Masukกิตติชัยนั่งนัวเนียสองสาว พลางมองกันต์ที่หันไปคว้าแก้วเครื่องดื่มจากบริกรขึ้นกระดก ทว่าก็ยังคงทำหน้าบอกบุญไม่รับ ทำเอากิตติชัยอดแซะไม่ได้
“ไอ้นักบวชเอ๊ย เหมือนเดจาวูฉิบหาย ตอนนั้นกูพาไอ้โปรดมาก็ทำหน้าเหมือนแดกของขมแบบนี้ ว่าแต่มึงได้บอกมันหรือยังว่ากลับมาแล้ว”
“บอกแล้ว แต่ช่วงนี้มันต้องช่วยเมียเลี้ยงลูก มันก็เลยชวนกูไปที่บ้าน...” กันต์หยุดพูดเพียงเท่านั้น
“แล้ว...”
“กูไม่ว่างไป”
“มึงไม่ว่างไป หรือว่ามึงกลัวว่าจะเจอน้องปลื้ม” คำถามอันแสนเรียบง่ายของกิตติชัย ทว่ามันแทงใจดำกันต์เข้าอย่างจัง ชายหนุ่มขบกรามแน่นพลางมองของเหลวสีอำพันในแก้วใสนิ่งงัน
“ไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น”
“...”
กิตติชัยกำลังจะอ้าปากพูดต่อ ทว่าเกิดมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินผ่านมาและแวะเข้ามาทักทายกิตติชัยเข้าพอดี
“หมอกิตสวัสดีครับ”
“อ้าวคุณพี ไม่เจอกันนานเลย ช่วงนี้คุณแม่ไม่เห็นไปใช้บริการที่คลินิกเลยครับ” กิตติชัยเอ่ยถามชายหนุ่มนามว่าพีรพลด้วยความคุ้นเคยเป็นกันเองโดยไม่ได้คิดอะไร ทว่าทำคนถูกถามเกิดอาการอึกอัก
“เอ่อ...คือ...ช่วงนี้คุณแม่ติดหมอเกาหลีน่ะครับ บินไปเกาหลีทุกเดือนเลย ต้องยอมรับว่าทางนั้นเขาฝีมือดีกว่าบ้านเราจริง ๆ”
“อ่อ...ครับ” กิตติชัยช็อตไปชั่วขณะ รู้สึกหน้าชาราวกับโดนด่าก็ไม่ปาน
“ผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีพาลูกค้ามาเลี้ยง”
หลังจากชายหนุ่มคนนั้นเดินจากไป สองสาวก็แอบหัวเราะกันคิกคัก ส่วนกันต์ก็ระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่นด้วยความชอบใจ
“เออ หัวเราะกันเข้าไป แม่ง มาจาบจ้วงฝีมือกู กูเนี่ยหมอกิตหัตถ์เทพนะเว้ย ดูถูกกันเกินไปแล้ว”
“โธ่ หมอขา อย่าไปถือสาเขาเลย รายนี้น่ะถังแตกค่ะ ขี้โม้ไปแบบนั้น” น้องจ๋ากล่าวปลอบใจลูกค้าคนสำคัญ
“หืม...ยังไง ไหนเล่าซิ” กิตติชัยเอ่ยถามพร้อมเลิกคิ้วสูง
ทว่าสองสาวกลับยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนยกมือขึ้นมากรีดกรายนิ้วเรียวโดยพร้อมเพรียงกัน ศัลยแพทย์หนุ่มก็รู้ได้ในทันที
“จะเอาเท่าไหร่ สามพันพอไหม” กิตติชัยแสร้งกล่าวติดตลก
“สามพันก็เอาไปสามคำค่ะ” น้องจ๋อมทำหน้างอน
“โอ๋ หมอล้อเล่น มา ๆ หมอโอนให้คนละหมื่นนะจ๊ะ ถ้าข้อมูลดีเดี๋ยวหมอเบิ้ลให้”
กันต์โคลงศีรษะพลางมองไอ้เพื่อนสายเปย์กดสมาร์ตโฟนโอนเงินให้สองสาว ก่อนพวกหล่อนจะยกมือไหว้แทบอก และเริ่มให้ข้อมูลน่าสนใจ
“คืองี้ค่ะ คุณพีรพลน่ะ บ้านเขาถังแตก ทุกวันนี้เขามาที่นี่ก็มาหาแหล่งเงินทุน บางวันก็ได้สาวสวยรวย ๆ กลับไป แม่เขาก็ไม่ได้ไปหาหมอเกาหลีอะไรทั้งนั้นค่ะ ได้ยินว่าเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านที่กำลังจะโดนยึด” น้องจ๋ากล่าวจบกิตติชัยก็ตาลุกวาว พร้อมยิ้มร้ายออกมาด้วยความสะใจ จากนั้นน้องจ๋อมก็เริ่มเล่าในส่วนของตัวเอง
“ยังไม่พอนะคะ วันก่อนจ๋อมดูแลโต๊ะเพื่อนเขา เห็นว่ากำลังตามจีบผู้หญิงคนหนึ่ง รวยมาก แม่เขาอยากได้เป็นลูกสะใภ้ แต่เขาไม่เล่นด้วย มันวางแผนจะมอมยาค่ะ ชั่วจริง ๆ”
“เฮ้ย..นี่มันอาชญากรรมชัด ๆ แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” กิตติชัยเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ในฐานะพลเมืองดี
“จ๋อมไม่รู้หรอกค่ะ เห็นว่าพ่อเขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาล อืม...แต่จ๋อมก็จำชื่อไม่ได้ซะด้วย วันนั้นจ๋อมเมาค่ะ”
คำกล่าวของหญิงสาวทำกันต์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หญิงสาวที่เพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติและทรัพย์สินเงินทอง อีกทั้งยังเป็นทายาทเจ้าของโรงพยาบาล นั่นทำให้เขานึกถึงพี่น้องคู่หนึ่ง คนพี่คือปฐวีผู้เป็นเพื่อนรัก และอีกคนคือปรียาดาน้องสาวของปฐวี หญิงสาวผู้ทำให้เขาได้รู้จักความรัก และความเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน
“พี่กันต์ เราเลิกกันเถอะ”
เสียงของเธอยังคงก้องอยู่ในความทรงจำ การเลิกราที่เขายังคงกังขาซึ่งเหตุผล และไม่มีสัญญาณบ่งบอกล่วงหน้า เธอบอกแค่เพียงว่าเธอต้องการเวลาเพื่อค้นหาว่าแท้จริงแล้วเธอต้องการอะไร โดยไม่มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
หลังจากนั้นกันต์ก็เดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกา ทว่าเขายังคงพยายามติดต่อหาปรียาดา แต่เธอก็ได้ตัดการติดต่อในทุกช่องทาง แม้แต่พี่ชายของเธอก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้
และในที่สุดชายหนุ่มก็ต้องยอมแพ้ เขาโหมเรียนและทำงานอย่างหนักเพื่อให้ลืมความเจ็บปวด ทว่าลึก ๆ แล้วปรียาดาก็ยังคงแอบซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ
กันต์พ่นลมหายใจออกมา พลางสลัดศีรษะขับไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ก่อนที่เขาจะคว้าแก้วเครื่องดื่มสีอำพันขึ้นมาสาดจนลงคอ นั่งเอนกายปล่อยใจไปกับเสียงเพลงดังกระหึ่ม
กิตติชัยเห็นใบหน้าเครียดขึงของเพื่อนรัก ชายหนุ่มจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ชวนชนแก้วพูดคุยไปเรื่อยเปื่อย จนเวลาล่วงเลยไปเข้าวันใหม่ ก่อนทั้งคู่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวเด็กหญิงกรปรียา ก็ลืมตาออกมาดูโลกได้เกือบหนึ่งปีแล้วกันต์และปรียาดาจึงถือโอกาสไปฮันนีมูนด้วยกันสองต่อสอง โดยฝากลูกสาวตัวน้อยไว้กับบรรดาคุณปู่ คุณย่า และคุณยาย โดยมีคุณลุงและคุณป้าคอยเป็นกำลังเสริมอีกแรงทว่าพอทั้งคู่เช็กอินเข้าพักที่รีสอร์ตหรูที่ภูเก็ต แทนที่จะได้ออกไปทำกิจกรรมกันตามประสาคู่รัก ปรียาดากลับทนคิดถึงลูกสาวไม่ไหวจนต้องรีบต่อสายวิดีโอคอลหาคุณศิริกัญญา ซึ่งก็ต้องรอฟังเสียงสัญญาณอยู่นานกว่าท่านจะรับสาย“ว่าไงคะลูก เดินทางเรียบร้อยดีไหมคะ” คุณศิริกัญญาเอ่ยทักทายลูกสาวผ่านทางหน้าจอสี่เหลี่ยมของสมาร์ตโฟน“เรียบร้อยดีค่ะคุณแม่ น้องเกลเป็นยังไงบ้างคะ ร้องไห้หาปลื้มหรือเปล่า” ปรียาดารีบถามถึงลูกสาวด้วยความห่วงใยโดยมีสามียื่นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อรอฟังด้วยอีกคน“น้องเกลเหรอลูก ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่คะ ร่าเริงดี”“คุณแม่อย่าหลอกปลื้มนะคะ พูดแบบนี้ให้ปลื้มสบายใจหรือเปล่า”ยังไม่ทันที่คุณศิริกัญญาจะอ้าปากตอบ เสียงหัวเราะกรี๊ดกร๊าดของเด็กหญิงกรปรียาก็ดังแทรกเข้ามาแทนคำตอบ“ได้ยินไหมคะลูก น้องเกลกำลังเล่นน้ำอยู่กับพี่ปกป้องโน่น”คุณศิริกัญญาว่าจบก็เดิ
ว่าที่คุณแม่ที่เพิ่งผ่านพ้นงานวิวาห์มาได้เพียงไม่กี่วัน เดินทางมาหาสามีที่มหาวิทยาลัยด้วยความคิดถึง เนื่องจากช่วงนี้อาจารย์แพทย์หนุ่มมีงานรุมเร้าจนแทบไม่มีเวลากินข้าวกินปลาเมื่อปรียาดารู้แบบนั้นก็ไม่รอช้า วันต่อมาเธอก็ลุกขึ้นมาจัดเตรียมอาหารกลางวันใส่ปิ่นโต และตรงมาเซอร์ไพรส์สามีในช่วงพักเที่ยงทว่าเมื่อเปิดประตูห้องทำงานของกันต์เข้ามา หญิงสาวก็ต้องประหลาดใจที่เห็นกิตติชัยกำลังนั่งทำหน้าตาเคร่งเครียดอยู่บนโซฟา“อ้าว พี่กิตสวัสดีค่ะ ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่นะเนี่ย” ปรียาดายกมือไหว้ทักทายกิตติชัยเมื่อกันต์เห็นภรรยาสาวที่กำลังอุ้มท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเดินเข้ามาก็รีบก้าวเข้าไปประคองให้เธอเข้ามานั่งบนโซฟา“สวัสดีครับน้องปลื้ม” ท่าทางไม่ร่าเริงผิดวิสัยของกิตติชัย ทำเอาปรียาดาอดแปลกใจไม่ได้ จึงต้องหันไปกระซิบกระซาบกับสามี“พี่กิตเป็นอะไรคะ”“มันมาปรึกษาน่ะ ว่าไปล่วงเกินผู้หญิงแล้วโดนฟาดกบาลเข้าต้องทำยังไง พี่ก็เลยบอกไปว่าสุภาพบุรุษแบบพี่คงจะให้คำแนะนำอะไรพวกนี้ไม่ได้หรอก เพราะว่าพี่ไม่มีประสบการณ์”“อะไรนะคะ? “ปรียาดาย้อนถามด้วยนัยน์ตาเบิกโพลง ทว่าคนถูกกล่าวหาถึงกับถลึงตาใส่เพื่อนรัก“เด
งานฉลองมงคลสมรสระหว่างอาจารย์แพทย์หนุ่ม และทายาทคนเล็กของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังถูดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางกรุงโดยแขกเหรื่อที่มาร่วมงานนั้นล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการแพทย์ทั้งระดับประเทศ และระดับโลกที่เคยร่วมงานกับนายแพทย์กันต์นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ที่มีความใกล้ชิดกับครอบครัวอำนวยกิจไพศาล ตลอดจนผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม ทำให้งานวิวาห์ในค่ำคืนนี้เป็นที่กล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในงานแต่งงานยิ่งใหญ่แห่งปีบรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นของทั้งสองครอบครัว และเหล่าเพื่อนฝูงของคู่บ่าวสาว“ปลื้มคะ ไปนั่งพักก่อนดีกว่า พี่ว่าปลื้มยืนนานเกินไปแล้วนะ” เจ้าบ่าวหนุ่มเอ่ยกับเจ้าสาวคนสวยที่มีอายุครรภ์ได้ราวห้าเดือนด้วยความห่วงใย เนื่องจากทั้งคู่เดินทักทาย และกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อมาได้พักใหญ่แล้ว“นั่นสิลูก หนูกับพี่กันต์เข้าไปเถอะ เดี๋ยวแม่กับคุณพ่อดูแลข้างหน้าเอง พิธีการอื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรแล้ว” คุณศิริกัญญากล่าวสนับสนุนลูกเขยเต็มที่ อีกทั้งงานในวันนี้แม้จะยิ่งใหญ่อลังการ ทว่าพิธีการต่าง ๆ ถูกกำหนดไว้อย่างกระชับ เพื่อความสะดวกสบายข
ท่ามกลางการจราจรหนาแน่นในช่วงเย็นวันเสาร์ กันต์ขับรถซีดานสีดำคู่ใจพาคุณกรุณาผู้เป็นมารดามารับประทานอาหารเย็นที่คฤหาสน์อำนวยกิจไพศาล โดยได้รับการเชื้อเชิญจากคุณเปรมและคุณศิริกัญญาอย่างเป็นทางการคุณกรุณาลอบมองลูกชายที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยเป็นระยะ ทำเอาพลขับหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหันมาถาม“มีอะไรจะพูดกับผมหรือเปล่าครับแม่”“คือ…แม่อยากรู้ว่าลูกกับพ่อตาน่ะ…”“ก็ปกตินี่ครับไม่ได้มีอะไร เวลาผมไปทำงานที่โรงพยาบาล เจอท่านก็ทักทายกันตามปกติ”กันต์ว่าไปตามความจริง เนื่องจากชายหนุ่มสามารถแยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในเวลางานคุณเปรมคือผู้บังคับบัญชาที่เขายังให้ความเคารพเช่นเดิมแม้ในเวลาส่วนตัวแทบจะไม่ได้คุยกันเลยก็ตามที แต่ใช่ว่าเขายังจะโกรธเคืองแต่อย่างใด หนำซ้ำความขุ่นข้องภายในใจยังเจือจางลงไปมาก หลังจากได้ฟังเรื่องราวของคุณเปรมจากปากของปฐวีที่ผ่านมาท่านต้องทนทุกข์อยู่นานจากการที่ลูกเมียตีตัวออกห่าง ประหนึ่งตัดความสัมพันธ์กันกลาย ๆ กว่าจะปรับความเข้ากันได้ และได้กลับมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวอีกครั้งก็กินเวลานานหลายปี“แม่เข้าใจความรู้สึกของลูกนะ แต่แม่อยากจะบอกอะไรสัก
“พ่อเล่าเองลูก เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะพ่อ พ่อต้องเป็นคนรับผิดชอบ” คุณเปรมที่กำลังประคองคุณศิริกัญญา หันมากล่าวกับลูกชายและว่าที่ลูกเขยด้วยใบหน้าเศร้าหมอง“พ่อครับ เดี๋ยวผมเล่าเองก็ได้ พ่อไม่ต้อง...” ยังไม่ทันสิ้นประโยค คนเป็นพ่อก็ยกมือขึ้นห้าม ก่อนประคับประคองร่างบอบบางของภรรยาเดินมาหาลูกชาย“โปรดพาแม่ไปนั่งพักก่อน เดี๋ยวทางนี้เป็นหน้าที่พ่อเอง”ปฐวีจำต้องทำตามคำร้องขอของบิดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชายหนุ่มเดินเข้าไปโอบกอดผู้เป็นแม่ ก่อนจะพาเดินไปนั่งบนม้านั่งด้านหน้าห้องฉุกเฉิน ทว่าก็อดที่จะหันกลับมามองบิดาและเพื่อนรักไม่ได้ทางด้านกันต์ที่กำลังจ้องหน้าว่าที่พ่อตาเขม็ง ก็ไม่รีรอที่จะเอ่ยถามออกมา“นี่มันเรื่องอะไรกันครับคุณพ่อ” สรรพนามที่ใช้เรียกท่านผู้อำนวยการเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่ความสัมพันธ์ของเขาและปรียาดาขยับขึ้นมาอีกขั้น“นั่งก่อนสิ เรื่องมันยาว” คุณเปรมหย่อนสะโพกนั่งลงบนม้านั่งที่อยู่ใกล้ ๆ โดยที่กันต์ก็นั่งลงบนม้านั่งที่อยู่ติดกันอย่างว่าง่าย ก่อนที่ท่านจะค่อย ๆ เรียบเรียงเรื่องราวและเริ่มต้นเล่าให้ว่าที่ลูกเขยได้รับรู้ความจริงทั้งหมด“เมื่อก่อนพ่อเป็นพ่อที่แย่มาก กันต
“น้องปลื้มคะ หนูทานอะไรบ้างหรือยังลูก”คุณศิริกัญญาในชุดราตรียาวสีทองอร่ามเดินเข้ามาภายในห้องจัดเลี้ยง เมื่อเห็นลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนคุยกับผู้ช่วยสาวและเหล่าทีมงานของมูลนิธิก็รีบเอ่ยถามด้วยความห่วงใย เนื่องจากตั้งแต่ปรียาดาเดินทางกลับมาจากภูเก็ตก็ต้องเร่งเตรียมงานที่จะมีขึ้นในค่ำคืนนี้จนแทบไม่ได้พักผ่อน“ทานแล้วค่ะคุณแม่ แถมปลื้มยังตุนเสบียงติดตัวไว้ตลอดด้วยค่ะ” ปรียาดาในชุดราตรียาวสีดำประดับเลื่อมเป็นประกายแวววับทั้งชุด คว้ากระเป๋าถือใบยาวที่หนีบไว้ใต้รักแร้มาเปิดอ้าออก เผยให้เห็นโปรตีนบาร์ และช็อกโกแลตหลากหลายรสชาติ ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับส่ายศีรษะด้วยความไม่ชอบใจ“ทานแค่นี้มันจะไปพออะไรกันคะ” คุณศิริกัญญาสอดส่ายสายตาไปทั่วห้องจัดเลี้ยง ก่อนจะไปหยุดตรงว่าที่ลูกเขยสุดหล่อในชุดสูททักซีโดสีดำที่กำลังยืนคุยกับคุณเปรม ปฐวี และกิตติชัยกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันเมื่อชายหนุ่มเห็นสัญญาณโบกไม้โบกมือจากว่าที่แม่ยายก็รีบเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว“ครับคุณแม่”“พี่กันต์ดูน้องสิ ทานแต่ของไม่มีประโยชน์ พาน้องไปทานอะไรเป็นเรื่องเป็นราวสักหน่อยก่อนงานจะเริ่มดีกว่า”“ผมให้ปลื้มทานข้าวแล้วครับคุณแม่ ป้อนเองก







