Share

บทที่3

last update publish date: 2026-03-16 16:00:28

 

 

ขณะที่เสิ่นเหมยจื่อถึงกับหน้าซีดเผือด ดวงตากลมโตคลอด้วยหยาดน้ำใส

ท่านพ่อลำเอียงเกินไปแล้ว!

ใคร ๆ ในเมืองหลวงต่างรู้ดีว่า เวิ่นเฉินอี้ กับนางคือคู่รักกันมาเนิ่นนาน แล้วเหตุใดท่านพ่อจึงยกว่าที่คู่หมั้นของนาง ไปให้นังสายเลือดต่ำผู้นั้นได้!

“เจ้า! ช่างเหลวไหลสิ้นดี!” ฮูหยินผู้เฒ่ากระแทกไม้เท้าลงกับพื้นเสียงดัง เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ

เวิ่นเฉินอี้คือคู่หมายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับจวน ทว่าบุตรชายคนโตกลับเลือกยัดเยียดสัญญาหมั้นหมายให้แก่บุตรสาวของสตรีที่ตนรัก!

“ท่านแม่เจ้าค่ะ…ฮึก อย่าเพิ่งโมโหไปเลยเจ้าค่ะ”

ฟู่เหยียนเหยียนซึ่งบัดนี้เลื่อนสถานะเป็นภรรยาเอก รีบประคองแม่สามีไว้ พลางกลั้นสะอื้น ทว่าเมื่อหันกลับมา สายตานั้นกลับแฝงความน้อยใจที่กดไว้เนิ่นนาน ก่อนจะตัดพ้อสามีผู้ไม่เคยมีนางอยู่ในใจ

“ท่านพี่ เหตุใดท่านจึงลำเอียงถึงเพียงนี้ เหมยเอ๋อร์ก็เป็นบุตรสาวของท่านมิใช่หรือ”

เสิ่นอวี้นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ดวงตาที่ผ่านศึกผ่านเรื่องราวมานับไม่ถ้วนหลุบต่ำลง สีหน้าเรียบเฉยราวกับซ่อนความคิดทั้งหมดไว้ภายใน

“ท่านอา ข้าไม่ยอม”

เวิ่นเฉินอี้ก้าวออกมาในทันที ไม่สนใจสายตาของบรรดาแขกเหรื่อที่กำลังจับจ้อง เขาเพ่งมองไปยังเสิ่นเจียวจื่อ เด็กสาวที่ตนเคยมองเพียงในฐานะน้องสาวด้วยความเอ็นดู ทว่าบัดนี้กลับยัดเยียดตำแหน่งคู่หมั้นมาให้เขาเสียดื้อๆ

ใช่ เขารู้ดีว่านางหลงรักเขามาตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ต่างจากแม่นางน้อยคนอื่น ๆ ในเมืองหลวง

เขาเองก็นึกเอ็นดูนางอยู่บ้าง หากความเอ็นดูนั้นไม่เคยแปรเปลี่ยนเป็นความรัก เพราะผู้ที่ครอบครองหัวใจเขามาโดยตลอด คือ เหมยเอ๋อร์ น้องสาวของนาง

ที่สำคัญ เขาได้ตกลงกับมารดาไว้อย่างชัดเจนแล้ว ว่าผู้ที่จะก้าวเข้าจวนโหวในฐานะภรรยา มีได้เพียงเหมยเอ๋อเท่านั้น ทว่าเหตุใดสถานการณ์จึงพลิกผันไปเช่นนี้

หากจะมีสาเหตุใดได้ คงมีเพียงข้อเดียวเสิ่นเจียวจื่อย่อมต้องไปอ้อนวอน ขอร้องท่านลุงเสิ่นให้สับเปลี่ยนสัญญาหมั้นหมาย

เสิ่นเจียวจื่อแอบกลืนน้ำลาย หัวใจเต้นกระหน่ำ ก่อนจะหันไปสบสายตากับชายที่ตนแอบรัก

สีหน้าและแววตาที่เขาเผยออกมา กลับทำให้หัวใจนางเย็นวาบ

ใยนางจะอ่านความรังเกียจในนั้นไม่ออก?

เสียงซุบซิบนินทาดังระงมไปทั่วห้องโถงใหญ่

ฟู่ฮูหยินได้สติ รีบเอื้อมมือไปสะกิดฮูหยินผู้เฒ่าให้สงบสติอารมณ์

แม้ก่อนหน้านี้จะไม่เคยมีการประกาศหมั้นหมายอย่างเป็นทางการระหว่าง เสิ่นเหมยจื่อ กับ เวิ่นเฉินอี้ ทว่าผู้คนในเมืองหลวงต่างรับรู้กันกลาย ๆ ว่าทั้งสองคือคู่สร้างคู่สม คู่กิ่งทองใบหยกที่เหมาะสมกันทุกประการ

ดังนั้นเมื่อผลลัพธ์กลับกลายเป็นการ สลับคู่หมั้นหมาย เสิ่นเหมยจื่อแม้จะดูราวกับเป็นผู้ถูกกระทำ หากชื่อเสียงของนางก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความด่างพร้อยไปได้ ฮูหยินผู้เฒ่าฝืนระงับอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยปากขอให้แขกเหรื่อแยกย้ายกันไป

ไม่นานนัก ห้องโถงใหญ่จึงเหลือเพียงครอบครัวสกุลเสิ่นกับครอบครัวสกุลเวิ่น

ท่ามกลางบรรยากาศอันอึดอัดหนักอึ้ง ราวกับจะกดทับผู้คนให้หายใจไม่ออก เสียงสะอื้นไห้ของเสิ่นเหมยจื่อจึงกลายเป็นเสียงเดียวที่ดังชัดในห้องโถงใหญ่ พาให้ผู้คนรอบข้างอดนึกสงสาร ปนสังเวชและเอ็นดูมิได้

“เหมยเอ๋อร์ หลานรักของย่า เจ้าอย่าร้องไห้ไปเลย” น้ำเสียงของผู้มีอาวุโสสูงสุดในห้องสั่นเครือด้วยโทสะและความอัดอั้น 

“วันนี้ย่าจะทวงความยุติธรรมมาให้เจ้าให้จงได้” สำหรับนางการย่ำยีหลานสาวที่รักก็ไม่ต่างจากการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตนเอง

ดวงตาฝ้าฟางที่ผ่านโลกมานับไม่ถ้วนเพ่งมองไปยังบุตรชายคนโต กดดันให้เขาเอ่ยคำอธิบาย

“เสิ่นอวี้… เจ้ากับท่านโหวเวิ่น ไม่คิดจะให้คำอธิบายกับยายแก่เช่นข้าบ้างหรือ”

“ข้า…ย่อมจัดการให้เหมาะสม” เสิ่นอวี้ตอบเสียงเรียบ

“เหมาะสม?” ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นเสียงในลำคอ แววตาเย็นเฉียบ 

“อย่างไรเล่า? ความเหมาะสมของเจ้าคืออะไร?”

นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเต็มไปด้วยอคติ ดูอย่างไรก็รู้ สตรีสายเลือดแม่ค้าชั้นต่ำผู้นั้น คงใช้กลอุบายต่ำช้าเพื่อช่วงชิงสัญญาหมั้นหมายของเหมยเอ๋อไปเป็นแน่

ซึ่งนอกจากเวิ่นเฉินอี้กับฮูหยินผู้เฒ่า บรรดาคนในตระกูลก็คิดไปทางเดียวกัน สายตาที่มองไปยังเสิ่นเจียวจื่อเต็มไปด้วยตำหนิ แกมดูถูก

เสิ่นเจียวจื่อเองก็เริ่มรู้สึกหนาวเหน็บ ริมฝีปากบางอยากยกอ้าแก้ตัว แต่คล้ายกับมีอะไรกั้นไว้ไม่อาจเอ่ยได้แม้แต่คำเดียว

นางรู้..พรุ่งนี้ในเมืองหลวงคงมีข่าวฉาวดังไปทั่วนคร..ข้อครหาแย่งคู่หมั้นหมายน้องสาวคงได้ถูกประทับไว้โดยมิอาจเลี่ยง ดวงตาเรียวรีเหลือบมองไปยังบิดาที่วันนี้พฤติกรรมดูผิดปกติพิกล นางสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่นางไม่รู้ความไม่ถูกต้องนั่นอยู่ที่ตรงไหน

ทว่านางสาบานได้ นางไม่เคยร้องขอกับท่านพ่อเรื่องเวิ่นเฉินอี้

“ข้าขอกล่าวกับท่านพ่อท่านแม่ไว้ตรงนี้เลยว่าหากไม่ใช่เหมยเอ๋อร์ ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย ข้าก็จะไม่แต่งกับผู้ใดทั้งสิ้น” น้ำเสียงดุดันประกาศก้องไร้เยื่อใย พาให้ใจของเสิ่นเจียวจื่อปวดหน่วงราวถูกบีบรัดกลางอก

 

..

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่116

    ณ จวนสกุลเสิ่นภายหลังจากขับไล่แม่ทัพเสิ่นกับบุตรีออกจากจวน รายจ่ายภายในเรือนที่เคยมีผู้รับผิดชอบกลับถาโถมเข้ามาโดยไร้ที่พึ่งพิง เงินทองที่ใช้บำรุงเรือน จ้างบ่าวไพร่ ไปจนถึงจัดหาหยูกยาให้ฮูหยินผู้เฒ่า ล้วนร่อยหรอลงอย่างน่าใจหายแม้บุตรชายคนรองจะขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล ทว่าเพียงเงินเดือนขุนนางขั้นหก..รายได้มีหรือจะเพียงพอให้คนทั้งสกุลเสิ่นใช้ชีวิตหรูหราเช่นวันที่เสิ่นเจียวจื่อกับบิดายังอยู่ ดังนั้นเพื่อประคองตระกูลและลดภาระค่าใช้จ่าย บ่าวไพร่จำนวนหนึ่งจึงถูกขายออกไปจวนสกุลเสิ่นที่เคยโอ่อ่า บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย สวนที่เคยถูกตัดแต่งอย่างประณีต บัดนี้หญ้ารกเรื้อไร้ผู้ดูแล ทางเดินปูหินถูกใบไม้แห้งทับถมจนมองไม่เห็นทางเดิน เรือนบางแห่งที่ไร้ผู้อยู่อาศัยเต็มไปด้วยฝุ่นจับหนา แม้แต่หลังคากระเบื้องบางแผ่นที่แตกร้าว ก็ยังไร้ผู้เหลียวแลซ่อมแซมทุกสิ่งค่อย ๆ เสื่อมโทรมลง ราวกับสะท้อนชะตาของผู้คนในจวนแห่งนี้หลังจากเสิ่นเหมยจื่อถูกสามีหย่าเป็นครั้งที่สอง นางก็จำต้องกลับมาอาศัยอยู่ยังจวนเดิม ทว่าครานี้ชีวิตกลับหาได้สุขสบาย แตกต่างจากครั้งแรกดั่งฟ้ากับเหว ต้นเหตุมาจากฮูหยินผู้เฒ่า ผู้ซึ่งเคยเ

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่115

    เสิ่นเจียวจื่อเฝ้ารอพระสวามีจนเกือบพ้นยามไห่ นางเริ่มลังเลว่าควรกลับไปพักผ่อนก่อนดีหรือไม่ ทว่าโดยปกติหากพี่เหลียงหลงมิกลับเรือน เขามักจะส่งคนมาแจ้งนางล่วงหน้าเสมอ นางจึงไม่เคยต้องรอเก้อเช่นนี้ หรือว่าพระสวามีของนางจะเกิดเรื่องเลวร้ายอันใดขึ้น?ความวิตกกังวลพลันพุ่งสูงขึ้น จนยากจะข่มใจไว้ได้ขณะที่เสิ่นเจียวจื่อกำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้น ประตูเรือนนอนก็ถูกผลักเปิดออก ร่างสูงของพระสวามีผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาสองภพสองชาติรีบรุดเข้ามาอย่างเร่งรีบนางพ่นลมหายใจออกเบา ๆ ราวกับปลดเปลื้องภาระในใจ ก่อนจะยกยิ้มละมุนให้เขา“ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านทานอะไรมาหรือยัง? ประเดี๋ยวเจียวเจียวให้สาวใช้ไปอุ่นแกงร้อนมาให้นะเจ้าคะ”คำถามที่พรั่งพรูออกมาราวสายน้ำ ทำให้ใบหน้าคมคายของเขาคลายความตึงเครียดลงโดยไม่รู้ตัว“ขอบใจเจ้ามาก พี่รีบควบม้ามา ยังมิได้ทานสิ่งใดเลย” สุรเสียงอบอุ่นมั่นคง นางเข้ามาปลดเปลื้องเสื้อตัวนอกให้ด้วยความเคยชินแววตามเต็มไปด้วยความห่วงใย องค์ชายอิ๋งหลงหลี่ไม่เคยชอบค้างคืน โดยที่ไม่มีนาง ดังนั้นเขาจึงยินยอมเดินทางไม่ได้หยุด“เช่นนั้น..เป็นบะหมี่ดีกว่าไหมเจ้าคะ? ท่านพี่รอเจีย

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่114

    เสิ่นเจียวจื่อรีบเรียกบ่าวรับใช้ภายในจวนให้มารวมตัวกันโดยพลัน แม้ภายนอกยังคงสงบนิ่ง หากดวงตาเรียวยาวกลับแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด นางนั่งรออยู่ภายในห้องรับรอง จนกระทั่งบิดาเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น สีหน้าของท่านพ่อบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัดเสิ่นอวี้เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกายบุตรสาวโดยไม่เอ่ยสิ่งใด เสิ่นเจียวจื่อจึงรินชาหลงจิ่นยื่นให้ท่านพ่อด้วยสองมือ กลิ่นหอมอ่อนละมุนโชยออกมาในทันที พาให้ผู้เป็นพ่อสงบลงเล็กน้อย“ดื่มชาก่อนเจ้าค่ะ ท่านพ่อ”“ขอบใจเจ้ามาก” เขารับถ้วยชาไป หากสีหน้ายังไม่คลายเสิ่นเจียวจื่อมองสีหน้าของบิดา พลางเอ่ยถามเสียงแผ่ว“เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?”“หึ ก็ท่านย่าเจ้านั่นแหละ มาพบข้าถึงหน้าเรือน” เสิ่นอวี้เอ่ยเสียงเคร่ง แววตาไม่พอใจชัดเจน“เจ้ารู้หรือไม่ว่านางกล่าวสิ่งใด?” เสิ่นเจียวจื่อเพียงส่ายหน้าเบา ๆ เหตุเพราะตั้งแต่ตัดความสัมพันธ์กับสกุลเสิ่น และนางได้แต่งเข้าสู่ราชวงศ์ คนในตระกูลสกุลเสิ่นต่างก็พยายามหาทางกลับมาสานสัมพันธ์อยู่หลายครั้ง ทั้งคำพูดอ่อนหวานและเล่ห์กลสารพัด พาให้ทั้งนางและท่านพ่อรำคาญใจยิ่งนักตอนทำไม่คิด มาสำนึกผิดตอนที่สายไปแล้ว ใครบ้างเล่าจะไม่เห

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่113

    พริบตาเดียว กาลเวลาก็ล่วงเลยไปเจ็ดปีเสิ่นเจียวจื่อนั่งเหม่อมองไปเบื้องหน้า ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น สายลมแผ่วพัดผ่านพาเอากลิ่นหอมจางของบุปผาโชยมาไม่ขาดสายไม่ไกลออกไป บุรุษในอาภรณ์สีเขียวกำลังสาวสายว่าวตัวใหญ่ให้ทะยานสูง เด็กชายสองคนวิ่งไล่ตามด้วยเสียงหัวเราะใสกระจ่าง ขณะที่เด็กหญิงตัวน้อยอีกคนตะโกนร้องให้พี่ชายกับน้องชายรอนางด้วย“หลินเอ๋อร์ เจ้ารีบตามมา”“เกอเกอ…หากท่านยังไม่รอข้า ข้าจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ” เสียงเล็กเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ พลางหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน ใบหน้าน้อยน่าเอ็นดูบึ้งตึงทันใดนั้น ทั้งเด็กชายและบุรุษที่วิ่งนำหน้าอยู่ก็ชะงักฝีเท้าลงแทบพร้อมกัน ไม่กล้าก้าวหนีต่อไปแม้แต่ครึ่งก้าว กลับเป็นท่านพ่อที่วิ่งกลับมาหาบุตรสาวเป็นคนแรก“องค์หญิงน้อยของพ่อ เจ้าอย่าได้โกรธเคืองเลย” องค์ชายสามเอ่ยเสียงอ่อน พลางวางว่าวตัวใหญ่ลงข้างกาย ก่อนก้มลงอุ้มร่างเล็กที่กำลังบึ้งตึงขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอมอิ๋งหลินหลี่เม้มริมฝีปากน้อย สีหน้ายังคงงอนง้อไม่คลาย เรือนกายเล็กดิ้นขลุกขลัก พยายามจะลงจากอ้อมแขน ราวกับยังไม่คิดยอมความง่าย ๆ“ท่านพ่อ ท่านพี่ และน้องชาย ล้วนใจร้ายยิ่งนัก ไม่ยอมรอข้า หลินห

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่112

    เสิ่นเจียวจื่อเผลอเอ่ยตอบรับออกไปอย่างว่าง่าย พอคำพูดหลุดจากปาก นางจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนกำลังทำสิ่งใดอยู่เหตุใดนางถึงตอบตกลงรวดเร็วราวกับสตรีใจง่ายเช่นนี้กันเล่าใบหน้าเล็กค่อยๆ หลุบต่ำลง ริมฝีปากล่างถูกกัดเบาๆ จนขึ้นสีแดงระเรื่อเหลียงหลงกลับดีใจเสียจนเก็บอาการไม่อยู่ เขาเผลอยกตัวนางขึ้นกอดอย่างทะนุถนอมการเคลื่อนไหวกะทันหันทำให้ร่างเล็กสะท้านเฮือก“นี่…องค์ชายสาม ท่านทำอันใดกันเจ้าคะ”นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อยเหลียงหลงโน้มตัวลงเล็กน้อย ริมฝีปากแทบชิดข้างใบหูของนาง ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว“เรียกพี่ว่าพี่เหลียงหลง…หรือไม่ก็ท่านพี่”ลมหายใจอุ่นที่แผ่วผ่านข้างหู ทำให้เสิ่นเจียวจื่อรู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่บนก้อนเมฆหัวใจเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล นางอดประหลาดใจไม่ได้เหตุใดตนจึงรู้สึกผูกพันกับบุรุษตรงหน้ามากถึงเพียงนี้ ทว่ามีบางสิ่งบอกกับนางว่าเขาจะไม่มีวันทรยศนางเป็นอันขาด ความเชื่อเช่นนี้คล้ายฝังลงกระดูกจนยากจะสลักออก เช่นนี้อาจเป็นได้ว่าในชาติภพที่แล้วทั้งนางและเขาคงจะเป็นสามีภรรยาตามที่ท่านพ่อว่าไว้เป็นแน่ในยามนี้เวิ่นเฉินอี้อยากแก้ไขโชคชะตาเพียงใดก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่111

    “พี่รู้ว่าเจ้ากำลังกังวลเรื่องใด” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ“พี่เอง…ก็มีเรื่องจะสารภาพกับเจ้า”“ท่าน…”เสิ่นเจียวจื่อเริ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อย อยากดึงมือออก หากร่างกายกลับบอกว่าสัมผัสที่คุ้นเคยนี้เป็นเรื่องสมควร และคล้ายกับว่าความใกล้ชิดเช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อมานานแล้ว “พี่เหลียงหลงมีอะไรจะบอกข้าหรือเจ้าคะ?”“องค์ชายสามคือข้าเอง”“พี่ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ?” เสิ่นเจียวจื่อเผลออุทานเสียงดังโดยไม่รู้ตัวเหลียงหลงเห็นท่าทางตกตะลึงของนางก็รีบเอ่ยปลอบ สีหน้าค่อนข้างร้อนรน“เจียวเจียวอย่าได้โกรธพี่เลยนะ หากพี่ไม่แสร้งเป็นบุรุษพิการ เสด็จอาคงเพ่งเล็งหาเรื่องพี่เป็นแน่ พี่มีความจำเป็นจริงๆ”เสิ่นเจียวจื่อยังตั้งสติไม่ทัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม“เดี๋ยวก่อนนะเจ้าคะ เช่นนั้น…ราชโองการสมรสเล่า?”“ใช่ พี่เป็นผู้ขอพระราชทานสมรสจากเสด็จอาด้วยตนเอง”เขารีบตอบรับโดยไม่ลังเล หากในใจกลับไม่กล้าเล่าความจริงทั้งหมดให้นางฟัง ว่าก่อนหน้านี้เขาได้ระลึกถึงความทรงจำในภพชาติก่อนอย่างชัดเจนเขาจำได้ว่านางคือพระชายาเอกของเขาในชาติที่แล้วแม้ในชาตินั้นช่วงแรกเขาไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับนาง หากเพราะแม่

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่87

    แต่นั่นก็ช่างเถิดเรื่องของสกุลเวิ่น นางจะคิดมากไปไยกัน บัดนี้ทุกเรื่องย่อมไม่เกี่ยวข้องกับนางอีกแล้ว อีกทั้งเมื่อตรึกตรองอีกครั้งการได้รับพระราชโองการหย่าเช่นนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องดี อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องเปลืองแรงหาหนทางหย่าให้ยุ่งยาก ส่วนชื่อเสียงที่เสียไปค่อยกู้คืนทีหลัง ครั้นคิดได้ดังนั้นเสิ่นเ

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่84

    เวิ่นเฉินอี้ทำได้เพียงยิ้มฝืนตอบมารดา ภายในใจกลับก่อเกิดความน้อยใจบางเบาโดยไม่รู้ตัวหากยังดีที่เขาพอมีสติอยู่บ้าง เขารู้ว่าก่อนหน้านี้ตนเองก็ทำตัวไม่ดีกับเจียวเจียวไว้ไม่น้อย ดังนั้นการที่นางเลือกจะหลีกเลี่ยงเขา ก็มิใช่เรื่องเกินเลยอันใดเลยคิดได้ดังนั้นเวิ่นเฉินอี้จึงพยายามเปลี่ยนเรื่อง“น่าแปลก…

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่10

    ทว่ายังไม่ทันที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะได้เอ่ยปาก ฟู่เหยียนเหยียนกลับตีหน้าเศร้า ฟ้องร้องออกไปก่อน “ท่านพี่เจ้าคะ เมื่อครู่ข้ากำลังพูดคุยเรื่องสินเดิมที่จะติดตัวไปของเจียวเจียวเท่านั้นเอง…” นางสะอื้นเบาๆ คล้ายกล้ำกลืนความน้อยใจ “แต่บุตรสาวกลับโมโห ไม่ยินยอมให้ท่านแม่อย่างข้าเข้าไปจัดการ” ฮูหยินผู้เฒ่าได้

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่9

    ครั้นเจียวจื่ออายุครบสิบขวบนางก็เริ่มได้รับการสอนสั่งให้เรียนรู้การจัดการบัญชีและคุมคน ครั้นอายุย่างเข้าสิบสามปี แม่นางน้อยก็สามารถรับช่วงดูแลร้านค้าที่ติดมากับสินเดิมและต่อยอดกิจการเหล่านั้นได้อย่างเชี่ยวชาญ หึ…เลือดพ่อค้ามันแรง ก็เป็นเช่นนี้เอง “เจียวเจียว” ฟู่เหยียนเหยียนเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status