بيت / รักโบราณ / เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา / งานมงคลต้องร่วมอวยพร

مشاركة

งานมงคลต้องร่วมอวยพร

last update تاريخ النشر: 2025-12-14 21:16:56

ภายในจวนเงียบสงบเยี่ยนซีลืมตาขึ้นช้า ๆ ภาพตรงหน้าที่ไม่คุ้นเคยปรากฏแก่สายตา ในห้องกว้างขวาง ปลอดโปร่ง แม้จะเป็นไม้ก็ไม้เนื้อดี เครื่องเรือนประดับมีไม่มากแต่มองด้วยตาเปล่าล้วนเป็นของเลอค่า คล้ายห้องนี้เป็นที่เก็บสิ่งล้ำค่าโบราณ

"องค์หญิงฟื้นแล้ว ท่านฟื้นแล้วจริง ๆ "

เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นใกล้ ๆ พร้อมกับเสียงร้องไห้โฮตามมา

"ข้าคิดว่าท่านจะไม่ฟื้นเสียแล้ว ในที่สุดคำวิงวอนของข้าก็เป็นจริง ฮือ ๆ"

เยี่ยนซีหันศีรษะไปตามเสียงเล็ก นางมองอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นเด็กสาวอายุราวสิบสี่ปีในชุดโบราณ ใบหน้างดงามแดงก่ำ ดวงหน้าโศกเศร้าเกินบรรยาย

"ที่นี่...คือที่ไหน"

เสียงของนางแหบแห้ง เด็กสาวปาดน้ำตาส่งยิ้มกว้างมาทดแทนแล้วรินน้ำชาใส่ถ้วยใบเล็ก

"ดื่มน้ำชาก่อนเจ้าค่ะ มา ข้าช่วยพยุงท่านเอง"

นางค่อย ๆ ลุกขึ้นและดื่มชาจนหมดถ้วยทว่ายังไม่หายมึนงง

"เซียวหยู"

นางเรียกชื่อนั้นตามความทรงจำที่มี เด็กสาวพยักหน้ายิ้มแย้มแล้วกุมมือนางเอาไว้แน่น

"ใช่แล้วเจ้าค่ะ"

"แล้วที่นี่ที่ไหนกัน"

"ที่นี่จวนของครักษ์ อี้เฟิง ตอนเขาพบท่านเขาพามาที่นี่แล้วตามตัวข้าจากบ้านนอกมาดูแลท่าน"

เซียวหยูเล่าเรื่องความเป็นมายังไม่ทันเข้าใจดี เยี่ยนซีเกิดปวดศีรษะกะทันหัน ฉับพลันภาพต่าง ๆ ผุดขึ้นมาไม่ขาดสาย

"ปวด...หัว..."

เซียวหยูเห็นอาการไม่ดีจึงพานางเอนตัวลงจัดหมอนหนุนให้นอนได้สะดวกแล้วห่มผ้าให้นาง เยี่ยนซีจึงหลับไปอีกครั้ง

มู่หรงเยี่ยนซี ธิดาของฮ่องเต้ราชวงศ์ก่อน นางเกิดจากสนมรองที่เสียชีวิตด้วยโรคระบาดตั้งแต่นางมีอายุเพียงสี่ขวบ ตระกูลฝั่งมารดาของนางเป็นขุนนางธรรมดาไร้อำนาจ นางจึงเป็นธิดาที่ฮ่องเต้ไม่โปรดปรานนัก นางแอบมีใจให้กับหานจวินหลง แม่ทัพหนุ่มผู้เก่งกาจและรูปงามมาตั้งแต่แรกพบ แต่ยังไม่ทันได้เผยความในใจ ฮ่องเต้ก็สวรรคต ตำแหน่งฮ่องเต้จึงสืบทอดราชบัลลังก์โดยรัชทายาทตามกฎมณเฑียรบาล

นางถูกลดบทบาทลงในทันทีหลังจากนั้น ด้วยความรักที่มีต่อน้องสาวฮ่องเต้องค์ใหม่ต้องการให้นางแต่งงานกับบุรุษสักคนที่ปกป้องนางได้ในวันที่อำนาจในวังหลวงของนางอ่อนแอลง หาไม่แล้วก็ต้องแต่งงานกับขุนนางธรรมดาและกลายเป็นสามัญชนโดยสมบูรณ์ แต่พระองค์อยากให้นางอยู่ในสายพระเนตรเห็นนางปลอดภัยในการใช้ชีวิตกับบุรุษที่ดีและคู่ควรมากกว่า จึงพระราชทานสมรสกับหานจวินหลงที่ตอนนั้นชนะศึกการรุกรานจากต่างแคว้นกลับมา

นางจึงสมหวังในความรักกับบุรุษที่อยู่ในใจมาหลายปี ทว่าคืนเข้าหอเขากลับด่าทอนาง โกรธเกรี้ยวและเย็นชาอย่างคนที่เกลียดนางมาเป็นสิบชาติ นางไม่เข้าใจว่าสาเหตุใดหานจวินหลงถึงมีปฏิกิริยากับนางเช่นนี้ เขาแสดงความรังเกียจในตัวนาง และออกจากจวนไปรบที่ชายแดนตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

เรื่องความสัมพันธ์สุดเลวร้ายระหว่างนางกับเขายังไม่รู้ที่มาที่ไป แม้เขาไม่แยแส ไม่แตะต้องนางเพราะความรังเกียจแต่นางก็ยังมีจิตใจมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง นับวันรอเขากลับมา หวังว่าครั้งนี้คำอธิบายของนางจะช่วยให้เขาเปลี่ยนความคิดที่มีต่อนางบ้าง

แต่แล้วก็เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวใจที่แตกสลายไปแล้วครึ่งหนึ่ง เมื่อมีราชโองการเมื่อเดือนที่แล้วว่าให้แม่ทัพหานรับอนุภรรยาเข้าจวนและจะแต่งงานทันทีหลังกลับจากชายแดน

ใครเล่าจะยอมรับได้ ถึงเยี่ยนซีไม่รู้เหตุผลของฮ่องเต้แต่นางก็ไม่อาจยอมรับเรื่องนี้ได้ง่ายดาย นางยังเชื่อมั่นว่าหานจวินหลงจะมีคำตอบที่ดีให้กับฮ่องเต้ จนกระทั่งได้รับจดหมายส่งตรงมาจากชายแดน เนื้อความเขียนว่า

"ก่อนกลับถึงจวนหนึ่งวันให้ทุกคนเตรียมตัว ข้าจะแต่งงานกับซ่างกวนเหยียนทันที ระหว่างนี้ให้นางย้ายเข้ามาอยู่ในจวนในฐานะว่าที่ฮูหยินรองได้เลย"

เยี่ยนซีพูดไม่ออกกับจดหมายฉบับนี้ ฮ่องเต้หยามหมิ่นนางแล้วหานจวินหลงยังมอบความอัปยศให้แก่นางอย่างไร้หัวใจ แต่เพราะนางรักเขา จึงทำได้เพียงยอมรับเงียบ ๆ ปล่อยให้ซ่างกวนเหยียนเข้ามาเหยียบอกนางถึงในเรือนหลายต่อหลายครั้ง

เมื่อเจ้านายไม่โปรดปรานฮูหยินใหญ่เช่นนาง เหล่าคนรับใช้ก็พลอยเห็นดีเห็นงาม ไม่เชื่อฟังนางอยู่ห่าง ๆ และเอาใจไปสวามิภักดิ์ต่อซ่างกวนเหยียนหวังให้นายท่านพึงพอใจพวกเขา

นางจึงเป็นเหมือนส่วนเกินในจวนแห่งนี้ ถูกปฏิบัติเยี่ยงคนชั้นต่ำ ทุกข์ทนอยู่ในจวนอย่างไร้ศักดิ์ศรีและยอมรับชะตากรรมดั่งคนที่หมดหนทาง

เมื่อซ่างกวนเหยียนเข้ามาอยู่ในจวนนางก็ไม่ต่างจากสุนัขจนตรอกตัวหนึ่งที่ถูกรุมล้อมด้วยความเลวร้ายจากพรรคพวกของซ่างกวนเหยียนไม่เว้นแต่ละวัน

เยี่ยนซีลืมตาขึ้นครุ่นคิดถึงชะตากรรมของร่างนี้ นางน่าสงสารและโง่งมเกินไป อ่อนแอไร้กำลังต่อสู้กับศัตรูจนต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสมเพช

ในโลกของมู่หรงเยี่ยน นางเข้มแข็งจนเป็นผู้คุมเกมแห่งโชคชะตาของใครหลายคน เมื่อเจ้าของร่างนี้มอบให้นางดูแลแล้ว เรื่องอะไรจะนิ่งดูดาย

"พวกมันต้องลิ้มรสชาติความเจ็บปวดบ้าง"

เยี่ยนซีกระซิบกับตนเอง แววตาของนางเต็มไปด้วยไฟแห่งความแค้นลุกโชนพร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่ง

"องค์หญิงเจ้าคะบาดแผลของท่านยังไม่หายดี ร่างกายเพิ่งฟื้นตัว นอนพักผ่อนต่อเถิดเจ้าค่ะ"

เซียวหยูพูดอย่างอ่อนโยน มีเพียงนางและองครักษ์อี้เฟิงที่รู้เรื่องชั่วร้ายในจวนแม่ทัพแห่งนี้ ในจวนปิดเรื่องต่าง ๆ ของนางเงียบสนิท ไม่มีใครปริปากเรื่องที่นางถูกรังแกสักคน ฮ่องเต้จึงเข้าใจไปเองว่าทุกอย่างราบรื่นดี และการส่งตัวซ่างกวนเหยียนมาก็เพื่อมนุษยธรรมชดใช้ที่ตระกูลของนางถูกลงโทษอย่างไม่เป็นธรรม

อี้เฟิงออกไปซื้อยาเพิ่งกลับมา คนรับใช้รายงานว่าเยี่ยนซีฟื้นแล้ว เขารีบไปหานางด้วยความดีใจหลังจากที่กังวลมานานเกือบเดือน

"เยี่ยนซี ข้ากลับมาแล้ว ได้ตัวยาที่ดีที่สุดมาให้เจ้า คราวนี้แผลที่หลังเจ้าจะหายสนิทและร่างกายก็จะแข็งแรงดังเดิม"

อี้เฟิงพูดอย่างตื่นเต้น เขาทั้งดีใจและปวดใจในคราวเดียวกันเมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของนาง

"ท่านองครักษ์กลับมาเหนื่อย ๆ ดื่มชาก่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าทำอาหารไว้รอแล้ว ข้าจะไปอุ่นมาให้"

เซียวหยูกล่าวอย่างนอบน้อม เขาพยักหน้าช้า ๆ แล้วยื่นห่อยาชุดใหม่ให้นางจึงออกไปเตรียมของตามที่บอกไว้พร้อมกับรับห่อยาไปต้มมาให้เยี่ยนซี

เยี่ยนซีมองดูอี้เฟิง ไม่อาจละสายตาจากเขาได้ เขามีหน้าตาคมเข้ม ดูแข็งแกร่งไม่ต่างจากแม่ทัพ แต่เหตุใดมู่หรงเยี่ยนซีถึงนับเขาเป็นเพียงสหาย

"ข้าหายดีแล้ว ขอบคุณท่านมากที่ดูแลข้าอย่างดี ข้าอยากกลับจวน"

นางเอ่ยขึ้นเสียงมั่นคงหนักแน่น ดวงตามีแววกล้าหาญอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

อี้เฟิงขมวดคิ้วแน่น ทั้งคำพูดและแววตาของนางดูเปลี่ยนไป แต่กระนั้นเขาก็ไม่ค่อยพอใจนักที่นางอยากกลับจวนแม่ทัพ

"เจ้าเกือบตายเพราะคนที่นั่น จะอยากกลับไปทำไมอีก ข้ากำลังสืบและหาหลักฐานมาเอาผิดคนที่มันทำร้ายเจ้า"

เขาโกรธแค้นแทนนาง ไม่รู้ว่าเป็นใครที่ทำร้ายนางจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด หากวันนั้นเขาไม่ขี่ม้าไปทำงานแถบป่ารกนั้นนางคงกลายเป็นศพให้แร้งรุมทึ้งไปแล้ว

"ข้ารู้แก่ใจดีว่าใคร ข้าถึงต้องกลับไปอย่างไรล่ะ ท่านแม่ทัพหานจะกลับมาอีกไม่กี่วันมิใช่หรือ หากข้าไม่เข้าร่วมเป็นพยาน งานแต่งงานจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ชายหญิงอยากสมหวังในชีวิตคู่ ข้าก็ต้องเข้าร่วมอวยพร ท่านว่าดีหรือไม่อี้เฟิง"

นางพูดพลางยกยิ้มเยาะ สีหน้าเยือกเย็นที่ทำให้อี้เฟิงนึกไม่ถึง

"หากเจ้าไปถึงแล้วทนดูไม่ได้ขึ้นมา ข้าไม่อยากเห็นเจ้าร้องไห้เพราะเขาอีก"

อี้เฟิงเอ่ยเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนลงมองนางอย่างมีความหมายลึกซึ้ง

"ท่านวางใจได้ เรื่องอ่อนแอเช่นนั้นจะไม่เกิดขึ้นกับข้าอีก"

นางเชิดหน้ามองตรงไปยังเบื้องน้าแววตามุ่งมั่นอย่างเห็นได้ชัด

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ตอนจบ

    หลายเดือนผ่านไป เยี่ยนซีท้องแก่เต็มที่เริิ่มเดินไปไหนมาไหนลำบากขึ้น เซียวหยูคอยนวดขาและพยุงนางอย่างระมัดระวัง ขณะที่นางกำลังจะลุกขึ้นจากเตียงในเช้าวันหนึ่งพลันก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมา "เซียวหยู ข้า...ปวดท้อง..." ชั่วพริบตาเสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่วิ่งวุ่น สลับกับเสียงคนดังขึ้นเพราะความตื่นตระหนกวิ่งไปแจ้งแก่หมอหลวงที่เตรียมพร้อมอยู่เรือนข้าง ๆ มาหลายวัน "เกิดอะไรขึ้น!" เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความห่วงใยและตื่นตระหนกเมื่อเห็นคนวิ่งสวนกันไปมา หมอหลวงสามคนและบ่าวรับใช้จึงวิ่งตามกันมา "ท่านหมอ ฮูหยินปวดท้องอย่างรุนแรง เร็วเข้าเถิด" เซียวหยูตอบเสียงสั่น พร้อมทั้งคอยดูอาการของเยี่ยนซี "เตรียมห้องให้พร้อม ฮูหยินจะคลอดแล้ว" บ่าวไพร่วิ่งวุ่นเพียงครู่ก็เริ่มนิ่งสงบรอฟังข่าวสำคัญนอกห้องทำคลอด หมอหลวงตรวจร่างกายเยี่ยนซีอย่างรอบคอบ ขณะที่นางปวดท้องแทบขาดใจเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นเต็มหน้า เยี่ยนซีแม้จะเจ็บปวดจากการคลอดที่ใกล้เข้ามา แต่ความคิดของนางนึกถึงหานจวินหลง รู้สึกถึงความอบอุ่นและความปลอดภัย ทั้งจวนเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่เต็มไปด้วยความห่วงใย เสียงบ่นเบา ๆ ของบ่าวไพร่วิ่งไปมา ประสานกับคำสั่งขอ

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   การต่อสู้ครั้งสุดท้าย

    สามเดือนผ่านไป จวนแม่ทัพเงียบสงัดกว่าแต่ก่อนมากขึ้น ไม่มีเสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะของหานจวินหลง เสียงลมพัดผ่านสวนเล็ก ๆ กลายเป็นเพื่อนสนทนาที่เยี่ยนซีได้แต่เอ่ยคำคิดถึงออกมาเบา ๆ ทุกเช้า เยี่ยนซีจะเดินไปที่ระเบียง มองทิวทัศน์เมืองไกล ๆ ปล่อยให้สายลมพัดปลิวผมสลวย เสียงหัวใจเต้นรัวราวกับได้ยินเสียงฝีเท้าเขากลับมา "ท่านจะเป็นอย่างไรบ้างในตอนนี้" นางกระซิบคนเดียว พลางลูบมือที่เคยสัมผัสมือเขา น้ำตาคลอเบ้า แต่ลมหายใจยังมั่นคง เยี่ยนซีใช้เวลาว่างจัดสวน ตัดแต่งดอกไม้ และดูแลบ่าวไพร่ให้เรียบร้อย ทุกสิ่งที่ทำราวกับเป็นการรอคอยให้เขากลับมา นางยังเขียนจดหมายด้วยลายมือสวยงาม ส่งผ่านทหารไปยังแม่ทัพ แต่ไม่เคยเขียนออกไปทั้งหมด เก็บบางส่วนเอาไว้เพราะความเขินอาย บางครั้ง นางก็ออกไปเดินเล่นตามถนนในเมือง ชมบ้านเรือนและบรรยากาศที่เขาเคยพาไป แต่ละก้าวเต็มไปด้วยความคิดถึงและเผยรอยยิ้มบางเบา นึกถึงวันที่ทั้งคู่ขี่ม้า เที่ยวทะเลสาบ หรือเดินชมเทศกาลโคมไฟ นางก็พลันหัวเราะออกมาเพียงลำพัง เซียวหยูมักจะคอยอยู่ใกล้ ๆ ให้ความช่วยเหลือ เตือนให้เยี่ยนซีพักผ่อนบ้าง แต่ทุกครั้งที่นางมองออกไปทางประตูห้อง รอยยิ้มก

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ห่างไกลแต่หัวใจใกล้กัน

    นานนับเดือนหลังจากที่หานจวินหลังและเยี่ยนซีค่อย ๆ ปรับความเข้าใจกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยานับวันเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น วันหนึ่ง ขณะที่เยี่ยนซียืนอยู่กลางห้องเล็กข้างห้องทำงานของหานจวินหลง นางจะใช้ห้องนี้รับรองแขกของจวนแม่ทัพยามหารือราชการสำคัญ ทันใด ใบหน้าของนางซีดเผือด มือกุมหน้าผาก รู้สึกวิงเวียน ม่านตาพร่าเลือนตัวเย็นเฉียบก่อนร่างเล็กจะทรุดลงกับพื้น เสียงตกใจดังขึ้นในทันที "ฮูหยิน ฮูหยิน!" เซียวหยูร้องเรียกด้วยความตื่นตระหนก รีบเข้ามาประคองร่างเยี่ยนซี แต่เหตุการณ์นั้นไม่ได้ล่าช้าไปเสียทีเดียว หานจวินหลงนั่งหลังโต๊ะทำงาน กำลังร่างรายงานการตรวจสอบเสบียงและกำลังพล อยู่ดี ๆ เสียงบ่าวร้องเรียกชื่อฮูหยินอย่างตื่นตระหนกทะลุเข้าหู เขาลุกพรวดจากเก้าอี้ มือใหญ่คว้าพู่กันไว้เพียงชั่วครู่แล้ววิ่งออกจากห้อง "เกิดอะไรขึ้น" พอเห็นร่างเล็กของนางที่ทรุดตัวลงกับพื้น เขารีบเข้าไปประคองทันที ร่างสูงยกนางขึ้นอุ้มอย่างเบามือแต่มั่นคง ใบหน้าคมเคลือบความกังวลอย่างห้ามใจไม่ได้ "เจ้าไม่สบาย ทำไมถึงไม่บอกข้า" เสียงเขาเรียบแต่สั่นเครือเล็กน้อย "ข้า…ข้าไม่ทันตั้งตัว" เยี่ยนซีพึมพำ เหงื่อ

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   รักใคร่ปรองดอง

    ระยะนี้หานจวินหลงไม่ค่อยมีงานมากนัก ยามว่างเขามักจะอยู่กับเยี่ยนซี เกาะติดนางและให้นางนั่งอ่านตำราในห้องของเขา ขณะที่เขาทำงานของตนเองโดยไม่ให้ห่างสายตา เมื่อความใกล้ชิดเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ความระแวดระวัง ความแข็งกระด้างจึงค่อย ๆ ลดลง นางเริ่มให้ความไว้วางใจหานจวินหลงที่ดูแล้วเขาก็ไม่ได้แย่เหมือนที่เคยพบเจอก่อนหน้านี้ วันหนึ่งขณะที่ทั้งคู่กำลังยืนชื่นชมดอกไม้ในสวน หานจวินหลงนึกถึงครั้งอดีต เขาทบทวนความทรงจำที่มีต่อนาง "ครั้งหนึ่งข้าเคยคิดว่าเจ้าเป็นองค์หญิงที่อ่อนแอ ควรมีใครสักคนคอยปกป้อง" เยี่ยนซีนิ่งฟังนึกย้อนความทรงจำเก่า ๆ ที่นางและเขาเคยพบกัน "แต่เมื่อได้อยู่ด้วยกัน เจ้าทั้งเข้มแข็งและแกร่งเกินสตรีที่ข้าเคยพบ แม้แต่อวี้ซินที่เป็นลูกหลานตระกูลนักรบยังเทียบเจ้าไม่ได้สักครึ่ง" เยี่ยนซีแค่นยิ้มออกมา "ท่านชมหรือหลอกด่าข้ากันแน่" เขาอมยิ้มพลางก้มหน้าลง "แน่นอนว่าข้าชื่นชมเจ้า เจ้าเก่งกาจจนสามารถตัดสินใจเรื่องใหญ่ในจวนแทนข้าได้" แม้ความอ่อนหวานจะเป็นคุณสมบัติของกุลสตรี แต่ในสายตาเขาเยี่ยนซีก็ไม่ได้หลุดจากกรอบที่เหล่าสตรีถูกวางเอาไว้ "แต่ข้าก็แข็งกระด้าง หยาบคายโดยเฉพาะกับท่านไม่

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ความเปลี่ยนแปลง

    หานจวินหลงรับรู้ถึงความยินยอมเล็ก ๆ ของนาง จูบซ้ำช้า ๆ และลึกซึ้งขึ้น มือใหญ่ลูบเส้นผมที่เปียกเหงื่อ ความอ่อนโยนและปรารถนาปรากฏอย่างประณีตในทุกสัมผัส ทั้งสองจมอยู่ในความเงียบอันอบอุ่น ไม่มีคำพูดใดจำเป็น มีเพียงแรงสัมผัสและหัวใจที่เต้นสอดประสานกัน คืนนี้ทั้งสองหยุดเวลาระหว่างกันเอาไว้ เสียงลมพัดกระทบหน้าต่าง ดวงดาวส่องประกายเหนือหลังคาเหมือนเป็นพยาน ว่าความเข้าใจเริ่มบังเกิด แม้ร่องรอยแห่งอดีตยังคงอยู่ แต่ในใจทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่มิอาจลืมเลือน ลำแสงอ่อน ๆ ของรุ่งอรุณผ่านม่านผ้าขาวในเรือน เสียงลมพัดเบา ๆ ก้องในสวนเล็กภายนอก บรรยากาศสงบเงียบและชุ่มชื่นราวกับเพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาจากความฝัน เยี่ยนซียังคงนอนพิงหมอน ผมสลวยร่วงราวเส้นไหมลงบนบ่า ใบหน้าซีดเล็กน้อยแต่ดูมีชีวิตชีวาขึ้น หลังคืนที่เต็มไปด้วยความใกล้ชิด นางยังคงรู้สึกหัวใจเต้นแปลก ๆ เมื่อคิดถึงมือใหญ่และริมฝีปากอบอุ่นของเขา ทันใด หานจวินหลงก็ปรากฏตัวที่ข้างเตียง ร่างสูงกำยำในชุดลำลองสีเข้ม ดวงตาคมส่องประกายระยับราวน้ำค้างยามรุ่งเช้า เขาโน้มตัวลงใกล้นาง ริมฝีปากกว้างคลี่ยิ้มอ่อนโยน "ตื่นแล้วหรือ เจ้าดู

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ข้าต้องการเจ้า

    ภายในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวกลับจวนเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงล้อไม้บดกับพื้นถนน ข้อมือเล็กของเยี่ยนซียังถูกมือใหญ่ของหานจวินหลงกุมไว้แน่นจนเจ็บ แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย นางเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะสะบัดเสียงออกมา "ท่านทำเช่นนี้ หมายความว่าข้าไร้สิทธิ์แม้แต่จะขอบคุณสหายผู้หนึ่งหรือ" หานจวินหลงตวัดสายตาคมกริบมองนาง แววตาเต็มไปด้วยโทสะและความหึงหวงที่ปิดไม่มิด "ใช่ เจ้าคือฮูหยินแม่ทัพ นอกจากคนในจวนนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปผูกพันกับผู้ใดอีก โดยเฉพาะอี้เฟิง" เยี่ยนซีหัวเราะเย็นชาในลำคอ "คำว่าฮูหยินที่ท่านเอ่ยออกมา ช่างง่ายดายนัก ตอนแต่งเข้าจวนใหม่ ๆ ข้าเจ็บป่วยเดียวดาย ท่านเคยใส่ใจหรือไม่ แล้วตอนนี้กลับหวงห้ามไม่ให้แม้แต่จะมีสหาย ข้าว่าท่านช่างเห็นแก่ตัวนัก" "เห็นแก่ตัวงั้นหรือ" หานจวินหลงขบกรามแน่น เสียงทุ้มต่ำก้องสะท้อนทั่วรถม้า "ใช่ ข้าเห็นแก่ตัว เพราะเจ้าคือคนของข้า ข้าไม่ยอมให้บุรุษใดเข้าใกล้เจ้าแม้แต่คนเดียว" เสียงเขาหนักแน่นจนบ่าวที่นั่งควบคุมรถม้าด้านนอกยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน เยี่ยนซีชะงักไปชั่วขณะ ใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่ แต่ก็ยังพยายามรักษาสีหน้าเรียบเย็น "งั้นหรือ ท่านเ

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ห่างเหิน

    อี้เฟิงไม่ได้เข้าไปดูอาการของเยี่ยนซีเพราะนางกำลังนอนหลับและเพื่อความเหมาะสม เขาจึงฝากยาบำรุงร่างกายไว้กับพ่อบ้านฝูแล้วเดินทางกลับจวน รุ่งเช้าวันถัดมา บรรยากาศดูเงียบสงบกว่าวันที่ผ่านมา เสียงฝีเท้าของบ่าวรับใช้ดังขึ้นพร้อมถาดยาที่บรรจุหีบเล็กหรูหราตกแต่งด้วยทองลวดลายสวยงาม พ่อบ้านฝูรีบเดินเข้ามาร

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ความจริงเปิดเผย

    การประหารสิ้นสุดลงภายในไม่กี่ชั่วยามหลังไต่สวนเสร็จ ข่าวตระกูลซ่างกวนถูกกำจัดแบบขุดรากถอนโคนแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ผู้คนต่างซุบซิบนินทา บ้างสะใจ บ้างสยดสยอง ณ จวนแม่ทัพ บ่าวไพร่และสตรีในเรือนต่างจับกลุ่มรอฟังความคืบหน้า ซ่างกวนเหยียนสายเลือดคนสุดท้ายที่ยังเหลือรอดยืนกำหมัดแน่น ใบหน้าซีดขาวแฝงด้ว

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ไม่ควรรู้สึกแต่กลับห้ามไม่ได้

    หานจวินหลงยังคงรับรายงานอาการของซ่างกวนเหยียนอย่างต่อเนื่อง แต่ความสงสัยในตัวของเยี่ยนซีทำให้ใจเขาไม่สงบ การสืบหาเบาะแสแม้จะเริ่มชัดเจนทว่ายังสรุปหาตัวคนผิดจริง ๆ ยังไม่ได้ สามวันต่อมาในจวนแม่ทัพ ในใจของเขากำลังมืดครึ้มไม่ต่างจากบรรยากาศในห้องทำงานเพราะข่าวลือจากบ่าวไพร่ที่ลอยเข้าหูเมื่อเช้า "บ่า

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   เข้าเฝ้าฝ่าบาท

    ในขณะที่หานจวินหลงกำลังสืบเบาะแสอย่างลับ ๆ ซ่างกวนเหยียนที่อยู่ในห้องส่วนตัว ยื่นมือเรียวลูบจดหมายลับที่ส่งมาจากสายลับของนางพร้อมวางแผนการครั้งใหญ่ "เยี่ยนซี ครานี้เจ้าไม่รอดแน่ ข้ามีของขวัญชิ้นใหญ่เตรียมส่งมอบให้เจ้า" นางกระซิบกับตนเองพลางยิ้มเยาะ แผนการแก้แค้นของนางกำลังเริ่มขึ้น เพียงรอใครบาง

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status