆ สักสามตำลึงเงินได้ ไม่คิดว่าราคาเห็ดจะมากขนาดนี้ มากกว่าหน่อไม้เสียอีกกระนั้นในระหว่างที่ทั้งสองกำลังช่วยกันเก็บเห็ดมันปู ก็ได้มีบุคคลที่สามโผล่มาจากที่ใดก็ไม่รู้ ยังไม่ทันที่เหมยกุ้ยจะโยนเห็ดในมือลงกระบุง สตรีคนนั้นก็ปัดเห็ดในมือนางทิ้งไปเสียได้ ทำเอาหญิงสาวโม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status