Masukเมื่อณิชชาพัชร์เดินกลับลงมาด้านล่างและตามไปสบทบกับชายหนุ่มที่โต๊ะอาหาร เธอพบจานสเต็กเนื้อพร้อมกับสลัดผักและที่จะขาดไม่ได้เลยคือไวน์แดงที่เขาจัดเตรียมไว้ หญิงสาวนั่งลงตรงข้ามชายหนุ่มก่อนจะลงมือทานอาหารที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ด้วยความหิว ต่างคนต่างทานกันเงียบ ๆ สุดท้ายณิชชาพัชร์ก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นซะเอง
“คุณจะพาฉันไปไหน”
“ไม่จำเป็นต้องถามไปถึงที่นั่นเมื่อไรคุณก็จะรู้เอง”
กฤษฎาตอบโดยมิได้เงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่าย ณิชชาพัชร์ตัดสินใจถามเขาถึงสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของเธอ
“คุณบอกฉันได้ไหมว่าการันต์คือใครและมีความสัมพันธ์อย่างไรกับคุณ ที่สำคัญเขาเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน”
คำถามของหญิงสาวมีผลทำให้กฤษฎาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เกลียดชัง ถ้าสายตาของเขาฆ่าคนได้เธอก็คงมอดไหม้เป็นจุณไปแล้ว
“นี่คุณมั่วผู้ชายไม่เลือกหน้าจนจำไม่ได้เลยเหรอว่าเคยนอนกับใครไว้บ้าง สำส่อนไม่เลือกเลยสินะว่าใครเป็นใคร ขอเพียงให้เป็นผู้ชายก็พร้อมที่จะแก้ผ้าเสนอตัวให้เขาหมด”
“ฉันถามคุณดีดีทำไมคุณต้องด่าฉันด้วยถ้อยคำที่หยาบคายแบบนี้ด้วย คุณมีสิทธิอะไรมาด่าฉันว่าแพศยาหรือสำส่อน”
“ใครว่าผมด่าคุณผมชมคุณต่างหาก คำสองคำที่คุณเอ่ยออกมามันเหมาะสมกับผู้หญิงอย่างคุณที่สุด หรือจะเอาคำว่าร่านพ่วงท้ายไปด้วยอีกคำก็ได้นะ ความหมายของคำเหล่านี้มันบ่งบอกตัวตนของคุณได้เป็นอย่างดี”
กฤษฎาพูดพร้อมกับยิ้มเยาะ สายตาของเขายามที่มองมาที่เธอนั้นไม่ต่างอะไรกับการมองอีตัวชั้นต่ำราคาถูก จะว่าไปผู้หญิงหากินพวกนั้นยังดีซะกว่าเพราะเขาขายร่างกายเพื่อหารายได้เลี้ยงตัว ผิดกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาในขณะนี้ เป็นลูกผู้ดีมีตระกูลแต่ทำตัวไม่ต่างจากผู้หญิงหากิน มั่วผู้ชายไม่เลือกหน้าขอให้หล่อหรือถูกใจ เธอก็พร้อมที่จะสลัดผ้าออกอย่างง่ายดาย และพร้อมที่จะมีอะไรกับผู้ชายเหล่านั้น อีกทั้งยังหลอกให้ผู้ชายหน้าโง่พวกนั้นหลงรักเธอจนโงหัวไม่ขึ้น เบื่อเมื่อไรก็เฉดหัวทิ้งไปอย่างไม่ใยดี จะต้องมีผู้ชายอย่างการันต์อีกสักกี่คนที่ตกเป็นเหยื่อของผู้หญิงสำส่อนคนนี้ ณิชชาพัชร์รู้สึกโกรธมากที่เขามาด่าว่าเธอด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ทั้งที่เขาไม่มีสิทธิที่จะทำเช่นนั้น แต่เธอก็ต้องพยายามระงับอารมณ์เพียงเพื่อที่จะเจรจากับเขาให้รู้เรื่อง
“คุณยังไม่ได้บอกฉันเลยนะว่าการันต์คือใคร เกี่ยวข้องอะไรกับฉันและคุณ”
“เขาเป็นน้องชายเพียงคนเดียวของผม และเป็นน้องชายที่ผมรักมาก แต่คุณก็พรากเขาไปจากผม”
“มันไม่มากไปหน่อยเหรอ ฉันไม่เคยรู้จักผู้ชายที่ชื่อการันต์ด้วยซ้ำ แต่คุณกลับปรักปรำว่าฉันพรากน้องชายสุดที่รักของคุณไป”
“เพราะผู้หญิงแพศยาอย่างคุณที่มาปั่นหัวน้องชายผม หว่านเสน่ห์ให้น้องของผมหลงรักคุณ ยอมให้เขาครอบครองคุณแต่พอคุณเบื่อคุณก็เฉดหัวเขาทิ้งไป โดยไม่สนใจว่าเขาจะมีความรู้สึกอย่างไร ผู้ชายที่อ่อนต่อโลกอย่างการันต์มีหรือที่จะตามผู้หญิงเหลี่ยมจัดและสำส่อนอย่างคุณได้ทัน”
“ช่วยไม่ได้ก็น้องชายของคุณมาหลงเสน่ห์ฉันเอง”
ณิชชาพัชร์รู้สึกโมโหที่เขาด่าว่าเธอทั้งที่เธอไม่มีความผิด และทำไมคนบริสุทธิ์อย่างเธอจึงต้องมาทนให้เขาจิกด่าอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ ทำให้เธอตอบกลับไปเช่นนั้นโดยที่ในความเป็นจริงเธอไม่เคยรู้จักผู้ชายที่ชื่อการันต์ด้วยซ้ำ แม้แต่ชื่อของเขาเธอก็เพิ่งจะเคยได้ยินจากปากของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าในขณะนี้
“ก็ถ้าคุณไม่แก้ผ้าและให้ท่าน้องชายผมล่ะก็ การันต์ก็คงจะไม่ต้องมีจุดจบแบบนี้”
“ฉันเนี่ยนะให้ท่าเขา คุณคงจะเข้าใจอะไรผิดพลาดไป ฉันขอยืนยันว่าฉันไม่เคยรู้จักผู้ชายที่ชื่อการันต์”
“โกหกหน้าด้าน ๆ การันต์เคยเล่าให้ผมฟังว่าคุณยอมนอนกับเขานับครั้งไม่ถ้วน เขาถึงได้หลงคุณจนโงหัวไม่ขึ้นและรับไม่ได้ที่คุณทิ้งเขาไปอย่างไม่มีเยื่อใย ทั้งที่จริงแล้วผู้หญิงมากชู้หลายผัวอย่างคุณไม่มีคุณค่าควรแก่การจดจำด้วยซ้ำไป ทำตัวไม่ต่างไปจากพวกผู้หญิงหากิน ต่างกันตรงที่ผู้หญิงพวกนั้นเขาทำเพื่อความอยู่รอด หรือทำเพราะความจำเป็นบังคับ ส่วนคุณทำไปเพราะสนองความต้องการของตนเอง ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงที่เกิดมาในตระกูลผู้ดีทั้งยังมีการศึกษาจะทำตัวใฝ่ต่ำได้ขนาดนี้”
กฤษฎาพูดพร้อมกับมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความขยักแขยง สายตาของเขาแสดงถึงความเกลียดชังเธอให้เห็นอย่างเด่นชัด ณิชชาพัชร์สุดจะทนให้เขามาด่าเธออยู่ฝ่ายเดียว ความโกรธทำให้เธอพูดอะไรออกไปแบบไม่ยั้งคิด ในเมื่อปฏิเสธไปแล้วแต่เขาไม่เคยรับฟัง ทำให้เธอตอบโต้เขากลับไปด้วยคำพูดที่เผ็ดร้อน และคำพูดเหล่านี้เองที่ย้อนกลับมาผูกมัดเธอ
“ก็ไม่ใช่เพราะผู้หญิงอย่างฉันหรอกหรือที่น้องชายของคุณหลงจนหัวปักหัวปำ ขนาดฉันเขี่ยทิ้งไปแล้วก็ยังมาอ้อนวอนออดอ้อนขอคืนดีกับฉัน”
“ณิชชาพัชร์”
กฤษฎาตวาดชื่อเธอเสียงดังพร้อมกับลุกขึ้นไปยืนข้างตัวเธอ สายตาของเขาวาวโรจน์แสดงความโกรธแค้น มือของเขากำเข้าหากันแน่น ชายหนุ่มพยายามที่จะระงับความโกรธของตนเองอย่างสุดความสามารถ เพราะเธอเป็นผู้หญิง ถ้าคนที่ผู้ประโยคเหล่านี้ออกมาเป็นผู้ชายเหมือนเขาละก็คงจะโดนต่อยปากไปแล้ว เขาจะไม่ยอมปล่อยให้มาลอยหน้าลอยตา ต่อปากต่อคำกับเขาเหมือนเช่นที่เธอกำลังทำอยู่ ณิชชาพัชร์รู้สึกสะใจที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดไปกับคำพูดของเธอได้บ้าง
“ยอมรับความจริงไม่ได้หรือไงคุณ ช่วยไม่ได้นะก็น้องชายของคุณมันโง่เองที่มาหลงเสน่ห์ของฉัน”
“อุ้มน้องพีทแทนก่อนได้ไหมคะป้าจุรี น้องแพรวติดพ่อกฤษค่ะ” เสียงหวานกังวานใสดังมาแต่ไกล ที่เธอมาช้าเพราะมัวแต่ให้นมน้องพีทอยู่ “คุณพัชร์...คุณพัชร์กลับมาจริง ๆ ใช่ไหมคะ อ้อไม่ได้ฝันไปนะ” “ไม่ได้ฝันหรอกจ้ะ” ณิชชาพัชร์ตอบอ้อพร้อมกับส่งตัวน้องพีทให้ป้าจุรีซึ่งยืนรอรับอยู่ “หมายความว่าเด็กสองคนนี้เป็นลูกของคุณกฤษกับคุณพัชร์หรือคะ” อ้อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ ใช่ทีนี้ก็เลิกตัดพ้อต่อว่าฉันได้แล้วใช่ไหม” กฤษฎาเป็นคนตอบ “ก็ใครจะรู้ละคะว่าคุณกฤษแต่งงานกับคุณพัชร์จนมีลูกด้วยกัน แต่พ่อบอกอ้อว่าคุณกฤษไปส่งคุณพัชร์ที่บ้านแล้วก็จะกลับไปอยู่ที่อเมริกา ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณกฤษกับคุณพัชร์แต่งงานตอนไหน” “ก็ตอนที่ฉันกลับมาจากอเมริกาน่ะสิ” ณิชชาพัชร์หันไปเอ่ยทักทายทุกคน รวมถึงถามไถ่ถึงสารทุกข์สุขดิบ ซึ่งทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสบายดี แต่ทุกคนที่นี่คิดถึงเธอ หลายคนขออนุญาตอุ้มคุณหนูบ้างซึ่งหญิงสาวเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่อุ้มได้แค่น้องพีทเท่านั้น เพราะน้องแพรวไม่ยอมให้ใครอุ้มเลยแล
ช่วงเวลานั้นเองที่เกดและณิชชาพัชร์อุ้มน้องพีทน้องแพรวเดินเข้ามาภายในห้องนั่งเล่น กฤษฎาเดินไปรับตัวบุตรชายจากป้าเกดมาส่งให้มารดาของตนเอง ในขณะที่ณิชชาพัชร์อุ้มน้องแพรวมาวางบนตักมารดาของตนเองเช่นกัน “หน้าตาน่าเกลียดน่าชังนักหลานยาย” “พัชร์ต้องกราบขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ” “พัชร์ขอโทษพ่อกับแม่เรื่องอะไรลูก” ธนพัฒน์ถาม “ก็ที่พัชร์ปิดบังเรื่องนี้ไว้ พัชร์ไม่รู้จะเอ่ยปากบอกคุณพ่อคุณแม่อย่างไร และพัขร์ก็กลัวว่าคุณพ่อคุณแม่จะผิดหวังในตัวพัชร์” “ลูกก็เลยต้องหนีไปอุ้มท้องและคลอดแต่เพียงลำพังโดยไม่บอกเรื่องนี้กับใคร” “ใครว่าเพียงลำพังคะแม่ พัชร์มีป้าเกดคอยดูแลประคบประหงบแทบจะทุกฝีก้าวเลยล่ะค่ะ ถ้าไม่ได้ป้าเกดคอยให้คำแนะนำละก็ไม่รู้ว่าพัชร์จะสามารถผ่านช่วงเวลาเหล่านั้น มาได้เป็นอย่างดีเหมือนอย่างตอนนี้หรือเปล่า” “ขอบใจนะเกดที่ช่วยดูแลพัชร์กับหลานของฉัน” ภัทรธิดาหันไปเอ่ยปากขอบใจหญิงสูงวัยที่ยืนอยู่ไม่ห่าง “หน้าตาน้องพีทน้องแพรวเหมือนนายกฤษราวกับพิมพ์เดียวกันเลยนะคะ” กาญจนาหันไปพูดกับสามี
“ผมฝันว่าผมได้ร่วมรักกับคุณก่อนจะตกใจตื่น” “ฝันอะไรทำไมทะลึ่งแบบนั้นคะ” “ใครจะห้ามความฝันได้ละพัชร์ ผมว่าอาจเป็นเพราะจิตใต้สำนึกของผมลึก ๆ แล้วอยากร่วมรักกับคุณก็เลยทำให้ผมฝันแบบนี้” “เป็นฝันที่แปลกประหลาดมาก” “แต่สิ่งที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นคือร่างกายของผม ตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ด้วยการตื่นตัว และพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจที่ค้างไว้จากในฝัน” “คุณก็เลยไปปลดปล่อยกับผู้หญิงคนอื่น” “ผมจะไปทำกับใครได้นอกจากคุณ” “แล้วคุณทำอย่างไรคะ” “แค่คิดถึงคุณ คิดว่าคุณจะอยู่อย่างไรเมื่อไม่มีผม จะมีความสุขไหม เจ็บป่วยตรงไหนหรือเปล่า ความกังวลเหล่านี้ทำให้อารมณ์ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไป ผมฝันแบบนี้หลายต่อหลายครั้งจนผมกลัวว่าตัวเองจะป่วยทางจิต เพราะความคิดถึงคุณมันมีมากเหลือเกิน ยิ่งนานวันก็ยิ่งทวีความรุนแรง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมฝันแตกต่างไปจากทุกครั้ง ผมฝันว่าได้ยินเสียงคุณร้องเรียกผมดังมาจากที่ไกลแสนไกล ผมได้ยินเสียงคุณร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด และพยายามออกเดินตามหาคุณแต่ก็ไม่พบ มีแต่เสียงร้องด้ว
“ไม่ใช่ว่าพัชร์ไม่อยากแต่งงานกับคุณนะคะ แต่ว่าเราทำแบบนั้นได้จริง ๆ หรือคะ” แววตาของณิชชาพัชร์ดูเศร้าเมื่อพูดประโยคดังกล่าว กฤษฎาดึงตัวหญิงสาวเข้ามากอด แขนแข็งแรงของเขาสวมกอดร่างบางของเธอกระชับแนบชิดด้วยความทะนุถนอม “ได้สิครับทำไมจะไม่ได้ ถ้าคุณยังกังวลเรื่องความรู้สึกของพ่อแม่ผมอยู่ละก็ สบายใจได้เลยพ่อแม่ของผมให้อภัยและอโหสิกรรมให้พี่สาวของคุณนานแล้ว พวกท่านไม่เคยโทษคุณภา และคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนายรันต์มันเป็นกรรมเก่าของเขา ที่พ่อแม่ของผมเดินทางกลับมาเมืองไทยคราวนี้ก็เพื่อมาเจรจาสู่ขอคุณกับคุณพ่อคุณแม่ของคุณ ซึ่งท่านเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรแต่ท่านอยากถามความเห็นของคุณก่อน เราแต่งงานกันนะ” ณิชชาพัชร์เงยหน้าขึ้นสบตาเขาพร้อมกับพยักหน้าด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “พัชร์อยากใช้ชีวิตอยู่กับคุณและลูก แต่ไม่อยากให้จัดพิธีแต่งงานอะไรให้สิ้นเปลือง เราแค่จดทะเบียนสมรสกันก็พอนะคะ” “แต่ครอบครัวของผมอยากจัดงานแต่งงานให้คุณ เพื่อเป็นการให้เกียรติคุณและครอบครัวของคุณนะพัชร์” “พัชร์ทราบค่ะ แต่ว่าเรื่องราวของเรามันก็ล่วงเล
“หมายความว่าเด็กคนเมื่อกี้คือลูกของผม” “คุณเข้าใจถูกต้องแล้วครับ น้องพีทกับน้องแพรวเป็นลูกที่เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ” “ฝาแฝด!” “ครับแฝดชายหญิง...หน้าตาน่าเกลียดน่าชัง...ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมรัก” กฤษฎาเผลอยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เมื่อรู้ว่าตนเองมีทายาททีเดียวถึงสองคน “ทำไมคุณถึงกลับมาช้าจังครับ แต่ว่ามาช้าก็ยังดีกว่าไม่มา” สองหนุ่มพูดคุยกันอีกสักพักอนุวัตรก็ขอตัวไปร่วมงานศพของพัชราภา แต่ไม่ลืมที่จะอวยพรให้ชายหนุ่มปรับความเข้าใจกับณิชชาพัชร์ได้โดยเร็ว กฤษฎาเอ่ยปากขอบคุณเขาด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปด้านในเพื่อตามหาหญิงสาวที่เขารักรวมถึงลูกน้อยที่เขายังไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เขาพบณิชชาพัชร์อยู่ในห้องรับรอง เธอกำลังวางลูกน้อยที่หลับอยู่ในอ้อมแขนลงบนเปลที่เตรียมไว้ โดยมีเกดเฝ้ายืนดูอยู่ไม่ห่าง เมื่อเกดเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องก็รีบเดินเลี่ยงออกจากห้องไปอย่างคนรู้งาน เพราะต้องการเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง เพื่อที่จะได้ปรับความเข้าใจกัน อันที่จริงก็แอบหวังให้สองหนุ่มสาวปรับความเ
กฤษฎารีบบึ่งรถไปที่บ้านของณิชชาพัชร์ด้วยความเร็วสูง หัวใจของเขาโลดแล่นไปอยู่ที่เธอ เขาอยากจะพบเธอใจแทบขาดหลังจากที่ต้องจากกันไปนานร่วมปี ณิชชาพัชร์เดินมาที่ห้องรับแขกเมื่อเด็กในบ้านไปบอกว่ามีคนมาขอพบเธอ หญิงสาวค่อนข้างแปลกใจว่าใครกันที่มาขอพบ และรู้ได้อย่างไรว่าเธอกลับมาที่นี่ เพราะเธอเองไม่ได้ติดต่อหรือบอกใครเรื่องที่เธอจะกลับมาอยู่ที่บ้าน มีเพียงบิดามารดาและคนที่บ้านนี้เท่านั้นที่ทราบเรื่องนี้ ทำให้อดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าใครกันที่อยากพบตนเอง และเธอก็ได้รับคำตอบเมื่อออกมาพบผู้ชายคนหนึ่งยืนหันหลังให้เธอ เห็นเพียงด้านหลังเธอก็จำได้ดีว่าเขาคือใคร ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเธอก็ไม่มีวันลืมชายหนุ่มที่ตนเองรัก เขาอยู่ในความทรงจำของเธอเสมอมา ครั้งใดก็ตามที่เธอมองหน้าลูกภาพของเขาก็จะสะท้อนออกมา เพราะลูกน้อยทั้งสองของเธอมีใบหน้าถอดแบบออกมาจากผู้เป็นบิดาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน “คุณกฤษ” “พัชร์” กฤษฎายิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อหันมาเห็นหญิงสาวที่เขารัก และถวิลหาแต่เธอตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ใบหน้าของณิชชาพัชร์ในตอนนี้ดูซีดเผือด ด้วยไม่คิดว







