หน้าหลัก / โรแมนติก / เพทายลายกะรัต / เพราะมันเป็น ... งาน ? 16

แชร์

เพราะมันเป็น ... งาน ? 16

ผู้เขียน: เนื้อทราย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-12 21:54:54

               พื้นที่มากมายในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ล้วนเหมาะกับการทำโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งนั้น แต่การเลือกพื้นที่รับแสงก็ยังต้องอาศัยปัจจัยแวดล้อมมากมายที่ส่งผลโดยตรงต่อกำลังไฟฟ้าที่จะผลิตได้ และปัจจัยเหล่านั้นก็สร้างเงื่อนไขให้กับผู้รับผิดชอบต้องขบคิดหลังได้สัมปทานนี้มาไว้ในมือ

               กะรัตไม่ได้เลือกพื้นที่การจัดวางโซล่าฟาร์มในจุดที่มี ‘ระดับความเข้มแสง’ สูงที่สุดเพื่อให้ได้กระแสไฟฟ้าสูงสุดเช่นที่หลายบริษัทเลือกทำ แต่เธอเลือกพื้นที่ที่มี ‘อุณหภูมิคงที่’ ที่สุดแทน เพื่อควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ได้รับให้เกิดความเสถียรสูงสุด

แรงดันไฟจะลดลง เมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น

ต่อให้ได้กระแสไฟฟ้าในปริมาณมากแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีแรงดันไฟที่ใช้เพื่อส่งไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ ทุกอย่างก็ไร้ความหมาย และดูเหมือนหญิงสาวจะเข้าใจถึงจุดอ่อนที่มักถูกมองข้ามไปได้อย่างง่ายดาย คิดได้เท่านั้นเพทายก็ยกยิ้มขึ้นในทันที เมื่อเห็นร่างระหงในชุดทะมัดทะแมงกับหมวกแก๊ปใบเล็กบนกระหม่อมบางได้รูปเปิดประตูออกมาจากบ้านตู้ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน

กลายเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงกันไปซะแล้ว

“ไม่ทักทายเพื่อนบ้านหน่อยเหรอคุณ?” เสียงทุ้มเอ่ยทัก ทำให้คนที่กำลังสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดรับเช้าวันใหม่แทบสำลักออกซิเจนในทันที

“ใครเพื่อนคุณ เพ้อเจ้อ!” เธอว่า นึกค่อนในใจที่คำพูดแต่ละประโยคของคนตรงหน้า ช่างชวนให้เธอรู้สึกขนลุกได้ทุกครั้งไป 

“ปากจัดจริง พูดแบบนี้ผมเสียกำลังใจนะคุณ” เพทายหัวเราะไปกับท่าทีขุ่นขวางของเพื่อนบ้านคนใหม่ ก่อนจะผิวปากแล้วเดินมายืนเคียงข้างเธอไป

เมื่อได้ฟังคำตัดพ้อไร้ความจริงใจ จากใบหน้าหล่อคมคายที่ชอบแจกจ่ายรอยยิ้มให้ตัวเองไม่หยุดหย่อน กะรัตก็ทำได้แค่ถอนใจพลางบ่นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายขณะเดินเคียงคู่กันไปตามทางลาดของเนินเขา “อาการหนักละ ว่างๆไปหาหมอบ้างก็ดีนะคุณ”

               บ้านตู้ของโพรเจกต์ซันและโพรเจกต์โซล่า ถูกตั้งขึ้นบนเนินที่อยู่ติดชายขอบของบริเวณพื้นที่ด้านในที่มีพื้นที่ด้านหลังใกล้ชิดกับแนวภูเขา เพราะอยู่เหนือลมและสามารถมองเห็นภาพรวมโดยกว้างของพื้นที่ทั้งหมดได้ดี เสียแต่ไม่สามารถนำรถยนต์เข้ามาได้ ต้องเดินเท้าเข้ามากเกือบหนึ่งกิโลเมตรซึ่งใช้เวลาสิบห้านาทีโดยประมาณ

               สายลมยามเช้าพัดผ่านคนทั้งคู่ยามเดินเคียงกันทำให้บรรยากาศรอบกายแลดูสงบเงียบ อาจเพราะยังไม่เริ่มการปรับพื้นที่อย่างเป็นทางการในอีกสองสามวันข้างหน้า จึงไม่มีเสียงดังรบกวนชวนรำคาญหู

“ถ้าว่างเมื่อไรคุณก็ไปมาหมอเป็นเพื่อนผมทีนะ จะได้มีกำลังใจ” เพทายว่ายิ้มๆ พลางขยับหมวกแก๊ปที่ตนเองสวมให้เข้าที่แล้วเอ่ยต่อ “หิ้วน้ำมากินด้วยเหรอคุณ? อนามัยจ๋าเชียวน๊า”

“ชารางจืดค่ะ ผสมจางๆไว้จิบเล่นแก้เครียด” คนถูกถามชูกระติกน้ำสีฟ้าอ่อนขึ้นอวด ก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นใบหน้าคมของคนข้างกายทำท่าเหมือนถูกบังคับให้กินยาขม

“ผมว่ารสชาติมันชวนเครียดมากกว่า” คนเคยลิ้มลองรสจืดปนเฝื่อนของสมุนไพรล้างพิษร้องบอก

“วิธีบำบัดความเครียดของแต่ละคนมันก็ต่างกันไปไหมคุณ” เธอแย้ง ก่อนหยุดยืนที่ทางแยกระหว่างพื้นที่สองโพรเจกต์ที่มีเส้นแบ่งชัดเจน

“แล้วแต่คุณเลย เพราะผมก็มีวิธีบำบัดในแบบของผมเหมือนกันละ” คนหยุดยืนอยู่ข้างกันโอ้อวดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนดวงตาสีถ่านจะวาววับและฉายประกายบางอย่างเมื่อโน้มใบหน้าคมลงมากระซิบถามคนข้างกาย “สนใจไปลองบำบัดด้วยกันไหมคุณ? รับประกันผลร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยนะ”

               คนถูกโน้มมาหาจนใกล้ดึงหน้าออกห่างตามสัญชาตญาณ แต่กระนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นสูงคล้ายเป็นคำถามด้วยความสงสัยแกมอยากรู้ว่าคนตรงหน้าจะเอ่ยอะไรออกมาอีก ก่อนตัดสินใจขยับเข้าใกล้เมื่อนิ้วเรียวสวยของเพทายกระดิกเรียก และทำท่าราวกับเรื่องที่คุยกันนั้นเป็นความลับเสียเต็มประดา 

“ ‘ sex ’ ไงคุณ สนใจเมื่อไรบอกได้นะ” คำตอบที่ได้รับทำให้กะรัตรู้สึกเหมือนระบบการตอบโต้พังทลายในเสี้ยววินาที ก่อนเสียงหัวเราะในลำคอของคนตรงหน้าจะทำให้สติที่ขาดหายไปหวนคืนอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าหวานแดงก่ำขึ้นอย่างชัดเจน กว่าจะทันรู้ตัวคนข้างกันก็ถอยห่างไปหลายก้าว พร้อมกับคำพูดกลั้วรอยยิ้มที่ชวนให้ความดันเลือดของคนฟังดีดตัวขึ้นสูงกว่าเดิม “หน้าแดงด้วย! ลามกเหมือนกันนะเรา”

เร็วเท่าความคิด วิทยุสื่อสารที่เหน็บอยู่กับเอวบางถูกขว้างใส่คนพูดในทันที!

               เพทายหัวเราะชอบใจที่เห็นคนตรงหน้าเสียจริต มือหนารับสิ่งเทียมเสมือนอาวุธในคราบวิทยุไว้ได้ทันก่อนที่ตัวเองจะต้องบาดเจ็บ กดปรับคลื่นสองสามครั้งแล้วโยนกลับคืนให้คนที่กำลังโกรธปนเขินจนตัวแดงในวินาทีถัดมา

“คลื่นยี่สิบเจ็ดกับสามสิบแปดนะคุณ กลับตอนไหน ‘วอ’ บอกผมด้วย”

“ไม่!” เมื่อตอบโต้ไม่ได้อย่างใจคิด จึงได้แค่ตวาดกลับเสียงขุ่น

“ดื้อ! ถ้าไม่ ‘วอ’ บอก...รับรองคุณโดนทำโทษแน่ๆ เข้าใจตรงกันนะ” ว่าจบเพทายก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้คนโดนคาดโทษมองตามตาเขียวปัด แต่เมื่อเสียงวิทยุสื่อสารเกี่ยวกับงานดังขึ้น คนขุ่นเคืองก็โยนอารมณ์หลากหลายที่เกิดขึ้นทิ้งแล้วหมุนตัวกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 248

    ร่างสูงผอมแลดูบอบบางจนเกือบจะคล้ายคนอมโรคหยุดชะงัก เมื่อสายตาที่มองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวจนถึงเมื่อครู่สังเกตเห็นบางอย่างตรงหางตา ดูเหมือนจะมีร่างเล็กป้อมเหมือนซาลาเปาเดินได้กำลังพยายามใช้นิ้วเล็กๆกดปุ่มสีเขียวบนเครื่องถ่ายเอกสาร แต่เพราะขาสั้นเกินไปจึงต้องเขย่งจนสุดตัวลูกใครนะ? ท่าทางน่าจะซนเอาเรื่องเพราะอยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะทำยังไงกับระยะห่างอีกหลายคืบ ร่างสูงผอมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากห้องประธานกรรมการของ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ที่มีเพื่อนสนิทของพี่เขยรออยู่ มาเป็นทางเข้าห้องเอกสารที่ภายในมีเด็กชายวัยประมาณห้าขวบเศษกำลังปีนป่ายเครื่องถ่ายเอกสารด้วยความมุ่งมั่นปกติเขาค่อนข้างเกลียดเด็กและไม่นิยมเข้าใกล้ ขนาดหลานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาอย่างพลอยชมพูก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้ น่าแปลกที่เจ้าตัวเล็กหน้าตามอมแมมเหมือนคลุกน้ำหมึกตรงหน้ากลับดึงดูดใจอย่างประหลาด“ลุงจะทำงานเหรอ? ให้ผมช่วยคับ”เสียงเล็กๆที่ดังเจื้อยแจ้วอยู่บนพื้นเบื้องล่างทำให้คนเกลียดเด็กสะดุ้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะว่องไวขนาดนี้ทั้งที่ตัวกลมเหมือนหมูออมสิน“ให้ผมช่วยคับ”เด็กน้อยย้ำคำเดิมอีกค

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 247

    ท้องฟ้าสีเทาและเสียงครืนๆเป็นระยะทำให้บรรยากาศรอบกายหม่นหมองอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีเศษในชุดดำสนิทแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองเขม่าควันไฟจากปล่องเมรุที่กำลังลอยสูงไปบนฟ้า พลันน้ำตาก็ค่อยๆรินไหลออกมาจากดวงตาสีถ่านคู่นั้นเขาใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาลวกๆเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนแอที่ทับถมจิตใจ แล้วหลบมุมไปนั่งเงียบๆที่ม้าหินอ่อนข้างศาลาวัดทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ...ไม่อยากเสียน้ำตาให้พ่อแม่ใจร้ายที่ฆ่าตัวตายแล้วปล่อยให้ตัวเองต้องอยู่บนโลกกว้างนี้เพียงลำพัง! แต่ถึงจะโกรธแค่ไหนความรู้สึกสูญเสียที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ความเสียใจมีมากกว่าหลายเท่า“หนูขอนั่งด้วยได้ไหม?”เสียงเล็กๆที่แหบพร่าดังขึ้นข้างกายของคนที่กำลังจะร้องไห้อีกรอบต้องชะงักไป“ก็นั่งสิ แต่อย่าเสียงดังนะมันน่ารำคาญ!” “อืม ขอบคุณนะ” เสียงนั้นตอบกลับเบาๆ แล้วไม่พูดอะไรออกมาอีกราวกับว่ากลัวจะถูกตำหนิความเงียบนั้นทำให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้จนต้องเงยหน้ามองคนที่มาขอนั่งด้วย เด็กผู้หญิงหน้าตาขลุกขมอมที่เอาแต่กอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มไว้แน่นเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่พอจะมีได้ เธออยู่ในชุดสีดำสนิทเช่นเดียวกับเขา ก็พอจะเดาได้

  • เพทายลายกะรัต   บทส่งท้าย.. 246

    ช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดแต่มีน้ำหนักพอดูถูกโยนจนลอยละลิ่วตามประสาดอกไม้งานแต่ง เพียงแต่ช่อดอกไม้ในคราวนี้อาจจะน่าสงสารกว่าช่อดอกไม้ในงานแต่งอื่นๆนิดหน่อย เพราะคนรอรับดอกไม้มีแต่ผู้ชาย? ต้องขอบคุณไอเดียสุดล้ำของเจ้าสาวสุดสวยนามว่ากะรัต ที่ดันนึกสนุกด้วยการเพิ่มดอกไม้งานแต่งเข้ามาอีกช่อ! พร้อมกับสร้างเงื่อนไขเล็กน้อยแต่กลับสามารถดึงดูดใจคนในงานได้เป็นอย่างดี‘จะมีผ้าขาวกั้นเวทีไว้ แล้วเราสองคนจะโยนช่อดอกไม้พร้อมกันนะคะ...สองคนที่รับช่อดอกไม้ได้ จะได้ตั๋วฟรีพร้อมที่พักสำหรับสามวันสองคืนให้ไปเที่ยวด้วยกันค่ะ!’เพราะเพื่อนของบ่าวสาวล้วนแล้วแต่เป็นคนโสดเสียส่วนมาก ผลตอบรับจึงแสดงออกมาให้เห็นด้วยจำนวนแขกเกือบทั้งงานที่ไปออรวมกันตรงหน้าเวที..“ไม่ไปแย่งดอกไม้กับเขาหรือไง?” น้ำเสียงขบขันของผู้อาวุโสเขื่อนเพชรตั้งคำถาม“คุณปู่ก็ยังนั่งอยู่นะครับ ไม่ได้ไปแย่งดอกไม้เหมือนกัน” ณัฐนัยตอบกลับลอยลมพลางจิบคอกเทลในมือด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย เหลือบมองความวุ่นวายหน้าเวทีแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเห็นสงครามขนาดย่อมของเหล่าชายฉกรรจ์“บ๊ะ! ถ้าลุกไปย่าของเจ้าพีทก็แพ่นกบาลแยกสิว่ะ!” น้ำเสียงกริ่งเกรงแกมขบขันตอบกลับ“ผ

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 245

    ดวงตากลมใสกวาดมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานยาวจรดพื้นด้วยความพึงพอใจ วันนี้เธออยู่ในชุดเกาะอกสีขาวปักเลื่อมเงินประดับด้วยระบายลูกไม้อย่างพอเหมาะที่รับกับกระโปรงยีนฟูฟ่องเหนือเข่าเล็กน้อย กะรัตหมุนอีกรอบเหมือนต้องการชื่นชมชุดแต่งงานที่ออกแบบเอง แต่คงเพราะไม่ค่อยชินกับรองเท้าเท่าไรจึงเสียหลักเซถลาได้อย่างง่ายๆ เคราะห์ดีที่ใครอีกคนเปิดประตูเข้ามาแล้วช้อนอุ้มไว้ได้ทัน“เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบดีไหม?”คนถูกถามครุ่นคิดครู่เดียว ค่อยยกมือกอดอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เอาค่ะ รองเท้าคู่นี้มันเข้ากับชุดนี้มากกว่า”“เดี๋ยวก็สะดุดอีก” เพทายค่อนขอดแต่ก็กระชับวงแขนขึ้นอีกนิด รู้ดีว่าถ้าหากกะรัตเริ่มยกมือขึ้นกอดอกแบบนี้แสดงว่าเธอไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่เขาพูดออกมาเท่าไร ก็เลยทำได้เพียงถอนใจแล้วบ่นเสียงอ่อน “แต่ถ้าเมื่อกี้พี่มาไม่ทัน เราก็คงเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นแล้วนะ”คนที่เกือบเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นทำหูทวนลม มือบางที่กอดอกอยู่จนถึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขยับเนกไทหูกระต่ายที่ทำจากผ้ายีนที่เข้าคู่กับสีกระโปรงของตัวเองให้เจ้าของวงแขนกว้างเล็กน้อย “ถ้าสะดุดอีก..” เสียงหวานเว้นวรรคเล็กน้อยเหมือนจะค

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 244

    กำหนดการงานแต่งหลังผ่านความช่วยเหลืออย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความหวังดีของบรรดาญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทำให้กะรัตและเพทายเริ่มไม่แน่ใจว่า...สรุปแล้วมันคือการแต่งงานของคนสองคนหรือเป็นการแต่งงานของสองครอบครัวกันแน่? แต่ได้ความคิดเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเพราะในตอนแรกกะรัตและเพทายเห็นพ้องต้องกันว่าควรจัดงานแต่งเล็กๆที่มีเฉพาะ ‘คนกันเอง’ เท่านั้น แต่พอพูดคุยกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายดูเหมือน ‘คนกันเอง’ จะขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นงานเลี้ยงที่มีจำนวนแขกหลายร้อยคนตอนไหนก็ไม่ค่อยแน่ชัด..“เดี๋ยวนะ! ทำไมจำนวนซองงานแต่งมันงอกขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?” กะรัตร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อกวาดตาอ่านใบรายชื่อแขกฉบับล่าสุดที่จันทร์เจ้าส่งให้“คุณมาริสาท่านให้คนเอารายชื่อมาเพิ่มเมื่อเย็นวานนี้ เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนของท่านที่ทำไร่ชาอยู่ทางเหนือ ถ้าไม่เชิญเกรงว่าจะเสียมารยาทค่ะ” เลขาคนสนิทแจกแจง“ห้าสิบคนเลยนะคะ ถ้าทำไร่ชาทั้งหมดไม่กินพื้นที่ภูเขาไปสองลูกครึ่งแล้วเหรอ?” กะรัตหัวเราะแกนๆก่อนจะรับแฟ้มเอกสารอีกฉบับมาอ่านทวนแล้วค่อยจรดปลายปากกาอนุมัติ “ช่วงบ่ายพิงค์มีนัดสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายก

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 243

    สองเรื่องที่สินธรร้องขอไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรในความรู้สึกของกะรัต ตรงข้ามมันกลับฟังดูเป็นคำขอที่น่าพิศวงและไม่สมเป็นเขาเสียด้วยซ้ำไป แต่ความเคลือบแคลงสงสัยก็ไม่ได้วนเวียนอยู่ในความคิดนานนักเพราะไม่กี่วันหลังจากนั้น เพชรลดาก็โทร.มาแจ้งข่าวทั้งที่ยังร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจว่าสินธรจากไปแล้วงานศพของสินธรถูกจัดเจ็ดวันเต็มตามคำขอของเจ้าตัว ตลอดสัปดาห์ของการจัดงานกะรัตสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่าง อย่างแรกคือมารดาของเธอดูไม่ค่อยเศร้าเท่าไรกับการจากไปของน้องชายสุดที่รัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพชรลดาที่ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปหลายหน...ในวันเผาค่อยเห็นว่านพเก้ายืนปาดน้ำตาเงียบๆอยู่หน้าเมรุ มองกลุ่มควันที่ลอยไกลไปบนท้องฟ้ากว้างราวกับกำลังบอกลาส่วนอีกเรื่องที่สร้างความฉงนให้อย่างแท้จริง คือการร่ำไห้อย่างหนักหน่วงของเลขาคนสนิทของเธอเอง จันทร์เจ้าดูเจ็บปวดกับการจากไปของสินธรมากกว่าพบธรรมที่คอยช่วยประคองอยู่ข้างๆเสียอีก กะรัตค่อยมาเข้าใจความหมายของน้ำตาในตอนหลัง เมื่อได้รู้ว่าเด็กในการอุปการะของสินธรเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้มีเพียงพบธรรมแต่ยังรวมไปถึงจันทร์เจ้าด้วยอีกคน..‘น้าอยากให้เธอตามจันทร์เจ้ากลับมาทำ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status