ANMELDENจึงไม่อยากจะสุงสิงกับเขาเลยสักนิด เธอไม่เคยลืมว่าสมัยเป็นเด็ก เขาชอบรังแกเธอขนาดไหน
แทนคุณชอบมาแกล้งดึงผมเปียเธออยู่บ่อยๆ หัวเราะเยาะเธอทุกครั้งเวลาเธอทำอะไรผิดพลาด
“ซื้ออะไรแล้วมันยุ่งอะไรกับนาย กรุณาหลีกไปด้วย”
พนิดาพูดอย่างถือดีมองเขาแบบไม่เกรงกลัวสักนิด
“ดุจริงๆ น้องพริกหวาน”
แทนคุณพูดพร้อมทั้งลูบปลายคางไปมาอย่างกวนๆ
“จะดุไม่ดุไม่เกี่ยวอะไรกับนาย”
พนิดาว่าใส่เขาด้วยความหงุดหงิดที่เขาไม่ยอมถอยไปสักที
“เกี่ยวสิ ทำไมจะไม่เกี่ยว เพราะอนาคตแม่ของลูกพี่ดุอย่างนี้ พี่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้”
“ไอ้บ้า! พูดจาทุเรศ ใครจะไปเป็นแม่ของลูกนาย”
พนิดาหน้าแดงในคำพูดของเขา
“ทุเรศตรงไหนพี่พูดเรื่องจริง”
แทนคุณเอามือลูบปลายคางไปมาอย่างกวนอารมณ์หญิงสาวไม่เลิกรา
“เรื่องจริงอะไรของนาย”
พนิดาถามด้วยความโมโหจัด จนหน้าแดงก่ำไปหมด
“ลืมไปแล้วเรอะ ที่พี่เคยพูดเอาไว้”
แทนคุณเน้นยำในคำพูดที่เขาเคยพูดกับเธอ ตอนที่เธอแตกเนื้อสาวว่าห้ามเธอมีใครเพราะเธอจะต้องเป็นเมียของเขาคนเดียวเท่านั้น
“ทำไมจะต้องลืม เพราะไม่เคยจำด้วยซ้ำ”
พนิดาเชิดหน้าตอบอย่างถือดี แทนคุณหรี่ตามองหญิงสาวอย่างไม่ชอบใจ ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในตลาดผู้คนจอแจหรือเธอพาลูกน้องมาเยอะเช่นนี้ เขาจะลากไปปล้ำทำเมียเสียให้เข็ด
“ปากดีนักนะ”
แทนคุณกระชากร่างอรชรเข้ามาปะทะกับอกกว้าง
ลูกน้องที่กำลังมองหน้ากันอยู่ทำท่าว่าจะฆ่ากันตายเพราะเจ้านายที่กำลังเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ลูกน้องของแทนคุณและพนิดาคุ้นชินกับเหตุการณ์เช่นนี้มาเนิ่นนานเพราะทั้งสองเจอกันที่ไหนก็ต้องทะเลาะกันทุกคราไป มีเพียงช่วงหนึ่งเท่านั้นที่ทั้งสองไม่ได้ทะเลาะกัน ตอนที่แทนคุณไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เมื่อกลับมาเพียงไม่กี่วัน ไดเจอกันใหม่ ก็ยังทะเลาะกันอีกเช่นเดิม
“ปล่อย!”
พนิดาพยายามกระชากมือออกจากมือหนาที่จับเธออย่างแนบแน่น แต่เขาหาปล่อยไม่
“ไม่ปล่อยจะทำไม”
แทนคุณพูดอย่างไม่สนใจว่าเธอจะมีลูกน้องมากมายขนาดไหนเพราะเขาไม่เคยเกรงกลัวเลยสักนิด
“นายหัวแทนคุณ กรุณาปล่อยคุณหนูของเราด้วย”
หย้งกับจอมที่รักนายสาวยิ่งชีวิตเตือนแทนคุณอย่างไม่เกรงกลัวเช่นกัน
“อย่าเสือก!”
แทนคุณหันไปตวาดลูกน้องคนสนิทของพนิดาอย่างวางอำนาจ
“ปล่อย”
พนิดาดิ้นรนสะบัดแขนบอบบางอีกครั้ง ครั้งนี้แทนคุณยอมปล่อยแต่โดยดี
“ที่ปล่อยเพราะไม่ใช่ว่ากลัวลูกน้องของเธอ แต่ที่พี่ปล่อยเพราะที่นี่ไม่เหมาะที่จะฉุดเธอไปทำเมีย”
แทนคุณพูดอย่างยั่วโมโหไม่เลิก พนิดาสะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างเกลียดขี้หน้าเขาจับใจ
“ไปกันเถอะค่ะคุณหนู”
เอิบบอกนายสาวเสียงแผ่วเพราะดูๆ ไป ถ้ายังไม่ไปจากตรงนี้คงมีเรื่องเป็นแน่
“ค่ะป้า”
พนิดารับคำ จูงมือป้าเอิบเดินไปซื้อของต่อ โดยมีสายตาของแทนคุณมองตามร่างอรชรไปอย่างหมายมาด
เขาคิดในใจว่าคงจะมีเธอเพียงคนเดียวในโลกนี้ที่มองเมินเขา ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยได้รับการปฏิเสธจากหญิงสาวคนใดมาก่อน ความอยากเอาชนะหญิงสาวตรงหน้าปะทุขึ้นมาแทบล้นอก
“แล้วเราจะได้เห็นดีกันพริกหวาน ที่เธอกล้ามาทำหยิ่งยโสใส่พี่”
แทนคุณหันไปพยักหน้ากับลูกน้องคนสนิทให้เดินตามเขาไปเพื่อสำรวจตลาดอีกครา ลูกน้องคนอื่นๆ เดินตามเจ้านายหนุ่มอยู่ไม่ห่าง
“จะดีเหรอคะคุณหนู ไล่ลูกน้องไปหมดแบบนั้น”
เอิบพูดอย่างไม่เห็นด้วยเมื่อพนิดาไล่ลูกน้องไปหมดและให้เหตุผลว่ารู้สึกไม่เป็นส่วนตัวที่จะมีใครเดินตาม แต่โชคดีที่เอาหย้งกับจอมตามมาด้วย เพื่อมาถือของให้
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะป้าเอิบ”
พนิดาบอกเสียงสดใสให้ท่านคลายความกังวล
“นายหัวแทนคุณน่ากลัวจังค่ะคุณหนู ป้าคิดดูแล้ว เหมือนเขาจงใจจะหาเรื่องคุณหนูนะคะ”
เอิบแสดงความคิดเห็นเมื่อเดินมาจับจ่ายซื้อของต่อ
“จะไปกลัวเขาทำไมคะป้า หนูไม่เห็นจะกลัวเขาสักนิด”
พนิดาพูดอย่างไม่เกรงกลัวดังใจคิด
“ป้าว่าคุณหนูระวังตัวไว้ก็ดีนะคะ อย่าไปไหนคนเดียว ป้ารู้สึกว่าสายตาที่เขามองคุณหนูมันดูแปลกๆ ชอบกล”
เอิบแสดงความคิดเห็นอย่างตั้งข้อสังเกต นางอาบน้ำร้อนมาก่อน จึงรู้ว่าแทนคุณกำลังคิดเช่นไรกับนายสาว และสิ่งที่ชายหนุ่มคิดไม่มีวันเป็นไปได้เพราะทั้งสองตระกูลไม่ถูกกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวด
“ไม่เห็นจะต้องไปสนใจเลยค่ะป้า เราอย่าพูดถึงเขาเลยค่ะ พูดถึงทีไรหนูหงุดหงิดทุกที” พนิดาตัดบทอย่างไม่ใส่ใจ
“วันนี้คุณหนูอยากทานอะไรคะ”
ป้าเอิบเปลี่ยนเรื่องตามนายสาวเพราะรู้ว่าพนิดาไม่อยากพูดถึงแทนคุณ
“อยากทานหลายอย่างค่ะป้า พูดแล้วหิวเลย”
พนิดาพูดอย่างอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างเมื่อเปลี่ยนเรื่องคุย
“เราเดินไปดูตรงทางฝั่งโน้นกันดีกว่าค่ะคุณหนู”
ป้าเอิบชวนหญิงสาว
“ค่ะป้า” พนิดารับคำยิ้มๆ
“วันนี้คนเยอะดีนะคะคุณหนู”
ป้าเอิบพูดกับหญิงสาวขณะเดินเลือกซื้อของโดยมีลูกน้องคนสนิทเดินตามไม่ห่าง
“ค่ะป้า วันนี้ของสดนะคะ หนูอยากทานแกงเลียงแล้วแกงไตปลาจังเลยค่ะ” พนิดากอดแขนป้าเอิบอย่างประจบประแจง
“ค่ะคุณหนู เดี๋ยวป้าจะเลือกวัตถุดิบไปทำให้แล้วกัน ผักที่บ้านเราเยอะ ไม่ต้องซื้อหรอกค่ะ”
พนิดาเดินเลือกซื้อของกับเอิบอย่างเพลิดเพลินจนเกือบครบทุกอย่าง
“ว้าว... น้องพริกหวานคนสวย ไม่ได้เจอกันเสียนาน วันนี้เราคงมีวาสนาต่อกันเป็นแน่แท้”
โตมอญ บุตรชายของนายหัวตะวันพูดกับหญิงสาวเสียงหวาน พร้อมทั้งไล่สายตาโลมเลียไปทั่วร่างงามอรชรของพนิดาอย่างหื่นๆ
หญิงสาวมองกลับอย่างไม่ชอบขี้หน้า เพราะนอกจากที่เขาจะชอบเบ่งก้ามใหญ่โตแล้ว ครอบครัวของเขาเบื้องหลังยังประกอบอาชีพทุจริต เปิดบ่อนการพนัน เปิดซ่อง ที่ร้ายกว่านั้นเขายังเจ้าชู้อย่างร้ายกาจ แถมครอบครัวยังเป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่สำคัญของครอบครัวเธออีกด้วย
“ใครอยากมีวาสนากับคนอย่างนาย”
พนิดาโต้กลับอย่างไม่ชอบใจ หญิงสาวจูงมือป้าเอิบเลี่ยงไปอีกทาง ไม่อยากจะคุยด้วย
“จะรีบไปไหนล่ะน้องพริกหวานคุยกับพี่ก่อน”
โตมอญฉุดแขนเรียวของหญิงสาวเข้ามาหาอย่างหยาบคาย
หย้งกับจอมลูกน้องคนสนิทจะเข้าไปช่วยนายสาวแต่โดนลูกน้องของโตมอญที่เยอะกว่าล็อกร่างเอาไว้ ทำให้ทั้งสองไม่สามารถช่วยนายสาวได้
“ปล่อย! ไอ้บ้า” พนิดาสะบัดแขนออกอย่างรังเกียจ
“ไม่ปล่อย อย่าดีดดิ้นเล่นตัวไปหน่อยเลย”
โตมอญมองด้วยสายตาลามเลียไม่ปิดบัง หญิงสาวมองกลับอย่างรังเกียจ
“มองพี่ด้วยสายตารังเกียจขนาดนี้เชียวรึ”
โตมอญมองหญิงสาวก่อนหัวเราะเสียงน่าเกลียดเช่นเดิม
“ปล่อย! บอกให้ปล่อยไง”
พนิดาพยายามสะบัดมือให้หลุดจากการเกาะกุมแต่ไม่สำเร็จเพราะโตมอญจับอย่างแน่นหนา
“ปล่อยคุณหนูเถอะค่ะ”
เอิบเข้าไปช่วยเจ้านายสาว จึงโดนผลักเสียหลักล้มลงไป
“ป้าเอิบ! ไอ้คนสารเลว”
พนิดาพยายามสะบัดมือเพื่อจะเข้าไปช่วยป้าเอิบที่ล้มลงไป
“ไม่ต้องชมพี่ขนาดนั้นก็ได้ยาหยี” โตมอญหัวเราะเสียงดังอีกครั้ง
“ไอ้บ้า! โรคจิต”
พนิดาเตะต่อยแต่สู้แรงเขาไม่ไหว ถึงเธอจะมีฝีมือด้านการต่อสู้ แต่ระยะกระชั้นชิดแบบนี้แทบตั้งตัวไม่ทัน
“ปล่อยพริกหวานเดี๋ยวนี้”
เสียงเข้มแสดงถึงพลังอำนาจตวาดมาแต่ไกล ทุกคนหันไปมองตามเสียงนั้น ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยพนิดาเพราะรู้กิตติศัพท์ความโหดร้ายและนักเลงหัวไม้ของโตมอญดี
ส่วนลูกน้องของพนิดา เธอไล่ให้กลับไปรอที่รถเพราะรำคาญที่ต้องมีคนเดินติดตามมามากมายเช่นนี้ รถที่จอดอยู่อีกฟากไกลจากที่เธอซื้อของมากนัก ตลาดในตัวเมืองกว้างขวาง ลูกน้องคนสนิทของหญิงสาวกำลังเสียท่าให้กับลูกน้องนับสิบของโตมอญ
“พี่น่าหมั่นไส้ขนาดนั้นเลยเหรอ”แทนคุณก้มลงถามชิดใบหน้านวลอย่างอารมณ์ดี“ใช่ค่ะ ชอบพาลูกน้องเป็นพรวนเหมือนเจ้าพ่อเลยค่ะ พริกหวานนึกว่าพี่หนึ่งจะไปถล่มใคร” พนิดาตอบเสียงน่ารัก“แต่แตกต่างกับพี่นะ เห็นน้องพริกหวานทีไร อยากฉุดทุกที”แทนคุณพูดย้ำในสิ่งที่เขาเคยสารภาพไปแล้วเมื่อครั้งแรก พอพูดจบเลยโดนหมัดน่ารักทุบอกแกร่งเข้าให้“พี่หนึ่งบ้า” พนิดาว่าอย่างเขินอาย“จริงๆนะ ตอนนั้นที่ไร่ส้มยังจำได้ไหม”แทนคุณแกล้งพูดไปถึงความหลังที่เขากลับมานั่งขำทุกทีที่นึกถึง“เอ่อ... ไม่อยากจำเลย คนบ้า!”พนิดาแกล้งว่าด้วยความเขินอาย เธอนึกออกว่าเขาหมายถึงเหตุการณ์วันทีเธอพลาดท่าเสียทีไปกับเขา แล้วเธอเอาคืน โดยเอาเสื้อผ้าเขาไปทิ้ง แต่เธอไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเขาเป็นยังไง“วันนั้นพี่อายยัยเล็กกับไอ้โก้ ไอ้มั่นมากเลยรู้ไหมดีที่เป็นแค่สามคนนั้น ถ้ามีลูกน้องคนอื่นด้วย พี่คงเสียการปกครองลูกน้องแน่เลย เพราะลูกน้องได้เอาไปล้อพี่กันใหญ่”แทนคุณบีบจมูกรั้นน่ารักนั้นเล่นด้วยความมันเขี้ยว“ทำไมคะ ทำไมต้องอาย”พนิดาแกล้งเลิกคิ้วถาม เธอพอจะรู้คำตอบแต่อยากให้เขาเล่าอย่างตื่นเต้น“พอพริกหวานเสร็จสมอารมณ์หมาย ก็ทิ้งให้พี่นอน
“จำตอนที่เราพบกันครั้งแรกได้ไหม”แทนคุณถามเสียงเรื่อยๆ อย่างมีความสุข เขาไม่นึกไม่ฝันว่าเรื่องทุกอย่างจะสมหวังได้ ตอนแรกคิดว่าจะมีปัญหาอุปสรรคมากมายกว่านี้เสียอีก“ตอนไหน ตอนเด็กเหรอคะ”พนิดาถาม ยิ้มสดใสให้เจ้าบ่าว มือบางลูบอกกว้างเล่นอย่างเบามือ“ไม่ใช่ ตอนพี่กลับมาจากต่างประเทศไง”แทนคุณพูดยิ้มๆ เริ่มปลดปราการที่ขวางกั้นออกอย่างเบามือเช่นกัน พนิดาอำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี“อ๋อ... จำได้แล้วค่ะ ที่ตลาดในเมืองวันนั้น”พนิดาทำท่านึก พูดเสียงหวานจับจิต ชุดเจ้าสาวโดนถอดไปพ้นกายอย่างง่ายดาย“ตอนนั้นพี่เห็นน้องพริกหวานแล้วเกิดอารมณ์ทันที”แทนคุณพูดกำกวม พนิดาอายทุบกำปั้นที่อกแกร่งสองสามที“ทุบพี่ทำไมนี่”แทนคุณพูดกลั้วหัวเราะ ดันร่างอรชรลงนอนบนที่นอนหนานุ่มที่มีดอกไม้โรยไปทั่วเตียง“พี่หนึ่งบ้ากามตลอดเลย แล้วชอบทำหื่นในพริกหวาน เหมือนพวกโรคจิต”พนิดาต่อว่าทุบอกเขาไม่หยุด จึงโดนเจ้าบ่าวทำโทษด้วยการจุมพิตแก้มฟอดใหญ่“รู้ไหมตอนพี่เจอน้องพริกหวานที่ตลาดครั้งแรก พี่อยากเข้าไปฉุดทำเมียเลย”แทนคุณพูดไปพร้อมกับมือแกร่งที่ปลดเปลื้องชุดของเขาออกอย่างไม่รีบร้อน“บ้า! ชอบทำท่าโรคจิตใส่พริกหวานตลอดเล
ไพรวัลย์พูดขึ้นก่อนที่ทุกคนจะออกไปให้หญิงสาวทำภารกิจส่วนตัวพนิดานั่งบีบมือไปมาบนรถแน่น เธอได้รับรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ก็ดีใจเหลือเกิน แม้เขาจะยังไม่ฟื้นก็ตามที หญิงสาวขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปตลอดทางว่าให้ช่วยให้แทนคุณฟื้นด้วย เธอจะไม่ขออะไรอีกแล้วในชีวิตนี้แค่ขอให้เขารอดก็พอพนิดารีบเดินเข้าไปในโรงพยาบาลประจำจังหวัดก้าวขาเรียวสวยเดินอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหันไปหาพี่ชายคนโตที่เดินตามมาติดๆ ก่อนที่ไพรวัลย์จะชี้ไปที่ห้องพักฟื้นตรงหน้าหญิงสาวกลั้นใจเปิดประตูเข้าไปในห้องพิเศษ รีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาร่างของแทนคุณที่นอนหลับอยู่บนเตียงนอนสีขาว แทนรักยิ้มให้พนิดา“พี่หนึ่งขา...พริกหวานมาหาแล้วนะคะ”พนิดานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงคนป่วย จับมือของชายหนุ่มมาแนบหน้าอย่างห่วงใยเหลือเกินแทนคุณค่อยๆ ลืมตาขึ้นจากการหลับใหลด้วยฤทธิ์ยา มองใบหน้าสวยหวานด้วยรอยดีใจที่เขาได้เห็นหน้าคนรัก“พริกหวาน” แทนคุณเสียงเบาโหวงพนิดาจะรีบลุกมองชายหนุ่มอย่างแสนดีใจ“พี่หนึ่ง เป็นอย่างไรบ้างค่ะรู้ไหมว่าพริกหวานเป็นห่วงแค่ไหน”พนิดาพูดเสียงสั่นเครือ แต่แฝงไว้ด้วยความยินดีเมื่อได้เห็นเขาฟื้นขึ้นมา“พี่ไม่เป็นไรแล้ว อย่าทำหน้า
มันกำลังก้มใบหน้าลงทำท่าจะซุกไซ้ร่างของพนิดาแต่ต้องร้องอย่างตกใจเมื่อโดนสันปืนของแทนคุณอย่างแรง สลบคาเหมือนที่“ว้าย!” พนิดากรี๊ดร้องอย่างตกใจ ที่ร่างหนาหล่นลงมาทับแทนคุณกระชากร่างหนาของโตมอญออกอย่างแรง พนิดามองคนที่กระชากร่างของโตมอญออกไป ก่อนยิ้มออกมาด้วยความดีใจ“พี่หนึ่ง” แทนคุณรีบเข้าไปกอดร่างอรชรแนบอกอย่างห่วงใย“พริกหวานเป็นยังไงบ้าง พี่ขอโทษที่ทิ้งพริกหวานเอาไว้บนเขา เพราะพี่ไม่แน่ใจว่าพ่อพี่จะยอม แต่ตอนนี้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พี่จะพาพ่อไปสู่ขอพริกหวานกับลุงพิง”แทนคุณพูดเสียงระรัวรัดร่างอรชรแนบแน่น“พี่หนึ่ง”พนิดาน้ำตาซึม แทนคุณช่วยแก้มัดมือ และเท้าของพนิดา เขารีบพาเธอเผ่นออกมานอกห้องทันที“มีคนบุกรุก”เสียงลูกน้องของตะวันเห็นชายหนุ่มพอดี มันตะโกนเสียงดัง ลูกน้องของแทนคุณที่แอบซ่อนตัวอยู่ในตัวบ้านที่เปิดเป็นบ่อนการพนันรวมถึงเปิดซ่องต่างกรูกันเข้ามาไพรวัลย์และลูกน้องที่แอบเข้ามาอีกด้านหนึ่งรีบหลบทันที“หยุดนะ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยอมมอบตัวแต่โดยดี ตอนนี้เราล้อมไว้หมดแล้ว”ปกรณ์รออยู่นาน เมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายวิ่งกันอย่างอึกทึกครึกโครมรวมถึงได้ยินเสียงต่อสู้ รีบตะโกนบอกท
“ไปโรงพักสิ ไปแจ้งความ” ตะวันตอบด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์“ไม่เห็นจำเป็น ไอ้พวกตำรวจโง่นั่นจะช่วยอะไรเราได้”โตมอญไม่เห็นด้วยกับบิดา“แกอย่าโง่ไปหน่อยเลย ที่ไปไม่ใช่ไปให้มันช่วย แต่ไปเพราะเราต้องไปสืบข่าวพวกมัน แกอย่าลืมว่าไอ้ปกรณ์กับไอ้แทนคุณมันเป็นเพื่อนกัน” ตะวันบอกลูกชายเสียงเรียบ“ที่โรงพักคนของเราไม่ใช่เรอะ เราอยากรู้อะไรเดี๋ยวก็ได้รู้”“สวัสดีครับนายหัวตะวัน” ปกรณ์ทักตะวันรวมไปถึงลูกชายอย่างยิ้มแย้ม แทนคุณบอกเขาเอาไว้ไม่ผิดว่าสองพ่อลูกต้องมาแน่นอน“สวัสดีครับหมวดปกรณ์” ตะวันกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นกัน“มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”ปกรณ์กล่าวอย่างนอบน้อมสมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตะวันเล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียดเมื่อแจ้งความเรื่องโรงงานทุกที่ของเขามีคนลอบเข้าไปทำให้เครื่องจักรเสีย“นายหัวสงสัยใครเหรอครับ” ปกรณ์หยั่งเชิงถาม“ผมยังไม่รู้เพราะไม่เคยมีศัตรูที่ไหน ยังไงต้องฝากหมวดให้ช่วยตามเรื่องนี้ให้หน่อยนะครับ”“ได้ครับนายหัว”ปกรณ์รับคำเมื่อตะวันและลูกชายยืนขึ้นขอตัวว่าจะกลับแล้ว ปกรณ์หันไปมองหน้าจ่าเข้ม เห็นเขาพยักหน้าให้บอกว่าสำเร็จแล้ว“ผมต้องกลับก่อนนะครับ ยังไงก็ขอฝากเรื่องน
แทนรักรั้งแขนบิดาเอาไว้ มองพี่ชายอย่างเห็นใจ“พ่อครับ”แทนคุณคุกเข่าลงหน้าบิดาก่อนเงยหน้าขึ้นอย่างแนวแน่“ทำไม แกมีน้องสาวเหมือนกัน แกทำแบบนี้ได้ยังไง แล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ไอ้ลูกเลวแกไปจับลูกสาวเขากักขังไว้แบบนั้น แกทำเรื่องอัปยศแบบนี้ทำไม”เทพโมโหด่าแทนคุณเสียงลั่น เขาทั้งเครียดเรื่องคดียาเสพย์ติดต้องมาทุกข์ใจเพราะลูกชายตัวดีอีก“ผมรักพริกหวานครับพ่อ ไม่ว่ายังไงผมก็รักเธอ”คำตอบของลูกชายทำให้เทพทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างสำนึกเขาปฏิเสธลูกชายวันนั้นเพราะเขารู้จักนิสัยของแทนคุณดีว่าเป็นคนที่ชอบเอาชนะ นิสัยเหมือนเขาไม่มีผิดอีกอย่างเขาเกิดความไม่แน่ใจว่าบุตรชายจะรักและอยากแต่งงานกับพนิดาจริงๆ หรือแค่อยากเอาชนะคะคานกันเหมือนวันเด็กเนื่องจากเขารู้ว่าลูกสาวของพิง อัครมหาศาลมีหนุ่มๆ มาสนใจมากมาย หากแทนคุณไม่ได้รักจริงแค่อยากเอาชนะเขาจะเสียผู้ใหญ่ที่ไปสู่ขอลูกสาวของคู่แข่งเช่นนั้นเขาอยากพิสูจน์ให้แน่ชัด แต่เจ้าลูกชายตัวดีกลับจับตัวหญิงสาวไปกักขังไว้เช่นนั้น ถึงเขาจะไม่กินเส้นกับครอบครัวอัครมหาศาลแต่ไม่คิดที่จะสนับสนุนให้ลูกชายทำเรื่องเลวๆ แบบนั้น“ผมยอมรับผิดครับพ่อ ตอนนี้พริกหวานอยู่







