LOGIN“ไม่ต้องต่อรอง แล้วตลอดเวลาที่อยู่กับกูห้ามมีคนอื่น อยากมีแฟนก็มาบอกกู กูจะได้หาคนอื่นมาทำงานแทน”
เรวดีทำหน้าบึ้ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นบ้าง เธอไม่ได้คิดจะเถียงต่อ เพราะไม่ได้คิดจะมีแฟนตอนนี้อยู่แล้ว
“แล้วอย่าพาใครมาที่ห้องโดยไม่บอกฉัน”
“แม้แต่เพื่อนผู้หญิงเหรอ”
“เออ”
“หวงห้องจังเลย”
“คิดว่ามันถูกๆ หรือไงล่ะ”
“รู้แล้วค่ะ คุณเจ้าของห้อง”
เตชิตยื่นมือมาบีบแก้มเธอด้วยความหมั่นไส้ เรวดีรีบปัดมือเขาออก ก่อนขยับไปนั่งอีกฝั่งของโซฟา
“เดี๋ยวหนูจะสั่งข้าว พี่กินด้วยไหม”
“กิน”
“อยากกินอะไร”
“อะไรก็ได้”
“งั้นหนูสั่งของที่หนูชอบนะ”
“อืม”
เรวดีเปิดแอปสั่งอาหารแล้วเลือกร้านที่อยากกิน เตชิตไม่ได้สนใจจนกระทั่งเธอกดสั่งเรียบร้อย
“สั่งอะไรมา”
“ส้มตำ ไก่ทอด แล้วก็ข้าวเหนียว”
“แล้วของฉันล่ะ”
“ก็อันนี้ไง”
“ฉันไม่กินส้มตำ”
“พี่บอกว่าอะไรก็ได้นี่”
“ก็สั่งอย่างอื่นมาให้ด้วยสิ”
“งั้นพี่สั่งเองเลย”
เตชิตหยิบโทรศัพท์มาเปิดแอปอีกเครื่อง สุดท้ายจึงต้องสั่งอาหารเพิ่มอีกรอบ เพราะเรวดีไม่ยอมยกเลิกรายการเดิม
เสียงโทรศัพท์ของเรวดีดังขึ้นหลังจากสั่งอาหารไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง หญิงสาวหยิบขึ้นมาดู ก่อนลุกจากโซฟาแล้วเดินไปหยิบคีย์การ์ดที่เพิ่งได้รับมา
“พี่เต อาหารมาแล้ว เดี๋ยวหนูลงไปรับนะ”
“ให้เขาขึ้นมาส่งสิ”
“เขารออยู่ข้างล่างแล้ว หนูลงไปเองก็ได้”
“ตามใจ”
เรวดีสวมรองเท้าแตะแล้วออกจากห้องไป ใช้เวลาไม่นานก็กลับมาพร้อมถุงอาหารหลายถุง เธอวางทั้งหมดลงบนโต๊ะกินข้าว ก่อนเริ่มแกะกล่องออกมาจัดเรียง
“พี่เต มากินข้าวเร็ว”
“แป๊บ”
“เดี๋ยวมันเย็นหมดนะ”
เตชิตวางโทรศัพท์แล้วเดินมานั่งฝั่งตรงข้าม บนโต๊ะมีทั้งส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว และอาหารฝรั่งอีกสามอย่างที่เขาเป็นคนกดสั่ง
“ไหนบอกว่าสั่งส้มตำ ทำไมไม่เห็นมีปลาร้า”
“ตำไทยไม่มีปลาร้าหรอก”
“ปกติเธอกินปลาร้าไม่ใช่เหรอ”
“ก็กิน แต่พี่ไม่ชอบกลิ่น หนูเลยสั่งตำไทยมาแทน”
“ก็ดี แล้วต่อให้ฉันไม่อยู่ก็ห้ามสั่งมากินในห้องด้วย อยากกินก็ไปกินข้าวนอก”
“ค่ะรับทราบค่ะ” เรวดีรับคำ ก่อนหยิบข้าวเหนียวออกจากถุงมาปั้นเป็นก้อนเล็กๆ แล้วใช้ช้อนตักส้มตำใส่จานตัวเอง
ส่วนเตชิตเปิดกล่องสเต็กที่สั่งมา เขาใช้มีดหั่นเนื้อเป็นชิ้นพอดีคำ ก่อนตักสปาเก็ตตี้ใส่จานเพิ่ม
“พี่เตสั่งมาเยอะจัง กินหมดเหรอ”
“หมด”
“ทั้งสเต็ก สปาเก็ตตี้ แล้วก็ไก่ทอดเนี่ยนะ”
“เออ”
“หนูว่าไม่หมดหรอก”
“กินของตัวเองไปเถอะ ไม่หมดก็แค่ทิ้ง”
เรวดีไม่เถียงต่อ เธอหยิบไก่ย่างขึ้นมาแทะอย่างเอร็ดอร่อย ขณะที่เตชิตกินสเต็กของตัวเองไปได้ไม่กี่คำก็เริ่มมองอาหารฝั่งเธอ
“อร่อยเหรอ”
“อร่อยสิ พี่จะลองไหม”
“เอามาชิมหน่อย”
หญิงสาวเลื่อนจานส้มตำไปให้ เขาใช้ส้อมจิ้มเส้นมะละกอขึ้นมาเส้นหนึ่ง ก่อนนำเข้าปากแล้วเคี้ยว
“เป็นไง”
“ก็ใช้ได้”
“อร่อยก็บอกว่าอร่อยสิ”
“ก็บอกว่าใช้ได้ไง”
“งั้นกินอีกไหม”
“เอามาสิ”
เรวดีเลื่อนจานเข้าไปใกล้กว่าเดิม เตชิตจึงตักส้มตำกินอีกสองสามคำ ก่อนเหลือบมองไก่ย่างที่เธอกำลังฉีกอยู่
“แล้วไก่นั่นล่ะ”
“อยากกินเหรอ”
“ขอชิมหน่อย”
“พี่มีไก่ทอดตั้งกล่องหนึ่งแล้วนะ”
“ไก่มันเหมือนกันที่ไหน”
“ก็ได้ค่ะ”
เธอฉีกเนื้อไก่ย่างชิ้นหนึ่งใส่จานให้ เตชิตหยิบขึ้นมาชิม ก่อนเอื้อมมือมาหยิบข้าวเหนียวจากถุงของเธออีกเล็กน้อย
“พี่เต!”
“อะไร”
“ข้าวเหนียวหนู”
“แบ่งหน่อยไม่ได้เหรอ”
“แบ่งได้ แต่พี่บอกว่าไม่กินอาหารพวกนี้ไม่ใช่เหรอ”
“ฉันบอกว่าไม่กินส้มตำปลาร้า”
“แล้วเมื่อกี้ใครบอกว่าไม่กินส้มตำ”
“จะกินไหมข้าวน่ะ”
เรวดีหัวเราะออกมา ก่อนเลื่อนถุงข้าวเหนียวไปไว้ตรงกลางโต๊ะ
“อ้าว แพร”“นึกว่าวันนี้เตจะไม่มาแล้วซะอีก”“ทำไมจะไม่มาล่ะ”“ก็เห็นบ่นว่าไม่อยากออกจากบ้าน”แพรดาวหัวเราะ ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เธอสวมเดรสสีฟ้าอ่อน ผมยาวถูกปล่อยสยายลงมาถึงกลางหลัง ใบหน้าตกแต่งด้วยเครื่องสำอางบางๆ ตามแบบที่เจ้าตัวชอบเตชิตรู้จักแพรดาวมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวของทั้งสองสนิทสนมกัน และเรียนหนังสือด้วยกันมาหลายปี แม้ตอนนี้จะเรียนคนละคณะ แต่ก็ยังมีโอกาสเจอกันอยู่บ่อยครั้ง“แล้วแพรมาถึงนานหรือยัง”“สักพักแล้ว เตกินอะไรมาหรือยัง”“ยัง”“งั้นสั่งอาหารก่อนสิ เดี๋ยวเมาแล้วจะไม่มีอะไรอ้วกนะ”“โหแพร” ทั้งคู่พากันหัวเราะเตชิตหยิบเมนูขึ้นมาดู ก่อนเรียกพนักงานมาสั่งอาหาร ระหว่างนั้นเจ้าของวันเกิดก็ยื่นแก้วเหล้ามาให้“มาแล้วก็ชนหน่อยสิวะ”“กูยังไม่ได้กินอะไรเลย”“แค่แก้วเดียว”“เออๆ”เขารับแก้วมาชนกับเพื่อ
“เอาไปเลยค่ะ กินให้อิ่มนะ”เตชิตไม่ได้ตอบ เขาปั้นข้าวเหนียวกินกับไก่ย่างอีกสองคำ ก่อนหันกลับไปจัดการสเต็กของตัวเองระหว่างนั้นเรวดีตักส้มตำเข้าปากต่ออย่างสบายใจ จนกระทั่งมีเนื้อสเต็กชิ้นหนึ่งถูกวางลงบนจานของเธอ“ลองกินดู”“ไม่เอา หนูไม่อยากกิน”“อร่อย”“หนูกินไก่ย่างอยู่”“ชิมหน่อย”“ไม่เอาค่ะ พี่กินเลย”เตชิตใช้ส้อมจิ้มเนื้อสเต็กชิ้นนั้นขึ้นมา ก่อนยื่นไปตรงหน้าเธอ“อ้าปาก”“พี่เต หนูบอกว่าไม่กินไง”“คำเดียว”“หนูกินข้าวเหนียวอยู่”“กลืนก่อนสิ”เรวดีเคี้ยวข้าวเหนียวในปากจนหมด ก่อนส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าเขายังถือส้อมรออยู่“ไม่เอา หนูไม่ชอบกินสเต็ก”“ยังไม่ลองแล้วรู้ได้ไง”“ก็หนูอยากกินส้มตำ”“กินคำนี้ก่อน”“พี่เต!”“เร็วๆ เมื่อยมือแล้ว
“ไม่ต้องต่อรอง แล้วตลอดเวลาที่อยู่กับกูห้ามมีคนอื่น อยากมีแฟนก็มาบอกกู กูจะได้หาคนอื่นมาทำงานแทน”เรวดีทำหน้าบึ้ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นบ้าง เธอไม่ได้คิดจะเถียงต่อ เพราะไม่ได้คิดจะมีแฟนตอนนี้อยู่แล้ว“แล้วอย่าพาใครมาที่ห้องโดยไม่บอกฉัน”“แม้แต่เพื่อนผู้หญิงเหรอ”“เออ”“หวงห้องจังเลย”“คิดว่ามันถูกๆ หรือไงล่ะ”“รู้แล้วค่ะ คุณเจ้าของห้อง”เตชิตยื่นมือมาบีบแก้มเธอด้วยความหมั่นไส้ เรวดีรีบปัดมือเขาออก ก่อนขยับไปนั่งอีกฝั่งของโซฟา“เดี๋ยวหนูจะสั่งข้าว พี่กินด้วยไหม”“กิน”“อยากกินอะไร”“อะไรก็ได้”“งั้นหนูสั่งของที่หนูชอบนะ”“อืม”เรวดีเปิดแอปสั่งอาหารแล้วเลือกร้านที่อยากกิน เตชิตไม่ได้สนใจจนกระทั่งเธอกดสั่งเรียบร้อย“สั่งอะไรมา”“ส้มตำ ไก่ทอด แล้วก็ข้าวเหนียว”“แล้วของฉันล่ะ”“ก็อันนี้ไง”“ฉันไม่กินส้มตำ”“พี่บอกว่าอะไรก็ได้นี่”“ก็สั่งอย่างอื่นมาให้ด้วยสิ”“งั้นพี่สั่งเองเลย”เตชิตหยิบโทรศัพท์มาเปิดแอปอีกเครื่อง สุดท้ายจึงต้องสั่งอาหารเพิ่มอีกรอบ เพราะเรวดีไม่ยอมยกเลิกรายการเดิมเสียงโทรศัพท์ของเรวดีดังขึ้นหลังจากสั่งอาหารไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง หญิงสาวหยิบขึ้นมาดู ก่อนลุกจากโซฟาแล้ว
“เอามาแค่นี้เหรอ”เตชิตถามเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางสองใบที่วางอยู่ข้างเรวดี เขาเพิ่งกลับจากข้างนอกและกำลังจะเดินเข้าห้อง แต่กลับเจอหญิงสาวยืนรออยู่หน้าประตูเสียก่อน“ก็ของหนูมีแค่นี้ จะให้เอามาเยอะแค่ไหนล่ะ”“เสื้อผ้าครบแล้วใช่ไหม”“ครบแล้ว ถ้าไม่พอค่อยขอเงินพี่ซื้อเพิ่ม” เตชิตส่ายหน้า แต่ก็ยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก“แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่เข้าไป”“ก็หนูไม่มีคีย์การ์ด”“โทรหาฉันก็ได้นี่”“โทรแล้วพี่ไม่รับ”เตชิตหยิบโทรศัพท์ออกมาดู ก่อนพบสายที่ไม่ได้รับจากเธอสามสาย เขาเก็บมันลงกระเป๋าแล้วเดินไปเปิดประตูห้อง“เข้ามา”เรวดีลากกระเป๋าตามเข้าไป ก่อนถอดรองเท้าวางไว้ข้างตู้ เตชิตหันกลับมามองกระเป๋าที่เธอกำลังออกแรงลากผ่านธรณีประตู“หนักมากเหรอ”“พี่เตลองมายกดูสิ”“แล้วขนอะไรมาเยอะแยะ”“เมื่อกี้ยังบอกว่าเอามาแค่นี้อยู่เลย”ชายหนุ่มทำเสียงจิ๊จ๊ะ ก่อนเดินกลับมาคว้ากระเป๋าใบใหญ่ไป แล้วลากเข้าห้องนอน เรวดีจึงถือกระเป๋าอีกใบเดินตามที่จริงเธอไม่ได้ตั้งใจจะย้ายมาอยู่เร็วขนาดนี้ แต่เมื่อคืนเตชิตโทรมาสั่งให้เก็บของ โดยบอกว่าพรุ่งนี้เขาจะให้คนไปรับ ตอนแรกเธอขอเวลาอีกสองสามวันเพราะยังมีของบางอย่างที่ต้อง
“จะตะโกนทำห่าอะไร”“หนูบอกกี่รอบแล้วว่า ว่าไม่รับเสี่ยแก่ๆ เหม็น”“มึงคิดว่าไอ้พวกเด็กหน้าหล่อๆ มันจะมีเยอะแค่ไหนวะ”“คราวก่อนแม่ก็พูดแบบนี้”“แล้วมึงเสียหายอะไร เขาก็ไม่ได้ทำอะไรมึง”“เพราะหนูไม่ยอมไปไง!”แม่ทำหน้าเบื่อหน่าย ก่อนหยิบบุหรี่อีกมวนออกจากซอง“มึงก็เรื่องมากเอง ตอนนั้นกูแค่ให้มึงไปกินข้าวกับเขา”“กินข้าวบ้านแม่สิ เขาจะให้หนูไปค้างด้วย”“แล้วไง ผู้หญิงคนอื่นเขายังไปกัน”“ก็ให้คนอื่นไป หนูไม่ไป”“แก่หน่อยแต่จ่ายหนัก มึงจะเลือกอะไรนักหนา”“หนูจะเลือก”“สวยแล้วคิดว่าเลือกได้ทุกคนหรือไง”“อย่างน้อยก็ไม่เลือกไอ้แก่ที่แม่เอามายัดให้”“ระวังเถอะ วันไหนไอ้เตของมึงมันเบื่อ อย่าซมซานกลับมาขอให้กูหาลูกค้าให้แล้วกัน”“ไม่ขอหรอก”“ปากเก่ง”“แม่ก็จำไว้ด้วย ถ้าจะขายหนูให้เสี่ยนั่นอีกก็ลองดู”“มึงจะทำอะไร”“ไม่ต้องรู้หรอก แต่หนูไม่ไปแน่”“แล้วอย่ามาทำเป็นไม่รู้จักเสี่ยเขาทีหลังล่ะ”“หนูไม่รู้จักอยู่แล้ว แม่เป็นคนไปคุยเองทั้งหมด”“ก็มึงไม่ยอมคุย กูถึงต้องคุยให้”“ใครใช้ให้แม่คุยล่ะ”“กูหาทางหาเงินให้มึง มึงยังจะมาด่ากูอีก”“หาทางหาเงินให้แม่มากกว่า ตอนนั้นแม่ก็จะเอาเงินเขา”“แล้วมึงจะให้กู
“เงินที่กูบอกให้เอามา อยู่ไหน”เรวดีเพิ่งถอดรองเท้าได้ข้างเดียวก็ถูกแม่ถาม เธอเงยหน้ามองคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา ก่อนโยนกระเป๋าลงบนเก้าอี้พลาสติกข้างประตู“แม่เพิ่งเอาไปเมื่อวันก่อน”“แล้วไง เงินมันใช้แล้วก็หมดสิวะ”“หนูก็เพิ่งให้ไปไง”“มึงจะพูดซ้ำทำไม กูจำได้”“จำได้แล้วจะทวงอีกทำไม”“ค่าเช่าบ้านมันจะถึงแล้ว ไหนจะค่าน้ำค่าไฟอีก มึงไม่เห็นใบแจ้งหนี้ที่วางอยู่บนโต๊ะหรือไง”เรวดีเดินไปหยิบกระดาษสองสามแผ่นที่แม่ชี้ให้ดู ใบหนึ่งเป็นค่าไฟ อีกใบเป็นค่าน้ำ ส่วนค่าเช่าบ้านมีเพียงตัวเลขที่แม่เขียนไว้บนกระดาษฉีกจากสมุด“ค่าเช่าหนูจ่ายให้แล้ว”“จ่ายตอนไหน”“เมื่อเช้า”“ทำไมไม่บอกกู”“ก็แม่ไม่ได้ถาม”“แล้วเงินที่กูจะเอาไปจ่ายล่ะ”“เงินอะไร”“เงินที่มึงต้องให้กูไง”“อันนั้นมันคนละส่วนกันหรือเปล่า”แม่ของเธอทำเสียงจิ๊จ๊ะ ก่อนยื่นมือมาขอกระดาษคืน เรวดีไม่ส่งให้ แต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปธนาคารแทน“เดี๋ยวหนูจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้ แม่ไม่ต้องไปจ่ายเองหรอก”“กูไม่ได้โง่”“ไม่ได้ว่าโง่”“แต่พูดเหมือนกูโง่”“งั้นแม่ก็เอาเงินสดไปอย่างเดียวพอ”เธอกดยืนยันรายการจ่ายเงิน ก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แม่ชะ







