LOGIN“เอาไปเลยค่ะ กินให้อิ่มนะ”
เตชิตไม่ได้ตอบ เขาปั้นข้าวเหนียวกินกับไก่ย่างอีกสองคำ ก่อนหันกลับไปจัดการสเต็กของตัวเอง
ระหว่างนั้นเรวดีตักส้มตำเข้าปากต่ออย่างสบายใจ จนกระทั่งมีเนื้อสเต็กชิ้นหนึ่งถูกวางลงบนจานของเธอ
“ลองกินดู”
“ไม่เอา หนูไม่อยากกิน”
“อร่อย”
“หนูกินไก่ย่างอยู่”
“ชิมหน่อย”
“ไม่เอาค่ะ พี่กินเลย”
เตชิตใช้ส้อมจิ้มเนื้อสเต็กชิ้นนั้นขึ้นมา ก่อนยื่นไปตรงหน้าเธอ
“อ้าปาก”
“พี่เต หนูบอกว่าไม่กินไง”
“คำเดียว”
“หนูกินข้าวเหนียวอยู่”
“กลืนก่อนสิ”
เรวดีเคี้ยวข้าวเหนียวในปากจนหมด ก่อนส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าเขายังถือส้อมรออยู่
“ไม่เอา หนูไม่ชอบกินสเต็ก”
“ยังไม่ลองแล้วรู้ได้ไง”
“ก็หนูอยากกินส้มตำ”
“กินคำนี้ก่อน”
“พี่เต!”
“เร็วๆ เมื่อยมือแล้ว”
“เมื่อยก็วางสิ”
“เรวดี”
หญิงสาวมองหน้าเขา ก่อนยอมอ้าปากรับเนื้อสเต็กที่ถูกยื่นมาจ่ออยู่ตรงหน้าอย่างเสียไม่ได้
เตชิตดึงส้อมกลับทันที
“เป็นไง”
เรวดีเคี้ยวอยู่พักหนึ่ง ก่อนกลืนลงคอ
“ก็อร่อย”
“เห็นไหม”
“แต่หนูอยากกินไก่ย่างมากกว่า”
“เรื่องของเธอ”
“แล้วบังคับหนูกินทำไมเนี่ย”
“อยากให้ชิม”
“พี่เตเอาแต่ใจ”
“เพิ่งรู้เหรอ”
เรวดีส่ายหน้าก่อนกลับไปกินส้มตำต่อ แต่ยังไม่ทันตักได้กี่คำ เตชิตก็เลื่อนกล่องไก่ทอดมาไว้ข้างจานเธอ
“เอาไก่ไปกินด้วย”
“ไม่เอาแล้วค่ะ”
“ทำไม”
“หนูมีไก่ย่างแล้ว”
“ไก่ทอดมันคนละอย่าง”
“หนูกินไม่หมดหรอก”
“กินไม่หมดก็เก็บไว้อุ่นกินทีหลัง”
“แล้วพี่สั่งมาเยอะทำไม”
“ก็อยากกิน”
“แต่ตอนนี้จะให้หนูกินแทนเนี่ยนะ”
เตชิตไม่ตอบ เขาหยิบไก่ทอดชิ้นหนึ่งขึ้นมาฉีกเนื้อ แล้ววางลงบนจานเธออีกครั้ง
เรวดีมองเนื้อไก่ทอดที่เพิ่มเข้ามา ก่อนเงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้าม
“พี่เต หนูจะอ้วนแล้วนะ”
“อ้วนก็ลด”
“พูดง่ายจัง”
“พูดมาก มีให้กินก็กินไปเถอะน่า”
“หนูชอบกินของอร่อย ไม่ได้แปลว่าจะกินทุกอย่างบนโต๊ะหมดสักหน่อย”
“เออ เข้าใจแล้ว”
เรวดีหยิบข้าวเหนียวก้อนสุดท้ายขึ้นมากินกับส้มตำ ก่อนเลื่อนจานไก่ย่างที่ยังเหลืออยู่ไปให้เขา
“พี่ช่วยกินไก่ย่างหน่อย หนูอิ่มแล้ว”
“เมื่อกี้ยังบอกว่าอร่อยอยู่เลย”
“อร่อยก็จริง แต่หนูอิ่มแล้วนี่”
“แล้วสั่งมาเยอะทำไม”
“ก็ไม่คิดว่าพี่จะป้อนสเต็กหนูด้วยไง”
“โทษฉันอีก”
“ก็พี่เตผิดจริงๆ”
เตชิตส่ายหน้า แต่ก็ยอมหยิบไก่ย่างขึ้นมากินต่อ ส่วนเรวดีนั่งดูเขาจัดการอาหารที่เหลืออยู่ ก่อนเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม
“พี่เต”
“อะไรอีก”
“พรุ่งนี้หนูอยากกินหมูกระทะ”
“เพิ่งกินข้าวเสร็จก็คิดถึงมื้อพรุ่งนี้แล้วเหรอ”
“ก็ต้องวางแผนไว้ก่อนสิ”
“ไม่ต้องวางแผนอะไรทั้งนั้น”
“งั้นพี่จะพาหนูไปกินไหม”
“ดูก่อน”
“พี่เต!”
“เออๆ ถ้าฉันว่างจะพาไป”
“สัญญาแล้วนะ”
“ฉันบอกว่าถ้าว่างไง”
“หนูได้ยินแค่ว่าจะพาไป”
เตชิตมองหญิงสาวที่กำลังยิ้มกว้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนส่ายหน้าอย่างระอาแล้วก้มลงกินอาหารต่อ
“ไอ้เต! ทางนี้เว้ย!”
เตชิตหันไปตามเสียงเรียก ก่อนเดินตรงไปยังโต๊ะที่กลุ่มเพื่อนกำลังนั่งรวมตัวกันอยู่ วันนี้เป็นงานวันเกิดของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม ซึ่งเจ้าตัวเลือกจัดที่ร้านอาหารกึ่งบาร์ย่านอโคตรใกล้มหาวิทยาลัย และจองโต๊ะใหญ่เอาไว้สำหรับเพื่อนสนิทโดยเฉพาะ
“กว่าจะมาได้นะมึง” ภีม เจ้าของวันเกิดทักทันทีที่เขาเดินมาถึง
“กูก็มาแล้วไง”
“มึงดูเวลาหน่อย นัดสองทุ่มนี่จะสามทุ่มแล้ว”
“รถติด”
“ข้ออ้างตลอด”
เตชิตไม่ได้สนใจคำบ่น เขาเดินไปนั่งบนเก้าอี้ว่าง ก่อนหยิบโทรศัพท์ออกมาวางบนโต๊ะ ระหว่างนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาทัก
“เต มาแล้วเหรอ”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงคุ้นเคย
“อ้าว แพร”“นึกว่าวันนี้เตจะไม่มาแล้วซะอีก”“ทำไมจะไม่มาล่ะ”“ก็เห็นบ่นว่าไม่อยากออกจากบ้าน”แพรดาวหัวเราะ ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เธอสวมเดรสสีฟ้าอ่อน ผมยาวถูกปล่อยสยายลงมาถึงกลางหลัง ใบหน้าตกแต่งด้วยเครื่องสำอางบางๆ ตามแบบที่เจ้าตัวชอบเตชิตรู้จักแพรดาวมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวของทั้งสองสนิทสนมกัน และเรียนหนังสือด้วยกันมาหลายปี แม้ตอนนี้จะเรียนคนละคณะ แต่ก็ยังมีโอกาสเจอกันอยู่บ่อยครั้ง“แล้วแพรมาถึงนานหรือยัง”“สักพักแล้ว เตกินอะไรมาหรือยัง”“ยัง”“งั้นสั่งอาหารก่อนสิ เดี๋ยวเมาแล้วจะไม่มีอะไรอ้วกนะ”“โหแพร” ทั้งคู่พากันหัวเราะเตชิตหยิบเมนูขึ้นมาดู ก่อนเรียกพนักงานมาสั่งอาหาร ระหว่างนั้นเจ้าของวันเกิดก็ยื่นแก้วเหล้ามาให้“มาแล้วก็ชนหน่อยสิวะ”“กูยังไม่ได้กินอะไรเลย”“แค่แก้วเดียว”“เออๆ”เขารับแก้วมาชนกับเพื่อ
“เอาไปเลยค่ะ กินให้อิ่มนะ”เตชิตไม่ได้ตอบ เขาปั้นข้าวเหนียวกินกับไก่ย่างอีกสองคำ ก่อนหันกลับไปจัดการสเต็กของตัวเองระหว่างนั้นเรวดีตักส้มตำเข้าปากต่ออย่างสบายใจ จนกระทั่งมีเนื้อสเต็กชิ้นหนึ่งถูกวางลงบนจานของเธอ“ลองกินดู”“ไม่เอา หนูไม่อยากกิน”“อร่อย”“หนูกินไก่ย่างอยู่”“ชิมหน่อย”“ไม่เอาค่ะ พี่กินเลย”เตชิตใช้ส้อมจิ้มเนื้อสเต็กชิ้นนั้นขึ้นมา ก่อนยื่นไปตรงหน้าเธอ“อ้าปาก”“พี่เต หนูบอกว่าไม่กินไง”“คำเดียว”“หนูกินข้าวเหนียวอยู่”“กลืนก่อนสิ”เรวดีเคี้ยวข้าวเหนียวในปากจนหมด ก่อนส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าเขายังถือส้อมรออยู่“ไม่เอา หนูไม่ชอบกินสเต็ก”“ยังไม่ลองแล้วรู้ได้ไง”“ก็หนูอยากกินส้มตำ”“กินคำนี้ก่อน”“พี่เต!”“เร็วๆ เมื่อยมือแล้ว
“ไม่ต้องต่อรอง แล้วตลอดเวลาที่อยู่กับกูห้ามมีคนอื่น อยากมีแฟนก็มาบอกกู กูจะได้หาคนอื่นมาทำงานแทน”เรวดีทำหน้าบึ้ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นบ้าง เธอไม่ได้คิดจะเถียงต่อ เพราะไม่ได้คิดจะมีแฟนตอนนี้อยู่แล้ว“แล้วอย่าพาใครมาที่ห้องโดยไม่บอกฉัน”“แม้แต่เพื่อนผู้หญิงเหรอ”“เออ”“หวงห้องจังเลย”“คิดว่ามันถูกๆ หรือไงล่ะ”“รู้แล้วค่ะ คุณเจ้าของห้อง”เตชิตยื่นมือมาบีบแก้มเธอด้วยความหมั่นไส้ เรวดีรีบปัดมือเขาออก ก่อนขยับไปนั่งอีกฝั่งของโซฟา“เดี๋ยวหนูจะสั่งข้าว พี่กินด้วยไหม”“กิน”“อยากกินอะไร”“อะไรก็ได้”“งั้นหนูสั่งของที่หนูชอบนะ”“อืม”เรวดีเปิดแอปสั่งอาหารแล้วเลือกร้านที่อยากกิน เตชิตไม่ได้สนใจจนกระทั่งเธอกดสั่งเรียบร้อย“สั่งอะไรมา”“ส้มตำ ไก่ทอด แล้วก็ข้าวเหนียว”“แล้วของฉันล่ะ”“ก็อันนี้ไง”“ฉันไม่กินส้มตำ”“พี่บอกว่าอะไรก็ได้นี่”“ก็สั่งอย่างอื่นมาให้ด้วยสิ”“งั้นพี่สั่งเองเลย”เตชิตหยิบโทรศัพท์มาเปิดแอปอีกเครื่อง สุดท้ายจึงต้องสั่งอาหารเพิ่มอีกรอบ เพราะเรวดีไม่ยอมยกเลิกรายการเดิมเสียงโทรศัพท์ของเรวดีดังขึ้นหลังจากสั่งอาหารไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง หญิงสาวหยิบขึ้นมาดู ก่อนลุกจากโซฟาแล้ว
“เอามาแค่นี้เหรอ”เตชิตถามเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางสองใบที่วางอยู่ข้างเรวดี เขาเพิ่งกลับจากข้างนอกและกำลังจะเดินเข้าห้อง แต่กลับเจอหญิงสาวยืนรออยู่หน้าประตูเสียก่อน“ก็ของหนูมีแค่นี้ จะให้เอามาเยอะแค่ไหนล่ะ”“เสื้อผ้าครบแล้วใช่ไหม”“ครบแล้ว ถ้าไม่พอค่อยขอเงินพี่ซื้อเพิ่ม” เตชิตส่ายหน้า แต่ก็ยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก“แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่เข้าไป”“ก็หนูไม่มีคีย์การ์ด”“โทรหาฉันก็ได้นี่”“โทรแล้วพี่ไม่รับ”เตชิตหยิบโทรศัพท์ออกมาดู ก่อนพบสายที่ไม่ได้รับจากเธอสามสาย เขาเก็บมันลงกระเป๋าแล้วเดินไปเปิดประตูห้อง“เข้ามา”เรวดีลากกระเป๋าตามเข้าไป ก่อนถอดรองเท้าวางไว้ข้างตู้ เตชิตหันกลับมามองกระเป๋าที่เธอกำลังออกแรงลากผ่านธรณีประตู“หนักมากเหรอ”“พี่เตลองมายกดูสิ”“แล้วขนอะไรมาเยอะแยะ”“เมื่อกี้ยังบอกว่าเอามาแค่นี้อยู่เลย”ชายหนุ่มทำเสียงจิ๊จ๊ะ ก่อนเดินกลับมาคว้ากระเป๋าใบใหญ่ไป แล้วลากเข้าห้องนอน เรวดีจึงถือกระเป๋าอีกใบเดินตามที่จริงเธอไม่ได้ตั้งใจจะย้ายมาอยู่เร็วขนาดนี้ แต่เมื่อคืนเตชิตโทรมาสั่งให้เก็บของ โดยบอกว่าพรุ่งนี้เขาจะให้คนไปรับ ตอนแรกเธอขอเวลาอีกสองสามวันเพราะยังมีของบางอย่างที่ต้อง
“จะตะโกนทำห่าอะไร”“หนูบอกกี่รอบแล้วว่า ว่าไม่รับเสี่ยแก่ๆ เหม็น”“มึงคิดว่าไอ้พวกเด็กหน้าหล่อๆ มันจะมีเยอะแค่ไหนวะ”“คราวก่อนแม่ก็พูดแบบนี้”“แล้วมึงเสียหายอะไร เขาก็ไม่ได้ทำอะไรมึง”“เพราะหนูไม่ยอมไปไง!”แม่ทำหน้าเบื่อหน่าย ก่อนหยิบบุหรี่อีกมวนออกจากซอง“มึงก็เรื่องมากเอง ตอนนั้นกูแค่ให้มึงไปกินข้าวกับเขา”“กินข้าวบ้านแม่สิ เขาจะให้หนูไปค้างด้วย”“แล้วไง ผู้หญิงคนอื่นเขายังไปกัน”“ก็ให้คนอื่นไป หนูไม่ไป”“แก่หน่อยแต่จ่ายหนัก มึงจะเลือกอะไรนักหนา”“หนูจะเลือก”“สวยแล้วคิดว่าเลือกได้ทุกคนหรือไง”“อย่างน้อยก็ไม่เลือกไอ้แก่ที่แม่เอามายัดให้”“ระวังเถอะ วันไหนไอ้เตของมึงมันเบื่อ อย่าซมซานกลับมาขอให้กูหาลูกค้าให้แล้วกัน”“ไม่ขอหรอก”“ปากเก่ง”“แม่ก็จำไว้ด้วย ถ้าจะขายหนูให้เสี่ยนั่นอีกก็ลองดู”“มึงจะทำอะไร”“ไม่ต้องรู้หรอก แต่หนูไม่ไปแน่”“แล้วอย่ามาทำเป็นไม่รู้จักเสี่ยเขาทีหลังล่ะ”“หนูไม่รู้จักอยู่แล้ว แม่เป็นคนไปคุยเองทั้งหมด”“ก็มึงไม่ยอมคุย กูถึงต้องคุยให้”“ใครใช้ให้แม่คุยล่ะ”“กูหาทางหาเงินให้มึง มึงยังจะมาด่ากูอีก”“หาทางหาเงินให้แม่มากกว่า ตอนนั้นแม่ก็จะเอาเงินเขา”“แล้วมึงจะให้กู
“เงินที่กูบอกให้เอามา อยู่ไหน”เรวดีเพิ่งถอดรองเท้าได้ข้างเดียวก็ถูกแม่ถาม เธอเงยหน้ามองคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา ก่อนโยนกระเป๋าลงบนเก้าอี้พลาสติกข้างประตู“แม่เพิ่งเอาไปเมื่อวันก่อน”“แล้วไง เงินมันใช้แล้วก็หมดสิวะ”“หนูก็เพิ่งให้ไปไง”“มึงจะพูดซ้ำทำไม กูจำได้”“จำได้แล้วจะทวงอีกทำไม”“ค่าเช่าบ้านมันจะถึงแล้ว ไหนจะค่าน้ำค่าไฟอีก มึงไม่เห็นใบแจ้งหนี้ที่วางอยู่บนโต๊ะหรือไง”เรวดีเดินไปหยิบกระดาษสองสามแผ่นที่แม่ชี้ให้ดู ใบหนึ่งเป็นค่าไฟ อีกใบเป็นค่าน้ำ ส่วนค่าเช่าบ้านมีเพียงตัวเลขที่แม่เขียนไว้บนกระดาษฉีกจากสมุด“ค่าเช่าหนูจ่ายให้แล้ว”“จ่ายตอนไหน”“เมื่อเช้า”“ทำไมไม่บอกกู”“ก็แม่ไม่ได้ถาม”“แล้วเงินที่กูจะเอาไปจ่ายล่ะ”“เงินอะไร”“เงินที่มึงต้องให้กูไง”“อันนั้นมันคนละส่วนกันหรือเปล่า”แม่ของเธอทำเสียงจิ๊จ๊ะ ก่อนยื่นมือมาขอกระดาษคืน เรวดีไม่ส่งให้ แต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปธนาคารแทน“เดี๋ยวหนูจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้ แม่ไม่ต้องไปจ่ายเองหรอก”“กูไม่ได้โง่”“ไม่ได้ว่าโง่”“แต่พูดเหมือนกูโง่”“งั้นแม่ก็เอาเงินสดไปอย่างเดียวพอ”เธอกดยืนยันรายการจ่ายเงิน ก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แม่ชะ







