Beranda / รักโบราณ / เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์ / บทที่ 48 ความปรารถนาและทาสวาทของฟาโรห์

Share

บทที่ 48 ความปรารถนาและทาสวาทของฟาโรห์

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-24 17:45:34

ไอน้ำอุ่นลอยกรุ่นขึ้นจากอ่างหินอ่อน กลิ่นน้ำมันหอมจากดอกบัวที่ทาสหญิงหยดลงไป คลี่ตัวเป็นละอองบาง ๆ คลุมอยู่รอบกาย อาริสาเอนแผ่นหลังพิงขอบอ่าง หลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ความอ่อนล้าหลั่งไหลออกมากับลมหายใจ

น้ำรอบตัวโอบกอดเหมือนแขนของใครบางคน ใครบางคนที่เธอไม่อยากยอมรับว่ากำลังโหยหา ภาพพระพักตร์คมเข้มของราเมเซส ผุดวาบขึ้นในความคิด ทั้งแววตาดุดันในท้องพระโรง และสัมผัสร้อนแรงยามอยู่ตามลำพัง ทุกสิ่งซ้อนทับกันจนหัวใจเธอเต้นถี่

“ฉัน…อาจเป็นคำสาปจริง ๆ ก็ได้” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงสะท้อนเบา ๆ ชนผนังหินเย็นเยียบ “เพราะตั้งแต่ก้าวเข้ามา ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย”

นิ้วเรียวไล้ผ่านผิวเหนืออก น้ำไหลผ่านร่องไหล่ลงสู่ผิวเนียนวาว หญิงสาวหลับตาแน่น ความทรงจำราตรีที่ถูกโอบรัดยังติดตรึงเหมือนเพิ่งเกิดขึ้น รสสัมผัสที่ทำให้เธอทั้งหวาดหวั่นและอบอุ่นในคราวเดียวกัน

เธอนึกถึงคำจารึก “หากนางเลือกหัวใจ ดวงอาทิตย์จะลุกเป็นไฟ หากนางเลือกอิสรภาพ ดวงอาทิตย์จะดับแสง”

ถ้าเลือกเขา อาจทำลายเขา ถ้าเลือกอิสระ อาจพรากชีวิตเขา

&l

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 64 เมื่อเจ้าสูญสิ้นความทรงจำแห่งรัก

    ราเมเซสยกมือขึ้นสูง เสียงเขาแผดก้องเหมือนสั่งฟ้า“ข้าคือผู้สืบเชื้อสายแห่งอาเมนราผู้เป็นเลือดของเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์บัดนี้ข้าขอเรียกขานวิญญาณที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นในนามของโอไซริสผู้เป็นสวามีแห่งชีวิตหลังความตาย!”เสียงประสานจากเหล่านักพรตดังขึ้นพร้อมกัน เป็นภาษาที่ไม่มีมนุษย์ใดในโลกปัจจุบันเข้าใจเฮกา เอน อังค์! เจ็ด เอน โอไซริสเซเน็บ เอน มุต! ซาอา เอน เค็ทอักขระโบราณเริ่มลุกไหม้บนพื้นหิน แต่แทนที่จะเผา พวกมันเรืองสว่างกลายเป็นลำแสงทองเขียว ลากเส้นเป็นสัญลักษณ์รูปดวงตางู และดอกบัวซ้อนกันเป็นเกลียวราวร่ายมนต์แห่งคำสาปกำแพงหินทั้งสี่เริ่มเคลื่อนไหว ภาพสลักของเทพเจ้ากว่ายี่สิบองค์เริ่มขยับช้า ๆ ดวงตาของรูปสลักเรืองแสงเหมือนมีชีวิต เสียงดนตรีโบราณดังขึ้นจากไหนไม่มีใครรู้ พิณโบราณ เสียงกลอง และเสียงร้องขับขานของหญิงนางสาวราวเสียงเรียกจากวิญญาณใต้พื้นพิภพคบเพลิงทุกดวงดับวูบในเวลาเดียวกัน เหลือเพียงแสงสีทองที่ลุกวาบจากวงอักขระกลางห้อง ห

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 63 คำสาบานของฟาโรห์ผู้สิ้นรัก

    กลิ่นเลือดคาวตลบอบอวล แสงเทียนทุกดวงดับวูบ เหลือเพียงเถ้าธุลีลอยค้างในอากาศ เสียงโกลาหลเริ่มดังจากนอกวิหาร ทหารที่ยืนคุมแนวทางเดินต่างแตกตื่นเมื่อเห็นหมอกดำและเงาวิญญาณพวยพุ่งขึ้นจากพื้นทราย บางคนกรีดร้อง บางคนทิ้งอาวุธหนีเอาตัวรอด เสียงโซ่เหล็กกระทบหินดังระงมทั่วโถง คำว่า “คำสาปคืนชีพ!” แผดก้องเป็นเสียงสุดท้ายก่อนทุกอย่างเงียบงัน เหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วของคนที่ยังอยู่ประตูหินเปิดออกในจังหวะนั้น ไอเส็ตวิ่งเข้ามาพร้อมคบเพลิง ในมือ แต่ภาพตรงหน้าทำให้นางชะงักในทันที ทุกอย่าง... สายเกินไปแล้วไอเส็ตยืนนิ่ง มองร่างของฟาโรห์ที่แน่นิ่งในอ้อมแขนของอาริสาเลือดสีทองยังคงไหลรินบนพื้นหินที่แห้งกรังด้วยคำสาป หญิงชราคุกเข่าลง น้ำตาไหลอาบแก้ม ก่อนกระซิบเสียงสั่น“นี่คือผลของความรัก... ที่แม้เทพเจ้าก็มิอาจฝืนได้...”อาริสายังไม่พูด ไม่แม้แต่จะหันมองใคร เธอกอดชายผู้ครองแผ่นดินไว้แน่นในอ้อมแขน ราวกับหากปล่อย มือเขาจะหายไปกับลมเลือดสีแดงเข้มรินลงจากอกของพระองค์ช้า ๆ หญิงสาวกรีดร้องเรียกชื่อเขาทั้งน้ำตา“ราเมเซส!! ไม่...

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 62 เสียงหัวเราะสุดท้ายแห่งความตาย

    พื้นหินทั้งวิหารสั่นสะเทือน ควันสีดำทะยานขึ้นจากรอยแตกใต้แท่นบูชา เสียงกรีดร้องนับพันดังก้องจากใต้ผืนทราย เสียงของผู้ถูกสังเวยในอดีตกาลที่ถูกปลุกให้ตื่นอีกครั้ง อาริสากรีดร้องเมื่อเส้นเลือด ที่ ต้นแขนเปลี่ยนเป็นสีดำ ลวดลายอักขระโบราณค่อย ๆ ปรากฏบนผิวเธอ เหมือน “คำสาป” เขียนซ้ำลงบนเนื้ออีกครั้ง“ไม่... ไม่!”ฟาโรห์ราเมเซสโอบร่างหญิงสาวไว้แน่นเสียงของพระองค์แตกพร่า“ข้าไม่ยอมให้มันพรากเจ้าอีกแล้ว!”ทันใดนั้น แสงสีเขียวเข้มปะทุขึ้นจากเพดานสูง อักขระโบราณบนผนังหินสั่นไหว เสียงเสาหินโบราณแตกร้าวดัง ปึง! ปึง! พื้นห้องสั่นสะเทือน เหมือนบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นจากเบื้องล่างและแล้ว...เสียงหนึ่งดังขึ้นจากใต้พื้นโลก เสียงเย็นเยียบ ดังก้องราวดินแดนแห่งความตายกำลังเปิดทาง ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยแรงสาปและอำนาจ“เจ้ากล้าท้าทายข้าอีกแล้วหรือ...บุตรแห่งโอไซริส…”เสียงจากใต้พื้นโลกดังก้องเหมือนเสียงหัวเราะของวิญญาณนับพัน ควันดำค่อย ๆ ไหลออกมาจากรอยแตกใต้

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 61 เสียงร่ำไห้ของดวงวิญญาณที่ยังรัก

    เสียงของพระนางทำให้เงาในวิหารสะเทือน ราวมีสิ่งเหนือมนุษย์รับรู้ถึงความจริงที่ซ่อนอยู่ ฮาเชียร่าชะงัก ดวงตาเบิกกว้างเพียงชั่ววินาที ก่อนจะกลับมาหัวเราะอีกครั้ง พระนางยกกรีฑพิธีขึ้นเหนือหัว แสงจากอักษรดำสะท้อนปลายคมวาววับ เสียงนักพรตสวดดังขึ้นรัวเร็วกว่าเดิมขณะที่ปลายกรีฑกำลังจะตกลงสู่หัวใจของร่างบางเงาดำแห่งความตายก็กระเพื่อมขึ้นรอบแท่นบูชายัญ พร้อมฉีกกระชากวิญญาณหญิงสาวไปสู่ขุมนรกทันใดนั้น ลมเย็นพัดวูบ รุนแรงราวพายุจากยมโลก คบเพลิงทั้งหมดดับพรึ่บ ในชั่วพริบตา ความมืดกลืนกินทุกสิ่งจนเงียบงัน ดั่งหลุมศพและในเงานั้น...เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นทั่ววิหาร เสียงทุ้มต่ำ ลึกล้ำ เยียบเย็นดั่งเสียงแห่งคำพิพากษาสะท้อนราวคำสาปจากเทพ อนูบิสเองจนแม้แต่เงาผีที่สิงสู่อยู่...ยังต้องเงียบลงพร้อมกันเสียงทุ้มต่ำ... คุ้นเคย... ทรงพลังเหมือนฟ้าร้องที่ก้องมาจากใต้ผืนทรายทะเลทรายทั้งแผ่น เสียงของเขาไม่ใช่เพียงคำพูด แต่มันคือคำสั่งแห่งโลกเก่า คำสั่งของฟาโรห์ที่แม้ความตายยังไม่อาจพรากความรักของเขาไปได้“อย่าแตะต้องนาง... ฮาเชียร่า”เสียงของราเมเซสดังก้องดุจฟ้าผ่

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 60 พิธีกรรมใต้เงาวิญญาณ

    เสียงหยาดน้ำจากเพดานถ้ำหยดลงบนพื้นหินร้าวทีละหยด ทีละหยด... เสียงนั้นดังก้องในความเงียบสงัด ราวเป็นเสียงนาฬิกาทรายของนรกที่นับถอยหลังสู่วาระสุดท้ายของดวงวิญญาณหนึ่งคบเพลิงสีเขียวหม่นบนผนังส่องแสงเพียงพอให้เห็นภาพตรงกลางของวิหารโบราณซึ่งถูกปิดตายมาหลายร้อยปี สถานที่ต้องห้ามที่ ไม่มีอยู่ในแผนผังของพระราชวัง สถานที่ซึ่งเคยกลืนชีวิตของราชินีผู้หนึ่งไปในอดีต และบัดนี้... กำลังจะกลืนอีกครั้งร่างของหญิงสาวถูกตรึงไว้แน่นหนาบนแท่นหินบูชายัญกลางวิหาร ด้วยโซ่เหล็กดำที่สลักอักขระเรืองแสง นางหมดสติ เสื้อผ้าถูกเปรอะด้วยเลือดแห้ง และละอองฝุ่นศักดิ์สิทธิ์ ร่างบางแนบแน่นกับหินเย็นเฉียบ เสียงลมหายใจของนางเบาและไม่สม่ำเสมอ ราวกับหลับอยู่ในฝันร้าย ที่ไม่มีทางตื่นรอบตัวนาง เงาของผู้คนเคลื่อนไหวช้า ๆ ดั่งพิธีของพวกอสูร ที่สวมหน้ากากมนุษย์ นักพรตเฒ่าสองคน ร่างกายเหี่ยวย่น ผิวซีดเหมือนหนังสัตว์ตากแห้ง ตาสีขาวขุ่นมองไม่เห็นนานแล้ว แต่จิตยังสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ไม่ใช่ “อาริสา”เมื่อนักพรตเฒ่าเดินเข้าใกล้แท่นบูชา เสียงหนึ่งในพวกเขาสะดุ้ง หยุดนิ่ง ดวงตาที่ว่างเปล่าเบิกก

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 59 เปลวเพลิงแห่งความมากรักและโทสะ

    ในห้องบรรทมอันหรูหราของเจ้าหญิงฮาเชียร่า กลิ่นน้ำมันหอมจากดอกบัวและกำยานลอยอบอวลราวหมอกแห่งความยั่วยวน ผ้าม่านสีแดงเข้มปักลายทองสะบัดไหวตามลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านระเบียงหินอ่อน แสงจันทร์สาดส่องลงบนแท่นนอนผ้าไหมสีดำ ที่ซึ่งร่างเปลือยเปล่าของเจ้าหญิงนอนเหยียดกาย ผิวเนียนของนางเปื้อนเหงื่อและรอยแดงจากสัมผัสอันดุเดือดของทาสหนุ่มสองคน เซเนบและเมเรค ที่กำลังครอบครองพระนางพร้อมกันด้วยความเร่าร้อนราวเปลวไฟในทะเลทรายเซเนบ ชายหนุ่มร่างสูงผู้มีรอยสักงูเห่าเลื้อยพาดบนอกโน้มกายเข้าหาเรือนร่างของพระนางอย่างไม่รีรอ เสียงลมหายใจของเขาหนักแน่นขณะสอดกายเข้าหานางจากด้านหน้า ความแนบแน่นนั้นลึกเสียจนเธอสะท้าน สะโพกของเขาขยับเป็นจังหวะที่หนัก ลึก และมั่นคง ราวกับเขียนคาถาโบราณลงบนร่างของนางด้วยแรงปรารถนาเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องในห้องหิน เสียงเปียกชื้นแว่วขึ้นทุกครั้งที่สะโพกของเขากระแทกเข้าหา กลีบเนื้ออ่อนนุ่มของพระนางตอบรับ ทุกการเคลื่อนไหวด้วยแรงตอดรัดที่เหมือนจะไม่ยอมให้หลุดหนีขณะนั้นเอง เมเรคชายหนุ่มผิวน้ำผึ้ง ผู้มีกล้ามเนื้อแน่นตึงดุจหินแกะสลัก ก้าวเข้ามาจากด้านหลัง เขาใช้มื

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status