Share

ความจริงเปิดเผย

last update Last Updated: 2025-12-30 10:37:38

การประหารสิ้นสุดลงภายในไม่กี่ชั่วยามหลังไต่สวนเสร็จ ข่าวตระกูลซ่างกวนถูกกำจัดแบบขุดรากถอนโคนแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ผู้คนต่างซุบซิบนินทา บ้างสะใจ บ้างสยดสยอง

ณ จวนแม่ทัพ บ่าวไพร่และสตรีในเรือนต่างจับกลุ่มรอฟังความคืบหน้า ซ่างกวนเหยียนสายเลือดคนสุดท้ายที่ยังเหลือรอดยืนกำหมัดแน่น ใบหน้าซีดขาวแฝงด้วยความหวาดหวั่น ดวงตากลับเต็มไปด้วยความอาฆาต

"หากปล่อยไว้ ข้าต้องไม่รอดพ้นเงื้อมมือพวกมันแน่"

นางขบกรามกรอด พลันชักมีดสั้นซ่อนไว้ในแขนเสื้อ แล้วสาวเท้าเร่งไปยังเรือนเยี่ยนซี ท่ามกลางความเงียบสงัดที่แม้สายลมยังดูเย็นยะเยือก

ภายในเรือน เยี่ยนซีกำลังนั่งรอฟังข่าวพร้อมบ่าวรับใช้ เมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามา นางเหลียวมองก็เห็นซ่างกวนเหยียน สายตาที่ฉายแววคลุ้มคลั่งนั้นทำให้เยี่ยนซีลุกพรวดขึ้นทันที

"เจ้ามาที่นี่ทำไม"

เยี่ยนซีตะโกนถาม น้ำเสียงเข้มข้นด้วยความระแวง

"ฮึ ข้าจะชำระแค้นนะสิ นำเลือดของเจ้าสังเวยบรรพชน"

สิ้นคำพูด ซ่างกวนเหยียนพุ่งเข้าจู่โจม มีดในมือวาววับ เยี่ยนซีชักปิ่นปักผมออกมาป้องกัน ทั้งสองต่อสู้กันกลางห้อง เรือนถูกทำลาย ข้าวของคว่ำกลาดเกลื่อน บ่าวรับใช้ต่างแตกตื่น ฝีมือเยี่ยนซีแ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ตอนจบ

    หลายเดือนผ่านไป เยี่ยนซีท้องแก่เต็มที่เริิ่มเดินไปไหนมาไหนลำบากขึ้น เซียวหยูคอยนวดขาและพยุงนางอย่างระมัดระวัง ขณะที่นางกำลังจะลุกขึ้นจากเตียงในเช้าวันหนึ่งพลันก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมา "เซียวหยู ข้า...ปวดท้อง..." ชั่วพริบตาเสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่วิ่งวุ่น สลับกับเสียงคนดังขึ้นเพราะความตื่นตระหนกวิ่งไปแจ้งแก่หมอหลวงที่เตรียมพร้อมอยู่เรือนข้าง ๆ มาหลายวัน "เกิดอะไรขึ้น!" เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความห่วงใยและตื่นตระหนกเมื่อเห็นคนวิ่งสวนกันไปมา หมอหลวงสามคนและบ่าวรับใช้จึงวิ่งตามกันมา "ท่านหมอ ฮูหยินปวดท้องอย่างรุนแรง เร็วเข้าเถิด" เซียวหยูตอบเสียงสั่น พร้อมทั้งคอยดูอาการของเยี่ยนซี "เตรียมห้องให้พร้อม ฮูหยินจะคลอดแล้ว" บ่าวไพร่วิ่งวุ่นเพียงครู่ก็เริ่มนิ่งสงบรอฟังข่าวสำคัญนอกห้องทำคลอด หมอหลวงตรวจร่างกายเยี่ยนซีอย่างรอบคอบ ขณะที่นางปวดท้องแทบขาดใจเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นเต็มหน้า เยี่ยนซีแม้จะเจ็บปวดจากการคลอดที่ใกล้เข้ามา แต่ความคิดของนางนึกถึงหานจวินหลง รู้สึกถึงความอบอุ่นและความปลอดภัย ทั้งจวนเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่เต็มไปด้วยความห่วงใย เสียงบ่นเบา ๆ ของบ่าวไพร่วิ่งไปมา ประสานกับคำสั่งขอ

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   การต่อสู้ครั้งสุดท้าย

    สามเดือนผ่านไป จวนแม่ทัพเงียบสงัดกว่าแต่ก่อนมากขึ้น ไม่มีเสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะของหานจวินหลง เสียงลมพัดผ่านสวนเล็ก ๆ กลายเป็นเพื่อนสนทนาที่เยี่ยนซีได้แต่เอ่ยคำคิดถึงออกมาเบา ๆ ทุกเช้า เยี่ยนซีจะเดินไปที่ระเบียง มองทิวทัศน์เมืองไกล ๆ ปล่อยให้สายลมพัดปลิวผมสลวย เสียงหัวใจเต้นรัวราวกับได้ยินเสียงฝีเท้าเขากลับมา "ท่านจะเป็นอย่างไรบ้างในตอนนี้" นางกระซิบคนเดียว พลางลูบมือที่เคยสัมผัสมือเขา น้ำตาคลอเบ้า แต่ลมหายใจยังมั่นคง เยี่ยนซีใช้เวลาว่างจัดสวน ตัดแต่งดอกไม้ และดูแลบ่าวไพร่ให้เรียบร้อย ทุกสิ่งที่ทำราวกับเป็นการรอคอยให้เขากลับมา นางยังเขียนจดหมายด้วยลายมือสวยงาม ส่งผ่านทหารไปยังแม่ทัพ แต่ไม่เคยเขียนออกไปทั้งหมด เก็บบางส่วนเอาไว้เพราะความเขินอาย บางครั้ง นางก็ออกไปเดินเล่นตามถนนในเมือง ชมบ้านเรือนและบรรยากาศที่เขาเคยพาไป แต่ละก้าวเต็มไปด้วยความคิดถึงและเผยรอยยิ้มบางเบา นึกถึงวันที่ทั้งคู่ขี่ม้า เที่ยวทะเลสาบ หรือเดินชมเทศกาลโคมไฟ นางก็พลันหัวเราะออกมาเพียงลำพัง เซียวหยูมักจะคอยอยู่ใกล้ ๆ ให้ความช่วยเหลือ เตือนให้เยี่ยนซีพักผ่อนบ้าง แต่ทุกครั้งที่นางมองออกไปทางประตูห้อง รอยยิ้มก

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ห่างไกลแต่หัวใจใกล้กัน

    นานนับเดือนหลังจากที่หานจวินหลังและเยี่ยนซีค่อย ๆ ปรับความเข้าใจกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยานับวันเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น วันหนึ่ง ขณะที่เยี่ยนซียืนอยู่กลางห้องเล็กข้างห้องทำงานของหานจวินหลง นางจะใช้ห้องนี้รับรองแขกของจวนแม่ทัพยามหารือราชการสำคัญ ทันใด ใบหน้าของนางซีดเผือด มือกุมหน้าผาก รู้สึกวิงเวียน ม่านตาพร่าเลือนตัวเย็นเฉียบก่อนร่างเล็กจะทรุดลงกับพื้น เสียงตกใจดังขึ้นในทันที "ฮูหยิน ฮูหยิน!" เซียวหยูร้องเรียกด้วยความตื่นตระหนก รีบเข้ามาประคองร่างเยี่ยนซี แต่เหตุการณ์นั้นไม่ได้ล่าช้าไปเสียทีเดียว หานจวินหลงนั่งหลังโต๊ะทำงาน กำลังร่างรายงานการตรวจสอบเสบียงและกำลังพล อยู่ดี ๆ เสียงบ่าวร้องเรียกชื่อฮูหยินอย่างตื่นตระหนกทะลุเข้าหู เขาลุกพรวดจากเก้าอี้ มือใหญ่คว้าพู่กันไว้เพียงชั่วครู่แล้ววิ่งออกจากห้อง "เกิดอะไรขึ้น" พอเห็นร่างเล็กของนางที่ทรุดตัวลงกับพื้น เขารีบเข้าไปประคองทันที ร่างสูงยกนางขึ้นอุ้มอย่างเบามือแต่มั่นคง ใบหน้าคมเคลือบความกังวลอย่างห้ามใจไม่ได้ "เจ้าไม่สบาย ทำไมถึงไม่บอกข้า" เสียงเขาเรียบแต่สั่นเครือเล็กน้อย "ข้า…ข้าไม่ทันตั้งตัว" เยี่ยนซีพึมพำ เหงื่อ

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   รักใคร่ปรองดอง

    ระยะนี้หานจวินหลงไม่ค่อยมีงานมากนัก ยามว่างเขามักจะอยู่กับเยี่ยนซี เกาะติดนางและให้นางนั่งอ่านตำราในห้องของเขา ขณะที่เขาทำงานของตนเองโดยไม่ให้ห่างสายตา เมื่อความใกล้ชิดเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ความระแวดระวัง ความแข็งกระด้างจึงค่อย ๆ ลดลง นางเริ่มให้ความไว้วางใจหานจวินหลงที่ดูแล้วเขาก็ไม่ได้แย่เหมือนที่เคยพบเจอก่อนหน้านี้ วันหนึ่งขณะที่ทั้งคู่กำลังยืนชื่นชมดอกไม้ในสวน หานจวินหลงนึกถึงครั้งอดีต เขาทบทวนความทรงจำที่มีต่อนาง "ครั้งหนึ่งข้าเคยคิดว่าเจ้าเป็นองค์หญิงที่อ่อนแอ ควรมีใครสักคนคอยปกป้อง" เยี่ยนซีนิ่งฟังนึกย้อนความทรงจำเก่า ๆ ที่นางและเขาเคยพบกัน "แต่เมื่อได้อยู่ด้วยกัน เจ้าทั้งเข้มแข็งและแกร่งเกินสตรีที่ข้าเคยพบ แม้แต่อวี้ซินที่เป็นลูกหลานตระกูลนักรบยังเทียบเจ้าไม่ได้สักครึ่ง" เยี่ยนซีแค่นยิ้มออกมา "ท่านชมหรือหลอกด่าข้ากันแน่" เขาอมยิ้มพลางก้มหน้าลง "แน่นอนว่าข้าชื่นชมเจ้า เจ้าเก่งกาจจนสามารถตัดสินใจเรื่องใหญ่ในจวนแทนข้าได้" แม้ความอ่อนหวานจะเป็นคุณสมบัติของกุลสตรี แต่ในสายตาเขาเยี่ยนซีก็ไม่ได้หลุดจากกรอบที่เหล่าสตรีถูกวางเอาไว้ "แต่ข้าก็แข็งกระด้าง หยาบคายโดยเฉพาะกับท่านไม่

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ความเปลี่ยนแปลง

    หานจวินหลงรับรู้ถึงความยินยอมเล็ก ๆ ของนาง จูบซ้ำช้า ๆ และลึกซึ้งขึ้น มือใหญ่ลูบเส้นผมที่เปียกเหงื่อ ความอ่อนโยนและปรารถนาปรากฏอย่างประณีตในทุกสัมผัส ทั้งสองจมอยู่ในความเงียบอันอบอุ่น ไม่มีคำพูดใดจำเป็น มีเพียงแรงสัมผัสและหัวใจที่เต้นสอดประสานกัน คืนนี้ทั้งสองหยุดเวลาระหว่างกันเอาไว้ เสียงลมพัดกระทบหน้าต่าง ดวงดาวส่องประกายเหนือหลังคาเหมือนเป็นพยาน ว่าความเข้าใจเริ่มบังเกิด แม้ร่องรอยแห่งอดีตยังคงอยู่ แต่ในใจทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่มิอาจลืมเลือน ลำแสงอ่อน ๆ ของรุ่งอรุณผ่านม่านผ้าขาวในเรือน เสียงลมพัดเบา ๆ ก้องในสวนเล็กภายนอก บรรยากาศสงบเงียบและชุ่มชื่นราวกับเพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาจากความฝัน เยี่ยนซียังคงนอนพิงหมอน ผมสลวยร่วงราวเส้นไหมลงบนบ่า ใบหน้าซีดเล็กน้อยแต่ดูมีชีวิตชีวาขึ้น หลังคืนที่เต็มไปด้วยความใกล้ชิด นางยังคงรู้สึกหัวใจเต้นแปลก ๆ เมื่อคิดถึงมือใหญ่และริมฝีปากอบอุ่นของเขา ทันใด หานจวินหลงก็ปรากฏตัวที่ข้างเตียง ร่างสูงกำยำในชุดลำลองสีเข้ม ดวงตาคมส่องประกายระยับราวน้ำค้างยามรุ่งเช้า เขาโน้มตัวลงใกล้นาง ริมฝีปากกว้างคลี่ยิ้มอ่อนโยน "ตื่นแล้วหรือ เจ้าดู

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ข้าต้องการเจ้า

    ภายในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวกลับจวนเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงล้อไม้บดกับพื้นถนน ข้อมือเล็กของเยี่ยนซียังถูกมือใหญ่ของหานจวินหลงกุมไว้แน่นจนเจ็บ แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย นางเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะสะบัดเสียงออกมา "ท่านทำเช่นนี้ หมายความว่าข้าไร้สิทธิ์แม้แต่จะขอบคุณสหายผู้หนึ่งหรือ" หานจวินหลงตวัดสายตาคมกริบมองนาง แววตาเต็มไปด้วยโทสะและความหึงหวงที่ปิดไม่มิด "ใช่ เจ้าคือฮูหยินแม่ทัพ นอกจากคนในจวนนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปผูกพันกับผู้ใดอีก โดยเฉพาะอี้เฟิง" เยี่ยนซีหัวเราะเย็นชาในลำคอ "คำว่าฮูหยินที่ท่านเอ่ยออกมา ช่างง่ายดายนัก ตอนแต่งเข้าจวนใหม่ ๆ ข้าเจ็บป่วยเดียวดาย ท่านเคยใส่ใจหรือไม่ แล้วตอนนี้กลับหวงห้ามไม่ให้แม้แต่จะมีสหาย ข้าว่าท่านช่างเห็นแก่ตัวนัก" "เห็นแก่ตัวงั้นหรือ" หานจวินหลงขบกรามแน่น เสียงทุ้มต่ำก้องสะท้อนทั่วรถม้า "ใช่ ข้าเห็นแก่ตัว เพราะเจ้าคือคนของข้า ข้าไม่ยอมให้บุรุษใดเข้าใกล้เจ้าแม้แต่คนเดียว" เสียงเขาหนักแน่นจนบ่าวที่นั่งควบคุมรถม้าด้านนอกยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน เยี่ยนซีชะงักไปชั่วขณะ ใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่ แต่ก็ยังพยายามรักษาสีหน้าเรียบเย็น "งั้นหรือ ท่านเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status