LOGIN“จะตะโกนทำห่าอะไร”
“หนูบอกกี่รอบแล้วว่า ว่าไม่รับเสี่ยแก่ๆ เหม็น”
“มึงคิดว่าไอ้พวกเด็กหน้าหล่อๆ มันจะมีเยอะแค่ไหนวะ”
“คราวก่อนแม่ก็พูดแบบนี้”
“แล้วมึงเสียหายอะไร เขาก็ไม่ได้ทำอะไรมึง”
“เพราะหนูไม่ยอมไปไง!”
แม่ทำหน้าเบื่อหน่าย ก่อนหยิบบุหรี่อีกมวนออกจากซอง
“มึงก็เรื่องมากเอง ตอนนั้นกูแค่ให้มึงไปกินข้าวกับเขา”
“กินข้าวบ้านแม่สิ เขาจะให้หนูไปค้างด้วย”
“แล้วไง ผู้หญิงคนอื่นเขายังไปกัน”
“ก็ให้คนอื่นไป หนูไม่ไป”
“แก่หน่อยแต่จ่ายหนัก มึงจะเลือกอะไรนักหนา”
“หนูจะเลือก”
“สวยแล้วคิดว่าเลือกได้ทุกคนหรือไง”
“อย่างน้อยก็ไม่เลือกไอ้แก่ที่แม่เอามายัดให้”
“ระวังเถอะ วันไหนไอ้เตของมึงมันเบื่อ อย่าซมซานกลับมาขอให้กูหาลูกค้าให้แล้วกัน”
“ไม่ขอหรอก”
“ปากเก่ง”
“แม่ก็จำไว้ด้วย ถ้าจะขายหนูให้เสี่ยนั่นอีกก็ลองดู”
“มึงจะทำอะไร”
“ไม่ต้องรู้หรอก แต่หนูไม่ไปแน่”
“แล้วอย่ามาทำเป็นไม่รู้จักเสี่ยเขาทีหลังล่ะ”
“หนูไม่รู้จักอยู่แล้ว แม่เป็นคนไปคุยเองทั้งหมด”
“ก็มึงไม่ยอมคุย กูถึงต้องคุยให้”
“ใครใช้ให้แม่คุยล่ะ”
“กูหาทางหาเงินให้มึง มึงยังจะมาด่ากูอีก”
“หาทางหาเงินให้แม่มากกว่า ตอนนั้นแม่ก็จะเอาเงินเขา”
“แล้วมึงจะให้กูอดตายหรือไง”
“แม่ก็ทำงานของแม่ไปสิ จะลากหนูไปด้วยทำไม”
“พูดเหมือนกูอยากทำงานไปจนแก่”
“หนูก็ไม่ได้อยากไปนอนกับคนแก่เพื่อให้แม่หยุดทำงานเหมือนกัน”
แม่กระแทกซองบุหรี่ลงบนโต๊ะ เรวดีไม่ได้สะดุ้ง เธอเพียงขยับกระเป๋าให้พ้นมือแม่
“กูเลี้ยงมึงมาเสียข้าวสุกจริงๆ”
“แล้วแม่จะให้หนูคืนเป็นเงินอีกเท่าไหร่ล่ะ บอกมาเลยสิ”
“มึงนี่มัน...”
“ถ้าบอกตัวเลขได้หนูจะได้คิดว่าคุ้มไหม”
แม่หัวเราะอย่างไม่เชื่อ ก่อนจุดบุหรี่แล้วสูบต่อ เรวดีเดินไปหยิบรองเท้าตรงประตู แต่ยังได้ยินเสียงแม่ตามมา
“ไอ้หนุ่มที่เลี้ยงมึงน่ะ มันให้เดือนละเท่าไหร่”
“ไม่บอก”
“แล้วเขารู้จักบ้านมึงไหม”
“ไม่รู้”
“พามาสิ กูจะได้ดูว่าเป็นคนยังไง”
“ไม่พามา”
“กลัวกูทำอะไรเขาหรือไง”
“กลัวแม่ขอเงินเขา”
“อีเร!”
“ก็จริงไหมล่ะ”
“กูเลี้ยงมึงมานะ”
“แม่ก็ทวงค่าที่เลี้ยงทุกเดือนแล้วนี่”
เรวดีสวมรองเท้าเสร็จก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นดูเวลา แม่ลุกจากโซฟาเดินตามมาถึงหน้าประตู
“เดี๋ยว เงินเมื่อกี้มันไม่พอ”
“อะไรไม่พออีก”
“กูต้องซื้อของใช้”
“ก็ซื้อจากเงินที่ให้ไปสิ”
“มึงเพิ่มให้อีกหน่อยไม่ได้หรือไง”
“ไม่ได้”
“อีเร กูพูดดีๆ อยู่นะ”
“หนูก็พูดดีๆ ว่าไม่มีให้”
“เมื่อกี้ยังอวดว่ามีเงินเก็บ”
“เงินเก็บก็คือเงินเก็บ แม่จะเอามาใช้ทำไม”
“กูขอยืมก็ได้”
“แม่เคยคืนด้วยเหรอ”
“มึงนี่มันเห็นเงินดีกว่าแม่”
“แม่ก็เห็นเงินดีกว่าหนูเหมือนกันนั่นแหละ”
แม่ยกมือขึ้นเหมือนจะตี แต่เรวดีขยับหลบออกไปนอกประตูเสียก่อน
“จะตีอีกก็ไม่ได้เงินเพิ่มหรอก”
“มึงนี่มันเนรคุณ!”
“เออ แล้วแต่แม่จะว่า”
“เดือนหน้ากูจะเอามากกว่านี้”
“ก็ตกลงกันใหม่เดือนหน้า ไม่ใช่มาขอเพิ่มทุกครั้งที่เห็นหน้า”
“มึงกล้าต่อรองกับแม่ตัวเองเหรอ”
“กับพี่เตหนูยังต่อรองเลย ทำไมกับแม่จะไม่ได้”
แม่เดินออกมายืนกอดอกตรงประตู เรวดีถอยลงบันไดหน้าบ้านหนึ่งขั้นแล้วหันกลับไป
“ค่าเช่ากับค่าน้ำค่าไฟจ่ายหมดแล้ว เงินสดก็ให้แล้ว อย่าไปโทรหาเสี่ยคนนั้นเรื่องหนูอีก”
“กูจะโทรหาใครก็เรื่องของกู”
“โทรได้ แต่อย่าเอาชื่อหนูไปพูด”
“เออ ไปให้พ้นๆ เลยไป”
เรวดีสะบัดผมแล้วเดินออกไปทันที พอพ้นรั้วบ้านก็ได้ยินแม่ตะโกนตามมาอีก
“ถ้าไอ้เตมันเลิกเลี้ยงเมื่อไหร่ อย่าลืมกลับมาหากูล่ะ!”
“แม่เก็บเงินที่ได้วันนี้ไว้ใช้ให้ถึงเดือนหน้าก่อนเถอะ!”
เธอตะโกนตอบโดยไม่หันกลับ ก่อนเดินต่อไปจนพ้นหน้าบ้าน
“อ้าว แพร”“นึกว่าวันนี้เตจะไม่มาแล้วซะอีก”“ทำไมจะไม่มาล่ะ”“ก็เห็นบ่นว่าไม่อยากออกจากบ้าน”แพรดาวหัวเราะ ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เธอสวมเดรสสีฟ้าอ่อน ผมยาวถูกปล่อยสยายลงมาถึงกลางหลัง ใบหน้าตกแต่งด้วยเครื่องสำอางบางๆ ตามแบบที่เจ้าตัวชอบเตชิตรู้จักแพรดาวมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวของทั้งสองสนิทสนมกัน และเรียนหนังสือด้วยกันมาหลายปี แม้ตอนนี้จะเรียนคนละคณะ แต่ก็ยังมีโอกาสเจอกันอยู่บ่อยครั้ง“แล้วแพรมาถึงนานหรือยัง”“สักพักแล้ว เตกินอะไรมาหรือยัง”“ยัง”“งั้นสั่งอาหารก่อนสิ เดี๋ยวเมาแล้วจะไม่มีอะไรอ้วกนะ”“โหแพร” ทั้งคู่พากันหัวเราะเตชิตหยิบเมนูขึ้นมาดู ก่อนเรียกพนักงานมาสั่งอาหาร ระหว่างนั้นเจ้าของวันเกิดก็ยื่นแก้วเหล้ามาให้“มาแล้วก็ชนหน่อยสิวะ”“กูยังไม่ได้กินอะไรเลย”“แค่แก้วเดียว”“เออๆ”เขารับแก้วมาชนกับเพื่อ
“เอาไปเลยค่ะ กินให้อิ่มนะ”เตชิตไม่ได้ตอบ เขาปั้นข้าวเหนียวกินกับไก่ย่างอีกสองคำ ก่อนหันกลับไปจัดการสเต็กของตัวเองระหว่างนั้นเรวดีตักส้มตำเข้าปากต่ออย่างสบายใจ จนกระทั่งมีเนื้อสเต็กชิ้นหนึ่งถูกวางลงบนจานของเธอ“ลองกินดู”“ไม่เอา หนูไม่อยากกิน”“อร่อย”“หนูกินไก่ย่างอยู่”“ชิมหน่อย”“ไม่เอาค่ะ พี่กินเลย”เตชิตใช้ส้อมจิ้มเนื้อสเต็กชิ้นนั้นขึ้นมา ก่อนยื่นไปตรงหน้าเธอ“อ้าปาก”“พี่เต หนูบอกว่าไม่กินไง”“คำเดียว”“หนูกินข้าวเหนียวอยู่”“กลืนก่อนสิ”เรวดีเคี้ยวข้าวเหนียวในปากจนหมด ก่อนส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าเขายังถือส้อมรออยู่“ไม่เอา หนูไม่ชอบกินสเต็ก”“ยังไม่ลองแล้วรู้ได้ไง”“ก็หนูอยากกินส้มตำ”“กินคำนี้ก่อน”“พี่เต!”“เร็วๆ เมื่อยมือแล้ว
“ไม่ต้องต่อรอง แล้วตลอดเวลาที่อยู่กับกูห้ามมีคนอื่น อยากมีแฟนก็มาบอกกู กูจะได้หาคนอื่นมาทำงานแทน”เรวดีทำหน้าบึ้ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นบ้าง เธอไม่ได้คิดจะเถียงต่อ เพราะไม่ได้คิดจะมีแฟนตอนนี้อยู่แล้ว“แล้วอย่าพาใครมาที่ห้องโดยไม่บอกฉัน”“แม้แต่เพื่อนผู้หญิงเหรอ”“เออ”“หวงห้องจังเลย”“คิดว่ามันถูกๆ หรือไงล่ะ”“รู้แล้วค่ะ คุณเจ้าของห้อง”เตชิตยื่นมือมาบีบแก้มเธอด้วยความหมั่นไส้ เรวดีรีบปัดมือเขาออก ก่อนขยับไปนั่งอีกฝั่งของโซฟา“เดี๋ยวหนูจะสั่งข้าว พี่กินด้วยไหม”“กิน”“อยากกินอะไร”“อะไรก็ได้”“งั้นหนูสั่งของที่หนูชอบนะ”“อืม”เรวดีเปิดแอปสั่งอาหารแล้วเลือกร้านที่อยากกิน เตชิตไม่ได้สนใจจนกระทั่งเธอกดสั่งเรียบร้อย“สั่งอะไรมา”“ส้มตำ ไก่ทอด แล้วก็ข้าวเหนียว”“แล้วของฉันล่ะ”“ก็อันนี้ไง”“ฉันไม่กินส้มตำ”“พี่บอกว่าอะไรก็ได้นี่”“ก็สั่งอย่างอื่นมาให้ด้วยสิ”“งั้นพี่สั่งเองเลย”เตชิตหยิบโทรศัพท์มาเปิดแอปอีกเครื่อง สุดท้ายจึงต้องสั่งอาหารเพิ่มอีกรอบ เพราะเรวดีไม่ยอมยกเลิกรายการเดิมเสียงโทรศัพท์ของเรวดีดังขึ้นหลังจากสั่งอาหารไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง หญิงสาวหยิบขึ้นมาดู ก่อนลุกจากโซฟาแล้ว
“เอามาแค่นี้เหรอ”เตชิตถามเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางสองใบที่วางอยู่ข้างเรวดี เขาเพิ่งกลับจากข้างนอกและกำลังจะเดินเข้าห้อง แต่กลับเจอหญิงสาวยืนรออยู่หน้าประตูเสียก่อน“ก็ของหนูมีแค่นี้ จะให้เอามาเยอะแค่ไหนล่ะ”“เสื้อผ้าครบแล้วใช่ไหม”“ครบแล้ว ถ้าไม่พอค่อยขอเงินพี่ซื้อเพิ่ม” เตชิตส่ายหน้า แต่ก็ยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก“แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่เข้าไป”“ก็หนูไม่มีคีย์การ์ด”“โทรหาฉันก็ได้นี่”“โทรแล้วพี่ไม่รับ”เตชิตหยิบโทรศัพท์ออกมาดู ก่อนพบสายที่ไม่ได้รับจากเธอสามสาย เขาเก็บมันลงกระเป๋าแล้วเดินไปเปิดประตูห้อง“เข้ามา”เรวดีลากกระเป๋าตามเข้าไป ก่อนถอดรองเท้าวางไว้ข้างตู้ เตชิตหันกลับมามองกระเป๋าที่เธอกำลังออกแรงลากผ่านธรณีประตู“หนักมากเหรอ”“พี่เตลองมายกดูสิ”“แล้วขนอะไรมาเยอะแยะ”“เมื่อกี้ยังบอกว่าเอามาแค่นี้อยู่เลย”ชายหนุ่มทำเสียงจิ๊จ๊ะ ก่อนเดินกลับมาคว้ากระเป๋าใบใหญ่ไป แล้วลากเข้าห้องนอน เรวดีจึงถือกระเป๋าอีกใบเดินตามที่จริงเธอไม่ได้ตั้งใจจะย้ายมาอยู่เร็วขนาดนี้ แต่เมื่อคืนเตชิตโทรมาสั่งให้เก็บของ โดยบอกว่าพรุ่งนี้เขาจะให้คนไปรับ ตอนแรกเธอขอเวลาอีกสองสามวันเพราะยังมีของบางอย่างที่ต้อง
“จะตะโกนทำห่าอะไร”“หนูบอกกี่รอบแล้วว่า ว่าไม่รับเสี่ยแก่ๆ เหม็น”“มึงคิดว่าไอ้พวกเด็กหน้าหล่อๆ มันจะมีเยอะแค่ไหนวะ”“คราวก่อนแม่ก็พูดแบบนี้”“แล้วมึงเสียหายอะไร เขาก็ไม่ได้ทำอะไรมึง”“เพราะหนูไม่ยอมไปไง!”แม่ทำหน้าเบื่อหน่าย ก่อนหยิบบุหรี่อีกมวนออกจากซอง“มึงก็เรื่องมากเอง ตอนนั้นกูแค่ให้มึงไปกินข้าวกับเขา”“กินข้าวบ้านแม่สิ เขาจะให้หนูไปค้างด้วย”“แล้วไง ผู้หญิงคนอื่นเขายังไปกัน”“ก็ให้คนอื่นไป หนูไม่ไป”“แก่หน่อยแต่จ่ายหนัก มึงจะเลือกอะไรนักหนา”“หนูจะเลือก”“สวยแล้วคิดว่าเลือกได้ทุกคนหรือไง”“อย่างน้อยก็ไม่เลือกไอ้แก่ที่แม่เอามายัดให้”“ระวังเถอะ วันไหนไอ้เตของมึงมันเบื่อ อย่าซมซานกลับมาขอให้กูหาลูกค้าให้แล้วกัน”“ไม่ขอหรอก”“ปากเก่ง”“แม่ก็จำไว้ด้วย ถ้าจะขายหนูให้เสี่ยนั่นอีกก็ลองดู”“มึงจะทำอะไร”“ไม่ต้องรู้หรอก แต่หนูไม่ไปแน่”“แล้วอย่ามาทำเป็นไม่รู้จักเสี่ยเขาทีหลังล่ะ”“หนูไม่รู้จักอยู่แล้ว แม่เป็นคนไปคุยเองทั้งหมด”“ก็มึงไม่ยอมคุย กูถึงต้องคุยให้”“ใครใช้ให้แม่คุยล่ะ”“กูหาทางหาเงินให้มึง มึงยังจะมาด่ากูอีก”“หาทางหาเงินให้แม่มากกว่า ตอนนั้นแม่ก็จะเอาเงินเขา”“แล้วมึงจะให้กู
“เงินที่กูบอกให้เอามา อยู่ไหน”เรวดีเพิ่งถอดรองเท้าได้ข้างเดียวก็ถูกแม่ถาม เธอเงยหน้ามองคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา ก่อนโยนกระเป๋าลงบนเก้าอี้พลาสติกข้างประตู“แม่เพิ่งเอาไปเมื่อวันก่อน”“แล้วไง เงินมันใช้แล้วก็หมดสิวะ”“หนูก็เพิ่งให้ไปไง”“มึงจะพูดซ้ำทำไม กูจำได้”“จำได้แล้วจะทวงอีกทำไม”“ค่าเช่าบ้านมันจะถึงแล้ว ไหนจะค่าน้ำค่าไฟอีก มึงไม่เห็นใบแจ้งหนี้ที่วางอยู่บนโต๊ะหรือไง”เรวดีเดินไปหยิบกระดาษสองสามแผ่นที่แม่ชี้ให้ดู ใบหนึ่งเป็นค่าไฟ อีกใบเป็นค่าน้ำ ส่วนค่าเช่าบ้านมีเพียงตัวเลขที่แม่เขียนไว้บนกระดาษฉีกจากสมุด“ค่าเช่าหนูจ่ายให้แล้ว”“จ่ายตอนไหน”“เมื่อเช้า”“ทำไมไม่บอกกู”“ก็แม่ไม่ได้ถาม”“แล้วเงินที่กูจะเอาไปจ่ายล่ะ”“เงินอะไร”“เงินที่มึงต้องให้กูไง”“อันนั้นมันคนละส่วนกันหรือเปล่า”แม่ของเธอทำเสียงจิ๊จ๊ะ ก่อนยื่นมือมาขอกระดาษคืน เรวดีไม่ส่งให้ แต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปธนาคารแทน“เดี๋ยวหนูจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้ แม่ไม่ต้องไปจ่ายเองหรอก”“กูไม่ได้โง่”“ไม่ได้ว่าโง่”“แต่พูดเหมือนกูโง่”“งั้นแม่ก็เอาเงินสดไปอย่างเดียวพอ”เธอกดยืนยันรายการจ่ายเงิน ก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แม่ชะ







