LOGIN“ใจเย็นๆ นะครับแม่ณี”
น้ำเสียงทุ้มปลอบประโลม หญิงสูงวัยที่กำลังหน้าซีดไปหมด นางหันมายิ้มแหยให้กับชายหนุ่ม แล้วพยักหน้า
“จ้ะ แม่จะพยายามใจเย็น แต่กลัวเหลือเกิน ว่าภาสจะไม่ยอมพบหน้าแม่”
“ไอ้ภาสมันจะดีใจมากน่ะสิครับ”
เพลิงยิ้ม ก่อนที่จะยื่นแว่นกันแดด และหมวกสานใบโต ส่งให้มารดาของเพื่อนสนิท เขาไปรับปราณีมาจากสนามบิน ท่าทางนางตื่นเต้นยินดีมากที่จะได้พบกับบุตรชายที่หายออกไปจากบ้านนานเกือบครึ่งปี นางรับของจากเพลิงมาแล้วทำหน้าสงสัย เพลิงขยิบตาให้ก่อนจะพูดเสียงกลั้วหัวเราะ
“ปลอมตัวให้ไอ้ภาสมันแปลกใจนิดหน่อยนะครับแม่ณี”
“จ้ะ”
นางรีบสวมแว่นกันแดดและหมวกเก็บผมให้เรียบร้อย ก่อนจะยิ้มให้กับเพลิง
“แม่ปลอมตัวดีหรือเปล่าเพลิง”
“พอได้ครับ เหมือนมาดามมาจากอังกฤษเลยครับแม่”
เพลิงหัวเราะเบาๆ หมวกใบกว้างมีดอกไม้ค่อนข้างใหญ่ประดับไว้ มันเป็นหมวกของสาวอั้ม สาวประเภทสองร่างถึกที่ลืมไว้บนรถของเขานั่นเอง รสนิยมจึงสีสันค่อนข้างจัดจ้านอยู่สักหน่อย ดอกไม้ที่ติดอยู่บนหมวกสานเป็นสีชมพูแปร๋นแบบเห็นกันแต่ไกล
ปราณีหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกำมือเข้าหากันแน่นอย่างตื่นเต้น มือเย็นไปหมด เพลิงพาปราณีเข้ามาในตัวเมือง ผ่านเข้ามาในย่านที่ค่อนข้างเจริญพอสมควรเพราะมีตึกราอาคารสวยๆ มากมาย ผู้คนเดินกันค่อนข้างหนาตาคึกคัก เขาพานางมาหยุดอยู่ตรงหน้าอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ที่ตกแต่งไว้ค่อนข้างทันสมัย ทาสีส้มสด หน้าร้านมีป้ายขึ้นชื่อร้านไว้ว่า ‘แพนเค้ก ซาลอน’ ป้ายผ้าตัวใหญ่ขึงหน้าร้านเป็นรูปของภาสวินีที่แต่งหน้าอย่างสวยงาม และในมือถือถ้วยรางวัลที่ได้รับมา มีตัวอักษรบอกข้อความไว้ว่า ‘ไว้ใจได้ในฝีมือของแพนเค้ก ช่างผมรางวัลการันตรีสองสถาบัน’
เห็นแค่นี้ปราณีก็น้ำตาคลอ แม้ว่าลูกชายคนเดียวของนางจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม แต่เขาก็ประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่งกับสิ่งที่ตนเองชอบ เขาออกมาแบบทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เมื่อสมชาติต่อว่าและดุด่าเขาอย่างหนัก ภาสวินีทิ้งบัญชีธนาคารและเทเงินทุกบาททิ้งไว้ในห้อง พร้อมกับจดหมายว่าเขาจะไม่เอาอะไรติดตัวไปแม้แต่อย่างเดียว และวันหนึ่งที่ทุกคนยอมรับเขา เขาจะกลับมา
แม้สมชาติจะบอกว่า รอไม่นาน คนอย่างภาสวิณีก็ต้องซมซานกลับมาขอโทษ และเลิกเป็นสาวประเภทสอง หากแต่จนแล้วจนรอด บุตรชายคนเดียวก็ไม่กลับบ้าน นางและสมชาติใจร้อนราวไฟเผา ผู้เป็นสามีทำเหมือนว่าไม่เคยมีบุตรชาย แต่ลึกๆ แล้ว เขาก็นอนไม่หลับเกือบทุกคืน บางคืนลุกมาร้องไห้เงียบๆ เพราะความคิดถึงลูกรัก ปราณีเองก็เช่นกัน นางรู้สึกแก่ไปอีกหลายปีในระยะเวลาเพียงครึ่งปี เพราะความอาดูรและคิดถึงบุตรชายคนเดียว เป็นห่วง สารพัดจะกังวล นางดีใจเมื่อได้รับข่าวจากเพลิง จึงหาเวลาแอบลอบมาหาภาสวินี เพราะกลัวว่าสามีจะยังโกรธอยู่ และจะตามมาอาละวาดเอากับบุตรชายอีก
“ต๊ายเพลิงขา มาไงเนี่ย?”
เสียงแปร๋นๆ ดังมาก่อนตัว ทำให้ปราณีเอาหมวกหลุบปิดหน้าตัวเองไว้ ภาสวินีมัวแต่ทักทายเพลิง จนไม่ได้มองว่าเขาพาใครคนหนึ่งมาด้วย
“พาลูกค้ามา”
“วุ้ย! ไหนๆ ต๊าย พาแม่เลี้ยงที่ไหนมายะ เพลิงขา เอ๊ะ หน้าตาคุ้นๆ”
สาวประเภทสองกระพริบตาปริบๆ เพลิงกลั้นยิ้ม ขณะที่ภาสวินีเขม้นมอง แล้วอะไรบางอย่างในท่าทาง ใบหน้านั้น ทำให้เขาอุทานอย่างตกใจ หน้าซีดเผือด
“แม่!”
“ภาส”
ภาสวินีทำท่าจะเดินหนีมารดา หากแต่ปราณีโอบรอบเอวเขาไว้ แล้วนางก็ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น เสียงของนางสะอึกสะอื้น
“ภาส แม่เอง แม่คิดถึงภาส ลูก แม่รักลูกนะภาส ภาสอย่าหนีแม่อีกเลยนะลูก ฮือๆ”
“แม่ฮะ แม่”
เขาหันมาหามารดา และโอบกอดนางไว้ก่อนจะร้องไห้ออกมาบ้าง คนในร้านมองสองแม่ลูกเป็นตาเดียว ขณะที่เพลิงเองก็หันหน้าไปทางอื่น เขาไม่อยากเห็นภาพสะเทือนอารมณ์ เพราะกลัวจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“ภาส ไม่ติดต่อไปหาแม่เลย ไหนๆ ขอแม่ดูหน่อยสิ”
ปราณีประคองใบหน้าของบุตรชายไว้ในอุ้งมือ ตอนนี้มันเลอะเทอะไปด้วยเครื่องสำอางที่บางส่วนไหลเปื้อนเพราะน้ำตาของเขา นัยน์ตาที่มองเขาทำให้หัวใจที่เคยหว้าเหว่ของภาสวินีอุ่นวาบและเต็มตื้น เขายิ้มแหยให้กับมารดา ปราณียิ้มออกมาทั้งน้ำตาแล้วพูดเสียงเครือ
“ลูกชายของแม่ ไม่สิลูกสาว ฮือๆ ภาสเป็นลูกสาวที่แม่ภูมิใจมาก ลูกสวยมาก”
“แม่ฮะ แม่ไม่ต้องฝืนใจก็ได้ เรียกผมว่าลูกชายอย่างเดิมก็ได้นะฮะ”
“จ้ะ”
ปราณีสูดน้ำมูก มือละจากใบหน้าเขา แล้วปาดน้ำตา ภาสวินีเองก็เช็ดน้ำตาป้อย ตอนนี้คนในร้านบางคนก็แอบเช็ดน้ำตาบ้างแล้วกับภาพของสองแม่ลูก ภาสวินีโอบมารดาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะประกาศลั่นร้านเสริมสวยของเธอ ที่วันนี้ส่วนมากแขกที่มาใช้บริการเป็นคนที่รู้จักกับเขาดี
“ทุกคนฮ้า นี่แม่แพนเค้กเองฮ้า ภาสชื่อเก่าของแพนเค้ก หรือภาสวินีในปัจจุบันฮ้า แม่แพนเค้กสวยไหมฮ้า”
“สวยจ้ะพี่แพนเค้ก”
เด็กในร้านที่เป็นลูกจ้างของเขารีบตอบเสียงใส
“สวยเหมือนพี่เปี๊ยบเลยจ้า”
“แบบนั้นแม่พี่จะภูมิใจไหมนี่ ทำงานย่ะ ทำงานนังอ้อย สระผมของหล่อนต่อไป แม่ฮะ ไปด้านในกันดีกว่าหน้าตาเลอะหมดแล้ว จะได้คุยกันให้หายคิดถึงด้วย”
เขาว่าแล้วจับมือมารดาขึ้นมา ก่อนจะหันมาทำเสียงเขียวใส่เพื่อนรักที่กำลังยืนกลั้นน้ำตาให้มันไม่ไหลออกมากับภาพประทับใจตรงหน้า
“เพลิงขา ร้ายจริงๆ เลย เซอร์ไพรส์กันแทบหัวใจวายแบบนี้ แต่ยังไงก็ขอบใจมากนะไอ้เพื่อนรัก ที่นายทำให้ฉันทั้งหมดวันนี้ ฉันจะตอบแทนนายแน่นอน เพลิง”
ประโยคหลังเขาเน้นเสียงจริงจัง และยิ้มกว้างให้กับเพลิง เพลิงยิ้มตอบก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“ไม่เป็นไร แม่นายอยากเจอนาย ตามสบายนะ เดี๋ยวเย็นๆ ผมมารับกลับนะครับแม่ณี”
“ขอบใจมากลูก”
ปราณีพูดเสียงเครือทั้งน้ำตา ภาสวีนีโอบเอวมารดาแล้วพูดเสียงสดใส
“ไปคุยกันนะฮะแม่ แพนเค้กคิดถึงแม่มากๆ คิดถึงมากที่สุดเลย”
“แม่ก็คิดถึงภาสจ้ะ”
ปราณีมองบุตรชายอย่างรักใคร่ และเอนซบที่ไหล่กว้างของเขา กลิ่นน้ำหอมสตรีระเหยมาจากร่างสูงใหญ่ ที่นางเคยหวังว่ามันจะเป็นปราการปกป้องผู้หญิงสักคน และมีหลานให้นางได้ชื่นชูใจ แต่มันคงจะไม่มีวันเป็นไปได้ ในเมื่อบุตรชายของนางเลือกทางที่จะเป็นแล้ว นางก็ต้องทำใจ ปราณีถอนใจเฮือก แล้วยิ้มกับความจริงที่ต้องยอมรับ จะอย่างไรก็เลือดในอกของเธอ บุตรชายของเธอก็ไม่ได้ทำผิดคิดร้ายใคร เป็นพลเมืองที่ดีคนหนึ่งของสังคม นางรักที่เขาเป็นบุตร ไม่ได้รักที่เขาเป็นผู้ชาย คิดแล้วปราณีก็พูดเสียงกระเซ้าเบาๆ
“แม่เรียกภาสว่าแพนเค้กเหมือนคนอื่นเค้าดีกว่า ว่าแต่เป็นแพนเค้กที่คงเปลืองแป้งน่าดูนะเราน่ะ ตัวใหญ่ขนาดนี้”
“แม่ง่า”
ภาสวินีทำเสียงกระเง้ากระงอด พลางหัวเราะเบาๆ เขากอดท่านแน่นเข้า พร้อมกับหอมแก้มของท่านดังฟอด
“แพนเค้กนี่ล่ะฮ้า อุตสาห์ตั้งชื่อให้ฟังแล้วสวย ไว้จะแนะนำอั้มกับชมพู่ให้รู้จักด้วยนะฮ้า เพื่อนรักแพนเค้กเอง”
“จ้ะ”
ปราณียิ้ม ความอบอุ่นของสัมพันธ์นี่สินะ ที่ห่างหายไปนาน นางถึงกับตรอมใจและป่วยบ่อยๆ เมื่อไม่ได้ข่าวคราวของบุตรชาย เพียงแค่นางได้กลับมากอดลูกอีกครั้งหนึ่ง ก็เหมือนราวกับว่าเป็นยาอายุวัฒนะของนางแล้ว
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด
“ตอนแรก ผมก็อยากจะแกล้งคุณตวงจริงๆ นั่นแหละครับ แกล้งคุณย่าหญิงด้วย มีอย่างที่ไหน มาหาว่าผมเป็นเกย์ ผมก็โกรธนะครับ”“แล้วทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ”ตวงรักว่าเสียงอ่อน เพลิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำไก๋ เขาแอบจูบเรือนผมนิ่มหอมของตวงรัก“ทำแบบไหนครับ ผมทำอะไรกัน ก็แค่แกล้งเป็นเกย์เท่านั้นเอง คุณตวงจะได้เอาไปรายงานคุณย่าหญิงไงละครับ เลยต้องแกล้งให้สมบทบาทหน่อย”“สมบทบาทอะไรกัน” ตวงรักหน้าแดง “ก็คุณเพลิงแกล้งขอกอดตวง บางทีก็...อื้ม เห็นตวงโง่หรือไงนะ คุณเพลิงคงจะหัวเราะเยาะตอนที่ตวงกังวลแทนคุณ แถมคิดวิธีช่วยคุณสารพัด”“ผมกำลังชื่นใจต่างหาก” เพลิงว่าเสียงทุ้ม“ผมไม่เคยหัวเราะเยาะคุณตวงเลย ชื่นใจแล้วก็อิ่มใจ ที่ได้มีโอกาสรู้จักผู้หญิงน่ารักๆ คนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน คนที่ยอมเสนอตัวเป็นเพื่อน ยามที่ผมไม่มีใคร ยอมที่จะรับผมเป็นเพื่อน แม้ว่าผมจะกลายเป็นคนที่สังคมลงความเห็นว่าผิดปรกติ” “ตวงไม่ได้ดีแบบนั้นเสียหน่อย” ตวงรักว่าอุบอิบ “ตวงยอมไปทำงานที่คุณย่าหญิงสั่ง เพราะตวงอยากไปสวิส แล้วก็อยากได้เงินต่างหาก ใครบอกว่าตวงไม่อยากได้ผลตอบแทนละคะ”“รายงานคุณย่าแล้ว คุณตวงจะกล
“นี่แผนคุณอีกแล้วใช่ไหมคุณเพลิง! ปล่อยตวงไปนะ ตวงไม่อยากเจอหน้าคุณ”“โธ่...”เพลิงอยากจะไปกอดร่างบางหอมกรุ่น อยากจะจูบแก้มนวลเพราะคิดถึงใจจะขาด อยากจะคุกเข่าขอร้องให้เธอเห็นใจ หากแต่สภาพร่างกายเขาก็ไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วถ้ารอตัวเองหายก็คงอีกเดือนเต็มๆ ป่านนั้นไม่รู้ว่าตวงรักจะยิ่งโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า“ไม่ต้องมาโธ่ มาทำหน้าซื่อ แต่ใจคดกับตวงเลยนะ บอกยัยน้องมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คอยดูนะออกไปได้ ตวงจะเล่นงานให้เข็ด ยัยน้องนะยัยน้อง”“ฟังผมบ้างสิครับ ผมมีเหตุผลนะ ที่หลอกคุณตวง”เพลิงว่าเสียงอ่อย พยายามทำหน้าให้น่าสงสารมากที่สุด ตวงรักกอดอก แล้วทำหน้าเชิด เธอกัดริมฝีปาก พลางส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ต้องมาพูดหรอค่ะ ตวงไม่อยากจะฟัง คุณคงเห็นตวงหลอกง่ายสินะ ถึงหลอก...”ใบหน้านวลแดงเรื่อทันที เมื่อนึกทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเธอแน่ใจว่าเพลิงต้องแกล้งแน่นอน ทั้งแกล้งเมา แกล้งจีบสาวไม่เป็น โอ๊ย! อีตาบ้า นอกจากจะหลอกเราว่าเป็นเกย์ไม่พอ ทำให้เรากลุ้มใจเกือบตายยังมาหลอกแต๊ะอั๋งเราอีกเขากอดเธอ แถมหอมแก้มเธอไปกี่ครั้งแล้วเล่า หน็อย...ยิ่งให้อภัยไม่ได้หรอก ตวงรักกัดริมฝีปากจนเจ็บ ต







