FAZER LOGIN
ณ สถานบันเทิงระดับลักชูรีใจกลางกรุง
รถซูเปอร์คาร์สีดำเงาวับขับเข้ามาจอดด้านหน้าประตูทางเข้า ทันทีที่ประตูทั้งสองข้างถูกเปิดออก ชายหนุ่มสองคนหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงกำยำก็ก้าวลงมา
คนหนึ่งยื่นกุญแจรถซูเปอร์คาร์ให้กับพนักงานรับรถ พร้อมธนบัตรสีเทาเป็นสินน้ำใจ พนักงานชายรีบเข้ามาต้อนรับลูกค้าวีไอพีขาประจำด้วยความคุ้นเคย
หนุ่มหล่ออีกคนไล่สายตามองบรรยากาศโดยรอบด้วยความไม่ชอบใจเท่าไรนัก ทว่าก็ถูกลากเข้าไปด้านใน
“ไหนมึงบอกจะพากูมาแดกเหล้า” กันต์เอ่ยถามเพื่อนรักพร้อมทำหน้าตึง
“ก็แดกที่นี่ไง ร้านประจำกู” กิตติชัยกล่าวตอบลอยหน้าลอยตา ไม่รอให้เพื่อนรักได้โต้แย้งสิ่งใดต่อ เขารีบลากกันต์เข้าไปในอาคารสถานบันเทิงสุดหรูอย่างรวดเร็ว ก่อนที่กันต์จะเปลี่ยนใจ
เมื่อสองหนุ่มก้าวเข้าไปด้านใน ผู้จัดการร้านก็รีบเข้ามาต้อนรับลูกค้าประจำกระเป๋าหนักอย่างว่องไว ก่อนพาขึ้นไปยังโซนวีไอพีที่มีไว้สำหรับสมาชิกระดับซูเปอร์ไดมอนด์เท่านั้น
หลังจากสองหนุ่มหย่อนสะโพกนั่งลงบนโซฟาเรียบร้อย กิตติชัยก็คว้าแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาเปิดและยื่นมาตรงหน้ากันต์
“อะไร” กันต์เอ่ยถามพลางชะโงกหน้ามองหน้าจอสี่เหลี่ยม ซึ่งเต็มไปด้วยภาพของหญิงสาวหน้าตาสะสวย ทว่าเสื้อผ้าของพวกเธอนั้นน้อยนิดเสียจนปิดอะไรแทบไม่มิด
“เลือกเด็ก เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง ถือซะว่าเลี้ยงต้อนรับมึงไง”
“ไอ้กิต มึงอยากโดนส้นตีนกูใช่ไหม มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบอะไรแบบนี้”
“อ้าว ใครจะไปรู้ กูเห็นมึงโสดมาตั้งนาน ก็นึกว่าจะเหงา” กิตติชัยดึงแท็บเล็ตกลับมาเปิดเมนูอาหารและยื่นกลับไปให้เพื่อนรักอีกครั้ง “อ่ะ งั้นก็ดูเมนูอยากแดกไร”
กันต์คว้าแท็บเล็ตมาไล่ดูเมนูอาหารและเครื่องดื่ม ด้านกิตติชัยก็หันไปกล่าวกับผู้จัดการร้านที่กำลังยืนยิ้มอย่างรู้ทัน
“ของผมเหมือนเดิมครับ”
“ได้ครับคุณหมอ ผมล็อกตัวน้องจ๋ากับน้องจ๋อมไว้ให้เรียบร้อย เดี๋ยวผมไปตามมาให้นะครับ” กล่าวจบผู้จัดการหนุ่มผู้รู้งานก็เดินออกไป กิตติชัยจึงหันมาทางเพื่อนรักที่เพิ่งจะละสายตาขึ้นจากหน้าจอสี่เหลี่ยม
“มึงนี่เหมือนไอ้โปรดจริง ๆ เลยนะ ไม่รู้จักหาความสุขใส่ตัว”
กิตติชัยกล่าวถึงปฐวีซึ่งเป็นเพื่อนอีกคนในกลุ่ม
กลุ่มของพวกหนุ่ม ๆ นั้นมีด้วยกันทั้งหมดสามคน โดยกิตติชัยรู้จักกับปฐวีมาตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาล ส่วนกันต์เพิ่งจะมารู้จักและสนิทสนมสองหนุ่มสมัยเรียนแพทย์ ก่อนที่ทั้งสามจะแยกย้ายกันไปเรียนต่อเฉพาะทางคนละแขนง
กิตติชัยคือศัลยแพทย์ชื่อดังระดับประเทศในวงการศัลยกรรมเสริมความงาม เปิดกิจการคลินิกใหญ่โตหรูหราใจกลางกรุง ด้านปฐวีนั้นเรียนจบเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูจากประเทศอังกฤษ อีกทั้งยังเป็นทายาทโรงพยาบาลเอกชนอันดับต้นของประเทศ
ส่วนกันต์นั้น ได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา ร่ำเรียนอยู่นานหลายปีมีผลงานวิจัยตีพิมพ์โด่งดัง กลายเป็นศัลยแพทย์หัวใจที่มีชื่อเสียงระดับโลก
หลังจากกันต์ประสบความสำเร็จ ได้ขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุด เขาก็ตัดสินใจกลับมายังประเทศไทยอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอน
“ก็เพราะว่ากูกับไอ้โปรดเป็นคนดีไง” กันต์หันไปพูดใส่หน้าเพื่อนรักก็เป็นจังหวะเดียวกับที่สาวสวยสุดเซ็กซี่สองคนเดินนวยนาดเข้าพร้อมกับบริกรหนุ่ม
สองสาวเมื่อเหลือบมาเห็นแขกหน้าใหม่ ที่หน้าตาหล่อเหลาระดับดารานายแบบ พวกหล่อนก็รีบปรี่เข้ามานั่งขนาบสองข้างของกันต์ ทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งด้วยความตกใจ ก่อนจะพยายามผลักพวกหล่อนออกไป
ด้านกิตติชัยก็มองตาเขียวปั้ด ก่อนจะร้องโวยวายออกมา
“น้องจ๋อมน้องจ๋า เอาอีกแล้วนะ มานี่เลย ไอ้นั่นมันเป็นนักบวช อย่าไปยุ่งกับมัน”
สองสาวได้ยินแบบนั้นก็ลุกขึ้นมาด้วยความอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้างกิตติชัย ทว่าพวกหล่อนยังคงจ้องมองกันต์ด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวเด็กหญิงกรปรียา ก็ลืมตาออกมาดูโลกได้เกือบหนึ่งปีแล้วกันต์และปรียาดาจึงถือโอกาสไปฮันนีมูนด้วยกันสองต่อสอง โดยฝากลูกสาวตัวน้อยไว้กับบรรดาคุณปู่ คุณย่า และคุณยาย โดยมีคุณลุงและคุณป้าคอยเป็นกำลังเสริมอีกแรงทว่าพอทั้งคู่เช็กอินเข้าพักที่รีสอร์ตหรูที่ภูเก็ต แทนที่จะได้ออกไปทำกิจกรรมกันตามประสาคู่รัก ปรียาดากลับทนคิดถึงลูกสาวไม่ไหวจนต้องรีบต่อสายวิดีโอคอลหาคุณศิริกัญญา ซึ่งก็ต้องรอฟังเสียงสัญญาณอยู่นานกว่าท่านจะรับสาย“ว่าไงคะลูก เดินทางเรียบร้อยดีไหมคะ” คุณศิริกัญญาเอ่ยทักทายลูกสาวผ่านทางหน้าจอสี่เหลี่ยมของสมาร์ตโฟน“เรียบร้อยดีค่ะคุณแม่ น้องเกลเป็นยังไงบ้างคะ ร้องไห้หาปลื้มหรือเปล่า” ปรียาดารีบถามถึงลูกสาวด้วยความห่วงใยโดยมีสามียื่นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อรอฟังด้วยอีกคน“น้องเกลเหรอลูก ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่คะ ร่าเริงดี”“คุณแม่อย่าหลอกปลื้มนะคะ พูดแบบนี้ให้ปลื้มสบายใจหรือเปล่า”ยังไม่ทันที่คุณศิริกัญญาจะอ้าปากตอบ เสียงหัวเราะกรี๊ดกร๊าดของเด็กหญิงกรปรียาก็ดังแทรกเข้ามาแทนคำตอบ“ได้ยินไหมคะลูก น้องเกลกำลังเล่นน้ำอยู่กับพี่ปกป้องโน่น”คุณศิริกัญญาว่าจบก็เดิ
ว่าที่คุณแม่ที่เพิ่งผ่านพ้นงานวิวาห์มาได้เพียงไม่กี่วัน เดินทางมาหาสามีที่มหาวิทยาลัยด้วยความคิดถึง เนื่องจากช่วงนี้อาจารย์แพทย์หนุ่มมีงานรุมเร้าจนแทบไม่มีเวลากินข้าวกินปลาเมื่อปรียาดารู้แบบนั้นก็ไม่รอช้า วันต่อมาเธอก็ลุกขึ้นมาจัดเตรียมอาหารกลางวันใส่ปิ่นโต และตรงมาเซอร์ไพรส์สามีในช่วงพักเที่ยงทว่าเมื่อเปิดประตูห้องทำงานของกันต์เข้ามา หญิงสาวก็ต้องประหลาดใจที่เห็นกิตติชัยกำลังนั่งทำหน้าตาเคร่งเครียดอยู่บนโซฟา“อ้าว พี่กิตสวัสดีค่ะ ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่นะเนี่ย” ปรียาดายกมือไหว้ทักทายกิตติชัยเมื่อกันต์เห็นภรรยาสาวที่กำลังอุ้มท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเดินเข้ามาก็รีบก้าวเข้าไปประคองให้เธอเข้ามานั่งบนโซฟา“สวัสดีครับน้องปลื้ม” ท่าทางไม่ร่าเริงผิดวิสัยของกิตติชัย ทำเอาปรียาดาอดแปลกใจไม่ได้ จึงต้องหันไปกระซิบกระซาบกับสามี“พี่กิตเป็นอะไรคะ”“มันมาปรึกษาน่ะ ว่าไปล่วงเกินผู้หญิงแล้วโดนฟาดกบาลเข้าต้องทำยังไง พี่ก็เลยบอกไปว่าสุภาพบุรุษแบบพี่คงจะให้คำแนะนำอะไรพวกนี้ไม่ได้หรอก เพราะว่าพี่ไม่มีประสบการณ์”“อะไรนะคะ? “ปรียาดาย้อนถามด้วยนัยน์ตาเบิกโพลง ทว่าคนถูกกล่าวหาถึงกับถลึงตาใส่เพื่อนรัก“เด
งานฉลองมงคลสมรสระหว่างอาจารย์แพทย์หนุ่ม และทายาทคนเล็กของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังถูดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางกรุงโดยแขกเหรื่อที่มาร่วมงานนั้นล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการแพทย์ทั้งระดับประเทศ และระดับโลกที่เคยร่วมงานกับนายแพทย์กันต์นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ที่มีความใกล้ชิดกับครอบครัวอำนวยกิจไพศาล ตลอดจนผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม ทำให้งานวิวาห์ในค่ำคืนนี้เป็นที่กล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในงานแต่งงานยิ่งใหญ่แห่งปีบรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นของทั้งสองครอบครัว และเหล่าเพื่อนฝูงของคู่บ่าวสาว“ปลื้มคะ ไปนั่งพักก่อนดีกว่า พี่ว่าปลื้มยืนนานเกินไปแล้วนะ” เจ้าบ่าวหนุ่มเอ่ยกับเจ้าสาวคนสวยที่มีอายุครรภ์ได้ราวห้าเดือนด้วยความห่วงใย เนื่องจากทั้งคู่เดินทักทาย และกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อมาได้พักใหญ่แล้ว“นั่นสิลูก หนูกับพี่กันต์เข้าไปเถอะ เดี๋ยวแม่กับคุณพ่อดูแลข้างหน้าเอง พิธีการอื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรแล้ว” คุณศิริกัญญากล่าวสนับสนุนลูกเขยเต็มที่ อีกทั้งงานในวันนี้แม้จะยิ่งใหญ่อลังการ ทว่าพิธีการต่าง ๆ ถูกกำหนดไว้อย่างกระชับ เพื่อความสะดวกสบายข
ท่ามกลางการจราจรหนาแน่นในช่วงเย็นวันเสาร์ กันต์ขับรถซีดานสีดำคู่ใจพาคุณกรุณาผู้เป็นมารดามารับประทานอาหารเย็นที่คฤหาสน์อำนวยกิจไพศาล โดยได้รับการเชื้อเชิญจากคุณเปรมและคุณศิริกัญญาอย่างเป็นทางการคุณกรุณาลอบมองลูกชายที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยเป็นระยะ ทำเอาพลขับหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหันมาถาม“มีอะไรจะพูดกับผมหรือเปล่าครับแม่”“คือ…แม่อยากรู้ว่าลูกกับพ่อตาน่ะ…”“ก็ปกตินี่ครับไม่ได้มีอะไร เวลาผมไปทำงานที่โรงพยาบาล เจอท่านก็ทักทายกันตามปกติ”กันต์ว่าไปตามความจริง เนื่องจากชายหนุ่มสามารถแยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในเวลางานคุณเปรมคือผู้บังคับบัญชาที่เขายังให้ความเคารพเช่นเดิมแม้ในเวลาส่วนตัวแทบจะไม่ได้คุยกันเลยก็ตามที แต่ใช่ว่าเขายังจะโกรธเคืองแต่อย่างใด หนำซ้ำความขุ่นข้องภายในใจยังเจือจางลงไปมาก หลังจากได้ฟังเรื่องราวของคุณเปรมจากปากของปฐวีที่ผ่านมาท่านต้องทนทุกข์อยู่นานจากการที่ลูกเมียตีตัวออกห่าง ประหนึ่งตัดความสัมพันธ์กันกลาย ๆ กว่าจะปรับความเข้ากันได้ และได้กลับมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวอีกครั้งก็กินเวลานานหลายปี“แม่เข้าใจความรู้สึกของลูกนะ แต่แม่อยากจะบอกอะไรสัก
“พ่อเล่าเองลูก เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะพ่อ พ่อต้องเป็นคนรับผิดชอบ” คุณเปรมที่กำลังประคองคุณศิริกัญญา หันมากล่าวกับลูกชายและว่าที่ลูกเขยด้วยใบหน้าเศร้าหมอง“พ่อครับ เดี๋ยวผมเล่าเองก็ได้ พ่อไม่ต้อง...” ยังไม่ทันสิ้นประโยค คนเป็นพ่อก็ยกมือขึ้นห้าม ก่อนประคับประคองร่างบอบบางของภรรยาเดินมาหาลูกชาย“โปรดพาแม่ไปนั่งพักก่อน เดี๋ยวทางนี้เป็นหน้าที่พ่อเอง”ปฐวีจำต้องทำตามคำร้องขอของบิดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชายหนุ่มเดินเข้าไปโอบกอดผู้เป็นแม่ ก่อนจะพาเดินไปนั่งบนม้านั่งด้านหน้าห้องฉุกเฉิน ทว่าก็อดที่จะหันกลับมามองบิดาและเพื่อนรักไม่ได้ทางด้านกันต์ที่กำลังจ้องหน้าว่าที่พ่อตาเขม็ง ก็ไม่รีรอที่จะเอ่ยถามออกมา“นี่มันเรื่องอะไรกันครับคุณพ่อ” สรรพนามที่ใช้เรียกท่านผู้อำนวยการเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่ความสัมพันธ์ของเขาและปรียาดาขยับขึ้นมาอีกขั้น“นั่งก่อนสิ เรื่องมันยาว” คุณเปรมหย่อนสะโพกนั่งลงบนม้านั่งที่อยู่ใกล้ ๆ โดยที่กันต์ก็นั่งลงบนม้านั่งที่อยู่ติดกันอย่างว่าง่าย ก่อนที่ท่านจะค่อย ๆ เรียบเรียงเรื่องราวและเริ่มต้นเล่าให้ว่าที่ลูกเขยได้รับรู้ความจริงทั้งหมด“เมื่อก่อนพ่อเป็นพ่อที่แย่มาก กันต
“น้องปลื้มคะ หนูทานอะไรบ้างหรือยังลูก”คุณศิริกัญญาในชุดราตรียาวสีทองอร่ามเดินเข้ามาภายในห้องจัดเลี้ยง เมื่อเห็นลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนคุยกับผู้ช่วยสาวและเหล่าทีมงานของมูลนิธิก็รีบเอ่ยถามด้วยความห่วงใย เนื่องจากตั้งแต่ปรียาดาเดินทางกลับมาจากภูเก็ตก็ต้องเร่งเตรียมงานที่จะมีขึ้นในค่ำคืนนี้จนแทบไม่ได้พักผ่อน“ทานแล้วค่ะคุณแม่ แถมปลื้มยังตุนเสบียงติดตัวไว้ตลอดด้วยค่ะ” ปรียาดาในชุดราตรียาวสีดำประดับเลื่อมเป็นประกายแวววับทั้งชุด คว้ากระเป๋าถือใบยาวที่หนีบไว้ใต้รักแร้มาเปิดอ้าออก เผยให้เห็นโปรตีนบาร์ และช็อกโกแลตหลากหลายรสชาติ ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับส่ายศีรษะด้วยความไม่ชอบใจ“ทานแค่นี้มันจะไปพออะไรกันคะ” คุณศิริกัญญาสอดส่ายสายตาไปทั่วห้องจัดเลี้ยง ก่อนจะไปหยุดตรงว่าที่ลูกเขยสุดหล่อในชุดสูททักซีโดสีดำที่กำลังยืนคุยกับคุณเปรม ปฐวี และกิตติชัยกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันเมื่อชายหนุ่มเห็นสัญญาณโบกไม้โบกมือจากว่าที่แม่ยายก็รีบเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว“ครับคุณแม่”“พี่กันต์ดูน้องสิ ทานแต่ของไม่มีประโยชน์ พาน้องไปทานอะไรเป็นเรื่องเป็นราวสักหน่อยก่อนงานจะเริ่มดีกว่า”“ผมให้ปลื้มทานข้าวแล้วครับคุณแม่ ป้อนเองก
![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






