Share

บทที่2

last update Tanggal publikasi: 2026-03-16 16:00:06

 

เดิมทีเสิ่นเจียวจื่อยังมิได้กังวลเรื่องคู่ครองนักเพราะนอกจากจะเชี่ยวชาญการค้าขายแล้ว สิ่งใดที่สตรีในยุคนี้พึงเรียนรู้ นางล้วนร่ำเรียนมาครบถ้วน นางจึงเชื่อมั่นว่าไม่ว่ากรณีใด ท่านพ่อก็ย่อมคัดเลือกบุรุษที่เหมาะสมให้แก่นางแน่

ต่อให้มิได้แต่งเข้าสู่ตระกูลสูงศักดิ์ก็หาได้เป็นปัญหา ขอเพียงไม่ต้องตกเป็นอนุของผู้ใดก็เพียงพอแล้ว 

ระหว่างที่บรรดาแขกเหรื่อต่างพากันเข้ามาทักทาย นางเพียงยกยิ้มตอบอย่างสุภาพตามมารยาท คนที่สนิทหน่อยก็มีดอกไม้มามอบให้

ทว่าคนส่วนใหญ่กลับหันไปรุมล้อมเสิ่นเหมยจื่อ ด้วยบัดนี้นางมิใช่เพียงบุตรีของอนุอีกต่อไป หากได้ขยับฐานะขึ้นเป็นบุตรีภรรยาเอกแล้ว ด้วยเมื่อครึ่งปีก่อนหลังจากบิดาจบศึกกลับมาอยู่จวนถาวร ท่านย่าเริ่มบีบบังคับกดดันให้เลื่อนตำแหน่งฟู่เหยียนเหยียนขึ้นเป็นภรรยาเอก ทั้งหมดก็เพื่อให้บุตรีของนางได้มีศักดิ์ฐานะสูงส่งไม่ต้องตกเป็นที่ครหาของผู้ใด รวมทั้งมีผลกับการแต่งเข้าจวนโหว ท่านพ่อจึงยินยอม

ดังนั้นนอกจากนางผู้เป็นตัวเอกของงานแล้ว เสิ่นเหมยจื่อก็ยังได้รับความสนใจจากผู้คนรอบข้างหาได้ด้อยไปกว่ากัน

“ให้เจ้า”

เวิ่นเฉินอี้ยิ้มอ่อนโยน พลางยื่นดอกเหมยฮวาสีชมพูอ่อนมาให้

เสิ่นเจียวจื่อลอบตกใจเล็กน้อย ก่อนก้มหน้ารับ ใบหน้าซับสีชมพูเรื่อ หัวใจของสาวน้อยเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ทว่ามิทันที่นางจะได้เอ่ยปากขอบคุณ เขากลับสาวเท้าออกไปยังกลางวงแขก ต่อหน้าผู้คนมากมาย เวิ่นเฉินอี้ยื่นดอกโบตั๋นสีขาวบริสุทธิ์หนึ่งในสีที่หายากที่สุดให้แก่เสิ่นเหมยจื่อ และมีนัยถึงรักแท้อันมั่นคง

เสียงฮือฮาดังขึ้นแทบจะในทันที

หัวใจที่กำลังเต้นระรัวของนางค่อย ๆ แผ่วช้าลง เสิ่นเจียวจื่อกดข่มความรู้สึกอิจฉาที่ผุดขึ้นในอกไว้แน่น

บุรุษรูปงามคู่กับหญิงงาม ย่อมเป็นเรื่องที่ถูกต้องอยู่แล้ว

แล้วนาง…กำลังหวังสิ่งใดกัน?

ดวงตายาวรีก้มลงมองดอกเหมยฮวาที่ดูแสนธรรมดาในมือ ก่อนจะยื่นส่งให้สาวใช้ด้านหลัง จากนั้นนางก็ยืดแผ่นหลังให้ตรง ดั่งไม่เคยมีสิ่งใดสั่นคลอนหัวใจมาก่อน

 

ฮูหยินผู้เฒ่ามองสถานการณ์หวานชื่นตรงหน้าถึงกับยิ้มแก้มไม่หุบ ใบหน้าเหี่ยวย่นเปี่ยมไปด้วยความยินดี นางหันไปกระซิบกับลูกสะใภ้คนโปรดด้วยน้ำเสียงแฝงความมั่นใจ วันนี้บุตรชายของตนคงจะประกาศการหมั้นหมายระหว่างเหมยเอ๋อกับซื่อจื่อแห่งจวนเวิ่นอย่างเป็นทางการ

บรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยความสุข เสียงหัวเราะแผ่วเบาสลับกับคำกระซิบกระซาบของบรรดาฮูหยินที่ลอบประเมินหลานสาวทั้งสี่ของจวนท่านแม่ทัพ

เสิ่นเหมยจื่อนั้นถูกตัดออกไปตั้งแต่แรก ในสายตาผู้คน..วาสนาแม่นางน้อยผู้นี้คงได้ปีนป่ายแต่งเข้าสู่จวนโหวอย่างแน่นอน บรรดาฮูหยินจึงข้ามไป

เมื่อเป็นเช่นนั้น ตัวเลือกที่เหลือย่อมตกอยู่ที่บุตรีคนโตจากบ้านหลัก เสิ่นเจียวจื่อแม้นภูมิหลังฝั่งมารดาจะเป็นเพียงตระกูลพ่อค้า หากข้อดีกลับเด่นชัด คือนางมีสินเดิมติดตัวมาจำนวนไม่น้อยเป็นทุนรอนที่ผู้ใดก็ไม่อาจมองข้าม

ถัดมาคือเสิ่นเถาจื่อจากบ้านสาม นางผู้มีรูปโฉมฉูดฉาดกว่าบรรดาพี่น้อง ทว่าเมื่อลอบพิจารณาอย่างถี่ถ้วน สินเดิมที่ติดตัวมากลับไม่อาจเทียบกับคนอื่นได้ อีกครั้งลูกหลานสายนี้ไร้ความสามารถ ไร้ตำแหน่งในราชสำนักแม้จะมีบุตรชายหลายคนก็ตาม 

อีกผู้หนึ่งที่ได้รับความสนใจไม่น้อยคือเสิ่นหมิงจื่อ บุตรีเพียงคนเดียวของบ้านรอง เนื่องจากท่านแม่ทัพเสิ่นอวี้ผู้นำตระกูลในปัจจุบัน ยังไร้บุตรสืบสกุล หากในขณะที่น้องชายเสิ่นหมู่อี้กลับกำเนิดบุตรชาย อนาคตข้างนอกย่อมมีสิทธิ์ในการสืบทอดตระกูลเสิ่น 

แม้บัดนี้ตระกูลเสิ่นจะยังไม่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ ทว่าผู้คนล้วนคาดหมายตรงกันว่าอีกไม่นาน ฮ่องเต้ย่อมมีพระราชโองการประทานรางวัลลงมาจากผลงานการปราบปรามศึกชายแดนในหลายปีนี้

ฮูหยินหลายตระกูลตั้งใจหลังจบงานปักปิ่น เตรียมปรึกษาแม่สื่อเพื่อจับจองลูกสะใภ้ก่อนผู้อื่นจะแย่งไป และก็เป็นดังที่ผู้คนคาดเดา ระหว่างงานเลี้ยง ท่านแม่ทัพเสิ่นผู้พิชิตมีเรื่องสำคัญจะแจ้งแก่แขกเหรื่อ

“ข้ามีข่าวดีจะแจ้งให้พวกท่านทราบ”

“ข่าวดีอันใดกันหรือท่านแม่ทัพ” ผู้อาวุโสจากจวนป๋อเอ่ยรับทันที

แม้ในใจบรรดาแขกจะพอเดาได้ไม่ยาก ข่าวดีที่ว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องการหมั้นหมายระหว่างคุณหนูรองตระกูลเสิ่นกับซื่อจื่อตระกูลโหว

“ต่อหน้าผู้ใหญ่และแขกทั้งหลาย วันนี้ข้าเสิ่นอวี้ขอประกาศหมั้นหมายระหว่างตระกูลเสิ่นกับตระกูลเวิ่นให้เป็นที่รับรู้โดยทั่วกัน” น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยหนักแน่น คล้ายยินดีคล้ายไม่ยินดี ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะกล่าวจบประโยค บรรดาแขกเหรื่อกลับหันไปกล่าวคำอวยพรแก่คุณหนูรองตระกูลเสิ่นและซื่อจื่อตระกูลเวิ่นเสียแล้ว

“พวกท่านเข้าใจผิดแล้ว”

น้ำเสียงของเสิ่นอวี้สงบนิ่ง หากแฝงอำนาจจนทั้งห้องเงียบงัน

“วันนี้สิ่งที่ข้าจะประกาศ มิใช่ชื่อของผู้ที่พวกท่านคาดคิด หากเป็นการหมั้นหมายระหว่างบุตรีของข้าเสิ่นเจียวจื่อ กับเวิ่นเฉินอี้บุตรชายแห่งตระกูลโหว นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปตระกูลเสิ่นกับตระกูลเวิ่นย่อมถือว่าเกี่ยวดองกันแล้ว”

หมั้น?

หมายถึงนางกับพี่เวิ่นอย่างนั้นหรือ?

เสิ่นเจียวจื่อถึงกับเบิกตากว้าง ความตกใจวาบผ่านดวงตาเพียงชั่วอึดใจ ก่อนนางจะรีบกดอารมณ์ทั้งหมดไว้ใต้สีหน้าสงบเสงี่ยม ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทว่าในอกกลับปั่นป่วนเกินจะเอื้อนเอ่ย

 

 

..

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่116

    ณ จวนสกุลเสิ่นภายหลังจากขับไล่แม่ทัพเสิ่นกับบุตรีออกจากจวน รายจ่ายภายในเรือนที่เคยมีผู้รับผิดชอบกลับถาโถมเข้ามาโดยไร้ที่พึ่งพิง เงินทองที่ใช้บำรุงเรือน จ้างบ่าวไพร่ ไปจนถึงจัดหาหยูกยาให้ฮูหยินผู้เฒ่า ล้วนร่อยหรอลงอย่างน่าใจหายแม้บุตรชายคนรองจะขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล ทว่าเพียงเงินเดือนขุนนางขั้นหก..รายได้มีหรือจะเพียงพอให้คนทั้งสกุลเสิ่นใช้ชีวิตหรูหราเช่นวันที่เสิ่นเจียวจื่อกับบิดายังอยู่ ดังนั้นเพื่อประคองตระกูลและลดภาระค่าใช้จ่าย บ่าวไพร่จำนวนหนึ่งจึงถูกขายออกไปจวนสกุลเสิ่นที่เคยโอ่อ่า บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย สวนที่เคยถูกตัดแต่งอย่างประณีต บัดนี้หญ้ารกเรื้อไร้ผู้ดูแล ทางเดินปูหินถูกใบไม้แห้งทับถมจนมองไม่เห็นทางเดิน เรือนบางแห่งที่ไร้ผู้อยู่อาศัยเต็มไปด้วยฝุ่นจับหนา แม้แต่หลังคากระเบื้องบางแผ่นที่แตกร้าว ก็ยังไร้ผู้เหลียวแลซ่อมแซมทุกสิ่งค่อย ๆ เสื่อมโทรมลง ราวกับสะท้อนชะตาของผู้คนในจวนแห่งนี้หลังจากเสิ่นเหมยจื่อถูกสามีหย่าเป็นครั้งที่สอง นางก็จำต้องกลับมาอาศัยอยู่ยังจวนเดิม ทว่าครานี้ชีวิตกลับหาได้สุขสบาย แตกต่างจากครั้งแรกดั่งฟ้ากับเหว ต้นเหตุมาจากฮูหยินผู้เฒ่า ผู้ซึ่งเคยเ

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่115

    เสิ่นเจียวจื่อเฝ้ารอพระสวามีจนเกือบพ้นยามไห่ นางเริ่มลังเลว่าควรกลับไปพักผ่อนก่อนดีหรือไม่ ทว่าโดยปกติหากพี่เหลียงหลงมิกลับเรือน เขามักจะส่งคนมาแจ้งนางล่วงหน้าเสมอ นางจึงไม่เคยต้องรอเก้อเช่นนี้ หรือว่าพระสวามีของนางจะเกิดเรื่องเลวร้ายอันใดขึ้น?ความวิตกกังวลพลันพุ่งสูงขึ้น จนยากจะข่มใจไว้ได้ขณะที่เสิ่นเจียวจื่อกำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้น ประตูเรือนนอนก็ถูกผลักเปิดออก ร่างสูงของพระสวามีผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาสองภพสองชาติรีบรุดเข้ามาอย่างเร่งรีบนางพ่นลมหายใจออกเบา ๆ ราวกับปลดเปลื้องภาระในใจ ก่อนจะยกยิ้มละมุนให้เขา“ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านทานอะไรมาหรือยัง? ประเดี๋ยวเจียวเจียวให้สาวใช้ไปอุ่นแกงร้อนมาให้นะเจ้าคะ”คำถามที่พรั่งพรูออกมาราวสายน้ำ ทำให้ใบหน้าคมคายของเขาคลายความตึงเครียดลงโดยไม่รู้ตัว“ขอบใจเจ้ามาก พี่รีบควบม้ามา ยังมิได้ทานสิ่งใดเลย” สุรเสียงอบอุ่นมั่นคง นางเข้ามาปลดเปลื้องเสื้อตัวนอกให้ด้วยความเคยชินแววตามเต็มไปด้วยความห่วงใย องค์ชายอิ๋งหลงหลี่ไม่เคยชอบค้างคืน โดยที่ไม่มีนาง ดังนั้นเขาจึงยินยอมเดินทางไม่ได้หยุด“เช่นนั้น..เป็นบะหมี่ดีกว่าไหมเจ้าคะ? ท่านพี่รอเจีย

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่114

    เสิ่นเจียวจื่อรีบเรียกบ่าวรับใช้ภายในจวนให้มารวมตัวกันโดยพลัน แม้ภายนอกยังคงสงบนิ่ง หากดวงตาเรียวยาวกลับแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด นางนั่งรออยู่ภายในห้องรับรอง จนกระทั่งบิดาเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น สีหน้าของท่านพ่อบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัดเสิ่นอวี้เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกายบุตรสาวโดยไม่เอ่ยสิ่งใด เสิ่นเจียวจื่อจึงรินชาหลงจิ่นยื่นให้ท่านพ่อด้วยสองมือ กลิ่นหอมอ่อนละมุนโชยออกมาในทันที พาให้ผู้เป็นพ่อสงบลงเล็กน้อย“ดื่มชาก่อนเจ้าค่ะ ท่านพ่อ”“ขอบใจเจ้ามาก” เขารับถ้วยชาไป หากสีหน้ายังไม่คลายเสิ่นเจียวจื่อมองสีหน้าของบิดา พลางเอ่ยถามเสียงแผ่ว“เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?”“หึ ก็ท่านย่าเจ้านั่นแหละ มาพบข้าถึงหน้าเรือน” เสิ่นอวี้เอ่ยเสียงเคร่ง แววตาไม่พอใจชัดเจน“เจ้ารู้หรือไม่ว่านางกล่าวสิ่งใด?” เสิ่นเจียวจื่อเพียงส่ายหน้าเบา ๆ เหตุเพราะตั้งแต่ตัดความสัมพันธ์กับสกุลเสิ่น และนางได้แต่งเข้าสู่ราชวงศ์ คนในตระกูลสกุลเสิ่นต่างก็พยายามหาทางกลับมาสานสัมพันธ์อยู่หลายครั้ง ทั้งคำพูดอ่อนหวานและเล่ห์กลสารพัด พาให้ทั้งนางและท่านพ่อรำคาญใจยิ่งนักตอนทำไม่คิด มาสำนึกผิดตอนที่สายไปแล้ว ใครบ้างเล่าจะไม่เห

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่113

    พริบตาเดียว กาลเวลาก็ล่วงเลยไปเจ็ดปีเสิ่นเจียวจื่อนั่งเหม่อมองไปเบื้องหน้า ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น สายลมแผ่วพัดผ่านพาเอากลิ่นหอมจางของบุปผาโชยมาไม่ขาดสายไม่ไกลออกไป บุรุษในอาภรณ์สีเขียวกำลังสาวสายว่าวตัวใหญ่ให้ทะยานสูง เด็กชายสองคนวิ่งไล่ตามด้วยเสียงหัวเราะใสกระจ่าง ขณะที่เด็กหญิงตัวน้อยอีกคนตะโกนร้องให้พี่ชายกับน้องชายรอนางด้วย“หลินเอ๋อร์ เจ้ารีบตามมา”“เกอเกอ…หากท่านยังไม่รอข้า ข้าจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ” เสียงเล็กเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ พลางหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน ใบหน้าน้อยน่าเอ็นดูบึ้งตึงทันใดนั้น ทั้งเด็กชายและบุรุษที่วิ่งนำหน้าอยู่ก็ชะงักฝีเท้าลงแทบพร้อมกัน ไม่กล้าก้าวหนีต่อไปแม้แต่ครึ่งก้าว กลับเป็นท่านพ่อที่วิ่งกลับมาหาบุตรสาวเป็นคนแรก“องค์หญิงน้อยของพ่อ เจ้าอย่าได้โกรธเคืองเลย” องค์ชายสามเอ่ยเสียงอ่อน พลางวางว่าวตัวใหญ่ลงข้างกาย ก่อนก้มลงอุ้มร่างเล็กที่กำลังบึ้งตึงขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอมอิ๋งหลินหลี่เม้มริมฝีปากน้อย สีหน้ายังคงงอนง้อไม่คลาย เรือนกายเล็กดิ้นขลุกขลัก พยายามจะลงจากอ้อมแขน ราวกับยังไม่คิดยอมความง่าย ๆ“ท่านพ่อ ท่านพี่ และน้องชาย ล้วนใจร้ายยิ่งนัก ไม่ยอมรอข้า หลินห

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่112

    เสิ่นเจียวจื่อเผลอเอ่ยตอบรับออกไปอย่างว่าง่าย พอคำพูดหลุดจากปาก นางจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนกำลังทำสิ่งใดอยู่เหตุใดนางถึงตอบตกลงรวดเร็วราวกับสตรีใจง่ายเช่นนี้กันเล่าใบหน้าเล็กค่อยๆ หลุบต่ำลง ริมฝีปากล่างถูกกัดเบาๆ จนขึ้นสีแดงระเรื่อเหลียงหลงกลับดีใจเสียจนเก็บอาการไม่อยู่ เขาเผลอยกตัวนางขึ้นกอดอย่างทะนุถนอมการเคลื่อนไหวกะทันหันทำให้ร่างเล็กสะท้านเฮือก“นี่…องค์ชายสาม ท่านทำอันใดกันเจ้าคะ”นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อยเหลียงหลงโน้มตัวลงเล็กน้อย ริมฝีปากแทบชิดข้างใบหูของนาง ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว“เรียกพี่ว่าพี่เหลียงหลง…หรือไม่ก็ท่านพี่”ลมหายใจอุ่นที่แผ่วผ่านข้างหู ทำให้เสิ่นเจียวจื่อรู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่บนก้อนเมฆหัวใจเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล นางอดประหลาดใจไม่ได้เหตุใดตนจึงรู้สึกผูกพันกับบุรุษตรงหน้ามากถึงเพียงนี้ ทว่ามีบางสิ่งบอกกับนางว่าเขาจะไม่มีวันทรยศนางเป็นอันขาด ความเชื่อเช่นนี้คล้ายฝังลงกระดูกจนยากจะสลักออก เช่นนี้อาจเป็นได้ว่าในชาติภพที่แล้วทั้งนางและเขาคงจะเป็นสามีภรรยาตามที่ท่านพ่อว่าไว้เป็นแน่ในยามนี้เวิ่นเฉินอี้อยากแก้ไขโชคชะตาเพียงใดก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่111

    “พี่รู้ว่าเจ้ากำลังกังวลเรื่องใด” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ“พี่เอง…ก็มีเรื่องจะสารภาพกับเจ้า”“ท่าน…”เสิ่นเจียวจื่อเริ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อย อยากดึงมือออก หากร่างกายกลับบอกว่าสัมผัสที่คุ้นเคยนี้เป็นเรื่องสมควร และคล้ายกับว่าความใกล้ชิดเช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อมานานแล้ว “พี่เหลียงหลงมีอะไรจะบอกข้าหรือเจ้าคะ?”“องค์ชายสามคือข้าเอง”“พี่ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ?” เสิ่นเจียวจื่อเผลออุทานเสียงดังโดยไม่รู้ตัวเหลียงหลงเห็นท่าทางตกตะลึงของนางก็รีบเอ่ยปลอบ สีหน้าค่อนข้างร้อนรน“เจียวเจียวอย่าได้โกรธพี่เลยนะ หากพี่ไม่แสร้งเป็นบุรุษพิการ เสด็จอาคงเพ่งเล็งหาเรื่องพี่เป็นแน่ พี่มีความจำเป็นจริงๆ”เสิ่นเจียวจื่อยังตั้งสติไม่ทัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม“เดี๋ยวก่อนนะเจ้าคะ เช่นนั้น…ราชโองการสมรสเล่า?”“ใช่ พี่เป็นผู้ขอพระราชทานสมรสจากเสด็จอาด้วยตนเอง”เขารีบตอบรับโดยไม่ลังเล หากในใจกลับไม่กล้าเล่าความจริงทั้งหมดให้นางฟัง ว่าก่อนหน้านี้เขาได้ระลึกถึงความทรงจำในภพชาติก่อนอย่างชัดเจนเขาจำได้ว่านางคือพระชายาเอกของเขาในชาติที่แล้วแม้ในชาตินั้นช่วงแรกเขาไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับนาง หากเพราะแม่

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่87

    แต่นั่นก็ช่างเถิดเรื่องของสกุลเวิ่น นางจะคิดมากไปไยกัน บัดนี้ทุกเรื่องย่อมไม่เกี่ยวข้องกับนางอีกแล้ว อีกทั้งเมื่อตรึกตรองอีกครั้งการได้รับพระราชโองการหย่าเช่นนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องดี อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องเปลืองแรงหาหนทางหย่าให้ยุ่งยาก ส่วนชื่อเสียงที่เสียไปค่อยกู้คืนทีหลัง ครั้นคิดได้ดังนั้นเสิ่นเ

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่84

    เวิ่นเฉินอี้ทำได้เพียงยิ้มฝืนตอบมารดา ภายในใจกลับก่อเกิดความน้อยใจบางเบาโดยไม่รู้ตัวหากยังดีที่เขาพอมีสติอยู่บ้าง เขารู้ว่าก่อนหน้านี้ตนเองก็ทำตัวไม่ดีกับเจียวเจียวไว้ไม่น้อย ดังนั้นการที่นางเลือกจะหลีกเลี่ยงเขา ก็มิใช่เรื่องเกินเลยอันใดเลยคิดได้ดังนั้นเวิ่นเฉินอี้จึงพยายามเปลี่ยนเรื่อง“น่าแปลก…

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่10

    ทว่ายังไม่ทันที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะได้เอ่ยปาก ฟู่เหยียนเหยียนกลับตีหน้าเศร้า ฟ้องร้องออกไปก่อน “ท่านพี่เจ้าคะ เมื่อครู่ข้ากำลังพูดคุยเรื่องสินเดิมที่จะติดตัวไปของเจียวเจียวเท่านั้นเอง…” นางสะอื้นเบาๆ คล้ายกล้ำกลืนความน้อยใจ “แต่บุตรสาวกลับโมโห ไม่ยินยอมให้ท่านแม่อย่างข้าเข้าไปจัดการ” ฮูหยินผู้เฒ่าได้

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่9

    ครั้นเจียวจื่ออายุครบสิบขวบนางก็เริ่มได้รับการสอนสั่งให้เรียนรู้การจัดการบัญชีและคุมคน ครั้นอายุย่างเข้าสิบสามปี แม่นางน้อยก็สามารถรับช่วงดูแลร้านค้าที่ติดมากับสินเดิมและต่อยอดกิจการเหล่านั้นได้อย่างเชี่ยวชาญ หึ…เลือดพ่อค้ามันแรง ก็เป็นเช่นนี้เอง “เจียวเจียว” ฟู่เหยียนเหยียนเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status