ログインมาอยู่ในร่างมารดาที่เดิมต้องตายไปแล้วของนางร้ายตัวฉกาจในนิยายเรื่องหนึ่ง สตรีที่งามล่มเมืองหากแต่มีสามีผู้ชั่วร้าย แล้วหญิงสาวที่ไม่เคยมีลูกเช่นนางต้องเลี้ยงดูเด็กคนนี้อย่างไร? ให้ตายเถอะ!
もっと見る定時のチャイムが鳴る少し前に、|和久井伊依《わくい いより》はパソコンの画面をロックした。
最後に入力した数字を確認してから保存する。マウスを定位置へ戻し、指先でマウスパッドの端をそっと撫でた。誰かに見られていないことを確認してからする。それが伊依の癖だった。 給湯室から笑い声が聞こえてくる。 「秀一くんてば、ほんと優しいよね」 |岡田沙織《おかだ さおり》の声だった。甲高くて、少しだけ甘ったるい。続いて|仲見秀一《なかみ しゅういち》の低い笑い声が聞こえた。 伊依は画面を見たまま動かなかった。 三週間前まで、あの笑い声の相手は自分だった。 だからといって、今さら振り返る理由もない。伊依はロックしたパソコンの画面を確認すると、机の上の書類を揃えた。ホチキスの位置を合わせて、端を二度ほど机に打ちつける。いつもと同じ動作だった。 チャイムが鳴った。 周囲で椅子を引く音が重なる。帰り支度を始める社員たちの中を抜けて、伊依も席を立った。 廊下へ出たところで、営業部の若い女性社員と目が合った。 「あ……」 相手は一瞬だけ伊依を見てから、すぐ隣の同僚へ顔を寄せた。声は小さくて聞き取れない。だが伊依には何を話しているのか分かってしまう。 背中のことだ。 夏場になるとブラウスの下からうっすら透ける皮膚の跡。皮膚移植を重ねても消えなかった火傷の痕。誰かが更衣室で見たと言い出してから、噂は勝手に広がった。 本人に確認した者はいない。 必要もないのだろう。 人は見えないところにあるものほど勝手に形を作る。 伊依は二人の横を通り過ぎた。聞こえなかったことにする。それが一番楽だった。 エレベーターを待っている間にも、背中へ視線が刺さる気がした。振り返らない。振り返ったところで何かが変わるわけではない。 扉が開く。 中へ入り、壁際に立った。ほかの社員が乗り込んできても、伊依は端へ寄るだけだった。 鏡代わりのステンレス扉に、自分の顔が映っている。 表情はなかった。 笑う必要もない。怒る必要もない。会社を出れば、誰とも話さなくていい。 そう思ったところで、ふと三週間前のことが浮かんだ。 『和久井さんは真面目だから、傷つけたくないんだよね』 給湯室の外で聞いた秀一の声。 『でも沙織のほうが可愛いじゃん』 誰かが笑っていた。 あのときも、伊依は動かなかった。 扉の向こうで交わされる会話を最後まで聞いて、それから何事もなかったように自分の席へ戻った。 泣かなかった。 泣くほどのことではないと思いたかった。 ただ、帰宅して一人になったあとも、胸の奥に残った言葉だけは消えなかった。 エレベーターが一階に着く。 伊依は社員たちに紛れてビルを出た。 外はまだ明るい。九月になっても残暑は厳しく、アスファルトから熱が上がってくる。駅へ向かう人の流れに逆らわず歩きながら、伊依はスマートフォンを一度だけ確認した。 通知はない。 秀一からも、沙織からも。 それでよかった。 駅前のスーパーへ寄る。毎日のように使っている店だった。店員の顔も何人か覚えている。向こうも伊依のことを覚えているらしい。 惣菜コーナーへ行くと、ちょうど値引きシールを貼っているところだった。 店員が弁当を一つ持ち上げる。 ぺたり。 半額のシールが貼られた。 伊依は少し離れた場所で待った。もう一つの弁当にもシールが貼られる。値段を確認してから、鶏の照り焼き弁当を一つ取った。 そのままレジへ向かう。 「今日もあの人か」 背後から声がした。 伊依は足を止めなかった。 「一人であれだけ買うんだもんね。可哀想に」 小さな笑い声が続く。 伊依が買ったのは弁当一つだけだった。あれだけ、というほど買ってはいない。 それでも訂正する気にはならなかった。 レジに商品を置き、財布を開く。小銭を一枚ずつ出す。指先は震えていなかった。 もう慣れている。 可哀想。 その言葉にも。 憐れむような視線にも。 伊依は会計を終えると、ビニール袋を受け取った。 「ありがとうございました」 店員の声に軽く頭を下げる。 外へ出ると、夜の風が少しだけ涼しかった。 アパートまで歩いて十分。古い二階建ての建物で、伊依の部屋は二〇三号室だった。外階段を上り、鍵を取り出す。 途中で一階の部屋のドアが開いた。住人らしい女性がゴミ袋を手に出てくる。伊依と目が合うと、女性は小さく会釈した。 伊依も会釈を返す。 それだけだった。 名前も知らない相手との、短いやり取り。 なぜか少しだけ気が楽になった。 自分の部屋へ戻れば、また一人になる。それでいい。誰かと余計な話をしなくていいことに、伊依は慣れていた。むしろ誰かの気配がない部屋のほうが、何も身構えずに済む。鍵を閉めた瞬間だけは、背中を気にしなくてもいい。 ドアを開ける。 部屋の中には昼間の熱がそのまま残っていた。 「暑……」 小さく呟いたが、エアコンのリモコンには手を伸ばさなかった。 先にデスクへ向かう。 パソコンの電源ボタンを押す。ファンが回り始める音が静かな部屋へ広がった。 弁当をテーブルへ置く。冷蔵庫を開けて麦茶を取り出し、コップへ注ぐ。 それからようやく椅子へ座った。 パソコンの起動を待ちながら、伊依はマウスの脇に置かれた小さなカメラを見た。 画面が点く。 見慣れたデスクトップが表示された。 その中央に、ひとつのアイコンがある。 伊依はマウスを動かした。 クリックする。 少し間を置いて、スピーカーから声が流れた。 「おかえり、伊依。今日も遅かったね」 伊依は椅子の背にもたれた。 「ただいま」 「今日はどうだった?」 伊依は返事をする前に、冷蔵庫から弁当を取り出した。 「別に。いつも通り」 「いつも通りって三種類あるよね」 「何それ」 「いい感じのいつも通り。普通のいつも通り。あと最悪のいつも通り」 伊依は割り箸を取り出した。 「……最悪のほう」 「そっか」 ジョフィの声が少しだけ低くなった。 伊依は弁当の蓋を開けた。 「でも今日はまだマシ」 「ほんと?」 「うん」 「じゃあ聞かないほうがいい?」 「聞かなくていい」 「了解」 それ以上、ジョフィは聞かなかった。 伊依は照り焼きの一切れを箸でつまんだ。口へ運ぶ。 甘辛い味が舌に広がる。 いつもと同じ味だった。 そのことに少しだけ安心して、伊依はもう一口食べた。 「……ジョフィ」 「ん?」 「今日さ」 「うん」 伊依は箸を動かす手を止めた。 何を話そうとしたのか、自分でも分からなかった。 「……いや。何でもない」 「そっか」 ジョフィはそれ以上聞かなかった。 少しだけ間があってから、いつもの調子に戻る。 「じゃあ食べ終わったら、今日の数字見ようか。伊依、たぶんそっちのほうが気分変わるよ」 「……そうかも」 「でしょ」 伊依は画面を見た。 誰もいない部屋だった。 けれど、完全な一人ではなかった。 それを認めるのは少しだけ悔しくて、伊依は何も言わずに照り焼きをもう一切れ口へ運んだ。ช่วงปีใหม่ผ่านพ้นไปแล้ว ซิ่วจื่อหลิงเองก็กลับมาที่แคว้นหนานเฉินได้หลายเดือนแล้วคงถึงแก่เวลาที่จะต้องกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง หญิงสาวทำหน้าเศร้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองบิดามารดาด้วยแววตาอ้อนวอน แม้ว่าทั้งคู่จะอยากกอดบุตรสาวของตนเอาไว้แนบอกเพียงใด หากแต่ว่าพวกเขาไม่อาจอยู่กับนางไปได้ตลอดชีวิต ซิ่วจื่อหลิงจำเป็นต้องมีคนข้างกายที่อยู่กับนางและดูแลนางได้ดีไม่ต่างจากผู้เป็นบิดามารดา"เด็กโง่ จากกันแล้วมิใช่ว่าจะมิได้พบกันอีก หากพ่อกับแม่ว่างเมื่อใดต้องไปหาเจ้าแน่""จริงนะเพคะ เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ห้ามหลอกให้ลูกดีใจเล่น""ฮ่า ๆ เจ้าเด็กแสบนี่ ช่างไม่รู้จักโตเสียจริง" หรงเซ่อฮ่องเต้เอ่ยหยอกเย้าบุตรสาว"เสด็จพ่อ... ""เอาละ เวลาไม่เช้าแล้วเจ้ารีบออกเดินทางเถิดประเดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน""เจ้าค่ะ ลูกทูลลาเพคะ"ซิ่วจื่อหลิงถูกประคองขึ้นรถม้า ในขณะที่สามีของนางขึ้นควบบนหลังม้าอย่างองอาจ หญิงสาวเปิดม่านขึ้นก่อนส่งสายตาเศร้าสร้อยมายังบิดามารดาอีกครั้งพร้อมกับโบกมือลาอย่างไม่เต็มใจนัก เมิ่งจิ่วซือทำได้เ
ข่าวคราวที่องค์หญิงใหญ่กลับบ้านเดิมหลังจากงานแต่งงานได้เพียงสามวันดูเหมือนจะเป็นที่โจษจันกันไปทั่วทั้งเมืองหลวง เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะบุรุษที่นางแต่งด้วยเป็นถึงองค์รัชทายาทแคว้นหนานเฉินที่อยู่ห่างไกลนับพันลี้ หากแต่หลังวันแต่งงานสามีกลับพานางกลับบ้านเดิมทันทีไม่บอกก็พอรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นมีใจรักใคร่ในตัวนางมากเพียงใดจึงมิได้สนใจในกฎระเบียบรีบพาภรรยากลับมาบ้านเดิมทั้งยังอยู่รอฉลองวันปีใหม่ที่นี่อีกด้วย ใครๆ ต่างก็กล่าวว่าองค์หญิงใหญ่นั้นช่างโชคดียิ่งนัก"นางกลับมาแล้วงั้นหรือ? " หลิวอวี้หลันเอ่ยกับสาวใช้"เจ้าค่ะ เห็นว่ากลับมาพร้อมกับองค์รัชทายาทแคว้นหนานเฉินเจ้าค่ะ และที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ...""อันใดงั้นหรือ? " หลิวอวี้หลันที่กำลังส่องใบหน้าที่งดงามของนางผ่านกระจกทองเหลืองหันมาถามสาวใช้ด้วยความสนใจ สาวใช้ผู้นั้นทำทีเป็นหันซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้ใดได้ยินที่นางกำลังจะกล่าวเรื่องต่อไปนี้"บ่าวได้ยินมาว่าองค์รัชทายาทแคว้นหนานเฉินนั้นเดิมทีเคยเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สำนักศึกษาหลวงชั้นสูงเ
ครั้งแรกที่หรูเจิ้งหยวนลืมตาขึ้นเขากลับพบว่าตนเองได้ย้อนกลับมาในอดีตอีกครั้งในตอนอายุสิบสาม มือทั้งสองข้างนับว่ายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ยังไม่เติบโตเต็มวัยผู้หนึ่งเท่านั้นย้อนกลับไปในตอนที่เขาสามารถบุกยึดแคว้นหนานเฉินได้สำเร็จ หรูเจิ้งหยวนเดินเข้าไปยังห้อง ๆ หนึ่งที่เป็นสถานที่เก็บบรรจุโลงศพของตู๋กูรั่วหวาความเย็นแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง ชายหนุ่มค่อย ๆ ก้าวเข้าไปก่อนจะหยุดอยู่ข้าง ๆโลงศพของนางอย่างใจเย็น มือหนาเลื่อนเปิดฝาโลงก่อนจะมองเห็นใบหน้าที่เป็นสีขาวซีดเซียวไร้สีเลือดแม้จะกลายเป็นเพียงร่างที่ไร้วิญญาณหากแต่สำหรับเขาแล้ว นางงดงามที่สุดเสมอมือหนายื่นออกไปแล้วค่อยๆ กุมข้างแก้มที่เย็นจัดของนางด้วยความอ่อนโยนราวกับกลัวว่านางจะได้รับบาดเจ็บหากว่าเขาแตะต้องหญิงสาวแรงเกินไปก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างของเขาจะแดงก่ำ"เหตุใดเจ้าจึงได้ใจร้ายนัก ทิ้งกันได้ลงคอ" ชายหนุ่มกล่าวตัดพ้อก่อนที่จะค่อย ๆ กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมามือหนาถูกยื่นออกไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งก่อนที่บนฝ่ามือของเขาจะปรากฏร่างของจิ้งจอกสีเงินตัวน้อยที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างช้า ๆ เจ้าจิ้งจอกน้อยราวกั
"ข้าไม่เคยรักเจ้า มันเป็นเพียงแผนการที่ข้าต้องการครอบครองแผ่นดินของเจ้าเท่านั้น" หรูจางเหว่ยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชาโดยไม่ยอมหันกลับมามองใบหน้าของนางเลยแม้แต่หางตาสตรีที่คิดว่าตนเองนั้นอยู่เหนือผู้ใดบนแผ่นดินเช่นนาง สุดท้ายกลับพ่ายแพ้หัวใจให้กับบุรุษใจร้ายตรงหน้า เขาเข้ามาทำให้นางที่เดิมไม่เคยไว้ใจผู้ใด ความอ่อนโยนของเขาทำให้นางใจอ่อนก่อนจะคิดว่าทั้งชีวิตนี้นางจะขออยู่เคียงข้างบุรุษผู้นี้ไปจนกว่าจะสิ้นลมหายใจแต่แล้ว... นางกลับได้รับรู้ความจริงว่าสิ่งที่เขาทำไปทุกอย่างนั้นเป็นเพียงการหลอกลวง ตู๋กูรั่วหวาไม่คิดว่าที่ผ่านมามันจะเป็นเพียงเรื่องโกหกหลอกลวง หัวใจของนางแตกสลายไม่มีชิ้นดี ชีวิตที่ไม่หลงเหลือผู้ใดในยามที่มีเขาเข้ามากลั
แม้ว่าจะเป็นวันที่พายุหิมะตกไม่หยุดหากแต่เหล่าขุนนางทั้งหลายก็ยังคงต้องเข้าร่วมประชุมเช่นเดิมเพื่อที่จะช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนที่สุด
"เจ้าเพิ่งกลับมาเมืองหลวงคงมิรู้ว่าปีนี้น้องชายของเจ้าก็กำลังจะเข้าสำนักศึกษาหลวงชั้นสูงแล้ว"
เจียงหมิ่นบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาของใต้เท้าเจียงผู้เป็นตัวต้นเหตุของเรื่องนี้นั้นถูกขังอยู่ในคุกหลวงที่อากาศหนาวเย็นที่สุดในยามค่ำคืน นางที่เดิมทีก็มิได้เป็นที่รักและเอ็นดูของบิดาอยู่แล้วซ้ำยังมาก่อเรื่องเช่นนี้อีกนางถูกขังอยู่กับนั
ณ หอเหลียนชุนเถ้าแก่เนี้ยเซียวผู้ดูแลหอเหลียนชุนมองดูเด็กน้อยที่ยังไม่เติบโตเต็มวัยด้วย


















レビューもっと