เข้าสู่ระบบกันต์นทีพาเนตรชนกมาพักที่บ้านพักริมทะเล บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เขาซื้อเอาไว้หลังจากทำงานได้สองปีแรก บ้านหลังสีขาวธรรมดาๆ ไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่ามีของอำนวยความสะดวกครบครัน ทว่าก็แต่สะอาดสะอ้านและเงียบสงบ สามารถนอนฟังเสียงคลื่นซัดเบาๆ เหมือนกล่อมให้หัวใจที่แตกสลายค่อยๆ สงบลงได้ เขาเห็นว่าที่นี่เหมาะที่จะเป็นที่พักใจของเนตรชนก
มื้อแรกที่บ้านพักเป็นข้าวผัดทะเลที่หน้าตาธรรมดาๆ ทว่ากันต์นทีก็ทำมันอย่างตั้งใจก่อนจะวางมันตรงหน้าของคนตัวเล็ก “กินเยอะหน่อยนะตะวัน วันนี้แทบไม่ได้แตะอะไรเลย”
สาวเจ้าที่ดวงตาแดงก่ำมองจานอาหารก่อนจะเงยหน้ามายิ้มบางๆ “ขอบคุณค่ะคุณอา น่ากินจังเลยค่ะ”
“อาไม่ได้ทำเก่งหรอก แค่ไม่อยากให้เราอด”
คำว่า เรา ทำให้หัวใจเนตรชนกอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เธอก้มหน้ารับประทานอาหารในจานเงียบๆ ด้วยใบหน้าที่ยังคงมีรอยยิ้มบางๆ ทว่าก็รู้สึกคุ้นเคยกับรสชาติอาหารจานนี้พอสมควร
“อืม เหมือนว่าตะวันจะเคยกินข้าวผัดรสชาติแบบนี้นะคะ” ข้าวผัดที่ไม่ค่อยใส่ผัก อีกทั้งยังหอมกลิ่นไหม้ของกระทะ เหมือนว่าพ่อของเธอเคยใส่กล่องเอามาให้ที่มหาวิทยาลัยตอนที่ติวหนังสือกับเพื่อนๆ หนัก ไม่ใช่ว่าเป็นฝีมือของกันต์นทีหรอกหรือ
“คุณอาเคยทำอาหารแบบนี้ให้คุณพ่อใช่ไหมคะ”
“ถ้าเป็นเมนูนี้ก็ใช่ เพราะอาก็ถนัดทำอยู่แค่เมนูเดียว เพราะมันเป็นเมนูที่คุณย่าของตะวันชอบ”
“จริงด้วย คุณย่าชอบกินข้าวผัด” เธอยิ้มกว้างออกมาเมื่อสิ่งที่ตนคิดนั้นถูกต้อง
“ป่านนี้คุณพ่อกับคุณย่าคงไปเจอกันแล้วใช่ไหมคะคุณอา”
“อืม พวกเขาจะมีความสุขเมื่อมองเห็นตะวันมีความสุข”
เนตรชนกยิ้มให้กันต์นที รอยยิ้มแสนหวานนั้นทำให้หัวใจกันต์นทีสะดุดแรงจนเขาต้องรีบหลบสายตาของเธอ
ส่วนเนตรชนกเองก็ต้องรีบหันมาสนใจจานข้าวตรงหน้า ด้วยยิ่งสบตาอาหนุ่มของตนมากเท่าไร หัวใจของเธอก็เต้นแรงมากเท่านั้น อาการแบบนี้เธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าคืออะไร ทว่ามันเป็นความรู้สึกดีที่มันก็ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครเหมือนกัน
ณ บ้านสองชั้นสไตล์คลาสสิกตั้งอยู่ในย่านชานเมืองกรุงเทพมหานคร ไฟในห้องนั่งเล่นยังสว่างทั้งที่ตอนนี้ดึกมาแล้ว เพราะคนในบ้านกำลังหารือกันอย่างเคร่งเครียด
ทิพวรรณยังคงนั่งสีหน้าเคร่งเครียดกับพินัยกรรมของเธียร เธอนั่งกอดอกตรงข้ามกับสามี แววตาแข็งกร้าวไม่แปรเปลี่ยน ไม่พอใจจนถึงตอนนี้ที่เธียรเลือกที่จะให้น้องชายบุญธรรมอย่างกันต์นทีดูแลทั้งกิจการและลูกสาวตัวเองแทนที่จะเป็นพี่น้องพ่อเดียวกันอย่างเธอ
“แล้วเราจะเอายังไงกันต่อ ตอนนี้ทนายก็ยืนยันแล้วว่าพินัยกรรมเป็นของจริง แล้วไอ้หมอนั่นมันเคยเรียนแต่หมอ แล้วมันจะบริหารงานยังไง” ชาติชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ เพราะตอนนี้เขามองไม่เห็นความเป็นไปได้เลยว่าเขาจะขึ้นไปเป็นผู้บริหารสูงสุดในบริษัทของเธียรยังไง
คำพูดของสามีจุดประกายให้ทิพวรรณคิดอะไรบางอย่างออก “ใช่ หมอไทม์นั่นไม่เคยเรียนบริหาร ไม่เคยจับงบ ไม่เคยแตะโครงสร้างบริษัท แต่ได้อำนาจดูแลทุกอย่างของพี่เธียร ไม่เว้นแม้กระทั่งลูกสาว มันมีจุดอ่อนให้เราเล่นงานได้ตั้งเยอะ ทำไมฉันเพิ่งคิดได้นะ”
ชาติชายขมวดคิ้ว “คุณจะทำอะไร”
“ก็จะทำให้พวกผู้ถือหุ้นใหญ่ขาดความเชื่อมั่นในผู้บริหารคนใหม่ไงล่ะคะคุณชาติ สองคนนั้นอยู่บ้านเดียวกันไม่ใช่เหรอคะ”
“อ๋อ อากับหลานที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ อยู่ด้วยกัน หึ่... คุณนี่ก็ฉลาดเหมือนกันนะ”
“แค่ทำให้ผู้ใหญ่ในบริษัทเชื่อว่าหมอไทม์กำลังเคลมเด็กเพื่อฮุบสมบัติทั้งหมด แค่นั้นความน่าเชื่อถือก็พังไปจนหมดแล้ว”
“แล้วเราจะเริ่มยังไง”
“ไม่ต้องทำอะไรโจ่งแจ้ง แค่ทำให้สองคนนั้นข้ามความสัมพันธ์อาหลาน เชื่อได้เลยว่าตะวันก็จะไม่ไว้ใจหมอนั่นอีก แล้วเธอก็จะวิ่งแจ้นมาหาเราเอง หรือถ้าสองคนนั้นยังไม่แยกจากกันง่ายๆ เราก็แค่เอาข้าวนี้ไปบอกกับผู้ถือหุ้น แค่นั้นความกดดันก็จะตกไปอยู่ที่หมอไทม์” แววตาทิพวรรณเป็นประกาย แผนนี้ยังไงเธอก็เชื่อว่ามันจะสำเร็จ เหมือนเรื่องก่อนหน้าที่เธอเองก็ทำมันสำเร็จมาแล้วเหมือนกัน
เชื่อได้เลยว่าหากเนตรชนกไร้ที่พึ่ง หากเธอเข้าไปเป็นที่พึ่งให้ตอนนั้นเด็กสาวที่อ่อนประสบการณ์ก็คงจะเชื่อถือเธอทุกอย่าง แล้วสมบัติทั้งหมดมันจะไปไหนเสีย
กันต์นทีพาเนตรชนกเดินเลาะชายหาดยามแดดล่ม ลมทะเลพัดอ่อนๆ พาแสงสีทองละเลียดผิวน้ำจนคลื่นระยับราวภาพฝัน เงาของทั้งสองซ้อนกันทอดยาวบนผืนทราย เสมือนกับกันต์นทีที่ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะดูแลผู้หญิงคนนี้ไปชั่วชีวิตที่เขามีอยู่ เพื่อตอบแทนบุญคุณพ่อกับย่าของเธอ
“คุณอาไม่มีธุระเหรอคะถึงมาคอยดูแลตะวันแบบนี้”
“ถ้าอยากให้มีก็มี แต่ถ้าอยากให้ไม่มีก็ไม่มี หน้าที่ของอาตอนนี้คือดูแลตะวันให้ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่รวมถึงสภาพจิตใจด้วย”
เนตรชนกหยุดฝีเท้าก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้กับหมอหนุ่ม “คุณอาเชื่อไหมคะว่าคุณอาทำให้ตะวันรู้สึกได้ถึงคุณพ่อ”
“อาคงติดคำพูดของพ่อตะวันมาเยอะล่ะมั้ง”
“ตะวันว่าน่าจะติดคุณพ่อหลายอย่างเลยค่ะ”
“อยู่ใกล้อาแล้วคิดถึงคุณพ่อเหรอ”
“ค่ะ คุณอาเหมือนคุณพ่อหลายอย่าง เพราะเหมือนกันมากเลยทำให้ตะวันไว้ใจคุณอาได้ง่ายมากๆ”
“เชื่ออานะตะวัน ตอนนี้คนที่ตะวันไว้ใจได้ที่สุดคืออา”
“ค่ะ”
กันต์นทียกมือลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆ สายตาที่มองนั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดู
เนตรชนกยิ้มได้เมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆ และตอนนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เขาทำให้เธอรู้สึกประหม่าแปลกๆ อย่างที่ไม่ควรจะเป็น
ณ ร้านคาเฟ่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ เขมิกาและมินตรานั่งจิบกาแฟพลางรอคอยเพื่อนรักที่หายหน้าหายตาไปใช้ชีวิตสวีทหวานที่บ้านสวนริมน้ำอยู่นานสองนาน“นั่นไง! มาแล้ว” มินตราชี้ไปที่ประตูร้านมาริสาเดินเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มที่สดใสยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ผิวพรรณของเธอมีออร่าบางอย่างที่ทำให้เพื่อนทั้งสองต้องหรี่ตามองอย่างจับผิด“แหม... ตั้งแต่เป็นคุณนายคุโรกิเนี่ย สวยวันสวยคืนเลยนะจ๊ะแม่คุณ” เขมิกาเอ่ยแซวทันทีที่มาริสานั่งลง “แล้วนี่คุณสามีหน้ายักษ์ยอมปล่อยตัวมาหาพวกเราได้ยังไงเนี่ย”“ก็... วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญจะมาบอกพวกแกนี่นา” มาริสาทำท่าเอียงอายพลางเปิดกระเป๋าหยิบซองสีขาวเล็กๆ ออกมาวางบนโต๊ะมินตรากับเขมิกามองหน้ากันก่อนจะรีบคว้าซองนั้นไปเปิดดู... มันคือรูปภาพอัลตราซาวด์ที่มีจุดเล็กๆ ปรากฏอยู่ตรงกลาง“อ๊าย... มะลิ! นี่แก...” มินตราเอามือปิดปาก ตาค้างด้วยความดีใจ“ท้องแล้วจ้า... สองเดือนแล้ว” มาริสาตอบเสียงใส“โอ๊ย! ฉันจะเป็นลม ยัยมะลิคนซื่อบื้อของพวกเรา วันนี้กำลังจะมีตัวน้อยให้ท่านประธานเซจิแล้วเหรอเนี่ย แล้วพ่อเขาเห่อมากเปล่าอะ”“ก็เห่อพอสมควร ขนาดจะมาหาพวกแกเขายังจะตามมาด้วยเลย ฉันเลยบอกว่าอยาก
เมื่อคนตัวโตเห็นว่าภรรยาตนพร้อมจนร่างสั่นเทิ้ม เซจิในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่าน เขาจัดการงัดแท่งร้อนขนาดมหึมาที่ตื่นตัวจนหัวเห็ดปูดเป่งออกมาจ่อที่ปากทางรักเซจิกดสะโพกแกร่งสวนลึกเข้าไปรวดเดียวจนสุดทาง แก่นกายร้อนระอุมุดหายเข้าไปในร่องสวาทที่คับแน่นจนถึงส่วนลึกที่สุด “อ๊าย...” มาริสาแหงนหน้าขึ้นกรีดร้องเสียงหลงเซจิไม่รอให้เธอพักหายใจ เขารัวสะโพกเข้าใส่ด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทุกครั้งที่เขากระทั้นกายเข้าหา ยอดอกของคนตัวเล็กก็สั่นไหวระริกไปตามแรงส่งจนเป็นที่น่าพอใจต่อสายตาคนตัวโต“อ๊ะ... อ๊าาา...คุณเซจิ อ๊า...”เสียงหวานที่เรียกชื่อเขาแทบขาดใจทำให้เซจิแทบคลั่ง เขาจับขาเมียรักพาดบ่าแล้วโหมกระแทกเข้าไปเน้นๆ จนสุดลำพักใหญ่ไม่นานนัก แรงตอดรัดจากภายในที่ทวีความรุนแรงทำให้เซจิรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ เขาต้องเร่งจังหวะให้ทันแตะขชอบสวรรค์พร้อมกับมาริสา“อ๊ะ อ๊ะ อ๊าย...”“อะ อ้าส...” ทั้งสองกระตุกเกร็งเสร็จสมไปพร้อมกัน ในขณะที่เซจิก็ไม่ลืมจะอัดธารรักเพื่อสร้างทายาทให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเขาก็กอดร่างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเธอไว้แน่น ท่ามกลางเสียงหอบหา
มาริสาน้ำตาคลอเบ้า “ยายจ๋า... มะลิว่ามะลิโชคดีที่สุดเลยที่ได้เจอคุณเซจิ”ทองมาได้ยินหลานสาวเอ่ยคำพวกนั้นออกมาอย่างสุขใจเธอก็ทำได้แค่ยิ้มปลื้มใจ เมื่อหลานสาวของเธอมีคู่ชีวิตที่ดี วันข้างหน้าหากเธอไม่อยู่แล้วเธอก็จะได้ไม่ต้องห่วงคนข้างหลังในขณะที่ภายในห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก เซจิเหลือบไปเห็น มาโมรุ ที่ยืนทำสัญญาณมืออยู่ที่หน้าประตูห้องพัก เขาจึงขอตัวออกมาข้างนอก“มีอะไร”“ข่าวจากสายสืบครับนายน้อย ที่ดินที่โทโมยะได้ไป... ตอนนี้เขากำลังร้อนเงินหนัก เพราะเอาไปวางค้ำประกันไว้กับบ่อนพนันใต้ดินของพวกยากูซ่า และดูเหมือนว่าเขาจะโดนโกงสัญญาที่ดินผืนนั้นด้วย”“หึ่...มันเป็นไปตามที่คุณปู่บอกจริงๆ... คนที่ได้อะไรมาด้วยความคดโกง สุดท้ายมันก็จะสูญสิ้นไปด้วยความโลภของตัวเอง”“เราจะเข้าไปยุ่งไหมครับ”“ไม่จำเป็น... ปล่อยให้พวกยากูซ่าจัดการกันเอง” เซจิหันไปมองมาริสาผ่านกระจกประตูห้องที่กำลังหัวเราะอยู่กับยาย “หน้าที่ของฉันคือปกป้องรอยยิ้มของเมียฉัน ส่วนไอ้คนพรรค์นั้น... ให้ผลกรรมมันทำงานของมันเอง”หลังจากการเยี่ยมไข้ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เซจิก็ทำตามความต้องการของมาริสาด้วยการพาเธอมายังบ้านเรือน
เซจิเริ่มเลื่อนละเลงลิ้นต่ำลงมายังยอดอกอิ่มสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตา เขาใช้ริมฝีปากครอบครองมันไว้แล้วดูดดึงเต็มแรงจนมาริสาต้องแอ่นหน้าอกรับด้วยความเสียวซ่าน“อ๊ะ... คุณเซจิ...” มือเล็กจิกขยำลงบนแผ่นหลังกว้างระบายอารมณ์เซจิไม่ปล่อยให้เธอพักหายใจ เขาเลื่อนมือลงต่ำไปยังใจกลางความสาวที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวาน ก่อนจะส่งนิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปสำรวจภายในจนมาริสาบิดเร่า“พร้อมแล้วสินะ... ยัยเด็กดื้อ”เซจิจัดการแยกเรียวขาสวยออกกว้าง จากนั้นก็จ่อส่วนหัวที่หยาดเยิ้มลงบนร่องสวาทก่อนจะค่อยๆ กดแทรกกายเข้าไปให้ร่องนั้นกลืนกินตัวตนของเขาไปจนมิด“อือ อื้อ...” มาริสาเบิกตาโพลง ความใหญ่โตของตัวตนของเขาทำให้เธอรู้สึกจุกแน่นจนแทบหยุดหายใจเซจิกัดฟันกรอด พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนทั้งที่อยากจะกระแทกกระทั้นโถมบนตัวของเธอเป็นบ้า ทว่าก็ต้องแช่ค้างไว้จนคนตัวเล็กเริ่มปรับตัวได้“พร้อมไหม”“ค่ะ” มาริสาตอบเสียงแหบพร่า หลังจากเธอพยักหน้า ตัวของเธอก็สั่นคลอนไปตามแรงกระแทกแสนเสียวซ่านของเขานานสองนานที่เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังระงมไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด ยิ่งตคนตัวโตเห็นยอดอกอิ่มของเธอสั่นไหวตามจังหวะที่เขาถาโถมเท่าไร
“เปล่า ฉันเห็นว่าหนี้ที่ดินของเธอมาตั้งหลายล้านเยน ถ้ากอดอย่างเดียวคงต้องกอดกันไปถึงชาติหน้า ฉันเลยมีงานพิเศษอีกอย่างมาเสนอ... ถ้าเธอยอมให้ฉันจูบก่อนไปทำงานทุกวัน ฉันจะเพิ่มให้ครั้งละห้าพันเยน”มาริสาอ้าปากค้าง “ห้าพันเยน! แค่จูบเนี่ยนะคะ คุณเซจิคะ คุณเริ่มจะเสพติดการจ่ายเงินแปลกๆ แล้วนะ”“ไม่เอาก็ตามใจ” เอ่ยจบก็มองไปที่กองเอกสารด้วยท่าทางทำเป็นไม่สนใจมาริสากัดริมฝีปากนิ่งคำนวณ ห้าพันเยนก็เกือบพันกว่าบาท แค่จุ๊บเดียวเอง คุ้มจะตาย! “ก็ได้ค่ะ! รับค่ะ เริ่มเลยไหมคะ”เซจิอมยิ้มก่อนจะดึงให้เธอโน้มตัวลงมาหา ใบหน้าคมเข้มเลื่อนเข้าไปประทับริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบาแต่เนิ่นนานกว่าที่มาริสาคิดไว้ หัวใจของคนตัวเล็กเต้นรัวจนผิดจังหวะ จนลืมเรื่องเงินไปชั่วขณะเซจิผละออกพลางจ้องตามาริสาที่กำลังเคลิ้มไม่หยุด “โอเคแล้ว”“คะ?”“ทำไม ไม่พอใจเหรอ”“ม... ไม่ค่ะ! ฉันไปทำงานแล้วนะคะ” มาริสารีบวิ่งหน้าแดงออกไปจากห้อง ทิ้งให้เซจินั่งยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ถ้าเขาทำแบบนี้ทุกวันแล้วเธอยังอยากจะให้เขาเป็นอิสระอีกก็ถือว่าเธอใจแข็งเกินไปแล้วความสุขเมื่อครู่อยู่ได้ไม่นาน เมื่อมาโมรุเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “
บรรยากาศที่เคยหวานละมุนจากการล้อเลียนเรื่องลูกชุบสลายตัวไปในทันที เมื่อเซจิเริ่มที่จะเข้าเรื่องเคร่งเครียด“ฉันคุยกับคุณปู่แล้ว... เพื่อให้เรื่องทุกอย่างมันจบ และเพื่อให้พ่อของเธอเลิกเอาเรื่องยายมาขู่เธอ ฉันจะเซ็นยกที่ดินผืนนั้นให้เขาไปซะ”มาริสาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอรู้ดีว่าที่ดินผืนนั้นมีความสำคัญต่อตระกูลคุโรกิมากแค่ไหน “ไม่ได้นะคะคุณเซจิ! ที่ดินผืนนั้นมูลค่ามันมหาศาลมาก คุณจะยอมเสียมันไปเพราะเรื่องของฉันไม่ได้นะคะ”“มันคุ้มที่จะแลก มะลิ... ถ้ามันทำให้เธอหลุดพ้นจากคนพรรค์นั้นได้”คำพูดของเขาทำให้มาริสารู้สึกผิดพอสมควร เธอไม่อยากเป็นภาระที่ทำให้เขาต้องเสียสมบัติของตระกูล “ถ้าอย่างนั้น... คุณบอกฉันได้ไหมคะว่าที่ดินผืนนั้นราคาเท่าไร ฉันจะทำงานชดใช้ให้ค่ะ ฉันจะทำงานที่บริษัทให้หนักขึ้น แล้วก็จะหางานเสริมทำเยอะๆ เท่าที่จะไหว ฉันจะผ่อนใช้หนี้ให้คุณจนครบทุกบาททุกสตางค์เลยค่ะ!”เซจิขมวดคิ้ว “เธอจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”“ก็เพื่อที่จะได้ไม่ต้องติดหนี้บุญคุณคุณไปตลอดชีวิตไงคะ...” มาริสาตอบตามที่ใจคิด “ถ้าฉันใช้หนี้หมดเร็ว ฉันจะได้ไม่ต้องอยู่ในสถานะภรรยาของคุณนานเกินไป... เผื่อวันข้างหน้าคุ







