LOGIN“คุณน้องขา มามะขอพี่แพนเค้กกอดที”
ภาสวินีอ้าแขนกว้าง ชนิตสิรีหัวเราะเมื่อเห็นสาวประเภทสองที่เธอถูกชะตาทำแบบนั้น ร่างบางเพรียววิ่งเข้าไปหาเขาทันทีอย่างไม่ลังเล แถมทำแก้มป่องให้กับภาสวินีหอมแก้มนวลๆ นั่นอีกทีข้างละฟอด นราวิชญ์ที่เดินลงมาจากบันไดชั้นสอง เห็นสิ่งที่น้องน้อยกับเพื่อนรักของพี่ชายกระทำต่อกันพอดี
ชายหนุ่มเดินตรงไปหาผู้ที่มีศักดิ์เป็น ‘น้องสาว’ อย่าลืมตัว ภาสวินีที่กำลังกอดชนิตสิรีเห็นชายหนุ่มหน้าตาคมเข้ม นัยน์ตาคมกริบ นิ่งสนิท ที่มองจ้องเขาแบบตาไม่กระพริบ ความนัยของสายตาทำให้รับรู้ว่าเขากำลังถูกไม่พอใจ จากชายหนุ่มผู้นี้ มือที่กอดชนิตสิรีจึงคลายลงอย่างรวดเร็ว
‘ให้ตายสิ ใครกันนะ คลับคล้ายคลับคลา หน้าตาเหมือนเคยเห็นที่ไหน แต่ดูท่าทางดุและหวงคุณน้องเป็นบ้า’ เขาคิดในใจ
“ยัยน้อง นายเพลิงไปไหนแล้ว”
นราวิชญ์ถามเสียงเรียบ แล้วโอบบ่าบอบบางเข้ามาหาตัว แม้ว่าภาสวินีจะหลงลืมความรู้สึกแบบผู้ชายแท้ๆ มากลายเป็นผู้หญิงไปเสีย เขาก็ยังมองออกว่า ‘เสือ’ ตรงหน้าเขาหวงลูกอ่อนอย่าง ชนิตสิรีมากขนาดไหน
“พี่เพลิง ไปในเมืองกับยัยตวงน่ะค่ะ พี่วิชญ์ นี่พี่แพนเค้กค่ะ”
ชนิตสีรีเงยหน้าขึ้นมาบอกกับเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่รู้สักนิดว่านราวิชญ์กำลังรู้สึกแบบไหน ภาสวินียิ้มแหยให้กับชายหนุ่ม แล้วแนะนำตัวอย่างรวดเร็ว
“พี่เป็นเพื่อนเพลิงขาน่ะจ้ะ ชื่อแพนเค้ก ชื่อเก่าแบบว่า ภาสกร”
“อ๋อ...หึ หึ”
นราวิชญ์มีสีหน้าเปลี่ยนไปเมื่อเขาแนะนำตัวแบบนั้น พลางกวาดสายตามองชายหนุ่มตรงหน้า ที่ตอนนี้แทบไม่เหลือเค้าเดิม วันนี้ภาสวินีไฉไลในชุด เสื้อโปโลสีชมพูหวาน และมีผ้าพันคอสีม่วง กางเกงยีนฟิตเปรี๊ยะสีขาว รองเท้าส้นสูงสีเดียวกับกางเกง ผมของเขายาวประบ่าซอยอย่างเก๋และทำสีน้ำตาลเหลือบทอง นี่เขาแทบจะจำเพื่อนสนิทของพี่ชายไม่ได้จริงๆ เขายังจำภาสกรในมาดเดิมได้ เพราะเคยอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับเพลิง หากแต่เขาเรียนช้ากว่าเพลิงปีหนึ่ง เคยเห็นภาสกรในบทบาทนักกีฬาของมหาวิทยาลัยมาก่อน นึกไม่ถึงเลยว่าชายหนุ่มจะเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้
“หน้าตาของน้องสุดหล่อคุ้นมากเลย น้องวิชญ์... น้องนราวิชญ์ น้องนายเพลิงใช่ไหมเนี่ย? ตายแล้ว! ยิ่งอายุเยอะ ยิ่งหน้าตาดีม้าก... มาก”
“ครับ ผมเอง วิชญ์นั่นแหละครับ หึ หึ ไม่น่าเชื่อว่านี่คือพี่ภาส ผมเลยจำไม่ได้เลย”
นราวิชญ์ตอบยิ้มๆ ภาสวินีมองเขาอย่างชื่นชม ก่อนจะโพสท่าของตัวเองราวกับนางแบบบ้าง พลางถามเสียงแหลม
“พี่ละค้า เปลี่ยนไปบ้างหรือเปล่า อิๆ สวยขึ้นมะ”
“สวยครับ”
นราวิชญ์ตอบ คนฟังแทบจะถลามาให้รางวัลเป็นจุ๊บสักฟอด แต่หากพอเข้าใกล้ เห็นสายตาของนราวิชญ์แล้วก็สะดุดกึก
‘อีตาน้องชายของเพลิงขานี่ ท่าทางใช่เล่นเสียที่ไหน สุ่มสี่สุ่มห้าไป โดนเตะเอาง่ายดายแน่นอนเลยเรา’
“ว่าแต่พี่สาวอีกสองคนไปไหนหรือคะ พี่แพนเค้ก”
ชนิตสิรีถามเสียงแจ๋ว เธอขยับจะไปเกาะแขนของภาสวินี หากแต่นราวิชญ์รั้งไว้เสียก่อน โดยการออกแรงที่โอบบ่าเธอไว้ รั้งร่างบอบบางไม่ให้ผละจากเขา จนเจ้าตัวต้องหันมามองผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายแล้วทำตาโต
“พี่วิชญ์มีอะไรกับน้องเหรอคะ?”
“คือว่า...”
นราวิชญ์นิ่งไปนิด เมื่อคิดว่าจะรั้งชนิตสิรีไว้แบบไหนดี แม้ว่าเพื่อนรักของพี่ชาย จะหัวใจกลายเป็นหญิงไปแล้ว หากแต่เขากลับรู้สึกร้อนเร่าประหลาด เมื่อเห็นว่าภาสวินีสนิทสนมกับยัยน้องของเขามาก ถึงขั้นหอมแก้มกันแบบนี้
“ถ้าไม่มีอะไร น้องขอไปคุยกับพี่แพนเค้กให้หายคิดถึงก่อนนะคะพี่วิชญ์ พี่แพนเค้กน่ารักมาก เป็นคนทำผมใหม่ให้น้องด้วยนะคะ”
เจ้าตัวรีบอวด พลางยิ้มตาหยีให้พี่ชายที่ยังนิ่งอึ้ง แล้วเดินไปเกาะแขนของภาสวินี เดินคุยกันกระหนุงกระหนิงจากไปทันที ทิ้งให้นราวิชญ์มองตาม แล้วบ่นพึมพำกับตนเองเบา ๆ อย่างลืมตัวว่า
“ยัยน้องนะยัยน้อง ยังไงก็เป็นผู้ชาย ไปปล่อยให้เขาหอมแบบนั้นได้ยังไงกันนะ ไม่ระวังตัวบ้างเลย เฮ้อ...”
“พี่แพนเค้ก รู้จักพี่วิชญ์ของน้องด้วยเหรอคะ”
ชนิตสิรีเอ่ยถามขึ้น ขณะที่เธอนั่งเล่นอยู่ที่บ้านปีกไม้หลังเล็ก ของภาสวินีและเพื่อนสาวอีกสองคน หญิงสาวนั่งเล่นอยู่ริมระเบียงหน้าบ้าน ที่มีชุดเก้าอี้ไม้วางอยู่ ภาสวินีเดินไปรินน้ำส้มคั้นสดๆ จากในตู้เย็นของเขามาเสริฟท์ พลางพยักหน้า
“รู้จักสิจ๊ะ พี่กับเพลิงขาเป็นนักกีฬา ส่วนวิชญ์น่ะ เป็นหนุ่มกิจกรรม พวกเจ้าพ่อค่ายอาสา”
“โห”
ชนิตสิรี อ้าปากค้าง เธอไม่ค่อยได้สุงสิงกับพี่ชายทั้งสองนัก เมื่อพวกเขาเรียนมหาวิทยาลัย เพราะตัวเธอเองก็เริ่มมีเพื่อนเพศเดียวกัน เรียนรุ่นเดียวกันแล้ว จึงไม่ค่อยได้เกาะแจพวกเขาเหมือนอย่างในสมัยเด็ก อีกอย่างหนึ่ง นราวิชญ์อยู่ที่บ้านของเขา นานครั้งจะมานอนบ้านคุณย่าหญิง ยิ่งพอเขาอยู่ในช่วงเป็นหนุ่มเต็มตัว พี่ชายคนนี้ของเธอก็ห่างหายไป ไม่เหมือนกับเพลิง ที่อยู่บ้านเดียวกัน ตัวนราวิชญ์ไปเรียนปริญญาโทต่อที่เมืองนอกด้วย เลยยิ่งห่างเหินกันไปใหญ่ ชนิตสิรีจึงสนิทสนมกับเพลิงมากเสียกว่านราวิชญ์ แถมพี่ชายคนนี้ของเธอก็ดูยากนัก เพราะบุคลิกยิ้มๆ เฉยๆของเขา ยากแก่การเดาใจ บางทีชนิตสิรีก็คิดในใจว่า ตอนนี้เธอแทบจะไม่รู้จักพี่ชายคนรองของเธอเลยสักนิด ยิ่งมาตอนหลังที่เธอต้องทำงานใกล้ชิดกับเขาด้วยแล้ว นราวิชญ์ก็ยิ่งแปลกไป จนบางครั้งหญิงสาวก็นึกสงสัย ว่าทำไมเขาถึงหัวโบราณกับเธอมากมายเอาจริงๆ
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด
“ตอนแรก ผมก็อยากจะแกล้งคุณตวงจริงๆ นั่นแหละครับ แกล้งคุณย่าหญิงด้วย มีอย่างที่ไหน มาหาว่าผมเป็นเกย์ ผมก็โกรธนะครับ”“แล้วทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ”ตวงรักว่าเสียงอ่อน เพลิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำไก๋ เขาแอบจูบเรือนผมนิ่มหอมของตวงรัก“ทำแบบไหนครับ ผมทำอะไรกัน ก็แค่แกล้งเป็นเกย์เท่านั้นเอง คุณตวงจะได้เอาไปรายงานคุณย่าหญิงไงละครับ เลยต้องแกล้งให้สมบทบาทหน่อย”“สมบทบาทอะไรกัน” ตวงรักหน้าแดง “ก็คุณเพลิงแกล้งขอกอดตวง บางทีก็...อื้ม เห็นตวงโง่หรือไงนะ คุณเพลิงคงจะหัวเราะเยาะตอนที่ตวงกังวลแทนคุณ แถมคิดวิธีช่วยคุณสารพัด”“ผมกำลังชื่นใจต่างหาก” เพลิงว่าเสียงทุ้ม“ผมไม่เคยหัวเราะเยาะคุณตวงเลย ชื่นใจแล้วก็อิ่มใจ ที่ได้มีโอกาสรู้จักผู้หญิงน่ารักๆ คนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน คนที่ยอมเสนอตัวเป็นเพื่อน ยามที่ผมไม่มีใคร ยอมที่จะรับผมเป็นเพื่อน แม้ว่าผมจะกลายเป็นคนที่สังคมลงความเห็นว่าผิดปรกติ” “ตวงไม่ได้ดีแบบนั้นเสียหน่อย” ตวงรักว่าอุบอิบ “ตวงยอมไปทำงานที่คุณย่าหญิงสั่ง เพราะตวงอยากไปสวิส แล้วก็อยากได้เงินต่างหาก ใครบอกว่าตวงไม่อยากได้ผลตอบแทนละคะ”“รายงานคุณย่าแล้ว คุณตวงจะกล
“นี่แผนคุณอีกแล้วใช่ไหมคุณเพลิง! ปล่อยตวงไปนะ ตวงไม่อยากเจอหน้าคุณ”“โธ่...”เพลิงอยากจะไปกอดร่างบางหอมกรุ่น อยากจะจูบแก้มนวลเพราะคิดถึงใจจะขาด อยากจะคุกเข่าขอร้องให้เธอเห็นใจ หากแต่สภาพร่างกายเขาก็ไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วถ้ารอตัวเองหายก็คงอีกเดือนเต็มๆ ป่านนั้นไม่รู้ว่าตวงรักจะยิ่งโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า“ไม่ต้องมาโธ่ มาทำหน้าซื่อ แต่ใจคดกับตวงเลยนะ บอกยัยน้องมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คอยดูนะออกไปได้ ตวงจะเล่นงานให้เข็ด ยัยน้องนะยัยน้อง”“ฟังผมบ้างสิครับ ผมมีเหตุผลนะ ที่หลอกคุณตวง”เพลิงว่าเสียงอ่อย พยายามทำหน้าให้น่าสงสารมากที่สุด ตวงรักกอดอก แล้วทำหน้าเชิด เธอกัดริมฝีปาก พลางส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ต้องมาพูดหรอค่ะ ตวงไม่อยากจะฟัง คุณคงเห็นตวงหลอกง่ายสินะ ถึงหลอก...”ใบหน้านวลแดงเรื่อทันที เมื่อนึกทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเธอแน่ใจว่าเพลิงต้องแกล้งแน่นอน ทั้งแกล้งเมา แกล้งจีบสาวไม่เป็น โอ๊ย! อีตาบ้า นอกจากจะหลอกเราว่าเป็นเกย์ไม่พอ ทำให้เรากลุ้มใจเกือบตายยังมาหลอกแต๊ะอั๋งเราอีกเขากอดเธอ แถมหอมแก้มเธอไปกี่ครั้งแล้วเล่า หน็อย...ยิ่งให้อภัยไม่ได้หรอก ตวงรักกัดริมฝีปากจนเจ็บ ต







