Share

เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา
เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา
Author: หนามชมพู

ยัดเยียดความตาย

last update publish date: 2025-12-14 21:04:55

"หากหญิงคนรักเย็บปักยันต์แคล้วคลาดด้วยหัวใจบริสุทธิ์ บุรุษที่นางรักก็จะปลอดภัยกลับมา"

มู่หรงเยี่ยนซีนั่งปักผ้าทุกวันจากความตั้งใจจริงส่งผ่านความห่วงใยและคำอธิษฐานลงบนผ้าผืนนั้นอยู่ทุกวัน แม้นิ้วมือที่เคยเรียวงามกลับกลายเป็นด้านแข็งนางก็หาได้ใส่ใจไม่

"เขาชอบสวมชุดเกราะหนัก คงลำบากมากหากไม่มีผ้าซับเหงื่อ ข้าจะใช้ผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดีที่สุด"

"เขาเกลียดดอกไม้ ข้าจะไม่ใส่น้ำมันหอมลงไปแม้แต่น้อย"

"เขาเคยบ่นว่าซอกไหล่เกราะมักเสียดสีขณะขี่ม้า เช่นนั้นต้องเย็บบุหนาไว้ตรงนั้น"

นางพึมพำกับตนเองเงียบ ๆ ขณะกำลังปักผ้า ในดวงตาคู่งามซ่อนความโศกเศร้าเผยเพียงรอยยิ้มบางราวกับจะกลบเกลื่อนมันไว้เบื้องหลัง

ทว่าขณะที่นางบรรจงปักผ้า รอยน้ำตาก็หยดลงบนด้ายสีทองเหมือนห้ามเอาไว้ไม่อยู่

"ไม่ว่าเขาจะรู้สึกกับข้าเช่นไร ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังอยากให้เขาปลอดภัยกลับมา"

เสียงเบาหวิวของนางสั่นเครือน้อย ๆ ดั่งคนที่กำลังพยายามอดกลั้นทุกความรู้สึกเอาไว้ในใจ

ประตูห้องเปิดออก ร่างบอบบางของสตรีแช่มช้อยก้าวเข้ามา ตามด้วยสาวรับใช้ข้างกาย

"หวังจะเอาชนะใจท่านแม่ทัพด้วยความใส่ใจเช่นนี้หรือ ข้าว่าไม่มีประโยชน์หรอกนะ"

ซ่างกวนเหยียนนั่งลงเหลือบตามองสิ่งของในมือและชุดเกราะหนาข้างหน้าสายตาของนางเยาะหยันเปิดเผย เยี่ยนซีไม่เงยหน้าขึ้นมามองผู้มาเยือนที่นางมิได้เชิญ ยังก้มหน้าปักผ้าต่อไปอย่างตั้งใจ

เมื่อเห็นท่าทีสงบนิ่งของเยี่ยนซี ซ่างกวนเหยียนจึงลุกขึ้นเดินตรงไปหา ท่าทางของนางทั้งดุร้ายและโอหัง

"หยุดได้แล้ว ท่านแม่ทัพไม่อยากได้ของของเจ้าหรอก"

ไม่ว่าเปล่านางก้มลงคว้าเสื้อเกราะเดินไปที่ประตูแล้วโยนมันออกไปกองอยู่บนพื้น

"อย่านะ ซ่างกวนเหยียน เจ้าจะทำ...อะไร"

นางเอื้อมมือคว้าเอาไว้แต่ไม่ทันความไวของซ่างกวนเหยียน เมื่อเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ดุร้ายราวกับเสือ ปลายเสียงของนางจึงแผ่วเบาเพราะความหวาดกลัว

ซ่างกวนเหยียนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาแดงก่ำของเยี่ยนซีและหัวเราะออกมา

"ร้องไห้หรือ หึ น่าสมเพชจริง ๆ ต่อให้เจ้าร้องไห้ให้ตาย ท่านแม่ทัพก็ไม่มีวันเหลียวแลเจ้า ไม่รับของสกปรกจากมือคนอย่างเจ้า"

นางยกนิ้วชี้จิ้มหน้าผากเยี่ยนซีแล้วผลักนางเต็มแรง เยี่ยนซีล้มลง ในใจของนางเจ็บปวดร้าวลึกราวกับอีกฝ่ายกำลังปักมีดกรีดลงที่หัวใจของนาง

ซ่างกวนเหยียนเดินออกไปหน้าประตูหันหน้ามายิ้มเยาะเยี่ยนซีก่อนยกเท้าเหยียบลงบนเสื้อเกราะ ใช้เท้าบดขยี้แล้วกระทืบซ้ำไปซ้ำมา

"อย่า! อย่าทำของจวินหลง"

เยี่ยนซีลุกขึ้นถลาเข้าไปแต่ถูกสาวใช้ของซ่างกวนเหยียนจับตัวเอาไว้แน่น

"อย่าใจร้ายเช่นนั้น"

เยี่ยนซีดิ้นรนพลางร้องไห้ มองตัวแทนของคนที่นางรักถูกกระทำย่ำยีคาฝ่าเท้าของซ่างกวนเหยียนอย่างไร้ปรานี

"เจ้ากล้าว่าข้ารึ ยิ่งเจ้าต่อว่าข้า ข้าก็จะเหยียบให้มันบิดเบี้ยวจนใช้การไม่ได้!"

นางกระทืบเสื้อเกราะไม่ยั้งจนกระทั่งเหนื่อยนางถึงหยุดแล้วเดินกลับเข้ามา

"ผ้ายันต์บ้าบออะไรนี่ มันไม่มีความหมายสำหรับเขาหรอก"

ซ่างกวนเหยียนกระชากผ้าในมือเยี่ยนซีออกมา เหยียบผ้าที่ปักค้างไว้ บดขยี้จนแปดเปื้อนรอยเท้าแล้วเตะปลิวออกไปนอกห้องท่ามกลางคำขอร้องของเยี่ยนซี

"ได้โปรด อย่าทำลายของจวินหลง..."

"เหอะ ท่านแม่ทัพไม่สนใจหรอก ของที่เจ้าทำให้เขามีแต่ของไร้ค่าไม่ต่างจากตัวเจ้าที่ไม่มีค่าอะไรเลย ข้าก็สงสัยว่าเจ้ายังหน้าด้านมีชีวิตอยู่ได้ยังไง ทำไมไม่ตายไปซะ นางคนโง่!"

ซ่างกวนเหยียนพูดจบนางเงื้อมือจิกผมของเยี่ยนซี ลากตัวนางออกไปข้างนอก เยี่ยนซีที่ร่างกายอ่อนแอเพราะเพิ่งฟื้นจากไข้สู้แรงนางและสาวใช้ไม่ไหว ได้แต่ขอร้องอย่างน่าสงสาร

"ซ่างกวนเหยียนปล่อย...ปล่อยข้าเจ็บ ข้าทำอะไรให้เจ้าถึงต้องทำร้ายข้า ทั้งที่ข้าไม่รู้จักเจ้ามาก่อน"

เยี่ยนซีเอ่ยถามและร้องไห้เพราะความเจ็บปวด

"ก็ข้าเกลียดเจ้า หากไม่มีเจ้า ข้าก็คือนายหญิงของที่นี่เข้าใจหรือไม่!"

ทันใดนั้น

เพียะ!!

ซ่างกวนเหยียนตบเข้าที่หน้าของเยี่ยนซีเต็มแรงโดยให้สาวรับใช้จับนางเอาไว้ เยี่ยนซีโดนตบหลายครั้งจนใบหน้าของนางชาไร้ความรู้สึก มีรอยแดงและเริ่มบวมที่แก้มทั้งสองข้าง

"ปล่อยมัน ไปเอาไม้มาข้าจะโบยมันให้ตายโทษฐานทำลายเสื้อเกราะท่านแม่ทัพ!"

ซ่างกวนเหยียนโยนความผิดให้เยี่ยนซีซึ่ง ๆ หน้า สาวรับใช้รับคำสั่งวิ่งออกไปไม่นานก็วิ่งกลับมาพร้อมกับไม้โบย

เสียงไม้โบยกระแทกลงบนแผ่นหลังบางดังต่อเนื่อง เสียงนั้นปนกับเสียงหอบสะอื้นของเยี่ยนซีราวกับจะฉีกความเงียบของห้องให้ขาดสะบั้น

"หยุดเถอะ ข้าเจ็บ"

เสียงของนางแผ่วเบาราวกับสายลม ไม่อาจสั่นคลอนใจของซ่างกวนเหยียนที่มองอย่างสะใจ

"เจ็บรึ แค่นี้น่ะหรือเจ็บ ถ้าทนไม่ได้ก็ตาย ๆ ไปซะ มู่หรงเยี่ยนซี!"

เสียงตวาดของซ่างกวนเหยียนบาดลึกยิ่งกว่าความเจ็บกาย ยิ่งได้ฟังประโยคถัดไปนางยิ่งรู้สึกราวกับกำลังถูกกระชากหัวใจแล้วถูกเหยียบซ้ำจนป่นปี้

"เจ้าตายไปข้าก็จะได้เป็นนายหญิงของจวนนี้ ครองรักกับท่านแม่ทัพ ไม่ต้องมีหนามยอกอกอย่างเจ้า"

เพียะ!!

เสียงตบหน้าอีกรอบ คราวนี้เลือดซึมที่มุมปากของเยี่ยนซี ใบหน้าบวมเป่งจนมองแทบไม่ออกว่าเคยงดงามเพียงใด

"อย่ามาทำตัวเป็นนกน้อยไร้เดียงสา ถ้าข้าไม่ได้เป็นภรรยาคนเดียวของท่านแม่ทัพ ข้าไม่มีวันยอม!"

นางหยิบผ้าปักของเยี่ยนซีที่ถูกเหยียบเลอะโคลนขึ้นมาขยำ ก่อนปาใส่หน้านางอย่างดูแคลนและเย้ยหยัน

"เจ้าคิดหรือว่าแค่เย็บยันต์บ้าบอผืนเดียวแล้วจะทำให้เขารอดตาย สวรรค์มีตา เขาจะตายเสียด้วยซ้ำถ้าอยู่กับคนโง่ไร้ค่าเช่นเจ้า!"

น้ำตาของเยี่ยนซีไหลอาบแก้ม ทว่าแววตานางกลับไม่เหมือนก่อน มันไม่ใช่เพียงความเศร้า แต่มันเริ่มมีแสงแข็งกร้าววูบผ่าน

"ข้า...ข้ารักเขา"

นางพึมพำราวกับย้ำเตือนตนเอง

ซ่างกวนเหยียนหัวเราะเยาะออกมาดังลั่น รอยยิ้มบิดเบี้ยวจนไม่น่ามอง

"เจ้ารักเขา? แล้วเขารักเจ้าหรือไม่? เขาไม่แม้แต่จะมองเจ้า! เจ้ามันก็แค่...ของเล่นชิ้นหนึ่งที่ไม่มีใครต้องการ!"

ซ่างกวนเหยียนทำท่าทางเยาะเย้ยเช่นเดิม

"ฟังให้ดีนะ มู่หรงเยี่ยนซี อีกไม่กี่วันข้าจะได้เป็นภรรยาอีกคนของเขาอย่างสมบูรณ์ และข้าจะไล่เจ้าออกไปจากที่นี่ด้วยตัวข้าเอง!"

นางถ่มน้ำลายใส่พื้นแล้วสะบัดชายเสื้อเดินออกจากห้อง ทิ้งให้เยี่ยนซีฟุบลงบนพื้นเย็นเฉียบในห้องว่างเปล่า ท่ามกลางเศษผ้าที่เปื้อนโคลนและเสื้อเกราะที่ถูกย่ำยี

อากาศภายในห้องเริ่มเย็นเยียบ แม้เปลวเทียนจะยังลุกโชติช่วงบนเชิงเทียน แต่มันไม่สามารถสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายของเยี่ยนซีได้อีกต่อไป

นางนอนคุดคู้กับพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ เลือดจากปากยังไม่ทันแห้งสนิท รอยฟกช้ำตามร่างกายปรากฏให้เห็นแม้ใต้ผ้าผืนบางที่เปื้อนดิน ทว่าดวงตาของนางยังเบิกโพลง มองไปยังเสื้อเกราะที่ถูกเหยียบย่ำไม่ไกลจากปลายนิ้วของนาง

"จวินหลง" เสียงแหบพร่าเอ่ยชื่อคนรักอย่างแผ่วเบา

"ท่านคง...ไม่รู้..."

นางพยายามจะขยับร่างเพื่อคลานไปหาของที่ตนทำด้วยความตั้งใจ แม้จะเพียงแค่แตะสัมผัสมันสักนิด แต่ร่างกายกลับไม่ฟังคำสั่งอีกต่อไป

ในหัวของนางมีเพียงเสียงสะท้อนจากอดีต คำพูดของหานจวินหลงที่เคยกล่าวก่อนออกศึก

"ข้าไม่มีวันรักเจ้า อย่าแม้แต่จะหวังอะไรจากข้าเลย เยี่ยนซี"

"ข้า…ผิดอะไร..."

น้ำตาหยดสุดท้ายไหลลงข้างแก้มแนบผิวเย็นเฉียบ

หัวใจของเยี่ยนซีราวกับถูกบีบจนแหลกละเอียด นางไม่ได้เจ็บเพราะแผลบนร่างกาย หากแต่เป็นเพราะความรักที่อัดแน่นอยู่ในใจนั้นไม่เคยมีใครเข้าใจ

ร่างของนางสั่นเล็กน้อยแล้วเงียบลง

นางไม่มีลมหายใจอีกต่อไปแล้ว

ชั่วครู่เสียงฝีเท้าของสาวใช้คนหนึ่งดังเข้ามาพร้อมถาดอาหาร

"ฮูหยิน...เอ่อ ...องค์หญิง..."

เมื่อเห็นร่างนิ่งสงบและดวงตาไร้แววของเยี่ยนซี หญิงสาวก็สะดุ้งสุดตัว

"ตาย...ตายแล้ว!"

หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วยามที่ป่าลึกหลังเรือนร้าง

ร่างของเยี่ยนซีห่อผ้าไว้อย่างลวก ๆ โยนใส่เกวียนเก่า ๆ ที่เต็มไปด้วยฟางแห้งโดยไร้พิธีกรรมใด ๆ จากคนของซ่างกวนเหยียน

ชายวัยกลางคนที่เป็นคนควบม้าหันไปพูดกับชายในชุดบ่าวรับใช้อีกคน

"นายหญิงสั่งให้เอาไปทิ้งให้ห่าง ๆ จากจวน อย่าให้ใครหาเจอ ถ้าหมาป่ามาคาบไปก็ยิ่งดี"

"น่าเสียดายที่ตอนยังมีชีวิตงดงามไม่เบาเลยนะ"

อีกคนหัวเราะเสียงเหี้ยม

โครก!

ร่างของนางถูกทิ้งลงพื้นกลางป่าทึบ ร่างที่เคยงดงามบอบบางเปื้อนเลือดและฝุ่น ไม่มีผู้ใดโศกเศร้า ไม่มีแม้แต่ธูปเทียนหรือคำอำลา

ครึ่งชั่วยามต่อมา เสียงเกือกม้าดังจากระยะไกลราวกับเร่งรีบวนเวียนอยู่ใกล้กับศพของเยี่ยนซี ฉับพลันเปลือกตาของนางเปิดขึ้นช้า ๆ เสียงในหูของนางสั่นสะเทือนก่อนที่นางจะแน่นิ่งไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ตอนจบ

    หลายเดือนผ่านไป เยี่ยนซีท้องแก่เต็มที่เริิ่มเดินไปไหนมาไหนลำบากขึ้น เซียวหยูคอยนวดขาและพยุงนางอย่างระมัดระวัง ขณะที่นางกำลังจะลุกขึ้นจากเตียงในเช้าวันหนึ่งพลันก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมา "เซียวหยู ข้า...ปวดท้อง..." ชั่วพริบตาเสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่วิ่งวุ่น สลับกับเสียงคนดังขึ้นเพราะความตื่นตระหนกวิ่งไปแจ้งแก่หมอหลวงที่เตรียมพร้อมอยู่เรือนข้าง ๆ มาหลายวัน "เกิดอะไรขึ้น!" เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความห่วงใยและตื่นตระหนกเมื่อเห็นคนวิ่งสวนกันไปมา หมอหลวงสามคนและบ่าวรับใช้จึงวิ่งตามกันมา "ท่านหมอ ฮูหยินปวดท้องอย่างรุนแรง เร็วเข้าเถิด" เซียวหยูตอบเสียงสั่น พร้อมทั้งคอยดูอาการของเยี่ยนซี "เตรียมห้องให้พร้อม ฮูหยินจะคลอดแล้ว" บ่าวไพร่วิ่งวุ่นเพียงครู่ก็เริ่มนิ่งสงบรอฟังข่าวสำคัญนอกห้องทำคลอด หมอหลวงตรวจร่างกายเยี่ยนซีอย่างรอบคอบ ขณะที่นางปวดท้องแทบขาดใจเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นเต็มหน้า เยี่ยนซีแม้จะเจ็บปวดจากการคลอดที่ใกล้เข้ามา แต่ความคิดของนางนึกถึงหานจวินหลง รู้สึกถึงความอบอุ่นและความปลอดภัย ทั้งจวนเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่เต็มไปด้วยความห่วงใย เสียงบ่นเบา ๆ ของบ่าวไพร่วิ่งไปมา ประสานกับคำสั่งขอ

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   การต่อสู้ครั้งสุดท้าย

    สามเดือนผ่านไป จวนแม่ทัพเงียบสงัดกว่าแต่ก่อนมากขึ้น ไม่มีเสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะของหานจวินหลง เสียงลมพัดผ่านสวนเล็ก ๆ กลายเป็นเพื่อนสนทนาที่เยี่ยนซีได้แต่เอ่ยคำคิดถึงออกมาเบา ๆ ทุกเช้า เยี่ยนซีจะเดินไปที่ระเบียง มองทิวทัศน์เมืองไกล ๆ ปล่อยให้สายลมพัดปลิวผมสลวย เสียงหัวใจเต้นรัวราวกับได้ยินเสียงฝีเท้าเขากลับมา "ท่านจะเป็นอย่างไรบ้างในตอนนี้" นางกระซิบคนเดียว พลางลูบมือที่เคยสัมผัสมือเขา น้ำตาคลอเบ้า แต่ลมหายใจยังมั่นคง เยี่ยนซีใช้เวลาว่างจัดสวน ตัดแต่งดอกไม้ และดูแลบ่าวไพร่ให้เรียบร้อย ทุกสิ่งที่ทำราวกับเป็นการรอคอยให้เขากลับมา นางยังเขียนจดหมายด้วยลายมือสวยงาม ส่งผ่านทหารไปยังแม่ทัพ แต่ไม่เคยเขียนออกไปทั้งหมด เก็บบางส่วนเอาไว้เพราะความเขินอาย บางครั้ง นางก็ออกไปเดินเล่นตามถนนในเมือง ชมบ้านเรือนและบรรยากาศที่เขาเคยพาไป แต่ละก้าวเต็มไปด้วยความคิดถึงและเผยรอยยิ้มบางเบา นึกถึงวันที่ทั้งคู่ขี่ม้า เที่ยวทะเลสาบ หรือเดินชมเทศกาลโคมไฟ นางก็พลันหัวเราะออกมาเพียงลำพัง เซียวหยูมักจะคอยอยู่ใกล้ ๆ ให้ความช่วยเหลือ เตือนให้เยี่ยนซีพักผ่อนบ้าง แต่ทุกครั้งที่นางมองออกไปทางประตูห้อง รอยยิ้มก

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ห่างไกลแต่หัวใจใกล้กัน

    นานนับเดือนหลังจากที่หานจวินหลังและเยี่ยนซีค่อย ๆ ปรับความเข้าใจกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยานับวันเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น วันหนึ่ง ขณะที่เยี่ยนซียืนอยู่กลางห้องเล็กข้างห้องทำงานของหานจวินหลง นางจะใช้ห้องนี้รับรองแขกของจวนแม่ทัพยามหารือราชการสำคัญ ทันใด ใบหน้าของนางซีดเผือด มือกุมหน้าผาก รู้สึกวิงเวียน ม่านตาพร่าเลือนตัวเย็นเฉียบก่อนร่างเล็กจะทรุดลงกับพื้น เสียงตกใจดังขึ้นในทันที "ฮูหยิน ฮูหยิน!" เซียวหยูร้องเรียกด้วยความตื่นตระหนก รีบเข้ามาประคองร่างเยี่ยนซี แต่เหตุการณ์นั้นไม่ได้ล่าช้าไปเสียทีเดียว หานจวินหลงนั่งหลังโต๊ะทำงาน กำลังร่างรายงานการตรวจสอบเสบียงและกำลังพล อยู่ดี ๆ เสียงบ่าวร้องเรียกชื่อฮูหยินอย่างตื่นตระหนกทะลุเข้าหู เขาลุกพรวดจากเก้าอี้ มือใหญ่คว้าพู่กันไว้เพียงชั่วครู่แล้ววิ่งออกจากห้อง "เกิดอะไรขึ้น" พอเห็นร่างเล็กของนางที่ทรุดตัวลงกับพื้น เขารีบเข้าไปประคองทันที ร่างสูงยกนางขึ้นอุ้มอย่างเบามือแต่มั่นคง ใบหน้าคมเคลือบความกังวลอย่างห้ามใจไม่ได้ "เจ้าไม่สบาย ทำไมถึงไม่บอกข้า" เสียงเขาเรียบแต่สั่นเครือเล็กน้อย "ข้า…ข้าไม่ทันตั้งตัว" เยี่ยนซีพึมพำ เหงื่อ

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   รักใคร่ปรองดอง

    ระยะนี้หานจวินหลงไม่ค่อยมีงานมากนัก ยามว่างเขามักจะอยู่กับเยี่ยนซี เกาะติดนางและให้นางนั่งอ่านตำราในห้องของเขา ขณะที่เขาทำงานของตนเองโดยไม่ให้ห่างสายตา เมื่อความใกล้ชิดเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ความระแวดระวัง ความแข็งกระด้างจึงค่อย ๆ ลดลง นางเริ่มให้ความไว้วางใจหานจวินหลงที่ดูแล้วเขาก็ไม่ได้แย่เหมือนที่เคยพบเจอก่อนหน้านี้ วันหนึ่งขณะที่ทั้งคู่กำลังยืนชื่นชมดอกไม้ในสวน หานจวินหลงนึกถึงครั้งอดีต เขาทบทวนความทรงจำที่มีต่อนาง "ครั้งหนึ่งข้าเคยคิดว่าเจ้าเป็นองค์หญิงที่อ่อนแอ ควรมีใครสักคนคอยปกป้อง" เยี่ยนซีนิ่งฟังนึกย้อนความทรงจำเก่า ๆ ที่นางและเขาเคยพบกัน "แต่เมื่อได้อยู่ด้วยกัน เจ้าทั้งเข้มแข็งและแกร่งเกินสตรีที่ข้าเคยพบ แม้แต่อวี้ซินที่เป็นลูกหลานตระกูลนักรบยังเทียบเจ้าไม่ได้สักครึ่ง" เยี่ยนซีแค่นยิ้มออกมา "ท่านชมหรือหลอกด่าข้ากันแน่" เขาอมยิ้มพลางก้มหน้าลง "แน่นอนว่าข้าชื่นชมเจ้า เจ้าเก่งกาจจนสามารถตัดสินใจเรื่องใหญ่ในจวนแทนข้าได้" แม้ความอ่อนหวานจะเป็นคุณสมบัติของกุลสตรี แต่ในสายตาเขาเยี่ยนซีก็ไม่ได้หลุดจากกรอบที่เหล่าสตรีถูกวางเอาไว้ "แต่ข้าก็แข็งกระด้าง หยาบคายโดยเฉพาะกับท่านไม่

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ความเปลี่ยนแปลง

    หานจวินหลงรับรู้ถึงความยินยอมเล็ก ๆ ของนาง จูบซ้ำช้า ๆ และลึกซึ้งขึ้น มือใหญ่ลูบเส้นผมที่เปียกเหงื่อ ความอ่อนโยนและปรารถนาปรากฏอย่างประณีตในทุกสัมผัส ทั้งสองจมอยู่ในความเงียบอันอบอุ่น ไม่มีคำพูดใดจำเป็น มีเพียงแรงสัมผัสและหัวใจที่เต้นสอดประสานกัน คืนนี้ทั้งสองหยุดเวลาระหว่างกันเอาไว้ เสียงลมพัดกระทบหน้าต่าง ดวงดาวส่องประกายเหนือหลังคาเหมือนเป็นพยาน ว่าความเข้าใจเริ่มบังเกิด แม้ร่องรอยแห่งอดีตยังคงอยู่ แต่ในใจทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่มิอาจลืมเลือน ลำแสงอ่อน ๆ ของรุ่งอรุณผ่านม่านผ้าขาวในเรือน เสียงลมพัดเบา ๆ ก้องในสวนเล็กภายนอก บรรยากาศสงบเงียบและชุ่มชื่นราวกับเพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาจากความฝัน เยี่ยนซียังคงนอนพิงหมอน ผมสลวยร่วงราวเส้นไหมลงบนบ่า ใบหน้าซีดเล็กน้อยแต่ดูมีชีวิตชีวาขึ้น หลังคืนที่เต็มไปด้วยความใกล้ชิด นางยังคงรู้สึกหัวใจเต้นแปลก ๆ เมื่อคิดถึงมือใหญ่และริมฝีปากอบอุ่นของเขา ทันใด หานจวินหลงก็ปรากฏตัวที่ข้างเตียง ร่างสูงกำยำในชุดลำลองสีเข้ม ดวงตาคมส่องประกายระยับราวน้ำค้างยามรุ่งเช้า เขาโน้มตัวลงใกล้นาง ริมฝีปากกว้างคลี่ยิ้มอ่อนโยน "ตื่นแล้วหรือ เจ้าดู

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ข้าต้องการเจ้า

    ภายในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวกลับจวนเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงล้อไม้บดกับพื้นถนน ข้อมือเล็กของเยี่ยนซียังถูกมือใหญ่ของหานจวินหลงกุมไว้แน่นจนเจ็บ แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย นางเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะสะบัดเสียงออกมา "ท่านทำเช่นนี้ หมายความว่าข้าไร้สิทธิ์แม้แต่จะขอบคุณสหายผู้หนึ่งหรือ" หานจวินหลงตวัดสายตาคมกริบมองนาง แววตาเต็มไปด้วยโทสะและความหึงหวงที่ปิดไม่มิด "ใช่ เจ้าคือฮูหยินแม่ทัพ นอกจากคนในจวนนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปผูกพันกับผู้ใดอีก โดยเฉพาะอี้เฟิง" เยี่ยนซีหัวเราะเย็นชาในลำคอ "คำว่าฮูหยินที่ท่านเอ่ยออกมา ช่างง่ายดายนัก ตอนแต่งเข้าจวนใหม่ ๆ ข้าเจ็บป่วยเดียวดาย ท่านเคยใส่ใจหรือไม่ แล้วตอนนี้กลับหวงห้ามไม่ให้แม้แต่จะมีสหาย ข้าว่าท่านช่างเห็นแก่ตัวนัก" "เห็นแก่ตัวงั้นหรือ" หานจวินหลงขบกรามแน่น เสียงทุ้มต่ำก้องสะท้อนทั่วรถม้า "ใช่ ข้าเห็นแก่ตัว เพราะเจ้าคือคนของข้า ข้าไม่ยอมให้บุรุษใดเข้าใกล้เจ้าแม้แต่คนเดียว" เสียงเขาหนักแน่นจนบ่าวที่นั่งควบคุมรถม้าด้านนอกยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน เยี่ยนซีชะงักไปชั่วขณะ ใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่ แต่ก็ยังพยายามรักษาสีหน้าเรียบเย็น "งั้นหรือ ท่านเ

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ตอบโต้ซึ่ง ๆ หน้า

    ยามเช้าวันใหม่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง อากาศสดใสแต่ภายในใจของซ่างกวนเหยียนกลับร้อนรุ่มเมื่อได้รับรายงานที่ไม่น่าฟังจากเสี่ยวเสวีย "เมื่อคืนท่านแม่ทัพกับฮูหยินไปงานเลี้ยงที่จวนองครักษ์กันเพียงลำพังเจ้าค่ะ" มือเรียวกำแน่นภายใต้ผ้าห่ม แววตาวาวโรจน์ กัดฟันอย่างไม่ยอมแพ้ "เยี่ยนซี เจ้ามันร้ายกาจขึ้นทุกวัน"

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ทำดีได้ชั่ว

    คนรับใช้ได้รู้ว่าซ่างกวนเหยียนจงใจทำให้จวนแม่ทัพเสียชื่อเสียงด้วยการซื้อของราคาถูกมาใช้ในจวน แถมเยี่ยนซียังตรวจสอบยอดสั่งซื้อตามจริงกับพ่อบ้านฝู ผลปรากฏว่าซ่างกวนเหยียนเบิกค่าใช้จ่ายเกินจริงไปเกือบครึ่ง "มีการยักยอกเงินจากค่าใช้จ่ายซื้อของจริงขอรับ ตรวจสอบยอดสั่งซื้อไม่ตรงกับยอดเบิกเงิน" พ่อบ้านฝ

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   งานเลี้ยงต้อนรับ

    บรรดาคนรับใช้ใหม่ทั้งชายหญิงเข้ามาทำงานแทนที่คนเก่า อยู่ภายใต้การปกครองของเยี่ยนซีโดยไม่มีผู้ใดคัดค้านได้แม้แต่หานจวินหลง เขาให้คนจับตาดูนางและเฝ้าสังเกตนางเงียบ ๆ ทางด้านวังหลวงฮ่องเต้ตรัสถามข่าวคราวของเยี่ยนซีที่เงียบหายไปนานตั้งแต่แต่งงานเข้าจวนแม่ทัพ "อยู่ที่จวนแม่ทัพ เยี่ยนซีเป็นอย่างไรบ้าง"

  • เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา   ไล่คนออก

    หานจวินหลงหันมาต่อว่านางที่ทำเกินกว่าเหตุ "เจ้าทำรุนแรงเกินไป นางเป็นคนเก่าแก่รับใช้ในจวนมานาน จงรักภักดีทำหน้าที่ไม่เคยบกพร่อง แค่นางทำผิดครั้งเดียวเจ้าก็สั่งโบยแล้วไล่ออก บางทีนางอาจเพียงแค่ช่วยข้าประหยัดจริง ๆ ก็ได้" เยี่ยนซีเลิกคิ้วสูง ไม่อยากเชื่อว่านี่คือคำพูดของแม่ทัพใหญ่จอมวางแผนที่ชนะศึก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status